xs
xsm
sm
md
lg

"สตั๊นแมน" ปล่อยโฮ ถูกด่าลวงโลก ด้านแฟนรับไลฟ์สดด่ารพ.เพราะจน แต่ยันไม่ใช่ขอทาน ปิดบัญชีรับบริจาค

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


แฟนสตั๊นหลั่งน้ำตา ถูกโซเชียลด่าขอทาน ทนไม่ไหวขอปิดรับบริจาค ยอมรับไลฟ์สดด่ารพ.เพราะจน ขอไม่จ่ายค่ารักษา 630 บาท เพราะไม่มีเงิน ตอกคนด่าไม่ช่วยก็อยู่เฉยๆ แจงถูกขุดมีเงินเป็นแสน ซัดกลับคนเรามีขึ้นต้องมีลง

จากกรณีดรามาแฟนสตั๊นแมนไลฟ์สดด่าโรงพยาบาล หลังพาไปรักษาแต่กลับถูกไล่กลับบ้านเพราะไม่มีสิทธิ์รักษาที่รพ. หนึ่งในกรุงเทพฯ ก่อนโพสต์ขอรับบริจาคจนโดนโซเชียลถล่มหนัก ด่าเป็นขอทาน

รายการ "เรื่องลับมาก (NO CENSOR)" ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.00-14.50 น. ทางเนชั่นทีวี ช่อง 22 วันนี้ (21ต.ค.) พิธีกรสาว "ดร.บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี" ได้เปิดใจสัมภาษณ์ "โยธกา พรหมบุตร" หรือ "โย" แฟนสตั๊นแมน

คุณโยคบแฟนหนุ่มมานานหรือยัง?
โย : "สี่ห้าปีแล้วค่ะ แฟนเป็นคนจังหวัดภูเก็ต โยเป็นคนสุรินทร์ อยู่ด้วยกัน 4-5 ปีที่กรุงเทพฯ แฟนมาอยู่กรุงเทพฯ ประมาณ 7-8 ปี เป็นนักแสดงอิสระ พวกรับแอ็กบู๊ เอฟเฟกต์ เล่นจริงเจ็บจริง และฝึกฝนตัวเองขึ้นเป็นสตั๊นแต่ยังไม่เก่งพอ ส่วนโยอาชีพรับจ้างทั่วไป ล่าสุดเป็นพนักงานแคชเชียร์ปั๊มเอสโซ่ แต่ออกจากงานแล้ว"

วันที่คุณไลฟ์สดเกิดอะไรขึ้น?
โย : "น้อยเนื้อต่ำใจค่ะ เราพาแฟนมารพ. เพื่อหวังให้หมอช่วยดูแลเยียวยาคนไข้ เนื่องจากคนไข้ดูแลตัวเองไม่ได้ แฟนมีอาการปวดหลังขั้นรุนแรง ถึงขั้นขยับตัวไม่ได้ พลิกตัวไม่ได้ ช่วยตัวเองไม่ได้ ก็คือต้องนอนคล้ายผู้ป่วยติดเตียง ขยับตัวแล้วเจ็บ สาเหตุก็เกิดจากอาชีพการแสดงเขา มันสะสมมาเรื่อยๆ เพิ่งมาเป็นหนักเข้าเดือนต.ค. นี้ คืออาการกำเริบ ปวดหลังถึงขั้นรู้สึกทรมานไปถึงสภาพจิตใจ ถึงหัวใจ ทำงานไม่ได้ และเพิ่งมาทราบด้วยกันว่าแฟนมีโรคประจำตัวเป็นเบาหวานกับความดัน ประกอบกับเขาปวดหลังก็ทำให้โรครุมเร้า ทำให้อาการทรุดลงค่ะ"

วันนั้นไปรพ. แล้วมาไลฟ์สด เกิดอะไรขึ้น?
โย : "จริงๆ เราไม่ได้อยากเข้ารพ. แต่แฟนเขาทนไม่ไหวจริงๆ เขาก็ต้องการยื้อชีวิตเขาไว้ ก็เลยปรึกษากับแฟน ก็ต้องขอความช่วยเหลือจากรถกู้ชีพ ต้องนำตัวส่งรพ.แล้วแหละ ทั้งแฟนคลับที่เขาติดตามอยู่ เพราะหนูโพสต์อาการป่วยลงเฟซเรื่อยๆ แฟนคลับบอกว่าให้ส่งตัวไปรพ.ด่วน เพราะถ้าปล่อยไว้อาการมันยิ่งแย่"

ทำไมเลือกรพ.นั้น?
โย : "รถกู้ชีพเขาเช็กสิทธิ์บัตรทองให้ค่ะ เช็กตามบัตรประชาชน ยังไม่มีสิทธิ์อยู่รพ.ใดๆ ในกรุงเทพฯ ยังอยู่ต่างจังหวัด ล่าสุดก็เช็กสิทธิ์การรักษาอยู่อุดรฯ ตอนปีที่แล้ว ที่เลิกกันไปแล้วรอบนึง เขาก็ไปอยู่อุดรฯ ก็รักษาโรคเบาหวานกับหัวใจที่รพ.ที่อุดรฯ หลังจากนั้นก็กลับมาคบกันใหม่ เนื่องจากแฟนเขามั่นใจว่าหนูยังรักเขาอยู่ รอเขาอยู่ ยังไม่มีใคร ก็กลับมาคบกันใหม่ พอคบกันใหม่ ก็จนเขาล้มป่วย ต้องพึ่งรพ. เราไม่ทราบว่าเขามีสิทธิ์อยู่รพ.อะไร เพราะเมื่อก่อนแฟนเขาเล่าให้ฟังว่าเขามีสิทธิ์รักษาอยู่ที่รพ.ตำรวจ เขาใช้บัตรราชการเก่าเมื่อหลายปีก่อนเขาเคยเป็นหน่วยความมั่นคงค่ะ ตอนนี้เลิกเป็นแล้ว"

รถกู้ชีพไปส่งอีกที่ แล้วคุณหมอดูแลทันทีมั้ย?

โย : "เนื่องจากเช็กตามบัตรประชาชนแล้ว คนไข้ไม่มีสิทธิ์รักษาในกรุงเทพฯ ก็เลยเลือกรพ.ที่เดินทางสะดวก และใกล้เคียงเขตลาดพร้าวที่พักอยู่ เลยได้ไปรักษาที่รพ.แห่งนั้น ก็ทราบดีว่าไม่มีสิทธิ์ แต่ในความเข้าใจก็เข้าใจว่ายังไงก็เป็นผู้ป่วยฉุกเฉิน ถึงไม่มีสิทธิ์แต่ถ้าหมอรับไว้ในการดูแลแล้วก็น่าจะโอเค ไม่เป็นไร"

เอาคนไข้ไปอยู่เตียงทางเดินเหรอ?
โย : "ใช่ค่ะ ตอนเข้ารพ. เราก็ทำบัตรเป็นผู้ป่วยใหม่ พอวันที่ 16 ต.ค. เข้ารับการรักษา หมอก็ทิ้งให้คนไข้นอนรอที่เตียง 3-4 ชม. และไม่มีการสนใจผู้ป่วย เขาอาจดูแลผู้ป่วยคนอื่นอยู่แต่ไม่มีการมาถามเคสของแฟน ซึ่งมีกรณีฉุกเฉินมาเหมือนกัน เจ็บหลังหนักขั้นรุนแรง ถ้าไม่รีบรักษาก็อาจเป็นอันตรายไปมากกว่านี้ เห็นแฟนบอกว่ากว่าหมอจะมาฉีดยาให้ ต้องนอนรออยู่ที่เตียง 3-4 ชม. ค่ะ ในห้องฉุกเฉินเขาก็กันญาติอยู่ข้างนอกค่ะ ต้องพูดตรงๆ เลยนะคะ ถ้าไม่ให้ญาติเข้าไป แล้วหมอกับแพทย์จะทราบได้ยังไงว่าผู้ป่วยมีโรคประจำตัว หรือมีจุดประสงค์อะไรเข้ามารักษา"

คนไข้พูดได้ เขาก็ถามจากคนไข้สิ?
โย : "ก็กลัวคนไข้จะให้ข้อมูลไม่ครบ ก็ให้ญาตินี่แหละจี้หมอพยาบาลว่าช่วยดูแลแฟนหนูให้ตรงจุดตรงนี้นะ หนูอยากรู้ว่าเขาเป็นโรคอะไร ต้องจี้โรคเฉพาะทางน่ะค่ะ"

ห้องฉุกเฉินมี 30 เตียงนะ ถ้ามีญาติเข้าไป ไม่คิดแทนเขาเหรอว่าจะวุ่นวาย?
โย : "ก็คิดว่าคงวุ่นวายแหละค่ะ เราก็แอบดูทางช่องประตูว่าทำไมไม่มีใครมาดูแลแฟนเราเลย เราเป็นห่วงลึกๆ ว่าแฟนเราจะถึงมือหมอมั้ย จะได้รับการรักษาเร็วมั้ย กลัวอาการเขาทรุดลงกว่านี้"

ที่บอกรอหมอ 3-4 ชม. คุณคิดว่าวันนั้นคนไข้เยอะมั้ย?
โย : "ก็เยอะค่ะ ค่อยๆ ทยอยเข้าไปเรื่อยๆ ค่ะ"

สรุปวันนั้นหมอทำอะไรให้แฟนบ้าง?
โย : "หลังจากรอสามสี่ชม. ก็ฉีดยาให้ที่ก้นเป็นยาแก้ปวดหลัง บรรเทาอาการเจ็บ หลังจากนั้นหมอพาไปเอกซเรย์แล้วบอกว่าไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ ที่แผ่นหลัง เดี๋ยวหมอจะสั่งยา จ่ายยาให้ และญาตินำตัวคนไข้กลับบ้านได้ อาการปวดหลังก็ค่อยรักษากินยาเอา ถ้าไม่ดีขึ้นก็ว่ากันไป"

คุณก็กลับบ้าน แล้วอาการปวดหลังดีขึ้นมั้ย?
โย : "พอกลับมาที่บ้าน กลายเป็นว่าอาการหนัก ทรุดอีก ยาแก้ปวดหมดฤทธิ์ค่ะ ก็ไปอีกทีวันที่ 17 ตอนตี 3 ด้วยอาการเหมือนเดิม ยิ่งตกดึกยิ่งนอนไม่ได้ ยิ่งทรมาน ยิ่งปวดหนัก"

รถกู้ชีพพามาอีกรอบ?
โย : "พามาอีกรอบค่ะ ไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายรถกู้ชีพค่ะ วันนั้นเราก็ชื่นใจ คิดว่ายังไงหมอก็ให้แฟนนอนรพ. เพราะเห็นหมอใส่น้ำเกลือให้ เจาะเลือด ก็คุยกับแฟนว่าหมอให้นอนรพ.แล้วนะ มาคราวนี้ได้นอนรพ. อย่างที่แฟนบอกว่าอยากพักรักษาตัวที่รพ. เราก็เข้าใจว่าหมอรักษาโรคปวดหลังให้ แต่จริงๆ หมอมาแจ้งตอนบ่ายวันที่ 17 ว่ามีระดับน้ำตาลในเลือดขึ้นสูง เลยต้องให้น้ำเกลือกับเจาะเลือด นำผลเลือดไปตรวจ พบว่ามีโรคไตแทรกซ้อนเข้ามา เบาหวาน ความดันเป็นอยู่แล้ว หนูก็ถามอาการปวดหลัง เขาบอกว่าให้ยากลับไปทานเหมือนเดิม ที่ใส่น้ำเกลือให้เราต้องรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้ปกติก่อน ถ้าปกติเราถึงให้คนไข้กลับบ้าน ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้ว คนไข้พ้นขีดอันตราย เราต้องรีบรักษาเรื่องน้ำตาลในเลือดก่อนเพราะมันอันตราย แล้วอาการปวดหลังล่ะคะ ต้องนอนรพ.มั้ย หนูก็ไม่ทราบสาเหตุว่าเกิดจากอะไรกันแน่ ผลเอกซเรย์เขาบอกแค่ว่าไม่พบสิ่งผิดปกติ แล้วตอนวันที่ 16 หมอมาแจ้งว่าไม่พบสิ่งผิดปกติ ให้นำใบเสร็จไปเบิกค่ายา หนูก็หวั่นๆ แล้วว่าต้องพูดกับหมอว่าถ้ามีค่าใช้จ่าย เราขอความอนุเคราะห์หมอได้มั้ยเนื่องจากเราไม่มีรายได้กันทั้งสองคน หนูต้องออกจากงานมาดูแลแฟน ทำให้ขาดรายได้ คือได้เงินมา ค่ารถก็แทบไม่พอ วันนั้นหนูมีเงินติดตัว 300 เงินจากการทำงานที่เอสโซ่นี่แหละค่ะ และเงินที่แฟนได้มาจากการเป็นนักแสดง ก็เหลือติดตัวอยู่ 300"

ค่ายาเท่าไหร่?
โย : "630 ค่ะ วันที่ 17 ไม่มีค่ายา แต่คิดว่าหมอคงไปทบๆ บิลรวมที่ค้างวันที่ 16 ค่ะ หมอเขาไม่ได้แจ้งเลย หนูถามว่ามีค่าใช้จ่ายมั้ย หมอบอกว่าเรียบร้อย รับยาแล้วกลับบ้านได้"

รพ. ไม่ได้คิดตังค์ในวันที่ 2 ทั้งที่มีค่าน้ำเกลือ แล้วไม่พอใจรพ.ทำไม?
โย : "มันติดประเด็นตั้งแต่วันที่ 16 แล้วค่ะ อย่างที่ไลฟ์สดมาหาหมอก็แบบนี้แหละ จ่ายยาให้ กลับบ้าน แล้วก็เรียกเก็บค่ายา ทั้งที่เราเป็นผู้ป่วยไม่มีรายได้"

คุณเอาความจนมาโวยวาย?
โย : "ใช่ค่ะ อยากจะขอความอนุเคราะห์หมอ"

แต่คุณโวยวายใส่หมอ?
โย : "ตอนแรกเราก็พูดกับหมอดีๆ นะคะในห้องฉุกเฉิน พูดถึงขั้นอ้อนวอนขอความอนุเคราะห์จากนายแพทย์หมอที่ตรวจแฟนเลยค่ะ ว่าขอความอนุเคราะห์ได้มั้ย หนูไม่มีค่ายารักษาแฟน หนูไม่มีค่ารถ หนูต้องเก็บเงิน 300 บาทเอาไว้เป็นค่าใช้จ่ายในครั้งต่อไป"

ไม่มีตังค์จ่าย แล้วก็ขอคุณหมอว่า 630 บาทขอไม่จ่ายได้มั้ย?
โย : "ลึกๆ อยากให้คุณหมอยกให้ ช่วยเห็นใจประชาชนตาดำๆ คนหนึ่งที่มาโรงพยาบาลโดยที่ไม่มีเงินและขาดรายได้ หนูก็พูดกับหมอว่าแฟนหนูก็ออกจากงาน หนูก็ออกมาจากงานมาดูแล หนูขอกับหมอที่อยู่แผนกฉุกเฉินกับหน้าเคาท์เตอร์ค่ะ แล้วก็ขอพบหมอที่ดูแลเป็นการส่วนตัว"

แล้วไลฟ์สดที่ไหน?
โย : "ที่รพ. ค่ะ ด้วยอารมณ์ที่มาหาหมอ ก็มีแต่จ่ายยา แล้วเรียกเก็บค่ายาแค่นั้น เราไม่มีก็จะเรียกเก็บจากเราให้ได้"

ทำไมไม่ย้ายสิทธิ์แฟนคุณมากรุงเทพฯ ทั้งที่อยู่มา 7-8 ปี?
โย : "คิดว่าคงไม่ได้เข้ารพ.อะไรอีก เพราะแฟนหนูไม่เคยเข้ารพ.เลยค่ะ จริงๆ ที่่โวยวายคือไม่เข้าใจหมอ ทั้งที่ผู้ป่วยยังเจ็บอยู่ แต่หมอให้กลับบ้าน ทั้งที่ญาติก็อ้อนวอนหมอว่าขอให้แฟนหนูนอนต่อที่นี่ได้มั้ย"

คุณอยากให้แฟนนอนรพ. แต่ค่ายาคุณยังไม่มีจ่าย แล้วที่เหลือจะเอาที่ไหนมาจ่าย?
โย : "หนูคุยกับหมอด้วยว่าถึงจะต้องใช้สิทธิ์รักษาตัวเอง จะทำยังไงหนูก็ยอม ขอแค่ให้แฟนหนูนอนได้มั้ยคะ หนูจะขายรถขายอะไรมารักษาก็ยอม อันนี้มีการพูดที่เตียงคนไข้ ญาติ ๆ คนอื่นก็ได้ยิน ถึงจะเก็บค่ายาเป็นหมื่นก็ยอม ขอให้แฟนหนูนอนต่อได้มั้ย"

คุณจะขายรถ หมอบอก 630 ยังไม่จ่ายเลย?
โย : "หนูเข้าใจค่ะ ถ้าแฟนได้นอนรพ. หนูจะประกาศขายรถ คุยกับแฟนไว้ตั้งแต่อาการเจ็บกำเริบแล้วว่าเราก็จนไม่มีเงิน จำเป็นต้องขาย มีรถยนต์ 1 คันค่ะ"

โทรศัพท์หา "คุณชีพ" แฟนคุณโย ตอนนี้อาการเป็นยังไง ทำไมโอดโอย ร้องไห้ขนาดนี้?
ชีพ : "ยังเจ็บยังปวดอยู่ครับพี่ ปวดมากครับ ใครไม่เป็นผมไม่เข้าใจหรอกครับพี่ ว่ามันปวดร้าวแค่ไหน ปวดตั้งแต่ก้นกบถึงท้ายทอย มีกระดูกบวมนูนจากด้านหลังตรงก้นกบครับ ทำให้นอนจะเจ็บมากครับ"

หลังไปเจอคุณหมอมา คุณหมอบอกว่าเป็นอะไรกันแน่?
ชีพ : "ผมจะเล่าความจริงทุกอย่าง ไม่โกหกเลยครับ วันแรกผมเข้าไปรักษา วันนั้นผมโทรหารถมูลนิธิให้มารับ เขาบอกว่าให้ไปรพ.ใกล้ที่สุดคือรพ.ราชวิถี ผมก็ไม่ได้เกี่ยงอะไร ไปรพ.ไหนก็ได้ แต่ไปรพ.ไม่เสียเงินนะ เพราะผมไม่มีเงิน (ร้องไห้) เขาไปส่งผม เขาก็เข็นผมไปห้องฉุกเฉิน ให้ผมนอนประมาณ 3-4 ชม. ไม่มีใครมาสนใจผมเลย ผมพยายามบอกพยาบาลว่าผมเจ็บ แต่ไม่มีใครสนใจผม จนผ่านไป 4 ชม. เขาก้พาผมไปฉีดยาเข็มนึง อาการก็เหมือนทุเลาขึ้นนิดหน่อย เขาก็พาผมไปห้องเอกซเรย์ แล้วก็โดนคนในห้องเอกซเรย์ว่าให้ผมขยับตัวจากเตียงไปเอกซเรย์ แต่ผมบอกว่าผมไม่สามารถทำได้เพราะผมเจ็บหลัง เขาบอกว่าเป็นง่อยเหรอ (ร้องไห้) ผมสาบานให้ตายเลยครับ เขาก็เลยไปเรียกบุรุษพยาบาลมา บุรุษพยาบาลผู้ชายพูดดีมากบอกว่าให้ผมไม่ต้องรีบ ค่อยๆ ไป เขาบอกให้ช่วยตัวเองหน่อย ทั้งตัวใหญ่ทั้งสูง ผมก็ทนความเจ็บปวด เดินไปร้องไห้ไป เขาบอกว่าไม่เป็นอะไร แต่ผมจะไม่เป็นอะไรได้ยังไง ผมปวดจะขาดใจแล้ว (ร้องไห้) เขาก็ให้ผมรับยากลับบ้าน เผื่อกินยาแล้วทุเลาลง หมอฉีดยาให้เข็มนึง พอกลับมาถึงห้องประมาณสามทุ่ม ประมาณตีสามกว่าจะเช้าวันที่ 17 ผมก็ปวดอีก ก็โทรหารถมูลนิธิอีก เขาก็พาไปรพ.เดิม ผมบอกว่าผมไม่เอาแล้วรพ.นี้ เขาก็พาไปรพ.เดิม พอมาถึงเขาก็เหมือนเดิม ทิ้งผมไว้อีก มาถึงก็มาตรวจน้ำตาล ตรวจเลือดผม ผมก็บอกหมอตรงๆ ว่าผมเป็นเบาหวาน ความดัน แต่ผมมาเพราะผมปวดหลัง เขาบอกน้ำตาลในเลือดขึ้นสูง ผมก็ไม่ได้มารักษาเบาหวาน มันเกี่ยวอะไรกับเจ็บหลัง เขามาเจาะเลือดผมสองเข็มซ้ายขวา ก็คิดว่าเขาให้นอนรพ. แล้ว ทำไปทำมา เดินมาหาผม เขาบอกว่าให้คนไข้กลับบ้านนะ คนไข้ไม่มีสิทธิ์รักษาที่รพ.นี้ (ร้องไห้) เพราะสิทธิ์ที่นี่มันเต็ม อีกอย่างบุคลากรเขาน้อย ผมก็ยกมือไหว้ บอกว่าผมยังเจ็บอยู่"

เขาได้ให้ยาแก้ปวดอะไรมั้ย?
ชีพ : "เขาให้เพิ่มครับ แต่ผมยกมือไหว้ว่าขอให้ผมอยู่รพ.ได้มั้ยคืนนึงหรือสองคืนก่อน เพราะผมไม่อยากกลับมาอีก"

คุณก็ไม่มีตังค์ แล้วทำไมไม่ย้ายสิทธิ์มาอยู่กรุงเทพฯ
ชีพ : "ผมบอกตรงๆ เลยว่าผมไม่นึกว่าจะมาถึงจุดนี้ ผมไม่คิดว่าผมจะเจ็บขนาดนี้ ถ้าผมรู้ว่าจะเจ็บขนาดนี้ผมทำแล้วครับ (ร้องไห้) ผมก็ไม่อยากเจ็บหรอกครับ ผมอยากทำงาน ผมมีภาระหลายอย่าง ตอนนี้ผมโดนโลกโซเชียลถล่มหมดแล้ว หาว่าผมเป็นคนลวงโลก (ร้องไห้) ต้มตุ๋น ผมไม่มีจิตใจทำแบบนั้นเลย ผมไม่เคยหลอกเงินใครสักบาทนึง"

แฟนคุณไลฟ์สดแล้วขอเงินหน้าเฟซบุ๊กคืออะไร?
ชีพ : "ผมก็ถามแฟนแล้วว่าคิดดีหรือเปล่าที่จะขอบริจาคเพราะเขาก็ออกจากงาน เงินก็ไม่มี ที่ขอบริจาคก็แค่ขอบริจาคให้หายแค่นั้นเอง แล้วก็บอกนักข่าวว่าถ้าเงินบริจาคเหลือ ผมจะเอาไปบริจาคต่อให้คนอื่นเขา(ร้องไห้) ผมก็ไม่รู้ว่าผมจะหายเมื่อไหร่ ขนาดหมอยังไม่รู้ว่าผมจะหายเมื่อไหร่"

ได้บริจาคมาเท่าไหร่?
โย : "ได้มา 4 พัน"

จ่ายค่ารพ.หรือยัง?
โย : "ติดค้างอยู่ 400 กว่าบาท"

ทำไมคุณเปิดรับบริจาค?
โย : "เนื่องจากอยากทราบจากปากหมอว่าผลเอกซเรย์ที่ออกมาไม่มีสิ่งผิดปกติได้ยังไง หมอไม่ได้วินิจฉัยให้เลยว่าแฟนหนูเป็นโรคอะไร หนูก็ไม่ทราบว่าค่าใช้จ่ายในการรักษาเท่าไหร่ ไม่สามารถสรุปได้ว่าจำนวนเงินมากน้อยแค่ไหน ที่รับบริจาคเราคิดดีแล้วว่าเราจะทำยังไง เพื่อหาเงินเอาไว้เป็นค่าเดินทางไปหาหมอ พบหมอกระดูกตามที่เฟซบุ๊กแนะนำว่าให้ไปหาหมอภูมิปัญญาชาวบ้าน หมอกระดูกจับเส้นอะไรด้วย"

คุณเชื่อเหรอ?
โย : "ก็ต้องเชื่อค่ะพี่ ก็มันไม่หายสักที มีหลายคนแนะนำมาว่าต้องรักษาอาการปวดหลังให้หายก่อน จะได้ไม่ขาดรายได้ เราไม่ทราบว่าอาการที่แท้ทรูคืออาการอะไร"

คุณคิดตั้งตัวรวยจากเงินบริจาค?
โย : "ไม่ได้คิดจะตั้งตัวรวยค่ะ ญาติๆ จากภูเก็ตก็ยื่นมือมาช่วยเหลือ แต่เคารพการตัดสินใจของผู้ป่วย เขาเคลื่อนย้ายตัวไม่ได้ ก็กลัวจะทรุดหนักไปมากกว่านี้ สภาพจิตใจเขามันทรมานมากกับการต้องเคลื่อนย้ายไปรักษา เหมือนไม่พร้อมกลับบ้าน ขอรักษาที่กรุงเทพฯ ก่อน อย่างน้อยมีผู้ใจบุญยื่นมือมาช่วยในหลายๆ ทาง"

ญาติคุณที่ภูเก็ตบอกให้กลับไปโน่น?
โย : "ใช่ค่ะ ให้กลับไปใช้สิทธิ์ที่โน่น แต่แฟนเขาไม่อยากเคลื่อนย้ายตัวเพราะยังเจ็บอยู่ค่ะ มันก็ย้ายลำบาก มันทุลักทุเล"

มีคนช่วยบริจาค 4 พัน บางคนบอกว่าจะเป็นขอทาน?
โย : "ไม่ได้อยากเป็นขอทานนะคะ คนที่ใช้คำว่าขอทานนี่ดูหมิ่นกันมากเลยค่ะ ทำร้ายน้ำใจกันมาก ถ้าเราไม่จำเป็นเราไม่ทำแบบนี้หรอกค่ะ (เสียงสั่นเครือ) เนื่องจากญาติๆ ถ้าโอนค่าใช้จ่ายมาให้สักหน่อยนึง เราคงไม่ต้องเปิดเฟซบริจาคแบบนี้หรอกค่ะ ที่เรารับบริจาคเป็นค่าใช้จ่ายในการประทังชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ ไหนจะต้องซื้อข้าว ซื้อน้ำ ซื้อยา ซื้ออาหารที่เป็นประโยชน์ให้ผู้ป่วยทาน ค่ารถเดินทางมาหาหมอบ้าง"

ค่าใช้จ่ายที่คุณต้องคอยดูแลเขา ที่ผ่านมาไม่มีเงินเก็บเลยเหรอ?
โย : "ไม่มีเลยค่ะ ที่คนเขาไปขุดรูปว่าเรามีเงินเป็นแสน เป็นก้อน เป็นเงินจากน้ำพักน้ำแรงที่เราเก็บมา และช่วงจังหวะนั้นเราก็ใช้ซื้อของที่จำเป็น อย่างรถยนต์เราก็ใช้เงินก้อนนั้นออกมา ค่างวดรถ ค่ามอเตอร์ไซค์ตอนเราช็อต เราก็ติดเขาไว้ เราก็ทยอยเคลียร์ เงินที่เหลือใช้เราก็ใช้ซื้อพัดลม ทีวี เตียงนอนเบาะลมค่ะ แล้วพวกหม้อหุงข้าว เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ที่มีไม่ครบในห้องค่ะ เงินก็ต้องหมดแล้วค่ะ ชีวิตคนเราก็มีขึ้นมีลงใช่มั้ยคะ ใครจะคิดล่ะคะว่าชีวิตจะต้องล้มป่วยหนักขนาดนี้ เราอาจคิดผิดที่ไม่เก็บเงินไว้ แต่เราคิดว่าตราบใดที่เราไม่ล้มป่วย เราก็ยังหาเงินได้"

ทำไมไม่เอารถไปตึ๊ง?
โย : "กำลังคิดจะเอารถไปตึ๊งอยู่ แต่มีคนหวังดีเตือนสติเราว่าให้เราคิดให้ดีๆ กว่ารถจะหามาได้ เราต้องใช้เงินซื้อเยอะ แต่ตอนนี้ถึงไม่อยากขายก็ต้องขาย เพราะรถคันนี้นำพาโชคลาภมาให้ ตอนเรามีรถ รถคันนี้ก็ถูกหวย เราก็พาเงินไปทำบุญ ซื้อของให้คนยากคนจน ไม่ได้อวดรวยอย่างเดียว"

ทำไมไม่เอารถไปช่วยเหลือตัวเองก่อนรับบริจาค?
โย : "ต้องคุยกับคนที่เขาสนใจจะซื้อรถเราจริงๆ ตอนนั้นหนูไม่มีเวลาคุยกับใคร หนูต้องดูแลแฟนมาก เอาเวลาทุ่มเทกับการดูแลแฟน ได้แต่พูดกับเพื่อนๆ ของแฟนในเฟซว่าหนูจะประกาศขายรถ เขาก็บอกว่าเขาจะช่วย เราก็รอคำตอบอยู่ค่ะ รอเขาติดต่อมาว่าพร้อมจะซื้อ ระหว่างนั้นก็เงียบไป ไม่มีคำตอบกลับมา"

ชาวเน็ตถามว่าคุณจะขอทานอีกนานมั้ย?
โย : "เราไม่ได้ขอทานนะคะ หนูพูดตรงๆ ว่าปิดบัญชีแล้วค่ะ เนื่องจากเป็นประเด็นดราม่าแบบนี้ เราก็ทนไม่ไหวเหมือนกันค่ะ ไม่เป็นไรค่ะเงินที่ได้มา 4 พันหนูจะเก็บเป็นค่าใช้จ่ายที่สำคัญในชีวิต ใช้รักษาแฟนหนูไปตลอด ไม่รู้ว่าวันข้างหน้าจะมีค่าใช้จ่ายอะไรอีก แต่ 4 พันที่พวกคุณบริจาคมาต้องขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีนะคะ ใครไม่ช่วยก็อยู่เฉยๆ ก็ได้ ไม่ต้องมาแขวะ มาโพสต์ด่า"

รู้สึกยังไงที่เป็นประเด็นดราม่า?
โย : "(ร้องไห้) ไม่ได้อยากเป็นกระแสนะคะ ที่ไลฟ์สดด่ารพ. เราก็ไม่ได้อยากดัง เราแค่อยากให้คนในเฟซเขาเห็น เราไม่คิดว่าจะเป็นข่าวขนาดนี้ คิดว่าคนในเฟซเห็นแล้วแค่คอมเมนต์ให้กำลังใจ จริงๆ เราไม่ได้ด่าอยากให้รพ.ดังหรอกค่ะ เราด่าด้วยความโมโห เราหวังพึ่งหมอ แต่หมอมาไล่แฟนเรา ก็ทำไปลืมคิดว่ากระแสโซเชียลเยอะ หนูไม่พึงพอใจหมอทำไมต้องไล่แฟนหนูกลับบ้าน แล้วบอกว่าจะฉีดยาให้ก็ไม่ฉีดให้ จะมีทีมเข็นรถให้มาส่งแท็กซี่ แต่ก็ไม่มีใครมาดูแล แล้วไม่มีใครเข้ามาถามว่าจะกลับบ้านหรือเปล่าจะช่วยยก"

ไม่กลัวรพ.ฟ้องเหรอ?
โย : "จะฟ้องก็ฟ้องเลยค่ะ หนูยินดีสู้ค่ะ จะฟ้องหนูข้อหาอะไรคะ ฟ้องข้อหาว่าปัดการรักษาผู้ป่วยเหรอคะ เขาไล่ผู้ป่วยกลับบ้านทั้งที่ยังเจ็บอยู่ เข้าใจว่าบุคลากรไม่พอ ขอความอนุเคราะห์ก็แล้วว่าเนื่องจากเจ็บหลังมาก เขาช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ถ้าเกิดอะไรขึ้นระหว่างทางใครจะรับผิดชอบได้ แล้วหนูกับลูกจะทำยังไงถ้าเสียเขาไป (ร้องไห้) หนูแค่เรียกร้องให้หมอดูแลเขาต่อ เป็นลูกของเขากับแฟนเก่าค่ะ"

รพ.บอกรักษาเต็มที่แล้ว?
โย : "หนูก็เข้าใจเรื่องที่เขาชี้แจง แต่ติดใจประเด็นว่าเขาเขียนว่าทางรพ. ขอยืนยันว่าไม่ได้เรียกเก็บค่ายา ค่าทำบัตร ค่าเสียหายนอกกับผู้ป่วยทั้งสิ้น หนูอาจใช้คำพูดผิดทำให้ตีประเด็นว่าถึงขั้นจะให้รพ.บริจาคด้วย ที่มีคนมาโจมตีด่าหนู"

คนบอกว่าคุณเอาแต่ด่า แต่ไม่ช่วยเหลือตัวเอง?
โย : "ไม่ได้ไม่ช่วยตัวเองนะคะ ที่บอกว่าจะขายรถก็รอคำตอบอยู่ค่ะ เราก็อยากช่วยเหลือตัวเอง แต่ถามหน่อย พื้นฐานหนูไม่มีเงินติดตัว ไม่มีเงินเก็บ ระหว่างรอคำตอบ เราก็หาเงินด้วยการเปิดเฟซบริจาค ขอแค่ใครมีน้ำใจช่วยเหลือผู้ป่วยด้วยกัน คนที่เขาสงสารแฟนหนู บริจาคมา หนูก็ยินดี"

ตอนนี้ปิดรับบริจาค?
โย : "ปิดรับบริจาคค่ะ ทนกระแสโจมตีไม่ไหว 4 พันนี้จะเก็บไว้ค่ะ"




กำลังโหลดความคิดเห็น...