xs
xsm
sm
md
lg

“แพท” เผยชีวิตในเรือนจำ วันพ้นโทษแค่ได้ฟังเพลง นั่งรถไฟฟ้าใต้ดิน ก็มีความสุขแล้ว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

“แพท พาวเวอร์แพท” หมายเหตุ: ด้วยกฎระเบียบของเรือนจำที่ห้ามไม่ให้เผยแพร่ใบหน้าผู้ต้องขังสู่สายตาประชาชน
เพราะชะตาชีวิตหักเหครั้งใหญ่ ทำให้ “แพท พาวเวอร์แพท” วรยศ บุญทองนุ่ม ต้องถูกจองจำในคุก จากนักร้องขวัญใจวัยรุ่นมีต้นทุนชีวิตสูง กลายมาเป็นนักโทษ ต้องมาอยู่ในจุดที่เรียกว่าต่ำสุดขีด ซึ่งแน่นอนว่าต่างกันแทบจะคนละโลก

ต้องติดคุก 50 ปี ถ้าเกิดกับบางคนอาจจะรับตัวเองไม่ได้ และคงใช้ชีวิตไปอย่างสิ้นหวัง แต่สำหรับแพทไม่ได้เป็นอย่างนั้น เขาเลือกที่จะมองไปข้างหน้า ในเมื่อกลับไปแก้ไขอดีตไม่ได้ ก็ต้องเงยหน้ายอมรับกรรม และรอวันที่จะได้พ้นโทษออกไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ แพทบอกว่าแต่ละวันของเขาผ่านไปเร็วมาก ได้ทำอะไรที่ไม่เคยทำ ทั้งสวดมนต์ไหว้พระทุกวัน ทำละครเวที เรียนปริญญาตรี สอบธรรมศึกษาชั้นตรี โท เอก วาดรูป เล่นกีตาร์ แต่งเพลง ใช้เงินวันละ 100 บาท

หลังจากวานนี้(11 ส.ค.62) ทีมข่าวบันเทิง “ผู้จัดการออนไลน์” ได้นำเสนอเรื่องราวของ “แพท พาวเวอร์แพท” ที่เจ้าตัวรู้สึกบาปเพราะทำผิดต่อพ่อและแม่ เพิ่งรู้ว่าพ่อแม่รักสุดหัวใจก็ตอนที่ตนเองติดคุก วันนี้จะเป็นตอนจบ โลกในเรือนจำเป็นอย่างไร รวมไปถึงชีวิตในอนาคตหลังพ้นโทษไปจะทำอะไร ซึ่งแพทได้แต่หวังว่าบทเรียนชีวิตของเขา จะเป็นประโยชน์กับทุกคนไม่มากก็น้อย

โลกในเรือนจำ ในมุมที่คนภายนอกอาจไม่เคยรู้
“ชีวิตตอนนี้ดีมากเลย อาจจะเป็นเพราะผมก้าวข้ามความทุกข์เหล่านั้นมาหมดแล้ว ชีวิตข้างในอยู่ๆ ไปมันก็ชินไปเรื่อยๆ อีกอย่างความเป็นอยู่ในนี้มันเป็นระบบ เป็นแบบแผน การกิน การนอน การใช้ชีวิตถูกจัดตารางไว้หมดแล้ว เพราะฉะนั้นมันทำให้เราไม่วุ่นวายและง่ายในการใช้ชีวิต อาจจะมองเป็นความซ้ำซากก็ได้นะ แต่เรามองให้เป็นเรื่องของการมีวินัยก็ได้เหมือนกัน ความเป็นอยู่ตอนนี้ดีขึ้นครับ สมัยก่อนนอนกับพื้นแข็งๆ มีแค่ผ้าห่มของหลวงที่เขาแจก ตื่นมาก็จะปวดเมื่อยเป็นธรรมดาครับ แต่ตอนนี้ดีเพราะว่าเขามีที่นอนยางพาราให้นอนแล้ว เขามีนโยบายช่วยเหลือเกษตรกร กรมราชทัณฑ์ก็ได้ไปจัดซื้อที่นอนยางพารามาให้ผู้ต้องขังได้นอน ข้างในนี้สะอาดมากครับไม่ได้ดำดาร์กเหมือนที่เข้าใจกัน(ยิ้ม)”

“อยู่ในนี้ต้องตื่นตีห้าครึ่งทุกวัน แล้วก็สวดมนต์ หกโมงเช้าเจ้าหน้าที่จะมาเปิดขังตอนเช้า แล้วก็ทำธุระส่วนตัว อาบน้ำ แปรงฟัน เสร็จแล้วรอทานอาหารเช้า แปดโมงเช้าเตรียมเคารพธงชาติ สวดมนต์ เหมือนนักเรียนครับ ทุกวันผมจะได้รับหมอบหมายจากเจ้าหน้าที่ให้เป็นคนนำร้องเพลงชาติและสวดมนต์ ตามด้วยร้องเพลงค่านิยม 12 ประการ และกฎหมายว่าด้วยเรื่องสิ่งของต้องห้ามภายในเรือนจำ เพื่อย้ำเตือนผู้ต้องขังทุกคนไม่ให้ทำผิดกฎ ก็ร่ายยาวเลยประมาณ 10 กว่าข้อ เสร็จแล้วเจ้าหน้าที่จะมาพูดอบรมผู้ต้องขัง ซึ่งทำทุกเช้า จากนั้นเขาจะแบ่งผู้ต้องขังเป็น 3 ฐาน มีฐานออกกำลังกาย ซึ่งจะมีท่าบังคับเป็นรูปแบบการออกกำลังกายของกรมราชทัณฑ์ เรียก 10 ท่าพญายม วัตถุประสงค์ก็เพื่อสุขภาพ ลดการเจ็บป่วย ลดความเครียด”

“อยู่ในนี้ไม่สามารถใช้เงินได้ครับ แต่ญาติสามารถฝากเข้าบุ๊กให้นักโทษได้ เวลาเราจะสั่งซื้ออะไรก็เขียนบิลเบิกเอา และมีกฎว่าแต่ละคนใช้ได้ไม่เกิน 300 บาทต่อวัน เพราะเขาไม่ให้ใช้เงินเยอะ ในนี้มีของขายครับ มีของแห้ง มีอาหารสด มีกับข้าวขาย แต่ของใช้ส่วนตัวก็มีเท่าที่เขาจัดให้ ไม่ได้มีให้เลือกเยอะหรอก วันนึงผมใช้เงินไม่เกิน 100 บาทเอง ในนี้สามารถดูทีวีได้แต่จะมีการควบคุม จะเปิดเฉพาะรายการที่เขากำหนดเท่านั้น ซึ่งจะต้องมีเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ แต่ก็หลากหลายและทันสมัยนะครับ ทั้งความรู้ต่างๆ สารคดี หนัง ซีรีส์ฝรั่ง เนื้อหาต้องไม่ล่อแหลม เขาให้ดูเป็นเวลา 16.00-21.00น. ก็จะปิดทีวีนอนแล้ว เขาให้เราได้เปิดโลก อยู่ที่ท่านผู้บัญชาการด้วยครับ ท่านให้โอกาสให้เราได้ซึมซับสื่อที่ทันสมัย”

“เพื่อนในนี้เขาก็รู้ว่าผมเคยเป็นนักร้อง เคยเล่นละคร แต่จะมีน้องๆ ที่เพิ่งโตขึ้นมาไม่ทันยุคนั้นก็จะได้ยินแต่คำกล่าวอ้าง ก็จะมีบางคนมาถามบ้าง “เพลงพี่เพลงอะไรอ่ะ ผมเกิดไม่ทัน พี่สาวผมชอบพี่มากเลยแต่ผมยังเด็กมาก” เขาก็จะมาถาม พี่ดังเพลงอะไรครับ ผมก็เลยบอกว่า เพลงพี่ไม่ค่อยดังหรอก แต่ตอนโดนจับพี่โคตรดังเลย(หัวเราะ)”

“มีเรื่องตลกของผมอยู่เรื่องนึง ตอนวัยรุ่นช่วงที่ผมคลั่งดนตรีมากๆ ผมไปดูหนังเรื่อง AirHead เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับนักดนตรีร็อกวงหนึ่งที่มาเล่นดนตรีในคุก แต่ก่อนที่เขาจะติดคุก วงนี้ทำเพลงขึ้นมาแล้วอยากให้สถานีวิทยุเปิดเพลงของพวกเขาออกอากาศ แต่สถานีวิทยุไม่ยอมทำตาม พวกเขาก็เลยใช้ปืนปลอมไปจี้สถานีวิทยุเพื่อบังคับให้เปิดเพลงของตัวเอง สุดท้ายวงนี้ต้องไปเล่นดนตรีในคุก ต้องใส่ชุดนักโทษเล่นดนตรี ซึ่งตอนที่ผมดูหนังเรื่องนี้รู้สึกเฮ้ย…เท่ว่ะ แล้วผมก็ไปสวนจตุจักรเพื่อไปหาซื้อโปสเตอร์หนังเรื่องนี้ เอามาใส่กรอบอย่างดี ตอนนั้นย่าผมยังอยู่ ย่าถามหิ้วอะไรมา ผมบอกรูปครับจะเอามาติดห้องนอน พอย่าเห็นโปสเตอร์ว่าเป็นรูปอะไร ด่าเลย รูปพ่อมึ…สิ(หัวเราะ) ผมยืนดูโปสเตอร์ทุกวัน เท่ว่ะๆ คิดไม่ถึงว่าเวลาผ่านไป ผมต้องมาเล่นดนตรีในนี้ แถมเล่นยาวเลย(หัวเราะ) ชีวิตบางทีก็มีเรื่องที่เราคาดไม่ถึง”

เทคนิคจัดการความทุกข์ในแบบของแพท
“เวลาที่เริ่มมีความรู้สึกดาร์กๆ ผมก็จะบอกตัวเองว่า ก็ต้องเจอแบบนี้แหละ อยู่กับความจริง เดี๋ยวก็ชิน เดี๋ยวมันก็ผ่านไป จะมีช่วงที่กฎระเบียบตึงมากๆ เพราะเขาจัดระเบียบใหม่เข้มงวดขึ้น ก็จะลำบากนิดนึง แต่พอทุกอย่างลงตัว ปรับตัวได้ ทุกอย่างก็ค่อยๆ คลาย แล้วทุกอย่างก็จะผ่านไป (มีเทคนิคจัดการกับชีวิตที่ย่ำแย่มั้ย?) ก็คงโยงเข้ากับเรื่องพุทธศาสนา ทุกอย่างมีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ไม่มีอะไรที่ถาวรตลอดไป ถ้าคิดได้แบบนี้ชีวิตมันก็ง่ายขึ้น”

“เพื่อนๆ ในนี้ที่มาปรึกษาผมส่วนมากก็เรื่องผู้หญิง แฟนทิ้ง หรือเมียไปมีคนใหม่บ้าง 70-80% เจอสถานการณ์แบบนี้หมด ผมก็จะบอกเขาว่าผู้หญิงส่วนใหญ่เป็นเพศที่อ่อนไหว เขาต้องการความอบอุ่น ต้องการคนดูแล ตัวเองอยู่ในนี้ไม่ได้ดูแล ไม่ได้อยู่ข้างๆ เขา มันก็ง่ายมากที่เขาจะไปเจอคนอื่น ทำใจเถอะ เรามาอยู่ในนี้เราพลาดเอง ฉะนั้นเราต้องให้เกียรติเขาให้เขามีสิทธิ์เลือกชีวิตตัวเอง ก็ปล่อยเขาไป เราก็อยู่ในจุดของเรา และอวยพรให้เขาไปเจอคนที่ดีแค่นั้นก็จบแล้ว”

จัดระเบียบสังคมคุก มีการสอบแบ่งเกรดนักโทษชั้นเลวมาก จนถึงชั้นเยี่ยม เพื่อรับสิทธิ์พิเศษ
“ในนี้จะมีการสอบเลื่อนชั้นของผู้ต้องขังทุก 6 เดือน คือปีละ 2 ครั้ง รอบเดือนมิถุนายน และรอบเดือนธันวาคม ซึ่งคนที่จะมีสิทธิ์สอบต้องทำตามกฎเกณฑ์ที่เขากำหนดก่อน คือต้องเป็นนักโทษเด็ดขาด(นักโทษที่ศาลพิพากษาความผิดแล้ว คดีสิ้นสุดแล้ว) นักโทษเด็ดขาดอันดับแรกเขาจะเป็นนักโทษชั้นกลางก่อน การสอบเลื่อนชั้นจะได้สอบจากชั้นกลางเป็นชั้นดี และอีก 6 เดือนก็สอบจากชั้นดีเป็นชั้นดีมาก จากนั้นอีก 6 เดือนสอบจากชั้นดีมากเป็นชั้นเยี่ยม ชั้นเยี่ยมคือสุดแล้วมีแค่นี้ ซึ่งการสอบก็จะเป็นไปตามกฎเกณฑ์ของเขา คนที่จะเป็นนักโทษชั้นดีไม่เกี่ยวว่าต้องเรียนหนังสือ เรียนวาดรูป หรือเล่นดนตรี แค่ห้ามทำตัวมีปัญหา ห้ามทำผิดกฎเรือนจำ งานหลักๆ ของกรมราชทัณฑ์คือการควบคุมตามอำนาจศาลครับ งานพัฒนาจะรองลงมาคือทำควบคู่ไปด้วย ตอนนี้ผมเป็นนักโทษชั้นเยี่ยมครับ”

“การสอบเลื่อนชั้นของผู้ต้องขัง ก็เพื่อปรับระดับชั้นเป็นนักโทษ เพื่อจะได้รับสิทธิ์หลายอย่างเลย อย่างเช่น ถ้ามีการอภัยโทษ เขาจะลดให้ตามลำดับชั้นของผู้ต้องขัง ถ้าเป็นนักโทษชั้นเยี่ยมจะได้ลดเยอะสุด กฎเกณฑ์ในการลดโทษต้องแยกครับ ระหว่างคดีทั่วไปกับคดียาเสพติด แยกเป็นคดีๆ ไป ซึ่งจะลดไม่เท่ากัน ใครที่โทษสูงยิ่งจะได้ลดมากเพราะเขาให้ตามสัดส่วน
สมมติ 1 ใน 3 ถ้าคนนั้นรับโทษ 30 ปี เขาก็จะได้ลด 10 ปี แต่ถ้าเขาได้รับโทษ 60 ปี ก็จะได้ลด 20 ปี เพราะฉะนั้นจะบอกไม่ได้ว่าแต่ละครั้งแต่ละคนจะได้ลดเท่าไหร่ แต่บอกเป็นสัดส่วนได้ สมมติคุณเป็นนักโทษชั้นเยี่ยมคดียาเสพติดก็ 1 ใน 6 ถ้าเขารับโทษ 30 ปี ก็ได้ลด 5 ปี ก็ลดหลั่นไปตามชั้นนักโทษ”

“นอกจากนี้ยังได้สิทธิ์วันพบญาติใกล้ชิด เขาจะมีกฎเกณฑ์ในแต่ละปีออกมาว่า ถ้าเป็นนักโทษชั้นกลางขึ้นไปหรือชั้นดีขึ้นไป ถึงจะมีสิทธิ์ตรงนี้ หรือการรับสมัครเข้าเรียนหนังสือในเรือนจำ สรุปก็คือเวลามีเรื่องดีๆ เขาก็จะเอาตรงนี้มาเป็นเกณฑ์วัดในการอนุมัติให้สิทธิ์กับนักโทษคนนั้น ทำให้เป็นแรงจูงใจให้นักโทษอยากเป็นนักโทษชั้นดีให้ได้ เพื่อจะได้รับสิทธิ์นี้”

“ถามว่าต้องทำยังไงให้ได้เป็นนักโทษชั้นดี อันดับแรกต้องเป็นนักโทษเด็ดขาดก็คือคดีสิ้นสุดแล้ว ซึ่งตอนนี้มีกฎหมายใหม่ออกมาว่าจะต้องตัดสินมีโทษเกินกี่ปี และจะต้องรออีกกี่ปีถึงจะสอบได้ แต่เรื่องจำนวนปีว่าเท่าไหร่ผมจำไม่ได้ เขาจะมีกฎเกณฑ์เรื่องนี้อยู่ รู้แค่ว่ายากกว่ายุคผมครับ ถ้าตอนยุคผม ถ้าเป็นโทษตัวเลข ไม่ใช่โทษตลอดชีวิตหรือโทษประหารชีวิต ถ้าคุณเป็นนักโทษเด็ดขาดก็คือสามารถสอบเลื่อนชั้นได้เลย แต่ถ้าเป็นโทษตลอดชีวิตต้องรออีก 1 ปี ถึงจะสอบเลื่อนชั้นได้ ของผมตัดสินเด็ดขาดแล้วรับโทษ 50 ปี ผมก็เลยสอบเลื่อนชั้นได้ ผมก็เลยได้รับอภัยโทษตั้งแต่ตอนเด็ดขาดเลย ก็คือปี 2554 แต่กฎหมายใหม่ยากกว่าเมื่อก่อนเยอะ ปัจจุบันจะมีกฎเกณฑ์ว่าโทษเกิน 15 ปี หรือ 30 ปี ต้องรอกี่ปีๆ ถึงจะสอบเลื่อนชั้นได้ นักโทษใหม่ที่เข้ามาจะทำชั้นยากกว่านักโทษสมัยก่อน”

“การจัดระเบียบมีนักโทษชั้นดี และมีนักโทษชั้นเลวด้วย เมื่อก่อนมีชั้นเลว และชั้นเลวมาก ต่ำสุดคือเลวมาก แต่ทุกวันนี้กฎหมายเขาเปลี่ยนแล้วครับ เป็นชั้นต้องปรับปรุง เพื่อให้คำมันซอฟท์ลง อย่างคนที่กระทำผิดซ้ำคดีโดยการภายใน 5 ปี ถ้าเข้ามาใหม่เขาจะได้ชั้นเลว แต่ถ้าเขาทำผิดซ้ำ 3 รอบ 4 รอบ ก็เป็นชั้นเลวมาก เข้ามาก็จะได้อันนี้ติดตัวไปเลย และต้องรออีกหลายปีกว่าจะขยับจากนักโทษชั้นเลวมากมาเป็นนักโทษชั้นเลว ขยับจากนักโทษชั้นเลวมาเป็นนักโทษชั้นกลาง ขยับจากนักโทษชั้นกลางมาเป็นนักโทษชั้นดี ขยับจากนักโทษชั้นดีมาเป็นนักโทษชั้นเยี่ยม หรือไม่คนที่เป็นนักโทษชั้นกลางหรือชั้นดีก็มีสิทธิ์รูดลงมาได้ ถ้าเขากระทำผิดวินัย กระทำผิดกฎเรือนจำ มีเรื่องทะเลาะวิวาทชกต่อย มีสิ่งของต้องห้าม เขาก็จะถูกตัดคะแนนและถูกลดหลั่นลงมาชั้นล่างๆ ได้ ต้องระวังตัวเองตลอดเวลาครับ ก็ถือเป็นเครื่องเตือนสติให้นักโทษไม่กล้าทำผิดอีก”

ล้างภาพคุกอันมืดมิดในความคิดไปเยอะเลย แพทและผองเพื่อนทำละครเวที เขียนบทเอง กำกับเอง ทำคอสตูมเอง
“ในแต่ละวันสำหรับผมผ่านไปไม่ยากครับ รู้สึกว่าเร็วมากด้วยซ้ำเพราะผมมีอะไรทำทุกวัน และเวลาจะทำอะไรบางทีต้องวางแผนหลายเดือนเลย ไตรมาสนี้จะทำอะไร(หัวเราะ) อย่างตอนนี้ผมเป็นประธานชมรมทูบีนัมเบอร์วัน ของแดน 6 ซึ่งแต่ละปีจะมีกิจกรรม อย่างปีนี้เราทำละครสั้นรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด ให้เห็นถึงพิษภัยของยาเสพติด เดือนหน้าน่าจะได้แสดงครับ แสดงในเรือนจำนี่แหละ โดยการเอาเพื่อนๆ ในนี้มาแสดง เขาจะมีงบประมาณมาให้เราทำละคร แต่ละแดนเขาจะทำมาประกวดกัน เราก็วางพล็อตเรื่อง แล้วหาคนที่ถนัดด้านนั้นๆ มาทำ หาผู้กำกับ คนทำคอสตูม คนเขียนบทก็ให้เขียนบทแข่งกันแล้วก็ตั้งคณะกรรมการมาตัดสินว่าบทไหนเข้าถึงง่ายสุด ก็เลือกเรื่องนั้น ผมก็ช่วยกำกับด้วย แล้วก็หานักแสดงมาแคส ใครเล่นบทไหนได้ก็แคสมา แล้วก็ทำฉาก เราก็เอาความรู้เรื่องศิลปะมาเขียนฉาก เดือนที่ผ่านมาเขียนฉากทั้งเดือนเพิ่งเสร็จครับ(หัวเราะ) ตอนนี้กำลังทำเสื้อผ้า”

“แดน 6 ที่พวกผมทำ เรื่องราวจะเป็นชีวิตคนที่หาเช้ากินค่ำ ฐานะไม่ค่อยดี แล้วเขาเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับวงจรที่ค้ายาเสพติดข้ามชาติ จนโดนจับเข้าไปในคุก และสะท้อนถึงครอบครัวที่ต้องมาส่งเสียดูแลเราตอนที่ติดคุก ทำให้แม่ ทำให้เมียและลูกลำบาก พ่อแม่ก็ต้องหาเงินเพื่อส่งมาให้ลูกใช้ในคุก จนกว่าจะถึงวันที่ลูกเป็นคนดีและออกไปอยู่ในสังคมข้างนอก บทก็ประมาณนี้ครับ อีกเรื่องที่ผมอยากจะพูดให้เป็นแง่คิดก็คือ เงินรายได้จากการค้ายา ถ้าเรามาคำนวณกันดีๆ ตอนที่เราติดคุก ญาติต้องมาส่งเสียให้เรา ต่อเดือน 3-4 พัน แล้วบางคนติดคุก 10-20 ปี หรือติดมากกว่านั้น ลองคำนวณเงินดูสิว่ามันเท่าไหร่เมื่อเทียบกับรายได้ที่ได้จากการขายยาเสพติด มันคุ้มกันที่ไหนล่ะ ฉะนั้นอย่าไปทำเลยมันไม่คุ้มหรอก”

แต่งเพลงไว้เกือบ 100 เพลง ใช้ศิลปะบำบัด ชอบวาดรูปเพราะทำให้ลืมว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ที่ไหน
“การเข้ามาอยู่ในนี้ทำให้ผมได้รู้ว่าตัวเองมีความสามารถอะไรบ้าง นอกเหนือจากการร้องเพลง เล่นดนตรี ตอนนี้แต่งเพลงด้วย เมื่อก่อนเล่นดนตรีเป็นอาชีพก็จริงแต่ไม่เคยเรียน ครูพักลักจำเรียนด้วยตัวเองตลอด พออยู่ในนี้ผมก็เริ่มเรียนตั้งแต่ทฤษฎีดนตรีเลย ก็มีเพื่อนๆ พี่ๆ ส่งหนังสือมาให้ ผมก็เรียนอย่างหนักเลย เรียนกีตาร์ด้วย เรียนทางสายอะคูสติกด้วย เล่นกีต้าร์คลาสสิก เล่นฟิงเกอร์สไตล์(FingerStyle) และมีอีกเยอะมากครับ ฝึกแต่งเพลงด้วย ตอนนี้ผมสอนดนตรีให้เพื่อนในนี้ด้วย ที่สอนอยู่ปัจจุบันก็รุ่นที่ 3 แล้วครับ ส่วนกีต้าร์พวกผมก็เบิกของเรือนจำ ซึ่งเขาจะมีอุปกรณ์เหล่านี้ให้อยู่แล้ว”

“ผมแต่งเพลงไว้เยอะครับ ที่เก็บไว้ในนี้น่าจะ 20 กว่าเพลงได้ แต่ที่ส่งกลับบ้านไปรวมแล้วก็น่าจะเกือบ 100 เพลง เนื้อหาหลากหลาย ทั้งเรื่องชีวิตที่ประสบการณ์ตรงและจินตนาการขึ้นมาก็มี เรื่องยาเสพติก็มีแต่ผมจะไม่เล่าตรงๆ แต่จะสื่อแง่คิดในเนื้อหามากกว่า เพลงให้กำลังใจ ความรัก เรื่องของคนรอบข้างและเรื่องตัวเอง เป็นความสามารถด้านดรตรีที่ผมได้เพิ่มพูนขึ้นมา ก็พัฒนาขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะ ทุกวันนี้ก็ยังเรียนดนตรีอยู่ เพราะมันเรียนไม่จบสิ้นอยู่แล้ว เรียนได้ตลอด ที่สำคัญการได้สอนน้องๆ ทำให้ผมได้ทบทวนความรู้ตลอดเวลา”

“ที่ชอบวาดรูปเพราะมันช่วยให้ผมลืมทุกอย่าง ลืมแม้กระทั่งเราอยู่ที่ไหน มันเป็นโลกของเราเลย แต่ที่ได้แน่ๆ คือความภูมิใจเวลางานเสร็จสมบูรณ์ ช่วงไฟแรงๆ ผมวาดรูปจนถึง 4-5 ทุ่ม วาดเสร็จแขวนไว้บนที่นอน แล้วก็นั่งดูเป็นชั่วโมง(ยิ้ม) ภูมิใจที่เราทำได้ มันทำให้เราสนุกและตื่นเต้นตลอดเวลา การวาดรูปให้อะไรกับผมเยอะมาก เพราะการวาดรูปบางทีต้องเจอกับปัญหาหลายอย่าง มันฝึกให้ผมแก้ปัญหา ให้ใจเย็น ใช้ความคิดไปทางด้านบวกในการครีเอทหรือดีไซน์งาน การเลือกใช้สี การผสมสี ฝึกสมองเยอะมากครับ ฝึกเรื่องอารมณ์ด้วย และฝึกให้วางแผนเป็นทำงานเป็นขั้นตอน ขั้นที่ 1-2-3 ต้องทำยังไง เทคนิคการวาดต้องทำอะไรก่อนหลัง”

ที่ต้องทำให้ตัวเองยุ่งๆ เพราะอะไร?
“(หัวเราะ) ผมเป็นคนแบบนี้อยู่แล้ว เป็นคนอยู่ไม่สุขอยู่แล้ว ผมอยากจะใช้เวลาทุกวินาทีให้มันมีค่า ผมอยู่ในนี้ก็เสียโอกาสไปหลายๆ อย่างแล้ว ก็เลยอยากจะใช้เวลาที่มีพัฒนาตัวเอง ก็เลยอยากใช้เวลาให้มีค่าทั้งกับตัวเองและคนรอบข้างด้วย ทั้งเรื่องการสอนดนตรี สอนศิลปะ เพื่อให้เพื่อนๆ น้องๆ ได้มีความรู้สึกคล้ายๆ กับเราที่มีดนตรีกับศิลปะเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจในการใช้ชีวิตอยู่ในนี้ ทำให้แต่ละวันมันสนุกและมีความหวัง จะได้อยู่ได้ วันเวลาจะได้ผ่านไปเร็วๆ ที่สำคัญเลยคุณจะได้เห็นคุณค่าของตัวเอง ได้รู้จักตัวเองว่าสามารถทำอะไรได้หลายๆ อย่าง ถ้าต่อยอดเป็นอาชีพได้ก็ยิ่งดีเลย ซึ่งผมก็มองเรื่องนี้เหมือนกัน ผมอยากทำงานในสิ่งที่ผมชอบ”

ที่ผ่านมา ดารา-ศิลปินโดนจับเสพยาและค้ายาหลายคน “แพท” คิดว่าเหตุผลอะไร ทำไมพวกเขาทำลายอนาคตตัวเอง ทั้งที่เป็นอาชีพที่มีชื่อเสียง เงินทอง มีแฟนคลับ มีต้นทุนชีวิตสูงกว่าหลายๆ อาชีพ?
“ผมไปพูดแทนคนอื่นไม่ได้หรอกครับ เพราะผมไม่รู้เหตุผลของเขา มันพูดยากครับเพราะบางทีอาจจะมีหลายมุมที่เราอาจจะไม่เห็น สิ่งนึงที่ผมจะไม่ทำก็คือไปตัดสินใครในสิ่งที่เราไม่รู้จริง หรือรู้ไม่รอบด้าน ไม่มีใครดีหรือชั่วร้อยเปอร์เซ็นต์หรอก แต่ต่อให้จะทำด้วยเหตุผลอะไร ถ้าเขาตั้งใจที่จะทำผิดเอง เขาก็ต้องรับผลกรรมนั้น เขาต้องชดใช้มัน”

ติดมา 16 ปี อีก 7 ปีพ้นโทษ แพทเผยแผนชีวิตหลังพ้นคุก ไม่มีอะไรต้องกังวลเพราะต้นทุนชีวิตผมต่ำมาก อยากฟังเพลง อยากนั่งรถไฟฟ้าใต้ดิน

“ความหวังที่จะได้ออกไปอยู่ข้างนอกเหมือนเดิม มันเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ผมก็รู้ว่ามันไม่มีทางเหมือนเดิมครับ หลังออกไป ผมอยากทำให้คนที่รักผมไม่เสียใจอีก สมกับที่เขารักผม แค่นั้นครับ (กังวลมั้ยว่าอดีตของเราจะทำให้คนจดจำ และอาจจะทำให้การกลับไปใช้ชีวิตยากขึ้น แม้กระทั่งได้รับโอกาสยากขึ้น?) ไม่ครับ คนเราถ้าขยัน แล้วมีความสามารถจริงๆ ใครก็อยากเอาไปทำงานด้วย ถามว่าจะทำยังไงให้คนอภัยให้โอกาสเรา ผมว่าการกระทำนี่แหละครับจะเป็นเครื่องพิสูจน์ที่ดีกว่าคำพูด แต่คงต้องใช้เวลา ตอนนี้ก็รอเวลาที่จะได้ออกไปทำในสิ่งที่ชอบ โปรเจกต์ในหัวเยอะมากแต่ไม่รู้จะได้ทำจริงมั้ย แต่มันเป็นเป้าหมายที่ผมวางเอาไว้”

“ผมว่าคนที่มองอดีตว่าเราผ่านอะไรมา น่าจะน้อยลงแล้ว ไม่รู้ว่าผมคิดเข้าข้างตัวเองไปหรือเปล่า แต่ผมคิดว่าผมไม่เกี่ยงงาน และทำได้หลายอย่าง น่าจะหางานได้ไม่ยากมั้งครับ อีกอย่างคือชีวิตผมอยู่ในนี้ ต้นทุนชีวิตต่ำมาก วันนึงใช้เงินไม่ถึง 100 บาท แต่ผมรู้ว่าอยู่ข้างนอกใช้แบบนี้ไม่ได้ ผมแค่จะเปรียบเทียบว่า ผมไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว ผมสมถะได้ ผมจมลง เสื้อผ้าเราใส่ของเก่าได้ เพราะผมอยู่ในจุดที่แย่ที่สุดมาแล้ว อาหารเราก็กินข้างทางได้ ไม่มีรถเราก็ขึ้นรถเมล์ได้ ต้นทุนชีวิตผมไม่สูงเหมือนเมื่อก่อน ผมคิดว่าเราสามารถใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น แล้วผมก็ไม่ได้มีภาระ ไม่มีลูก ไม่มีเมียที่ต้องรับผิดชอบ อย่างการใช้ชีวิต ถ้าเราลดต้นทุนในชีวิตลง มันจะได้ไม่เหนื่อยมาก มีอะไรก็ใช้เท่าที่มีไปก่อน ชีวิตมันน่าจะง่ายขึ้นครับ ไม่ต้องไปยึดติดของภายนอก”

“ถ้าพ้นโทษออกไปอยากทำอะไรเกี่ยวกับวาดรูป วาดขายหรือแตกสาขาไปอย่างอื่น เพราะงานศิลปะสามารถแตกไปทำอย่างอื่นได้ด้วย อย่างงานกราฟฟิกดีไซน์ หรืองานเพ้นท์เสื้อผ้า เพ้นท์กางเกงยีนส์ เพราะตอนนี้ผมก็ทำเพ้นท์เสื้ออยู่ เสื้อยืดห่านคู่ผมเบิกกับทางเรือนจำ ผมคิดเป็นลวดลายเป็นกราฟฟิกขึ้นมาแล้วก็เพ้นท์ลงเสื้อยืดให้นักโทษใส่ เพราะวันเสาร์อาทิตย์สามารถใส่เสื้อธรรมดาได้ ยกเว้นวันปกติที่เราต้องใส่เสื้อของเรือนจำ หรืออนาคตผมอาจจะเปิดร้านสักก็ได้ ออกแบบรอยสักเพราะชอบอยู่แล้วด้วย อะไรที่ผมชอบผมสามารถทำได้หมด”

“สิ่งที่ผมอยากทำตอนออกไปคือ อยากหาเพลงฟัง(หัวเราะ) ไม่รู้สิ อยากฟังในฟีลที่อยู่ข้างนอกเรือนจำ ฟังเพลงที่อยู่ในนี้ไม่มีโอกาสได้ฟัง อยากไปฟังเพลงของศิลปินที่เราเคยชอบสมัยอยู่ข้างนอก อยากรู้ว่าตอนนี้เพลงเขาเป็นอย่างไรบ้าง งานเพลงเขาไปถึงไหนแล้ว และอยากรู้ว่าปัจจุบันมีเพลงใหม่ๆ อะไรเกิดขึ้นมาบ้าง และคงต้องกลับไปศึกษาโซเชียลแบบเริ่มต้นใหม่เลย เพราะหลายอย่างสมัยก่อนไม่มีเลย ผมยังไม่เคยนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินเลย การเรียนรู้อะไรพวกนี้คงสนุกมากสำหรับผม เหมือนเปิดโลกใหม่ ต้องกลับไปนับหนึ่งใหม่อีกรอบ(ยิ้ม)”

คนเราผิดพลาดกันได้ แต่ต้องรีบแก้ไข และไม่ทำผิดซ้ำอีก สังคมพร้อมให้อภัยแน่นอน หวังว่าทุกคนจะได้แง่คิดดีๆ จากบทเรียนของ “แพท” และเกรงกลัวการทำผิด ส่วนแพทขอให้เชื่อในความดีเหมือนที่เชื่ออยู่ตอนนี้ และขอให้ได้ออกมาฟังเพลงและนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินในไม่ช้า…



รอยสักที่ขา แพท ซึ่งเป็นสิ่งที่เจ้าตัวชื่นชอบ หลังพ้นโทษอยากเปิดร้านสัก


กำลังโหลดความคิดเห็น...