xs
xsm
sm
md
lg

ดูดดื่มแต่งเมีย "บอย" น้ำตาจะไหล เจ้าสาวยกเป็นผู้ชายที่ดีที่สุดในโลก เช็กสเปิร์ม เลิกลั้ลลา

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


"บอย พิษณุ" ฉลองมงคลสมรสชื่นมื่น เผยไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้จะมีเมียฝรั่ง ภาษาอังกฤษโคตรแย่ ฟุ้งมีเมียแล้วทุกอย่างเปลี่ยนไปเลิกเป็นผู้ชายลั้ลลา อยากกลับบ้านไปหาเมีย เช็กสเปิร์มแล้ว ลุยปั๊มทายาททันที อยากเสกให้ท้องตั้งแต่วันนี้แต่ทำไม่ได้ ต้องปล่อยไปตามธรรมชาติ น้ำตาจะไหล เจ้าสาวหยอดเป็นผู้ชายที่ดีที่สุดในโลก

หลังจากที่เข้าพิธีวิวาห์ที่โบสถ์ Lund Cathedral เมือง Lund ประเทศสวีเดน ในบรรยากาศอบอุ่น เรียบง่าย เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 2562 ล่าสุดเมื่อเวลา 14.00 น. วันนี้ (28 ก.ย.) นักแสดงหนุ่ม "บอย พิษณุ นิ่มสกุล" จูงมือภรรยา "อาแมนด้า" จัดพิธีฉลองมงคลสมรส ณ สเปกทรัม เลาจน์ แอน บาร์ ชั้น 29 โรงแรม Hyatt Regency สุขุมวิท 13 พร้อมเปิดใจว่า การจัดงานวิวาห์ครั้งนี้เพื่อให้เพื่อนๆ และญาติผู้ใหญ่ ก่อนเปิดใจโมเมนต์แต่งงานที่สวีเดน ตื้นตันจนบ่อน้ำตาแตก

บอย : "จริงๆ เราจัดที่สวีเดนไปแล้วหนึ่งครั้ง ครั้งนี้เหมือนจัดให้กับสังคมเราเนอะ ในกลุ่มเรา เพื่อนๆ คนรู้จัก ญาติผู้ใหญ่ และให้พี่ๆ สื่อมวลชนด้วยครับ ทั้งเขาและผมก็ยังตื่นเต้นอยู่ครับ เพราะเป็นครั้งแรกที่ได้ออกสื่อด้วยกัน และต้องมานั่งสัมภาษณ์อะไรแบบนี้ ถามว่าตอนแรกตื่นเต้นไหม ไม่ตื่นเต้นนะ แต่ตอนนี้ก็เริ่มตื่นเต้นแล้ว เพราะใกล้เวลาเข้ามาแล้ว"

เผยโมเมนต์แต่งงานที่สวีเดน เรียบง่าย และแปลกประหลาดที่สุด น้ำตาไหลเห็นเจ้าสาวเดินเข้ามาในโบสถ์
บอย : "เรียบง่ายเพราะส่วนใหญ่จะเป็นครอบครัวของอาแมนด้าที่สวีเดน ซึ่งมีครอบครัวของผมและเพื่อนๆ ไปนิดหน่อย บรรยากาศก็จะอบอุ่นเป็นกันเอง งานก็จะเป็นแบบซิทดินเนอร์ ถึงเวลาก็จะมีพูดความรู้สึกของแต่ละคน ของคุณพ่อคุณแม่เขา ของผม ของแม่ผม หรือของญาติๆ ก็จะเป็นบรรยากาศอบอุ่นแบบง่ายๆ จากนั้นก็เข้าโบสถ์กันครับ"

"โมเมนต์นั้นผมต้องยอมรับว่าเป็นโมเมนต์ที่แปลกประหลาดที่สุดในชีวิตของผมพอสมควร ไม่คิดเหมือนกันว่าวันหนึ่งเราจะได้แต่งงานและมีใครอีกคนหนึ่งเข้ามาเป็นคู่ชีวิต ตอนสวมแหวนและยิ่งอยู่ในโบสถ์ด้วยทำให้รู้สึกว่าทุกอย่างมันเงียบเนอะ และอยู่ในพิธีที่ค่อนข้างจะศักดิ์สิทธิ์ ก็รู้สึกตื้นตันเหมือนกันครับตอนที่สวมแหวน โมเมนต์นั้นก็น้ำตาไหล (หัวเราะ) คือน้ำตาไหลตอนที่เขาเดินเข้ามา"

เคยดูแต่ในหนัง ไม่คิดว่าวันหนึ่งจะมีเมียต่างชาติ ภาษาอังกฤษก็โคตรแย่
บอย : "คือมันเป็นคำพูดที่เหมือนจะถามว่าเราจะรับเขาเข้ามาในชีวิตเราไหม เราเคยดูแต่ในหนังเนอะ ไม่คิดว่าวันหนึ่งคนอย่างผมจะมีภรรยาเป็นต่างชาติ เพราะภาษาอังกฤษผมโคตรแย่เลย แต่พอมาถึงวันนี้มันเป็นจริงเนอะ เราดูแต่ในหนังที่เขาอยู่ในพิธีแต่งงานในโบสถ์ แต่พอถึงวันหนึ่งที่เป็นของเรา เราก็รู้สึกว่ามันแปลกๆ นิดหนึ่ง แต่ก็ประทับใจครับ"

อาแมนด้า : "รู้สึกดีมากค่ะ ที่มีโอกาสได้กลับไปแต่งงานที่บ้านเกิด"

ใช้ชีวิตด้วยกันในฐานะสามีภรรยามา 3-4 เดือนแล้ว เลิกสนุกลั้ลลาเกินไป
บอย : "ก็ดีนะครับ จริงๆ แล้วผมก็ว่าการเป็นสามีภรรยามันก็ดี เราก็ต้องห่วงคนที่อยู่ข้างกายเรามากขึ้น แล้วอะไรที่เรารู้สึกสนุกสนานลั้ลลาเกินไป ก็หายไป แล้วก็ไม่ได้มีความต้องการหรือว่าอะไร แต่จริงๆ เป็นคนชอบอยู่บ้านอยู่แล้วด้วย เป็นคนชอบกลับบ้านอยู่แล้ว ไม่ชอบไปลั้ลลาที่ไหน เสร็จงานก็กลับบ้าน ใช้ชีวิตกันปกติ ทำกับข้าวทานกัน ตื่นเช้าเราก็ไปทำงาน เขาก็อยู่บ้าน"

"ถามว่ามันเปลี่ยนไปไหม ก็เปลี่ยนนิดหนึ่งนะ แต่ผมไม่รู้ว่าที่มันเปลี่ยน มันเปลี่ยนเพราะว่าเราแต่งงานกัน หรือว่าเปลี่ยนเพราะผมอายุ 40 เพราะผมก็มีความรู้สึกว่าวัย 30 กับวัย 40 เราเคยผ่านมา มันก็โคตรแตกต่างเลย ความรู้สึกถึงคิดทุกอย่างมันก็เปลี่ยนไป ยิ่งวันที่มีครอบครัวมันอาจจะถึงเวลาแล้ว ก็ถือว่าเป็นชีวิตแต่งงาน 3-4 เดือนที่มีความสุขดี ตอนนี้เขาก็บินไปบินมาไปหาครอบครัวเขานะครับ แต่หลักๆ จะอยู่เมืองไทยครับ"

แฮปปี้ชีวิตคู่ เผยขำๆ คุยกับเมียไม่รู้เรื่องก็เดินหนี
บอย : "มันแตกต่างพอสมควรเลย ก็คือเป็นแฟนเราจะดูแลกันมากหน่อย พอเป็นสามีภรรยาเราก็ดูแลกันน้อยลง (หัวเราะ) พูดเล่น ไม่แตกต่างนะ เพราะยังไงถ้าเรายังเหมือนเดิมอยู่ ความรู้สึกมันก็ยังเหมือนเดิม ที่แบบไม่ต้องไปปรุงแต่งอะไรมันมาก ให้เป็นไปตามธรรมชาติ แต่ก็จะมีปัญหาเรื่องงานพูดคุยกันหน่อยหนึ่ง อย่างที่บอกผมก็ไม่ได้เก่งภาษาอังกฤษมาก แต่ก็เข้าใจเขาค่อนข้างเยอะพอสมควร ถ้าไม่งั้นก็จะไม่แต่งงานกับเขา แต่ก็มีบางโมเมนต์ที่แบบว่าอยากอธิบายมากเลย มันติดตรงปาก แต่มันอธิบายไม่ได้ มันจะทำยังไงดี เดินหนีแล้วกัน(หัวเราะ)"

"เวลาทะเลาะก็นี่แหละ ก็จะเป็นการอธิบาย ใช้เหตุผลมากกว่า เขาเป็นคนค่อนข้างมีเหตุผลเยอะมาก เยอะจนบางทีเราก็งง (หัวเราะ) ภาษาเป็นอุปสรรคไม่เยอะ เป็นส่วนหนึ่งเล็กๆ เท่านั้นเอง ที่เราจะแบบติดเรื่องของการอธิบายเท่านั้นเอง ก็ไปเข้าคอร์สเรียนอยู่"

อาแมนด้า : "ตอนนี้ฉันกำลังเรียนรู้ภาษาไทยเพื่อที่จะพูดภาษาไทย และฉันก็กำลังเรียนรู้ที่จะอ่านและเขียนภาษาไทยด้วย"

เลือกคนนี้เพราะรักครอบครัว รักเรา รักสัตว์ จิตใจดี
บอย : "เหตุผลหลักๆ เลยคือเขาเป็นคนรักครอบครัว เขาให้ความสำคัญกับสถาบันครอบครัวค่อนข้างเยอะพอสมควร เขารักเรา รักครอบครัวเรา เขาเป็นคนรักสัตว์ ค่อนข้างมีจิตใจดี ที่สำคัญเขาเป็นคนค่อนข้างมีเหตุผล หลายครั้งที่เรามีปัญหากัน พอเราตัดสินใจที่จะคุยกันว่าปัญหาเกิดจากอะไร มันคือการใช้เหตุผลคุยกันมากกว่าใช้ความรู้สึกตัดสิน ส่วนใหญ่คนเราจะใช้อารมณ์ตัดสินปัญหาแล้วมันไม่เคลียร์ สุดท้ายปัญหานั้นก็จะกลับมาในชีวิตอีก ถ้าเราทะลาะกันโดยไร้เหตุผล อาแมนด้าเขาจะเป็นคนถ้าเขาไม่พอใจหรือติดใจอะไรเขาก็จะถามก่อนจะเคลียร์ให้จบตรงนั้นเลย ไม่เก็บสะสมหรือเอามาพูดอีก จุดนี้เป็นอะไรที่เรารู้สึกว่าเคลียร์ดี น่าจะไปด้วยกันได้ดี"

อาแมนด้าบอกเป็นผู้ชายที่ดีที่สุดในโลก ให้เกียรติทุกคน
อาแมนด้า : "ใช่ค่ะ เขาเป็นคนที่จิตใจดีที่สุดในชีวิตคนหนึ่งที่ฉันเคยรู้จัก เขาเป็นคนใส่ใจคนรอบข้าง ให้เกียรติทุกคน เป็นผู้ชายที่ดีที่สุดในโลก"

บอย : "โอ๊ย น้ำตาจะไหล (หัวเราะ) เอาจริงๆ เขาก็พูดหวานๆ บ้าง แต่ไม่ได้พูดบ่อย ถ้าไม่มีใครถามก็ไม่พูด แต่ก็จะบอกเรื่อยๆ บอกเลิฟยูก่อนจะวางสายโทรศัพท์หรือก่อนจะออกจากบ้าน"

เช็กสเปิร์มแล้ว พร้อมมีลูก อยากเสกลูกตอนนี้แต่ไม่ได้ ต้องปล่อยไปตามธรรมชาติ
บอย : "เป็นอีกหนึ่งคำถามที่ผมต้องอธิบายให้เขาฟังว่าวัฒนธรรมของเราแตกต่างกัน ของเขาจะรู้สึกว่าเรื่องลูกเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ถ้าคนไทยคือความรู้สึกใส่ใจกัน ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบกันว่าจะมีลูกเมื่อไหร่ ผมก็อธิบายให้เขาฟังว่าเราใส่ใจกันนะ ถึงได้ถามสารทุกข์สุขดิบว่ามีลูกเมื่อไหร่ จริงๆ ตอนนี้ก็พยายามเลย ก่อนหน้านั้นเคยไปเช็กสเปิร์มบอกตัวเองว่ามันยังโอเคอยู่หรือเปล่า 40 แล้วนะ ได้หรือเปล่า(หัวเราะ) ก็ยังได้อยู่ ก็ลองไปเรื่อยๆ ลองธรรมชาติไปเรื่อยๆ ผมอยากเสกเข้าท้องตอนนี้เลยแต่มันไม่ได้ ก็ต้องธรรมชาติไป(หัวเราะ) ก็ใช้ชีวิตอยู่ที่ไทยครับ เขาก็บินไปบินมาครอบครัวเขาอยู่ที่โน่นด้วยปีนึงกลับสวีเดน 2-3 ครั้ง”

อยากมีลูกแค่คนเดียว แต่เมียขอ 2 คน
บอย : "จริงๆ ผมคิดว่าหนึ่ง แต่เขาบอกว่าสอง เพราะผมคิดว่าดับเบิ้ลค่าใช้จ่ายคูณสอง ตายๆ งานสามพัน ห้าพันก็ต้องรับแล้ว เขาบอก 2 คนดีกว่า เขาจะได้เป็นเพื่อนกัน ส่วนใหญ่คนสวีดิชครอบครัวหนึ่งจะมีลูกสองคนไว้ให้เป็นเพื่อนกัน ผมว่ามันก็ดี ถ้าได้สองคนก็โอเค ชายคนหญิงคน วันหนึ่งเขาโตแล้วมีอะไรไม่บอกเรา จะได้ไปแอบถามอีกคนได้"

อาแมนด้า : "ลูกชายหรือหญิงฉันโอเคหมดขอให้ลูกแข็งแรง แต่ฉันมีพี่น้องผู้หญิง 2 คน และฉันก็รักพวกเขามาก เลยคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีที่จะมีพี่น้องโตไปด้วยกัน เลยอยากมีลูกสักสองคน"

พร้อมเป็นแม่มาก
อาแมนด้า : "พร้อมค่ะ เมื่อถึงเวลาก็คิดว่าน่าจะมีลูกหนึ่งหรือสองคน"

ฮันนีมูนฮาวายมาแล้ว พยายามปั๊มลูกเรื่อยๆ ไม่อยากมีลูกเดินได้แต่ตัวเองต้องคลาน
บอย : “ไปมาแล้วครับ ไปฮาวายมา แต่ไม่ได้น้องฮาวายกลับมา น้องไฮแอท รีเจนซี่นี่ล่ะ (หัวเราะ) บอกว่าพยายามไปเรื่อยๆ ก็ต้องลองดูไป ก็พยายามอยากให้ได้เร็วที่สุดเพราะตัวผมก็ 41 แล้ว อาแมนด้าเขา 32 เขายังมีโอกาส ตอนแรกเขาแพลน 35 โอ้โห ช่วยดูลุงด้วย ตอนนั้นเราก็ 45 ตอนนั้นถ้าลูกเดิน เราคงคลานแล้ว ก็จะพยายามให้เร็วที่สุด"

"ตอนแรกที่คุยกับอาแมนด้า ผมอยากพึ่งการแพทย์เลย แต่อาแมนด้าไม่อยากกดดันตัวเอง เลยขอธรรมชาติไปก่อนสัก 3-4 เดือน ค่อยลองไปหาหมอ ช้าสุดไปหาหมอน่าจะปีหน้าครับ"












กำลังโหลดความคิดเห็น...