xs
xsm
sm
md
lg

“แจ๊ส ชวนชื่น” แฉ นาทีเลือด ข้างบ้านฆ่าลูกน้องแล้วลากมาทิ้งหน้าบ้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“แจ๊ส ชวนชื่น” ขึ้นโรงพัก วอนตำรวจตามคนฆ่าลูกน้องมารับโทษ เผยเพื่อนบ้านมีพฤติกรรมรุนแรง ชอบด่าคนอื่น เอาปืนออกมาขู่ ไม่คิดว่าวันนี้จะถึงขั้นต้องฆ่ากันตาย สงสารผู้ตายลูกยังเล็ก

เมื่อเวลา 14.30 น. นักแสดงตลกชื่อดัง "แจ๊ส ชวนชื่น" และ "แจง ปุณณาสา พรหมยศ" ภรรยา พร้อมแม่ยาย และทนายความ "ษิทรา เบี้ยบังเกิด" เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนาย เดินทางมายัง สน. มีนบุรี เพื่อเข้าแจ้งความหลังจากที่เกิดเหตุ "นายเสฎฐวุฒิ จิรัฐยารังษี" อายุ 36 ปี เพื่อนบ้านทำร้ายร่างกาย "นายพรชัย ดีเสือ" อายุ 35 ปี ลูกน้องจนเสียชีวิต โดยตลกชื่อดังได้เข้าไปยังห้องสอบสวน เพื่อคุยกับร้อยเวร หลังจากนั้นเจ้าตัวได้เดินทางออกมาให้สัมภาษณ์กับกองทัพสื่อมวลชนที่รอทำข่าวอยู่ข้างหน้า โดยมีเวฟ สารินพร้อมภรรยาได้เดินทางมาให้กำลังใจ เนื่องจากเป็นเพื่อนบ้านของแม่ยายของตลกชื่อดัง ซึ่งแจ๊สเผยความรู้สึกว่าโกรธมากกับเหตุการณ์ดังกล่าว และที่มาวันนี้เพื่อจะเรียกร้องสิทธิให้แก่คนตาย ซึ่งคนตายเป็นลูกน้องของแม่ยายตนเอง เผยว่าตอนนี้หวั่นว่าจะไม่ปลอดภัยเพราะยังจับตัวคนร้ายไม่ได้ ยืนยันว่าจะไม่ย้ายบ้านหนี

ด้านทนายตั้มเผยว่าคดีนี้คือข้อหาพยายามฆ่า เพราะตามที่ออกไปว่าเป็นปืนบีบีกัน แต่จริงๆ เป็นปืนที่ถูกดัดแปลง รวมไปถึงข้อหาเผารถ ข้อหามีอาวุธเถื่อนไว้ในครอบครอง และการเคลื่อนย้ายศพจากที่นึงไปไว้หน้าบ้านของตลกชื่อดัง ส่วนในเรื่องของความปลอดภัยอาจจะขอกำลังจากทางตำรวจไปดูแล คาดว่าตำรวจจะจับคนร้ายได้เร็วๆ นี้

“เมื่อวานผมเล่นคอนเสิร์ต แล้วนอนที่คอนโดกับลูก เมียผมก็โทรมาว่า คนข้างบ้านทำร้ายคนที่ที่ชื่อ ป๊ะ เสียชีวิต ป๊ะ เป็นคนในบริษัทของแม่แจง ผมก็เจอบ่อยอยู่แล้ว พอรู้เรื่องก็รู้สึกสงสารเขาเพราะลูกเขายังเล็ก ผมเลยอยากให้ทุกคนช่วยจับมันให้ได้ เพราะมันเป็นไม้เบื่อไม้เมามานานแล้ว”

“ข้างบ้านเขาจะทะเลาะกันบ่อย แล้วหลานเขาก็เคยมาขโมยของบ้านแม่ยายผม บางทีผมนั่งสังสรรค์กับเพื่อนอยู่ เขาทะเลาะกันกับแฟนเขา ก็ตะโกนมาด่าผมว่าหัวเราะอะไรวะ ทั้งๆ ที่ผมไม่ได้อะไร แต่ผมก็เฉยๆ มีเรื่องไปก็เปล่าประโยชน์ เพราะเราอยู่ในพื้นที่แบบนี้ด้วย ก็เลยทนๆ มา บางทีน้ำไหลไปที่บ้านก็มาด่าแม่แจง จนมีเรื่องมีราวแต่ไม่ถึงทะเลาะเบาะแว้ง เพราะบ้านเราไม่ได้อะไรมากมาย คือทะเลาะแบบนักเลงมันง่าย แต่ถ้าทะเลาะให้จบมันยาก”

“เกิดเหตุการณ์มาบ่อยมากบ้านเขา ก็คิดว่ามันเป็นมานานจนบ้านผมชินอะ เป็น 10 แล้วครับ แค่น้ำไหลไปบ้านเขาก็ด่าแม่ยายผมแบบสาดเสียเทเสีย แต่ทางเราก็ไม่ได้อะไรไง แล้วก็มีมาเรื่อยเดินออกจากบ้านบางทีก็ได้ยินเสียงปืนไทยประดิษฐ์อยู่หน้าบ้าน ผมก็เห็น ผมเห็นหมดแหละ บางทีขับรถมาเร็วๆ เสียงดัง ทะเลาะกันในบ้าน ตะโกนด่ากันข้ามบ้าน บ้านเขาจะทะเลาะกันบ่อยมาก ค่อนข้างเสียงดัง”

แต่คราวนี้คือจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด
“เอาเรื่องให้ถึงที่สุด ความรู้สึกผมว่ามันโหดร้าย มันไม่ใช่แค่ทุบตี แต่ถึงกับเอากระถางไม้ทุบหัว ทุบแล้วทุบอีก ถึงผมจะห่างๆ กับเขา แต่ก็สงสารเขา ต้องตายโดยที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรเลย ไม่ได้ทะเลาะอะไรกันด้วย”

โชคดีที่คืนวันเกิดเหตุพาลูกมานอนที่คอนโด
“วันนั้นนึกอะไรไม่รู้เอาลูกมานอนคอนโด แล้วระหว่างที่ป้ากลับไปกับพี่เลี้ยงหลังจากส่งลูกให้เรา เหตุการณ์มันก็เกิดขึ้นเขาเห็นเหตุการณ์หมดทุกอย่าง คู่กรณีมาเคาะประตูให้ลงจากรถ แล้วเขาจะลงทำไม เขาก็กลัว ไม่กล้าลงไป เขาก็เอามือทุบกระจกข้างรถ เขาก็เอาขวดใส่น้ำมันที่เหมือนเตรียมไว้อยู่แล้ว โยนมาที่รถ ดอกแรกมันกระเด้ง เขาก็ไปจุดใหม่อีกอัน คล้ายๆ พวกระเบิดขวด ป้าก็กลัวเลยวิ่งออกมา เขาก็วิ่งตามมาเหมือนจะมาทำร้าย จนเขาก็ขับมอเตอร์ไซค์ออกไป คนแบบนี้ยังไงก็ต้องจับให้ได้ คนตายมีลูกยังเล็ก ถ้าตายโดยที่ทะเลาะกันไม่เป็นไร แต่นี่เขาไม่รู้อะไรเลย”

เกิดเหตุคู่กรณีขับรถชนก่อน จนเป็นเหตุให้เกิดเรื่องสลด
ทนายตั้ม : “คือเรื่องนี้มันเกิดจากที่มีการชนกันมาก่อน คนที่เสียชีวิตไม่ได้เกี่ยวข้องกับการชนครั้งนี้ ทางคนที่ก่อเหตุก็ขับกลับไปที่บ้าน เขาเลยขี่มอไซด์ตามไปเพื่อไปคุยว่าทำไมขับเฉี่ยวท้ายแล้วกลับไปเลย ทางนั้นก็เกิดความไม่พอใจ ตอนแรกก็เอาปืนขึ้นมาแต่ยิงไม่ออก ก็เลยเอาทั้งไม้ ทั้งขวด แล้วก็กระถางต้นไม้ เอามาตีจนเละไปหมดเลย พอตีเละเสร็จ ทางญาติเขาก็ได้มีการเคลื่อนย้ายศพด้วย เอามาไว้หน้าบ้านของคุณแจ๊ส แล้วก็พยายามจะเผารถ ด้วยระเบิดขวด ตรงนี้ก็ต้องให้ข้อมูลตำรวจเพื่อสอบสวนต่อไป เขาไม่ได้เกี่ยวข้องกับการชนด้วยเลย เขาแค่เข้าไปเคลียร์โดยที่ไม่ได้ทะเลาะ”

ทนายตั้มเผย มีการเคลื่อนย้ายศพ และมีประจักษ์พยานชัดเจนในข้อหาพยายามฆ่า
ทนายตั้ม : “เหตุเกิดจริงๆมันคือหน้าบ้านเขา ผมไปดูที่เกิดเหตุมาแล้ว ปรากฏว่าทางฝ่ายนั้น 2-3 คน ได้มีการลากศพ เพื่อที่จะเอามาไว้ตรงข้างรถ ที่เป็นหน้าบ้านของคุณแจ๊ส ในเบื้องต้นตอนนี้ก็ข้อหาเจตนาฆ่า ก็คงต้องโดนอยู่แล้ว แล้วข้อหาเผารถด้วย แล้วทำให้เสียทรัพย์ ส่วนเรื่องการเคลื่อนย้ายศพ ถ้าเกิดว่ามันเป็นการปิดบังสาเหตุการตาย ก็ตำรวจคงจะต้องแจ้งความดำเนินคดีต่อไป เรามีประจักษ์พยานที่เห็นเหตุการณ์ชัดเจน เพราะว่าอยู่ใกล้ๆ กัน ระยะห่างไม่กี่เมตรเท่านั้นเอง”

ขณะเกิดเหตุไม่มีใครเข้าไปช่วยเหลือผู้ตายได้
แจ๊ส : “ช่วยครับ แต่ช่วยไม่ได้ ทั้งแม่เขาทั้งเพื่อนเขา (ทำไมถึงไปช่วยไม่ได้?) เหตุการณ์อันนี้ผมก็จำไม่ได้นะครับ แต่มีป้าผมที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด คือไม่มีใครเข้าไปยุ่งเลย มาอีกทีก็คือทาง 3 คนเขาเคลื่อนย้ายศพมาหน้าบ้านผมแค่นั้น อาวุธที่ใช้ก็จะมีไม้กระถางต้นไม้และปืนไทยประดิษฐ์ “

เป็นห่วงความปลอดภัยของครอบครัว
แจ๊ส : “ผมกลัวอย่างเดียว คือผมกลัวบ้านผมไม่ปลอดภัย ผมเป็นห่วงลูกผมแค่นั้นเอง แล้วก็คนในครอบครัว คนในบ้าน ผมกลัวว่ามันจะเกิดอะไรมากไปกว่านี้ มันจะอยู่ยากมาก ไม่รู้จะป้องกันตัวยังไงมืดแปดด้านครับ ตอนนี้ยังไงต้องจับให้ได้อย่างเดียวแค่นั้น”

“บอกตรงๆ เราก็รู้จักคนเยอะที่จะคอยช่วยเหลือเราได้ แต่แค่ว่าเรากลัวว่าคนจ้องกับคนระวังมันไม่เหมือนกัน ผมเป็นห่วงทุกคนที่อยู่ในบ้านจะอันตราย เพราะทุกคนในบ้านรู้หมดว่า บ้านนี้เขาค่อนข้างโมโหร้าย ใครก็เอาไม่อยู่ ตัวเขาใหญ่มาก ก็คือคิดว่าเหตุการณ์ที่มันฆ่าคนอยู่เนี่ย ไม่มีใครกล้าเข้าไป (เรียกว่าขาใหญ่ในซอยเลยไหม?) ผมไม่แน่ใจเลยครับ ผมไม่ค่อยได้คุยอะไรกับเขาถามว่ากลัวไหม ก็ไม่กลัวนะครับ แต่แค่ว่าผมก็ต้องหาทางปกป้องคนในบ้านให้มากที่สุดแค่นั้นเอง แล้วก็จับตัวมันให้ได้แค่นั้นแหละครับ แต่ผมไม่ย้ายหรอก ผมก็อยู่ที่เดิม”

“ผมแค่วอนสื่อทุกคน เจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย ทั้งหมดเลย อยากให้ช่วยเขาหน่อย ผมสงสารป๊าเขา เขาก็คนบริสุทธิ์ต้องมาตาย ลูกเขายังเล็ก”






กำลังโหลดความคิดเห็น...