xs
xsm
sm
md
lg

แฟนคลับขอ "บุ๋ม" อย่ามีผัว! รับหลอนน้องๆ ในแก๊งบิ๊กไบค์เสียชีวิตหลายคนแล้ว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


"บุ๋ม ปนัดดา" โสดแล้วฮอต มีคนไดเร็กจีบอื้อ รับเป็นช่วงที่ต้องเลือกระหว่างความรักกับงาน ซึ่งขอเลือกงานมากกว่า ขำแฟนคลับขออย่ามีผัว รู้ตัวหนุ่มไทยไม่กล้าจีบ เพราะไม่ใสๆ ไม่แบ๊ว เริ่มเปิดใจให้หนุ่มฝรั่งมากขึ้น แต่ยังไม่มีใครพิเศษ เผยโดนพ่อแอบเอารถบิ๊กไบค์ไปขาย หวั่นเกิดอุบัติเหตุ ส่วนตัวเองก็เริ่มหลอนๆ น้องๆ ในแก๊งเริ่มเสียชีวิตไปหลายคนแล้ว

นอกจากจะฮอตเรื่องงานแล้ว สาวมากความสามารถอย่าง “บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี” ก็เป็นสาวโสดที่ฮอตไม่น้อยทีเดียว เพราะได้ข่าวว่ามีทั้งหนุ่มไทยและหนุ่มตาน้ำข้าวส่งข้อความไดเร็กมาจีบตรึม ซึ่งเจ้าตัวเผยถึงเรื่องนี้ในงานแถลงข่าวการประกวดแมนฮันท์ไทยแลนด์ 2019 อย่างเป็นทางการ ณ เซ็นทรัลพลาซ่าบางนา บริเวณลานกิจกรรม Eatery house ชั้น 5 สาวบุ๋มก็ยอมรับว่ามีหนุ่มๆ ไดเร็กข้อความมาจีบจริง แต่ก็มีทั้งจีบและเรื่องงานเข้ามาพร้อมๆ กัน

“หนุ่มๆ ส่งไดเร็กมาจีบก็มีบ้างค่ะ หลังจากประกาศตัวเป็นโสดนะ ก็มีเข้ามาบ้าง ข้อความก็มี ส่งของมาที่บ้านก็มี ที่บ้านก็อิ่มกันไป ตอนนี้ถามว่าเนื้อหอมไหม ก็ใช่ แต่ไม่ใช่มีหนุ่มๆ เข้ามาอย่างเดียว แต่ก็มีเข้ามาเรื่องของงานด้วย พอหนุ่มเข้ามา งานก็เข้ามาก็เหมือนเป็นการพิสูจน์ตัวเองว่าเราจะเลือกอะไร ว่าเราจะเลือกไปเจอหนุ่มหรือเลือกไปทำงาน ซึ่งส่วนใหญ่บุ๋มจะเลือกไปทำงาน เป็นการพิสูจน์ตัวเรามากกว่า”

“ส่วนเรื่องหนุ่มตาน้ำข้าวมาจีบเนี่ย ตอนที่เราถามเพื่อนคนไทยไปว่าหาแฟนให้หน่อยสิ คือเราพูดอย่างนี้กับเพื่อนๆ ในไทยเพราะเราโสดมาสักพักหนึ่งแล้ว ส่วนใหญ่คนไทยจะบอกกับบุ๋มว่าบุ๋มโอเวอร์โครีฟาย ใช้คำว่าคุณสมบัติเกินกับบุ๋ม คือบุ๋มก็ไม่เข้าใจว่าเขาชอบผุ้หญิงแบบไหนเหรอ ทำแบ๊วๆ เข้าใจโลกหรืออย่างไร ด้วยการที่เราจบด็อกเตอร์ก็ไม่ได้หมายความว่าเราไม่มีหัวใจ เพียงแต่ว่าจะมีน้องๆ ที่เป็นแฟนคลับบอกว่าคุณแม่เป็นโสดเถอะ สวยแล้ว อย่ามีผัวเลย (หัวเราะ) แฟนคลับก็จะส่งข้อความแบบนี้มาเหมือนกัน อารมณ์ประมาณหวงเราพอสมควร ก็เลยกลายเป็นว่าถ้าหนุ่มไทยไม่กล้าที่จะจีบ ก็ต้องเป็นหนุ่มฝรั่งมั้ง ก็เลยมีฝรั่งเข้ามาจีบ”

บอกไม่มีหนุ่มไทยกล้าจีบ คงชอบแนวแบ๊วๆ ใสๆ มากกว่าที่ตนเป็น
“ถามว่าเปิดให้ฝรั่งมากกว่าหนุ่มไทยไหม ก็ด้วยวัยขนาดนี้ เราเองคงไม่จำกัดว่าใช่หรือไม่ใช่ แต่ด้วยระยะห่างด้วยแหละ ใช่ว่าจู่ๆ เราจะคบใครหรือพูดคุยกับใครง่ายๆ แต่ส่วนใหญ่ก็จะคุยทั้งเรื่องงาน เรื่องชีวิตส่วนตัว บุ๋มก็บอกตามตรง แต่บางคนบุ๋มก็จะไม่ได้บอกว่าเป็นดารา บอกแค่ว่าเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยเฉยๆ ก็เป็นคนที่เพื่อนแนะนำมาให้ ก็ยังลุ้นว่าถ้าวันหนึ่งเขารู้ความจริงเขาจะด่าบุ๋มไหม (หัวเราะ) ก็มีบางคนไปเช็กที่กูเกิ้ลแล้วมันก็ขึ้นมาเลยว่าเป็นมิสไทยแลนด์ อันนี้เราก็หลอกไม่ได้ หลอกไม่สำเร็จ ตอนนี้เราก็คุยไปเรื่อยๆ แต่ถ้าวันไหนเราตัดสินใจคบใครจริงจัง ก็จะเป็นคนๆ เดียวที่เราจะดูแลเขาดีที่สุด”

“มันเหมือนเป็นการพิสูจน์ว่าถ้างานเข้ามาเยอะ หนุ่มๆ เข้ามาเยอะด้วย บุ๋มจะเลือกอะไร ลักกี้อินเกม ลักกี้อินเลิฟ ส่วนจะลักกี้อินเลิฟจริงๆ หรือเปล่าขอเป็นรักแท้ดีกว่า หนุ่มไทยก็ยังไม่ทิ้ง เข้ามาคุยเราก็ยังคุยๆ อยู่ แต่จะให้เปิดตัวหรือจริงจังกับใครคงยัง เพราะตอนนนี้งานเข้ามาเพียบเลย เดี๋ยวมีเปิดโปรเจกต์อะไรอีกเยอะเลยค่ะ”

“ถามว่าเคยเช็กดวงเรื่องเนื้อคู่ไหม หมอดูมีที่ไหนบ้าง (หัวเราะ) เรื่องนี้ก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่เคยมีคนทักเหมือนกันว่าอย่างเธอต้องมีตำหนิ หรือต้องเป็นหนุ่มต่างชาติ ซึ่งเราจะแอนตี้มาโดยตลอด ว่าเราจะคุยรู้เรื่องหรือเปล่า อยู่คนละประเทศหรือเปล่า แต่ตอนนี้ก็เริ่มเปิดใจ จะไทยจะต่างชาติตอนนี้ก็ได้หมด ส่วนโปรไฟล์จะต้องสูงไหม ขอเป็นผู้ใหญ่มากพอ เดี๋ยวค่อยว่ากัน ถ้าเขาเป็นคนที่ใช่บอกแน่นอน แต่ตอนนี้ยังไม่มีใครสักคน”

เผยโดนพ่อแอบเอาบิ๊กไบค์ไปขาย บอกตนเองก็ไม่ค่อยกล้าขี่ เพราะเห็นน้องๆ ในแก๊งเสียชีวิตไปหลายคน
“ขายไปสักพักแล้ว คือคุณพ่อเอาไปขาย เพราะว่าเราทำผิดสัญญากับเขา เราเอาไปซิ่งต่างจังหวัด และขี่ค่อนข้างเร็ว แล้วคุณพ่อจับได้ท่านก็เลยเอาไปขาย โดยที่เงินค่าบิ๊กไบค์อยู่ไหนเราก็ไม่รู้ (หัวเราะ) ก็คงเป็นเพราะข่าวที่ออกมาด้วย แต่ครั้งนี้ไม่แอบซื้อใหม่ คือปกติถ้าจะขายก็ขายไป เราก็แอบซื้อใหม่ เพียงแต่ที่ไม่ได้ขี่เพราะเราเริ่มไปงานศพเพื่อน งานศพน้องๆ ทีละคนในแต่ละปี และน้องๆ ในกลุ่มก็เริ่มหายไปทีละคน แล้วเราทำใจไม่ได้ เห็นเขากอดศพญาติเขา กอดคอที่หมุนได้ของเขาแล้วเราเริ่มมือสั่นทุกครั้งที่จับแฮนด์ พอจับแฮนด์แล้วภาพน้องๆ มันลอยขึ้นมา เราก็จะเลยจะเอามอเตอร์ไซค์จอดไว้เฉยๆ แบบนี้”

“คนที่ประสบอุบัติเหตุก็เป็นก๊วนมอเตอร์ไซค์ของเรานี่แหละ ทีนี้น้องเริ่มไปทีละคน เวลาไปต่างจังหวัดกันมา ไปจนรอดแล้วมาตายกันหน้าบ้านก็มี หลังๆ ก็เลยไม่ค่อยขี่มอเตอร์ไซค์ ถ้ามีงานละครหรือโฆษณาที่ต้องขี่มอเตอร์ไซค์ บุ๋มจะใช้สแตนด์อินทั้งหมด ไม่ขี่เอง เพราะมือมันสั่น คือถ้าจะกล้าคงต้องกลับไปเรียนใหม่ สร้างความมั่นใจกับตัวเองที่สนามใหม่ วันนี้เราคงไม่กล้าที่จะสตาร์ทรถแล้วขี่ออกไปเลย"

"เรียกว่ามันหลอนมากกว่า เพราะถ้าใครเคยเห็นภาพคนตายต่อหน้า และเราเป็นคนที่กำมือ กำแขนหรือคอเขาไว้ แล้วจะหลอนจริงๆ ที่หลอนเพราะมันไม่ใช่แค่คนเดียว แต่มันกลายเป็น 3 คน 4 คนซึ่งเป็นน้องในก๊วน แล้วเราต้องไปงานศพเรื่อยๆ ต้องไปเป็นเจ้าภาพงานศพเรื่อยๆ มันเริ่มไม่ไหว เราเริ่มรู้สึกไม่เซฟ และอันดามันเขาก็โตขึ้นทุกวัน เขารู้ เขาต้องการเรา และเราเป็นอะไรไม่ได้”

“ก็อยากจะบอกว่าการขี่บิ๊กไบค์ไม่ใช่เรื่องอันตรายถึงขั้นห้ามขี่ แต่ถ้าคุณจะขี่คุณต้องมีทักษะ เพราะรถที่มีพลังแรงขนาดนั้นคุณต้องควบคุมให้เป็น คุณต้องเรียน ไม่ใช่สักแต่ว่าจะขี่ อย่างที่สองคือคุณต้องรับผิดชอบชีวิตคนอื่นให้ได้ด้วย ถ้าเกิดอุบัติเหตุไม่ใช่ตัวคุณคนเดียวที่บาดเจ็บ ถ้าเกิดนอนเป็นผัก พ่อแม่ต้องรับผิดชอบอย่างไร หรือไปชนคนอื่นมาคุณรับผิดชอบไหวไหม"

"ถ้าเป็นเด็กๆ เยาวชนบุ๋มไม่แนะนำให้ขี่บิ๊กไบค์เลย เพราะคุณรับผิดชอบคนอื่นไม่ได้ และถ้าจะขี่อย่าเน้นเท่ แต่ขอให้ระมัดระวัง อย่างไรก็เนื้อหุ้มเหล็ก บุ๋มยังยืนยันว่าอยากให้ประเทศไทยไล่เรียงใบขับขี่ คือถ้าเป็น 125 ซีซีก็จะเป็นใบขับขี่ทั่วไป ถ้าเป็น 600 ซีซีต้องขับขี่อย่างน้อย 2 เดือนก่อน เพื่อสร้างความคุ้นเคยหรืออัปเลเวลขึ้นมาเหมือนต่างประเทศที่เขาทำกัน”






กำลังโหลดความคิดเห็น...