xs
xsm
sm
md
lg

"บีบี" ไม่กดดัน ถูกเทียบชั้นรุ่นพ่อ! เผย "พ่ออ๊อฟ" กลับมาลุยงานแล้ว อยากให้พักแต่ห้ามไม่ได้

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“บีบี” เผยอาการ “พ่ออ๊อฟ พงษ์พัฒน์” ดีขึ้นมาก ตอนนี้กลับมาเขียนบท นั่งทำงานได้ปกติแล้ว รับห้ามทำงานไม่ได้ แต่เตือนตลอดห้ามเครียดหวั่นซ้ำรอยเดิม ยังต้องทำกายภาพทุกวัน เตรียมรับหน้าที่ทำงานในเรื่อง "ลายกินรี" เต็มตัว ยอมรับโดนคนจับจ้องเยอะว่าจะทำได้เท่ารุ่นพ่อหรือไม่ ไม่กดดัน เพราะคนละคนกัน ไม่หวั่นจับ "ณเดชน์" เล่นคู่ "ญาญ่า" เน้นศักยภาพมากกว่าคู่จิ้น

พอได้เห็นอาการของผู้กำกับฝีมือขั้นเทพอย่าง “อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง” เริ่มกลับมาดีขึ้นตามลำดับก็ทำให้แฟนๆ ละครใจชื้นขึ้นมา ล่าสุดได้เจอลูกสาวคนเก่งอย่าง “บีบี เอกนรี วชิรบรรจง” ในงานพิธีประกาศเกียรติคุณเยาวชนดีเด่น และผู้ทำคุณประโยชน์ตอเยาวชนดีเด่น เนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติ ณ ห้องประชุมปรีดี พนมยงค์ ชั้น 6 อาคารเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เจ้าตัวก็เผยว่าอาการของคุณพ่อดีขึ้นมาก จนตอนนี้กลับมาทำงานได้แล้ว และตอนนี้ไม่มีอะไรน่าห่วง เพราะคุณหมอคอนเฟิร์มว่าไม่มีอะไรผิดปกติแล้ว

“ตอนนี้คุณพ่อดีขึ้นมากๆ แล้วค่ะ เริ่มทำงานเรื่องใหม่แล้ว ตอนนี้เขาก็เตรียมบทอยู่ เพราะอาทิตย์หน้าก็จะมีงานบวงสรวงละครเรื่องลายกินรี คุณพ่อก็กำลังจัดการเตรียมทุกอย่างให้พร้อมอยู่ค่ะ ก็เรียกว่าคุณพ่อกลับมาทำงานได้ปกติเลยค่ะ (หัวเราะ) เขาเร่งตัวเองมากในการที่จะกลับมาทำงาน เพราะว่าเขาเป็นคนชอบทำงาน อะไรก็หยุดเขาไม่ได้จริงๆ เราก็อยากให้เขาพักนะ แต่เขาก็ทำไม่ได้ พอมีโอกาสเขาก็จะนั่งเขียนบทของเขาไปเรื่อยๆ”

“ถามว่าครอบครัวเครียดไหมที่เห็นเขาลุกมาทำงานแล้ว ก็ไม่เครียดนะคะ เพราะว่าเขามีความสุข (หัวเราะ) เขาแฮปปี้ที่จะทำ และเขาก็ทำของเขาเอง ก็บอกเขานะว่าพ่อพักก่อนไหม เดี๋ยวไม่ไหวนะ แต่เขาบอกพ่อจะทำ คือมันเป็นความตั้งใจของเขาเอง เราก็ไปห้ามเขาไม่ได้ เราก็แค่อยากให้เขารู้ว่าเขาต้องรู้ลิมิตตัวเองนะในการที่จะทำอะไรสักอย่างหนึ่ง ไม่ใช่ว่าโหมหนักจนเป็นอีกรอบหนึ่งหรือว่าซ้ำโรคเดิมค่ะ”

“ตอนนี้คุณพ่อค่าทุกอย่างปกติมากเลยค่ะ คุณหมอก็เลยไม่ได้ห้ามอะไร นอกจากอย่าเครียดจนซ้ำรอย แต่ก็ยังกายภาพทุกวันค่ะ แต่ถ้าวันไหนติดงานทั้งวันเขาก็จะฝึกเอง เอาจริงๆ ตอนนี้คิวแน่นกว่าตอนไม่ป่วยอีก (หัวเราะ) ถ้าปกติก็จะมีพี่กายภาพมาฝึกให้ด้วยค่ะ แต่ถ้าถามว่าคุณพ่อฟื้นดีกี่เปอร์เซ็นเตอร์แล้ว เราเองไม่อยากให้เป็นเปอร์เซ็นต์ค่ะ เพราะว่าลิมิตของเราแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่ในมุมของครอบครัวถ้าเห็นเขาโอเค แฮปปี้ เราก็โอเคนะคะ เอาแค่ว่าจิตใจเขา อารมณ์เขาโอเค ทุกคนก็แฮปปี้”

เผยไม่กดดันโดนจับตามองว่ารุ่นลูกจะสู้รุ่นพ่อได้หรือไม่ แต่บอกคนละคนกัน อาจจะไม่เหมือน แต่มีความเป็นแอคอาร์ตแน่นอน
“ไม่กดดันนะคะ เพราะเราโตมากับตรงนี้ด้วย และเราค่อนข้างได้ออกงานกับคุณพ่อในระหว่างที่คุณพ่อเขายังไปๆ มาๆ ได้ เราก็เลยเหมือนคุ้นชิน แล้วก็มีพี่ๆ ทีมงานที่คุ้นเคยกันอยู่แล้วมาดูแล มาช่วยดูงาน เราก็รู้สึกไม่กดดันค่ะ ตอนนี้ก็เรียกว่าเข้ามาเต็มตัวที่กองแล้วค่ะ ก็เรียกว่าเป็นอาชีพได้เลย แต่ตอนนี้กำลังจัดแจงอยู่ค่ะว่าจะไปดูในส่วนไหนบ้าง แต่คุณแม่เขาอยากให้มาสายโปรดิวซ์ ก็ยังไม่รู้ว่าจะให้อยู่ตรงไหน ก็แล้วแต่คุณแม่เลยค่ะ เพราะเราก็ไม่มีประสบการณ์ตรงนี้ เราก็อยากให้คุณแม่ดูให้ดีกว่าว่าเราเหมาะกับตรงไหน แต่ถ้าถามความชอบจริงๆ ก็ได้หมดนะ อะไรมาก็เอาหมด เพราะมันเป็นสิ่งทีเราใหม่และเราสนุกกับมันทุกวัน อันไหนทำได้และรู้สึกสนุกก็ทำ แต่ถ้าอันไหนคิดว่ามันไม่ใช่ก็ถอยออกมา จะได้รู้ว่าเราไม่เหมาะกับตรงนี้ค่ะ”

“ก็ต้องยอมรับว่าเราเองค่อนข้างโดนจับตามองหนักพอสมควร เพราะว่าเขาก็อยากรู้ว่ารุ่นลูกจะทำได้เหมือนรุ่นพ่อหรือเปล่า แต่เราไม่กดดันนะคะ เพราะคุณพ่อเคยบอกว่าศิลปะยังไงมันก็ไม่เหมือนกัน อาร์ติสต์คนเดียวกันวาดวงกลมวงเดียวกันยังไม่เหมือนกันเลย แล้วจะเอาอะไรกับคนละคนที่มาสานต่อตรงนี้ แต่รับรองว่ามีกลิ่นแอคอาร์ตแน่นอน เพราะว่าเราเติบโตมากับแอคอาร์ต แต่จะเหมือนคุณพ่อไหมเราตอบไม่ได้ เพราะเราก็ต้องมีแนวของเรา คุณพ่อก็มีแนวของเขา มันคนละคนกันค่ะ”

“จริงๆ เรื่องกรงกรรมเราก็มาดูเต็มตัวนะคะ แต่เหมือนไปฝึกงานมากกว่า เราไปรับรู้กับการทำงานจริงๆ เพราะจากที่เมื่อก่อนไปกองถ่ายก็เพื่อไปหาคุณพ่อ ไปเที่ยวเล่น แต่กับเรื่องกรงกรรมเป็นเรื่องที่เราไปดูศึกษางานจริงๆ ว่าตรงไหนอะไรทำยังไง พอเราเริ่มรู้ลึกมากขึ้นเรื่องลายกินรีเลยเข้ามาดูเต็มตัวกว่า เพราะเราจะต้องเป็นหนึ่งในทีมงานที่ประสานกันทุกฝ่ายค่ะ”

น้อมรับกระแสทั้งคนที่อยากดูและไม่อยากดู “ณเดชน์ คูกิมิยะ” เล่นคู่ “ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์” ในเรื่องลายกินรี ลั่นมองเรื่องศักยภาพมากกว่าคู่จิ้น
“เรื่องนี้เอาจริงๆ ถ้าจะเรียกกันว่าคู่จิ้นก็แล้วแต่คนมอง แต่ทางเราไม่ได้มองว่าเป็นคู่จิ้น เพราะเราดูที่ศักยภาพนักแสดงจริงๆ และเราคิดว่าตัวละครเหมาะมาก ถ้าทุกคนได้ติดตามรูปฟิตติ้งในวันบวงสรวงอาทิตย์หน้า ทุกคนจะเห็นเลยว่าตัวละครมันมาจากตัวพวกเขาเลย เราไม่ได้มองว่าเป็นคนอื่นไปแล้ว พอเราอ่านบทเราก็มองเห็นเป็นเขา ยิ่งเห็นภาพฟิตติ้งเรารู้เลยว่าใช่ คุณแม่แคสไม่ผิด แต่แรกๆ เราก็มีแย้งบ้างนะว่าใช่เหรอ จะได้เหรอ แต่พอเห็นภาพฟิตติ้งที่เราได้ถ่าย คืออารมณ์พี่เขามาจริงๆ เราไม่ได้มองแค่ว่าหน้าตาดี แต่เขาอินเนอร์มาและเราเชื่อว่าคนนี้คือตัวละคร”

“สำหรับกระแสที่มีคนทั้งอยากเห็นพี่ๆ เขากลับมาเล่นคู่กัน หรือมีทั้งกระแสที่บางคนอาจจะมีบอกว่าเบื่อแล้วบ้าง อันนี้เราก็ไปทำอะไรไม่ได้ เพราะมันเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของแต่ละคน แต่ให้ผลงานออกมาตัดสินดีกว่าว่าคู่จิ้นที่คุณชอบนั้นเป็นแบบไหน เราคงตอบให้คุณไม่ได้ เพราะเราไม่ได้มองแบบคุณ คุณก็ไม่ได้มองแบบเรา แต่ในส่วนของเราในมุมคนทำคืออยากให้ดูรูปฟิตติ้งจริงๆ ค่ะ ถามว่าคาดหวังไหม จริงๆ เราคาดหวังไม่ได้เนอะ เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่าตอนนี้กระแสของคนดูละครเป็นแบบไหน หนังรักขายได้ไหม หนังตลกขายได้ไหม ปีหน้าหนังตลกอาจจะขายได้ ปีนี้หนังรักอาจจะขายได้ เราไม่มีทางรู้ มันเคลื่อนย้ายตลอดเวลา เราไปคาดหวังกับมันไม่ได้ แต่จะทำให้ดีที่สุดค่ะ ทำเกินที่คาดหวังค่ะ”






กำลังโหลดความคิดเห็น...