xs
xsm
sm
md
lg

จับตา “ประวิทย์” กับอาณาจักรใหม่ที่ PPTV

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


.......... แข่งกันในน้ำ ปลาก็ชนะแข่งกันบนบก นกก็กินปลาไม่มีใครเหนือใคร ขึ้นอยู่ว่าสู้กันที่ไหนสภาพแวดล้อมของใคร คนนั้นก็ได้เปรียบ ..........
ฉบับนี้ขอเปิดหัวคอลัมน์ด้วยวาทกรรมของ “เฮียฮ้อ – สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์” แม่ทัพใหญ่ของ อาร์เอส ที่เปรียบเทียบการสู้รบบนสมรภูมิทีวีดิจิทัลได้อย่างคมคายหลายคนอาจจะมองว่าช่วงนี้ อาร์เอส ดูจะไม่ค่อยอะไรๆ กับการแข่งขันของวงการทีวี เพราะหันไปเอาดีกับธุรกิจขายเครื่องสำอาง แต่แหล่งข่าววงในแอบกระซิบมาว่า อาร์เอส กำลังซุ่มเตรียมการบุกตลาดละครอีกครั้ง และงานนี้อาจจะเรียกว่าเป็นการหักหน้าช่อง 3 ที่ถือว่าเป็นคู่ปรับตัวฉกาจตรงๆ เลยทีเดียวเพราะถ้าไม่มีการเตรียมการดังกล่าว อาร์เอส คงไม่จำเป็นต้องดึงตัว “อรัญญา พรหมเงิน” มือขวาคนสนิทของ “หน่อง- อรุโณชา ภาณุพันธ์” แห่งค่ายบรอดคาซท์ฯ ซึ่งถือเป็นกำลังหลักสำคัญในการผลิตละครป้อนช่อง 3 เข้ามานั่งในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายผลิตละคร ขณะที่ “ดร. โด่ง-องอาจ สิงห์ลำพอง” จะไปเน้นหนักที่รายการประเภทข่าวมากกว่า ว่ากันว่าคนที่อยู่เบื้องหลังการดีลในครั้งนี้ ก็คือ “เอ๊ะ-อิศริยา สายสนั่น” ที่มีความสนิทชิดเชื้อกับทั้งสองฝ่ายเป็นอย่างดี จึงเชื่อมโยงให้เข้ามาเจรจากันได้ไม่ยาก
หมากเกมนี้ ดูเผินๆ ก็อาจจะดูเหมือนช่อง 3 ก็แค่เสียพนักงานไปคนหนึ่งเท่านั้น แต่การเสียมือดีเพื่อให้ไปอยู่กับช่องคู่แข่งนั้น ก็คงไม่ต่างอะไรกับการยื่นอาวุธให้ศัตรูดีๆ นั่นเองส่วนถ้าช่อง 3 มองว่าเป็นแค่การโยกย้ายของฟันเฟืองตัวเล็กๆ ที่ไม่น่าจะกระทบกระเทือนกับภาพรวมของช่องได้ นั่นก็ว่ากันไปอีกเรื่องหนึ่ง

แต่สำหรับเรื่องที่จะพูดต่อไปนี้ รับรองว่าไม่เล็ก และอาจจะสะเทือนทั้งตึกมาลีนนท์แน่นอน !!!!!หลังจากที่ช็อกวงการ กับข่าวการประกาศเทขายหุ้นทั้งหมดในช่อง 3 ของแม่ทัพใหญ่อย่าง “ประวิทย์ มาลีนนท์” คีย์แมนคนสำคัญที่เป็นกำลังหลักในการผลักดันให้ช่อง 3 เป็นช่องทีวีอันดับ 2 เป็นรองก็เพียงช่อง 7 ช่องเดียวเท่านั้น ว่ากันว่าเบื้องหลังเบื้องลึกของการเทขายหุ้นชนิดเกลี้ยงพอร์ต ไม่เพียงเฉพาะของตัวเองเท่านั้น แต่ยังนับรวมถึงหุ้นของบรรดาลูกๆ ในสายของคุณประวิทย์ทั้งหมดอีกด้วยนั้น น่าจะมาจากความขัดแย้งในกงสีเกี่ยวกับเรื่องของผลประโยชน์ ซึ่งก็สืบเนื่องมาจากการที่คุณประวิทย์ตัดสินใจลากออกจากทุกตำแหน่งในบริษัทเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2559 บทบาทในการบริหารช่อง จึงตกไปอยู่ในกำมือของน้องชายคนเล็กอย่าง “ประชุม มาลีนนท์” แทน โดยได้รับแรงสนับสนุนอย่างดีจากพี่น้องฝ่ายหญิงของตระกูล และมีการดึงคนนอกเข้ามาร่วมบริหารกันเป็นจำนวนมาก แต่ก็ไม่อาจทำให้ช่อง 3 กลับมารรุ่งเรืองได้เหมือนก่อน
ขณะที่ช่อง 3 อยุ๋ในอาการร่อแร่ จนถึงขนาดต้องตัดสินใจคืนช่องดิจิทัลถึง 2 ช่อง รวมทั้งยังมีการปลดพนักงานออกเป็นจำนวนมาก หลายคนเริ่มจับสังเกตว่าแล้วขณะนี้คุณประวิทย์ทำอะไร ? อยู่ที่ไหน ? เพราะไม่มีใครเชื่อว่า คุณประวิทย์จะยอมหันหลังให้กับวงการทีวี ซึ่งเป็นสายเลือดใหญ่หล่อเลี้ยงชีวิตของตัวเองมาอย่างยาวนานได้จริงๆ และตอนนี้มีข้อมูลเป็นที่แน่ชัดแล้วว่า คุณประวิทย์กำลังตระเตรียมการที่จะกลับมาทวงคืนความเป็นใหญ่ในอาณาจักร ใหม่ !!???ด้วยการก้าวเข้ามาซื้อหุ้นอยู่ในช่อง PPTV

อย่างที่รู้กันดีว่านายทุนใหญ่ของช่อง PPTV ก็คือกลุ่มปราสาททองโอสถ ของ “หมอเสริฐ” ซึ่งร่ำรวยมหาศาล ไม่มีความจำเป็นเลยที่จะต้องมาขายหุ้นให้กับประวิทย์ การดีลในครั้งนี้ จึงไม่ได้มุ่งหวังในเรื่องของเงินทอง แต่ต้องการมันสมองของคุณประวิทย์ที่จะเข้ามาช่วยพัฒนา และผลักดันให้ช่อง PPTV ก้าวไกลขึ้นมาอยู่ในชาร์ตทีวีอันดับต้นๆ ให้จงได้และถ้าเจาะลึกลงไป จะเห็นว่ามีการพูดคุย และวางแผนกันอย่างดีมานานแล้ว
ด้วยการส่งสมุนเอกมือขวา และมือซ้าย อย่าง “สุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์” กับ “ดามพ์ ภูมิจิตร” ไปนั่งในตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายผลิต ตามลำดับมาก่อนหน้านี้แล้วนั่นหมายความว่า ทันทีที่คุณประวิทย์ก้าวเข้ามาบรีหารช่อง PPTV เต็มตัว ก็สามารถเปิดสงครามท้ารบได้เลย เพราะมีแม่ทัพ นายกอง และสรรพกำลังพร้อมอาวุธครบมืออยู่แล้ว
ขณะที่ในภาคของสายการผลิตละคร ก็ไม่มีอะไรต้องกังวล เพราะสามารถฝากความหวังไว้กับผู้จัดฝีมือดีอย่าง “ไก่-วรายุฑ มิลินทจินดา” ได้อย่างเต็มที่

ในยุครุ่งเรืองของช่อง 3 ในสนามละครานั้น ต้องยอมรับว่าฝีไม้ลายมือ และชื่อชั้นของไก่-วรายุฑนั้น ไม่แป็นสองรองใคร สร้างผลงานอันลือเลื่องให้กับช่องมานักต่อนัก เรียกเรตติ้ง และกวาดรางวัลมานับไม่ถ้วน แต่การปรับเปลี่ยนแกนนำในการบริหารงานของช่อง 3 นั้น ส่งผลกระทบกับเสถียรภาพของเจ้าตัวไม่น้อยอย่างที่โบราณว่า.....คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก ....ไก่-วรายุฑ ทนหวานอมขมกลืนมานานแล้ว เพราะปมขัดแย้งกับ “อัมพร มาลีนนท์” ซึ่งเป็นคนเคาะว่าจะให้ดาราคนไหน ลงละครเรื่องอะไร ซึ่งละครของเจ๊ไก่ในระยะหลัง ร้องขอดาราเบอร์ใหญ่ก็ไม่เคยได้ตามขอ นั่นจึงเป็นเหตุให้ต้องเลือกใช้บริการของพระเอกนอกช่องอย่าง “สน-ยุกต์” มาตลอด

แต่ความเจ็บช้ำน้ำใจเรื่องที่ไม่ได้ดาราตามขอ ก็ยังไม่รุนแรงเท่ากับกรณีของละคร “นางทาส” ซึ่งเจ้าตัวเป็นคนไปเจรจาเรื่องซื้อลิขสิทธิ์มาเอง แต่กลับถูก “เจ๊ปิ่น” แห่งค่าย “ทีวีซีน” ปาดหน้าเค้กไปหน้าตาเฉย เพราะมีคุณอัมพรเป็นหุ้นใหญ่ในค่ายเจ๊ไก่ก็เหมือนกับคุณประวิทย์ ที่มีการเตรียมทางหนีทีไล่ไว้รอท่าได้พักใหญ่ๆ แล้ว ด้วยการแตกไลน์ไปผลิตละครให้กับช่องวัน โดยให้ “กล้วย-ปรารถนา” เป็นคนออกหน้า มีผลงานสร้างชื่อจากละครเรื่อง “ล่า” ที่ได้ “หมิว-ลลิตา ปัญโญภาส” มารับบทนำ ซึ่งก็คงไม่ต้องเท้าความกันแล้วว่า สายสัมพันธ์ระหว่างเจ๊ไก่กับหมิวมีกันมายาวนานขนาดไหน
และตอนนื้เจ๊ไก่ก็ลาออกจากการเป็นผู้จัดของช่อง 3 อย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว พร้อมกับเงินโบนัสก้อนโต เป็นตัวเลขเจ็ดหลัก ซึ่งคุณประชุมเป็นคนเซ็นเช็คให้ด้วยตัวเอง โดยทิ้งผลงานไว้เป็นความทรงจำที่ช่อง 3 เป็น 2 เรื่องสุดท้าย คือ “ดั่งดวงหฤทัย” กับ “พราวมุก”เท่ากับช่อง 3 กำลังตกที่นั่งลำบาก เพราะคีย์แมนหลักๆ ของช่อง ไม่ว่าจะเป็นสายบริหาร สายการตลาด แม้กระทั่งสายละคร ไหลไปรวมกันอยู่ที่ช่อง PPTV กันหมด ขณะที่ช่อง 3 กลับต้องมานั่งฝากชะตากรรมไว้ในมือของผู้บริหารที่ไม่ได้คร่ำหวอดหรือเติบโตมากับสายงานทีวีอย่างแท้จริงดูจากรูปการณ์แล้ว เชื่อแน่ว่า อาณาจักรใหม่ของคุณประวิทย์ จะเข้ามาพลิกโฉม และสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการทีวีดิจิทัล และอาจจะส่งผลถึงบัลลังก์รองแชมป์ ที่อาจจะไม่ใช่ของช่อง 3 อีกต่อไป !!!???
กำลังโหลดความคิดเห็น...