xs
xsm
sm
md
lg

จะชุลมุนไหม! "เก๋" เปิดใจ อยากให้แขกอุ้มน้องหมามาร่วมงานวิวาห์ด้วย ทำอะไรไม่เป็น โยนหน้าที่เตรียมงานให้ฝ่ายชาย

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



"เก๋ ชลลดา" อ้อน "พร้อม" ขอให้แขกอุ้มน้องหมามาร่วมงานวิวาห์ ฝ่ายชายหวั่นหมามากัดแขก ต้องวิ่งไล่จับกัน ลั่นคิดนานแล้วแต่งปีหน้า คบกัน 9 ปี เลขสวย ผ่านช่วงสวมแหวนไปแล้ว เหลือแค่พิธีการทางศาสนา เขินมาก งานแต่งตัวเองทำอะไรไม่เป็น โยนให้พร้อมเตรียมงานเอง





คบมานานมากถึง 9 ปี พอถึงเวลา "ไฮโซพร้อม สิริสันต์" นักธุรกิจหนุ่มคุกเข่าขอวิวาห์ "เก๋ ชลลดา เมฆราตรี" ทำเอาเจ้าตัวอึ้งหูดับไปเลย เพราะคาดไม่ถึงว่าฝ่ายชายจะเซอร์ไพรส์ ล่าสุดเก๋เปิดใจว่างานแต่งปีหน้า จริงๆ แล้ววางเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าจะแต่งปีหน้า เพียงแต่ไม่คิดว่าฝ่ายชายจะทำอะไรน่ารักๆ ด้วยการคุกเข่าขอแต่ง ธีมงานอยากให้แขกอุ้มหมามาร่วมงาน


"ก็ถึงเวลาที่ควรจะมีพิธีการอย่างเป็นทางการสักทีค่ะ จะบอกว่าจริงๆ แล้ว ไม่ได้คิดอยู่แล้วว่าจะมีพิธีการแบบนี้เกิดขึ้นนะคะ เพราะว่าอย่างที่เคยพูดให้ฟัง ว่าพร้อมเขาเป็นคนเฉยๆ นิ่ง แล้วก็ดูเป็นคนสุขุม เป็นผู้ใหญ่ คิดว่าเขาคงไม่ทำอะไรน่ารักๆ แบบนี้ได้ แล้วที่สำคัญเราเคยแซวคนอื่น แล้วพร้อมก็จะพูดเบรกว่ากูไปนะ เราไม่มีหรอก เราไม่ทำอะไรน่ารักแบบนั้นอยู่แล้ว หรือว่าจี๋จ๋าแบบนี้หรอก เราก็เลยไม่คิด พอเซอร์ไพรส์ก็ประหลาดใจพอสมควรค่ะ ตกใจแล้วก็ดีใจ มันคือเซอร์ไพรส์จริงๆ คือถ้ารู้ก็จะใส่ชุดสวยๆ”


"ตอนเขาเซอร์ไพรส์ มันเป็นทริปครอบครัวด้วย เราไปแสดงความยินดีกับงานแต่งของเพื่อน แล้วก็มีหลานๆ มีพี่สาวไปด้วย เราก็ไม่ได้คิดว่าจะมีโมเมนต์น่ารักหรือโรแมนติกอะไร แล้วเก๋เองก็ไปถ่ายช่องชาแนลของตัวเองด้วย เราก็ถ่ายวิดีโอของเราไปเรื่อย สมาธิก็เลยไม่ได้ไปใส่ใจว่าจะเกิดโมเมนต์น่ารักๆ"


"ตอนเขาคุกเข่าก็คือตกใจจริงๆ ค่ะ ถ้าเห็นภาพก็คือจะรู้ว่าไม่ได้ตั้งตัวเลย เก๋ยังถือโทรศัพท์มือถืออยู่เลย เพราะเราถ่ายคลิปอยู่ อยู่ๆ พร้อมเขาก็คุกเข่าลง เราก็มัวแต่ตกใจ ไม่ได้ยินว่าเขาพูดว่าอะไร ก็ถามว่าเกิดอะไรขึ้น คุกเข่าทำไม (ยิ้มเขิน) ตายละ ไม่คิดว่าจะได้มาสัมภาษณ์อะไรแบบนี้เขิน"


ตั้งเป้าแต่งปีหน้าอยู่แล้ว คบ 9 ปี เลขสวย
"คือจริงๆ เก๋เข้าใจว่าพร้อมเขาขอเก๋ไปแล้ว เข้าใจผิด นึกว่าเขาขอแต่งไปเมื่อนานมาแล้ว เพราะเรามีการคุยกันอยู่แล้ว ว่าปีหน้าน่าจะมีเรื่องดีๆให้กับเราทั้งสองครอบครัวได้ดีใจ ก็เลยคิดว่าพร้อมขอไปเรียบร้อยแล้ว แล้วเราก็ตกลงไปเรียบร้อยแล้วไม่ได้คิดว่าจะมีพิธีขนาดนี้ ก็ดีใจ เซอร์ไพรส์มากอยู่แล้ว"


"เราวางแผน แต่งปีหน้าอยู่แล้ว ก็มีการคุยกันแล้วว่าเราถึงเวลาแล้วนะ ทุกอย่างก็พร้อมแล้ว เราก็คบกันมา 9 ปีแล้วนะ เลขสวยพอดี"


เน้นฤกษ์สะดวก สวมแหวนไปแล้ว ผ่านขั้นตอนไปแล้ว เหลือแค่พิธีการทางศาสนา
"ไม่ได้ไปดูฤกษ์อะไรเลยนะคะ เอาฤกษ์สะดวก อย่างที่บอกว่าเราก็สวมแหวนอะไรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถือว่าเหมือนผ่านขั้นตอนแรกไปแล้ว ก็จะเหลือพิธีการทางศาสนา ซึ่งคุณพร้อมเอง เขาเป็นคาทอลิก ก็จะมีเข้าโบสถ์แล้วก็ทานเลี้ยงกับน้องๆ พี่สื่อมวลชนนะคะ แล้วก็เพื่อนๆ ของพวกเรา ก็จะเป็นงานเลี้ยงงานฉลองค่ะ"


"ยังไม่ได้วันเลยค่ะ ต้องบอกว่าเป็นฤกษ์สะดวกจริงๆ คือตอนนี้มีวันที่เราอยากทำ แล้วเพื่อนไม่อยู่ คุณพ่อคุณแม่ก็ติดธุระ ไม่สะดวก ก็พยายามจะหาวันที่สะดวกสำหรับทุกคน"


"ถามว่าเริ่มหรือยัง เอาจริงๆ นะคะ เพิ่งเริ่มดูเลย เพราะว่าวันนี้เป็นงานแรกเลย ที่มาทำอีเวนต์จริงๆ อย่างอาทิตย์ที่แล้วมีคนไปสัมภาษณ์ที่อีกงานหนึ่ง อันนั้นก็ไม่ถือว่าเป็นการทำงาน ก็เลยตอบได้แค่ว่ายังไม่ได้มีการพูดคุยอย่างเป็นกิจลักษณะ คือหลังจากที่ลงโซเชียล เพราะคิดว่าคงไม่ได้มีโอกาสมาเจอสื่อมวลชนแบบนี้ ก็เลยลงให้ทุกคนรู้ในรายละเอียด"


โยนหน้าที่จัดงานแต่งให้ "พร้อม" บอกอยากให้แขกนำสัตว์เลี้ยงมาร่วมงานด้วย แต่หวั่นหมามากัดกันในงาน ต้องวิ่งไล่จับหมา
"จริงๆ อยากจะบอกว่า อยากยกให้เป็นหน้าที่ของพร้อมเลย คือเขายังทำอะไรน่ารักให้เราเซอร์ไพรส์ได้เลย เราก็เลยยกหน้าที่ตรงนี้ให้เขา ไหนๆ ก็ทำแล้ว ให้คุณพร้อมทำหน้าที่ต่อไป ไม่มีธีมเลยนะคะ แต่มีพูดขำๆ ว่าไหนๆ เราก็รักสัตว์ขนาดนี้แล้ว งานแต่งเราให้คนเอาสัตว์เลี้ยงมาได้ไหม ก็แค่นี้ที่พูดกัน นอกนั้นยังไม่ได้มีอะไรเป็นกิจลักษณะจริงๆ"


"พร้อมเขาก็บอกว่าถ้ามาแค่ตัวสองตัวก็ดี แต่ถ้าเกิดเอามาทุกคนเลยล่ะ แล้วหมาเราจะไปกัดหมาคนอื่นหรือเปล่า แทนที่จะได้เทคแคร์แขกที่มางาน ต้องวิ่งจับหมาเราเปล่าๆ ก็คุยกันเล่นๆ”


"ถามว่าเป็นไปได้ไหม ไม่แน่ใจ เดี๋ยวรอให้กำลังใจพร้อมเขาพิจารณาก่อน เขาทำมาได้ดี ทำมาถูกใจอย่างไม่น่าเชื่อ ก็คิดว่าเขาต้องเป็นพ่องานให้เก๋ที่ดี ก็แซวเขาว่าทำเซอร์ไพรส์ให้เก๋ดูอีกทีแล้วกันว่ามันจะเป็นงานแต่งงานที่เราอยากจะได้จริงๆ หรือเปล่า"


ยังไม่ได้เลือกเพื่อนเจ้าสาว งานแต่งตัวเอง ทำอะไรไม่เป็น
"ยังไม่ได้เริ่มคุยกับใครเลยค่ะ เพราะว่าตอนนี้ทุกคนก็มาแสดงกันหมดเลย ยังไม่มีโอกาสได้คุยกับใคร เพราะกลับมาจากต่างประเทศก็มีธุระในครอบครัวนิดหนึ่ง ก็เดี๋ยวไปเจอผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ ไปทักทายสวัสดีไปพูดด้วยปากเปล่าของเราก่อน ต้องไปคุยกันก่อนว่าจะยังไงบ้างก็ไม่เคยรู้เลยว่าพอถึงงานของตัวเองแล้วจะทำอะไรไม่เป็นขนาดนี้ ไม่เคยคิดว่าจะต้องเริ่มจากอะไรก่อน ยังไม่ได้คิดอะไรเลยจริงๆ ค่ะ"




กำลังโหลดความคิดเห็น...