xs
xsm
sm
md
lg

"พีช" เผยอักษรย่อพ่อมีเมียน้อย ขอไม่พูด แต่คนเราต้องอยู่กับความจริง!

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“พีช พชร” ไม่ช็อกพ่อแม่แยกทาง รับรู้ปัญหามานานแล้ว แต่ไม่ขอลงรายละเอียด วอนเข้าใจเป็นเรื่องภายในครอบครัว ขอพื้นที่ส่วนตัว โตแล้วยอมรับความจริงได้ โกหกตัวเองแล้วได้อะไร เปิดใจไม่สนเรื่องคนแฉพ่อมีมือที่สาม ลั่นเลือกไม่ได้ รักก็ล่ม พ่อแม่ก็แยกทางกัน ดันธุรกิจเฟรนช์ฟรายส์ทำยอดทะลุเป้าเกิน 100 ล้าน เรื่องราวดีๆ ในเรื่องร้ายๆ

หลังจากเลิกรากับแฟนสาว จนทำให้เสียการทรงตัวไปพอสมควร ก็ยังไม่วายมีเรื่องครอบครัวเข้ามาอีกสำหรับหนุ่ม "พีช พชร จิราธิวัฒน์" ที่ล่าสุดมีข่าวออกมา ว่าคุณพ่อกับคุณแม่ของเจ้าตัวนั้น ได้ตัดสินแยกทางกัน แถมสาเหตุเกิดจากมือที่สามอีกด้วย วันนี้ได้มีโอกาสเจอหนุ่มพีช มาร่วมงาน “ปิยมหาราชานุสรณ์ 2562” ณ สมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ หลังจากที่บินไปอังกฤษมาเกือบเดือน ก็เลยได้ขอถามถึงสาเหตุการแยกทางของคุณพ่อคุณแม่ว่าเป็นจริงตามข่าวลือหรือเปล่า

"ไปอังกฤษมาครับ อย่าเรียกว่าไปเที่ยวเลย ไปทำงานมาหนึ่งอาทิตย์ และอยู่กับน้องต่ออีกหนึ่งอาทิตย์ ทำงานหนักมาก ผมทำงานเทศกาลดนตรีที่ต่างประเทศด้วย เป็นเพื่อนที่รู้จักเขียนบทซีรีส์แล้วก็ทำเป็นธีมที่อินสปายมาจากซีรีส์ ผลตอบรับก็ดีครับ นี่เป็นครั้งแรก ก็แฮปปี้ดี แฮปปี้มาก แล้วก็ตื่นเต้นๆ เพราะงานเฟสติวัลมันหลายอย่าง เรื่องอากาศ ถ้าฝนตกวันงานต้องทำยังไง แต่สุดท้ายก็ไปได้ด้วยดี"

"เป็นช่วงที่อังกฤษแดดออกในช่วงงานพอดี เราก็เลยแฮปปี้ ก็ถือเป็นอีกอย่างหนึ่งที่ไม่เคยทำ สนุกดีครับ ถามว่ามีแพลนจะจัดในไทยไหม จริงๆ มีการคุยและแพลนเอาไว้ ก็ต้องดูงานเฟสติวัลในเมืองไทย ว่าจะทำอะไรได้บ้าง ที่ทำที่โน่นมันก็ไม่ง่ายเลย ค่อนข้างยาก เพราะมันจะมีเรื่องกฎหมายมาค่อนข้างเยอะ และความปลอดภัยเขาก็ซีเรียสมาก ที่อังกฤษเขาต้องมานั่งคุยกับหน่วยงานเคลียร์ระเบิด เคลียร์ยาเสพติด ก็เป็นอีกแบบหนึ่งที่ได้ทำงาน ก็ถือว่าประสบความสําเร็จครับ"

เผยทราบเรื่องเตียงหักของคุณพ่อคุณแม่มาสักพักแล้ว แต่ขอไม่พูดเพราะเป็นเรื่องภายในครอบครัว
"ผมทราบมาสักพักแล้ว ไม่มีอะไรครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัวในครอบครัว ผมขออนุญาตไม่พูดแล้วกัน มีพื้นที่ส่วนตัวกันบ้างก็ดี เรื่องส่วนตัวเราก็ไม่อยากพูดเรื่องครอบครัวในพื้นที่ที่เป็นส่วนรวม"

ได้เห็นข่าวที่มีคนออกมาแฉ แต่ไม่ได้สนใจ บอกโตแล้วชิลๆ มีให้กำลังใจตามประสาลูก ความรู้สึกต่อพ่อแม่ยังเหมือนเดิม ทุกวันนี้อยู่กับพ่อแต่ก็เจอแม่เกือบทุกวัน
"เห็นแต่ไม่ได้สนใจ ไม่ได้มีผลกระทบอะไร มันก็ผ่านมาระยะหนึ่งแล้ว เราก็ชิลๆ โตๆ กันแล้ว ถามว่าให้กำลังใจท่านยังไง ให้อยู่แล้วครับ เป็นหน้าที่เรา ด้วยความที่เราโตแล้ว เราเข้าใจว่าไม่ใช่ว่าตามใจเราแล้วจะได้ทุกอย่าง ถ้าเกิดว่าไม่ได้เวิร์กเหมือนเดิม ความรู้สึกในฐานะลูกก็ปกติครับ กับแม่ก็อยู่ด้วยกัน เจอกัน หลักๆ ผมอยู่กับพ่อ แต่ก็เจอแม่เกือบทุกวัน"

เรื่องส่วนตัวและเรื่องครอบครัวมีปัญหาเข้ามาพร้อมกัน เป็นอะไรที่เลือกไม่ได้ ก็สนุกไปอีกแบบ ต้องยอมรับความจริง ตอนนี้ทุกคนในครอบครัวแฮปปี้โอเคดี
"เราเลือกไม่ได้ครับ ก็เป็นชาเลนจ์ชีวิตที่สนุกอีกแบบหนึ่ง คือส่วนตัวผมรู้สึกว่าปัญหาก็ไม่ได้ต่อกัน เรารู้มาสักระยะหนึ่งและจัดการได้ดีเลยไม่ได้รู้สึกอะไร โกหกตัวเองแล้วได้อะไร คนเรามีปัญหาก็ยอมรับความจริง ยอมรับปัญหาและแก้ไขปัญหาถึงจะใช่ ตอนนี้ทุกคนในครอบครัวก็แฮปปี้ดี ทุกคนก็โอเค"

ไม่ขอตอบเรื่องประเด็นอักษรย่อ และประเด็นมือที่สาม
"มันเป็นเรื่องครอบครัว ผมขอไม่พูดจริงๆ ขอร้อง...นะ คนเราต้องอยู่กับความเป็นจริง แม่ผมก็มางาน ก็แฮปปี้ดี"

ยังเป็นส่วนหนึ่ง และคงอยู่ในเซ็นทรัล ไม่ได้ย้ายออก ขอบคุณคนเป็นห่วง ในเรื่องส่วนตัว
"ผมยังอยู่คงครับ ยังคงเป็นส่วนหนึ่งอยู่ครับ สำหรับกำลังใจดีๆ ก็ต้องขอบคุณแหละ ก็ดีใจที่หลายๆ คนเป็นห่วง เรื่องที่เป็นเรื่องส่วนตัว"

เผยรับทราบปัญหาต่างๆ ในครอบครัวมาตลอด
"ต้องทราบสิครับ ถ้าไม่ทราบคือผมเป็นลูกที่ไม่ดีเลยนะ ก็ต้องรู้แหละ รู้มาสักระยะหนึ่งแล้ว ไม่ใช่ว่าข่าวออกวันนั้นเรื่องเกิดวันนั้นเลย ไม่เรียกว่ามีเวลาทำใจ ผมว่ารู้เร็วหรือรู้ช้าก็ไม่ต่างกัน อยู่กับการแก้ปัญหาร่วมกันแบบนี้ไป"

ในฐานะลูกก็คุยทั้งพ่อและแม่ ไม่ได้คุยกับใครมากกว่า ไม่รู้สึกว่ามีอะไรเปลี่ยน เพราะปกติก็กับบ้านดึก ตื่นมาก็ไม่เจอใครอยู่แล้ว
ผมคุยกับทุกคนเลย ไม่ใช่ใครคนใดคนหนึ่งมากกว่า ไม่ได้รู้สึกแปลกอะไรที่เวลาอยู่บ้านแล้วแม่ไม่อยู่ เพราะผมไม่ค่อยได้อยู่บ้านอยู่แล้ว เลยไม่ได้รู้สึกว่ามีอะไรแปลกไปจากเดิม ผมกลับบ้านดึกก็ไม่เจอใคร ตื่นมาก็ไม่มีใครอยู่บ้านแล้ว ชินกับแบบนี้แล้วครับ"

ด้านธุรกิจร้านเฟรนช์ฟรายส์ตอนนี้จัดการเรื่องคิวดีขึ้นเรื่อยๆ มีการแยกคิวซื้อที่ร้านกับเดลิเวอรี่แล้ว ยอดขายทะลุ 100 ล้าน
"ตอนนี้ก็ค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ ค่อยๆ แก้ ตอนนี้เริ่มมีคิวสำหรับส่งดิลิเวอรี่แล้ว พยายามทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น ยอดขายครึ่งปีหลังทะลุเป้าที่วางไว้แล้วครับ ขอไม่บอกตัวเลขนะ แต่เกิน 100 ล้านแล้ว ส่วนเรื่องขยายสาขาก็คิดไว้อยู่แล้ว อยากมี 200-300 ที่ แต่ยังไม่ได้วางไว้ว่าจะใช้เวลากี่ปี หลายคนมองว่าธุรกิจแบบนี้มาเร็วไปเร็ว แต่สำหรับผมว่าไม่เร็วนะ เราอยู่มา 3 ปีแล้วนะ มี 40 สาขา เกินความคาดหมายทุกอย่างมาตั้งแต่ปีที่แล้วแล้วครับ ตอนนี้เราก็ขยายสาขาเรื่อยๆ ตามแพลน คือเราไม่สามารถขยายตามคำเรียกร้องได้ ปีนี้ตั้งเป้าไว้ 45 สาขาครับ ปีหน้าอาจจะเป็น 75 สาขา ค่อยๆ ทำ (ในเรื่องร้ายก็ยังมีเรื่องดี?) ถือเป็นเรื่องดีๆ ครับ ผมเชื่อว่าทุกเรื่องมีเรื่องที่ดีหมดครับ"

ฝากขอโทษลูกค้า หากต่อคิวนาน วอนเข้าใจอยากให้ได้กินแบบร้อนๆ ขำๆ ช่วงนี้ตัวเองก็ไม่ค่อยได้กิน เพราะต้องต่อแถวเหมือนกัน เลยต้องมาทำกินที่ออฟฟิศแทน
"ขอโทษคนที่ยืนต่อแถวจริงๆ เราไม่ได้คาดการณ์ไว้ว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้ ไม่ได้เตรียมตัวว่าจะมีเรื่องแบบนี้ เราไม่อยากทอดทิ้งไว้แล้วให้คนมานั่งกินแบบเย็นๆ ต้องรอนิดหนึ่ง ขอโทษจริงๆ ของทอดก็ต้องใช้เวลาครับ ไม่ใช่ปุ๊บปั๊บเสกเอาได้เลย ขนาดผมไปกินยังต้องต่อคิวเลยครับ ถ้าสั่งแกร๊บก็จะได้กินตอนเย็นเลยครับ ช่วงนี้ก็เลยไม่กินเลย(หัวเราะ)รอ แล้วก็ทำกินที่ออฟฟิศ มีเตาที่ออฟฟิศเรียบร้อย มีแพลนจะทำธุรกิจอีกสัก 2-3 อย่างครับ"






กำลังโหลดความคิดเห็น...