xs
xsm
sm
md
lg

กว่าจะได้เอว 25 นิ้วมันเหนื่อย! "ตั๊ก" รีดหุ่น 3 ปีลง 32 โล ขอกลับมาแซบให้แม่ภูมิใจ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


แม่ต้องภูมิใจ "ตั๊ก บงกช" เปิดใจถูกกดดันจากวงการจนลุกขึ้นมาปฏิวัติตัวเอง อีกทั้งไม่อยากให้ลูกต้องอายใครที่มีแม่อ้วนๆ รีดหุ่น 32 กิโล ภายใน 3 ปี เอวลดเหลือ 25 นิ้ว ไม่พึ่งยา ไม่ผ่าตัดกระเพาะลำไส้ ไม่ทำเรื่องเสี่ยงๆ ให้ต้องตายไปจากลูก สามีแฮปปี้หุ่นแซบ เตรียมหวนกลับมารับละคร

แฟนๆ เฝ้าติดตามการลดหุ่นของนางเอก "ตั๊ก บงกช คงมาลัย" จากที่เคยอวนมากน้ำหนักเกือบ 90 กิโล แต่หลังจากหันมาดูแลอาหารการกิน ควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย ภายใน 3 ปี ตั๊ก ได้หุ่นเช้งกระเด๊ะกลับคืน ถึงขนาดเอวกลับมาเหลือ 25 นิ้ว งานนี้ตั๊กเผยแรงบันดาลใจคือลูก และอยากให้แม่เล็กที่ไม่อยู่แล้ว รู้สึกภูมิใจกับตน

"กว่าจะได้เอว 25 เหนื่อยมาก (หัวเราะ)​ ไม่ได้ได้มาง่ายๆ นะ เหนื่อยนะ ถามว่าแรงบันดาลใจคืออะไร คือตั๊กเคยพูดตอนแม่เสียว่าตั๊กมีลูกชายเนอะ แล้วก็อยากให้เขาภูมิใจในตัวเรา เวลาที่ไปงานโรงเรียนเขาก็จะได้รู้สึกไม่อายที่มีแม่อยู่ข้างๆ คือเราคิดไปเองนะ เขาอาจจะไม่ได้อายก็ได้ ไม่ได้อายที่เราอ้วน แต่เราอยากจะพร้อม อยากจะดูดี สิ่งสะกิดใจให้ทำได้ขนาดนี้เพราะลูกด้วย สุขภาพด้วยค่ะ เพราะว่าอ้วนมากก็จะเกิดโรคภัยไข้เจ็บ แล้วแรงบันดาลใจก็คือช่วงที่พี่ตูน (อาทิวราห์ คงมาลัย) ออกมาวิ่ง ทำให้ตั๊กรู้สึกว่าตั๊กต้องออกมาปฎิวัติตัวเอง เพราะความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสิร์ฐ"

เผยน้ำหนักลดเรื่อยๆ เพราะร่างกายกระชับขึ้น
"ใช่ค่ะ ตอนนี้ก็ได้ความกระชับ เราก็ทำไปเรื่อยๆ ก็ได้ความลีน เราก็จะได้รู้กล้ามเนื้อของเรา ได้รู้แฟตของเรา หรือเราจะต้องบำรุงหรือดูแลร่างกายของเรายังไงให้พร้อมที่จะดูแลลูกของเรา"

ลด 32 กิโล ในเวลา 3 ปีกว่าๆ
"น้ำหนักสูงสุดคือ 87 ตอนนี้เหลือ 55 ก็ลดไปลง 32 กิโลค่ะ ใช้เวลา 3 ปีกว่าค่ะ แต่ช่วงภาพยนตร์เรื่อง sad beauty ที่ตั๊กกำกับเองช่วงนั้นก็ลงมาแล้ว ก็ยังไม่ได้กระชับหรือมาออกกำลังกายแบบนี้อย่างจริงจัง"

"ตั๊กก็ไม่ได้ลดมาก เพราะว่าลดมากเดี๋ยวเป็นลม (หัวเราะ)​ คือเอาพอดี เราก็ไม่ได้อด เราก็กินนะ แล้วก็ดูว่าเราพร้อมไหม เราพอดีไหม ก็ไม่ได้หักโหมอะไรขนาดนั้น เราแค่อยากให้ตื่นเช้ามาเราพร้อมที่จะไปส่งลูกไปโรงเรียน เพราะลูกชายพอเขาเริ่มโตเขาก็เริ่มพลังเยอะ"

เผยสังคมในวงการบันเทิงกดดันให้ต้องปฏิวัติตัวเอง มีหลายคนคาดหวังให้ต้องดูดี
"สังคมในโรงเรียนไม่ได้เป็นแรงกดดันเลย แต่สังคมของวงการบันเทิงต่างหากที่กดดัน (หัวเราะ)​ สังคมโซเชียลก็มีส่วนที่ทำให้ตั๊กปฎิวัติตัวเอง เพราะมีหลายคนเขาคาดหวังว่าตั๊กบงกชต้องดูดี จะต้องไม่เปลี่ยนไป ตั๊กก็อยากกลับมาทำงานที่ตั๊กรักค่ะ เพราะว่าห่างหายไปนาน คือถ้าเกิดเราพร้อมเราก็อยากจะกลับมา"

ต้องชี้แจงเรื่องถูกแอบอ้าง หวั่นอนาคตจะมีปัญหา
"ตั๊กรู้นะ เพราะเรื่องแบบนี้ตั๊กเห็นมานานแล้วกับดาราเกือบทุกคน แต่ที่ตั๊กต้องออกมาพูดเพราะถ้าสมมติว่ายาไม่ได้ผลจริง แล้วเขาไปจับคนนั้น แล้วเขาก็จะมาเรียกเราด้วยหรือเปล่า (หัวเราะ)​ ตั๊กก็ต้องออกมาพูดก่อนว่าเราถูกเอาภาพไปรีวิวค่ะ"

ไม่ปฏิเสธเคยกินยาดักไขมัน แต่ตอนนี้พบทางสว่างแล้ว กินอาหาร ออกกำลังดีที่สุด
"ถามว่าเราออกกำลังกายอย่างเดียวเลยใช่ไหม เอาจริงๆ ถามว่าตอนเด็กๆ เคยทานยาดักไขมันไหม ดาราทุกคนอาจจะเคยหรือไม่เคยไม่รู้ แต่ตั๊กอาจจะเคยบ้าง แต่เมื่อเรามาพบสิ่งที่ดีงามแล้ว เช่นออกกำลังกาย คุมอาหาร ก็ไม่เคยที่จะเดินย้อนกลับไปหาจุดนั้นค่ะ ตั๊กผ่านมาจุดนี้แล้วตั๊กเลยอยากจะบอกกับทุกคนว่ายาไม่ได้ช่วยให้เราผอมแบบยั่งยืน แต่ความยั่งยืนที่สุดคือการทานอาหารในปริมาณพอดี และการออกกำลังกายในปริมาณที่พอดี เพราะถ้าออกมาเราก็หิวเยอะ หิวเยอะเราก็กลับไปกินเยอะๆ ยืนยันว่าไม่ได้มีตัวช่วยเรื่องกินยาค่ะ ตั๊กกินอาหารตามกรุ๊ปเลือด มื้อนึงตั๊กกินข้าวเยอะมากนะ"

โต้ตัดกระเพาะ ลำไส้ให้เล็กลง ผิดกฎหมาย ไม่ทำเรื่องเสี่ยงๆ ให้ตายไปจากลูก
"ตัดกระเพาะไม่ได้ค่ะ เป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายค่ะ เขาจะทำต่อเมื่อช่วยเหลือชีวิตคนเท่านั้น ยิ่งผ่าตัดลำไส้ก็ไม่ทำค่ะ (หัวเราะ)​ เราจะไม่ทำอะไรที่มันจะเกิดความเสี่ยงที่จะทำให้เราต้องตายไปจากลูกเรา เราจะไม่ทำค่ะ แต่เราลุกขึ้นมาปฎิวัติตัวเองเพราะเราต้องการที่จะอยู่กับลูกไปนานๆ"

"ข่าวนี้ก็เคยได้ยินค่ะ มันเป็นเรื่องที่อเมซิ่งมากว่ามีแบบนี้ด้วยเหรอ สมมติเราอายุเยอะแล้วเราอยากจะเปลี่ยนร่างกายเราก็ได้เหรอ มันไม่ได้ (หัวเราะ)"

สามีเตือนอย่าดูดไขมัน
"เป็นเพราะเรามีสามีที่มีสติและบอกเตือนเราเสมอว่าเธอทำไม่ได้หรอก มันเป็นไปไม่ได้ ไม่มีทาง เธอจะไปทำอะไรแบบนั้นไม่ได้ คือเขาอายุมากแล้วนะคะ เขาก็เหมือนเป็นพี่เรา เขาอายุมากกว่าตั๊ก 30 ปี แต่เราก็เป็นที่ปรึกษาที่ดีต่อกัน พี่เขาก็ต้องบอกเราว่าเธอทำอย่างนั้นไม่ได้ เธอไม่ควรไปทำแบบนั้น"

"(เขาไม่เคยสนับสนุนให้ทำ?) เวลาเราจะทำอะไรเขาก็ต้องบอกอยู่แล้วค่ะ เราก็ต้องปรึกษากัน เราจะหายไปไหน ทำอะไรสามีภรรยาก็ต้องบอกกันค่ะ ไม่ใช่เราหายไปเฉยๆ แล้วสามีไม่ถาม"

แม่ต้องภูมิใจ ทำได้แล้วนะ
"ถามว่าเคยท้อจนอยากพึ่งยาไหม ตั๊กมุ่งมั่นมากนะตั้งแต่แม่เสีย เพราะตั๊กอยากทำให้แม่ตั๊กภูมิใจ ตั๊กอยากให้แม่รู้ว่าฉันไม่อยู่แล้วเธอยังมีที่ยืนในสังคม และแม่พูดเสมอว่าแม่อยากให้ตั๊กกลับมาผอม กลับมามีสุขภาพร่างกายแข็งแรง อยากให้ตั๊กก​ับมามีพลังดูลูก ก่อนแม่ตั๊กป่วยแม่จะพูดเสมอ คนเป็นแม่น่ะค่ะ เวลาเจอเขาก็จะบอกว่าเมื่อไหร่จะลดความอ้วน (หัวเราะ)​ เขาก็อยากจะให้ลูกสาวเขาดูดี ตั๊กว่าพ่อแม่ทุกคนคิดอย่างนั้น ตั๊กเองก็เป็นแม่แล้วตั๊กก็รู้"

"ถามว่าได้บอกแม่ไหมว่าตอนนี้มีเอว 25 แล้ว แม่อาจจะไปสวรรค์แล้ว (หัวเราะ)​ คือตั๊กอยากจะบอกว่าสุขภาพตั๊กดีขึ้นกว่าเก่า ไม่รู้สึกมึนหัว เวียนหัว หรือไม่กลัวว่าจะมีโรคอะไร เวลาไปเช็กที่โรงพยาบาลเราก็มั่นใจมากขึ้นว่าเราไม่มีโรคภัยไข้เจ็บอะไร"

สามีแฮปปี้หุ่นแซบ
"คือเราก็แต่งงานกันมานานแล้วนะ ลูกก็ 6 ขวบแล้ว เขาก็เหมือนให้กำลังใจเราแหละค่ะ เขาเป็นคนไม่อวยใคร เขาบอกว่าเธอแข็งแรงขึ้นเยอะ เพราะเห็นเธอปีนป่ายเหมือนลิงอยู่ (หัวเราะ)​ เห็นเธอออกกำลังกาย เธอแข็งแรง เขาก็ดีใจจะได้มีกำลังดูแลลูก หลังจากนี้เป้าหมายของตั๊กก็คงจะออกกำลังกายแบบพอดีในส่วนของเราค่ะ ตอนนี้ก็กลับมาทำงานแล้วค่ะ กำลังจะมีละครเร็วๆ นี้ค่ะ"

แนะให้เริ่มจากการนำเลือดไปตรวจ เพื่อดูการเผาผลาญของร่างกาย 8เดือนทุกอย่างจะเปลี่ยนไป
"คือ​เริ่มจากการเอาเลือดไปตรวจ แล้วก็ดูเรื่องของการเผาผลาญว่าร่างกายของเราเผาผลาญอะไรมากแค่ไหน และพอเราไปตรวจปุ๊บสิ่งใดที่เราทานเข้าไปแล้วไม่เผาผลาญเลย เขาก็จะลิสต์มาว่าอะไรที่เราทานไม่ได้บ้าง แล้วจะทานอะไรได้บ้างที่จะเผาผลาญพลังงานเราดีขึ้น พอทำไปประมาณ 8 เดือนระบบเผาผลาญเราก็จะเปลี่ยน พอเปลี่ยนแล้วน้ำหนักเราก็จะลงคือไม่จำเป็นต้องอดค่ะ"




กำลังโหลดความคิดเห็น...