xs
xsm
sm
md
lg

"แก้มบุ๋ม" เชื่อรอดเพราะวัวควาย! เผยเฉียดตายครั้งแรก ถุงซีสต์แตก ให้เลือด 6 ถุง ซึ้งใจแฟนหนุ่มดูแลดี

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


"แก้มบุ๋ม" เผยหากพบหมอช้าแค่ครึ่งชม. ตายแน่นอน หลังปวดท้อง หน้ามืด คลื่นไส้ นอนราบแล้วหายใจไม่ออก บอกถุงซีสต์แตก ต้องให้เลือด 6 ถุง อาการล่าสุดดีขึ้น เซ็งถูกน้องหมาวิ่งเตะขา เลือดออกซ้ำอีก หวั่นต้องผ่าตัด เชื่อรอดเพราะอานิสงส์ผลบุญช่วยชีวิตวัวควาย ประทับใจแฟนใหม่ดูแลอย่างดี

แฟนคลับเป็นห่วงอยู่ไม่น้อย หลังจากที่ "แก้มบุ๋ม ปรียาดา สิทธาไชย" ถูกหามส่งรพ. ด่วน พบเลือดออกในช่องท้อง จากอาการถุงซีสต์แตก ให้เลือดถึง 6 ถุงเลยทีเดียว ล่าสุดเจ้าตัวเผยว่าตอนนี้ดีขึ้น แต่ยังไม่สมบูรณ์ และล่าสุดเลือดก็ยังออกอยู่ หลังถูกน้องหมาวิ่งมาชนขา กังวลว่าอาจจะต้องถูกผ่าตัดซ้ำหรือเปล่า

"ตอนนี้ดีขึ้น เดินได้ ทำอะไรได้ปกติ แต่ห้ามล้มอย่างเดียว แต่ก็แอบสะดุดไปแล้ว 2 รอบ มีเลือดออกนิดหน่อย หมอบอกว่าข้างในรักษาตัวเองได้ และที่เลือดยังออก เพราะว่าเราเข้าไปในร้านของเรา และมีหมามาชนขาเราจะล้ม แต่ก็ไม่ล้ม เลยมีเลือดออกนิดนึง"

"ก็กลัว ไม่อยากผ่าตัดแล้ว เพราะว่าแผลเราเป็นแผลเปิดเหมือนผ่าคลอดลูกน่ะค่ะ จะเปิดอีกรอบไม่ไหว หมอยังนัดไปดูแผล และต้องเจาะเลือดดูว่าเลือดยังดีไหม เพราะว่าตอนที่เข้าโรงพยาบาล เราให้เลือดไปประมาณ 6 ถุง เพราะว่าค่าเลือดไม่ได้เลย"

พบหมอช้าครึ่งชม. ตายแน่นอน
"คือปวดท้องตอนกลางคืน ด้วยความที่เราเป็นคนอดทน พอปวดท้องก็คิดว่าแก๊สในกระเพาะเยอะ ทนไปจนถึง 7-8 โมงเช้า เรามีอาการนะ มีหน้ามืด คลื่นไส้ นอนไม่ได้ ต้องนั่งพิงหัวเตียงไว้ เสร็จตอนเช้าบอกให้เขาโทร.เรียกรถโรงพยาบาลให้หน่อย พอไปถึงโรงพยาบาลหมอบอกให้ผ่าตัดทันที ถ้าช้ากว่านี้ครึ่งชั่วโมงไม่รอดแน่ เพราะว่าเลือดออกประมาณ 1,500cc แล้ว ไปช้าอีกนิดก็เสียชีวิต ถ้าไปแล้วหมอหาสาเหตุไม่ทัน ก็คงไม่อยู่แล้วค่ะ"

"ถามว่าตอนนั้นกลัวตายไหม ไม่กลัวค่ะ เพราะว่าตอนที่เข้าไปมันต้องทำซีทีสแกน คือเราไม่สามารถบอกหมอว่าเราไม่สามารถนอนราบได้ เพราะเหมือนข้างในเลือดมันออกมา พอนอนราบมันก็ตีมาถึงไหล่ หายใจไม่ออก เหมือนจะตายแล้ว ตอนนั้นถ้าให้นอนราบอีก 5 นาที หนูคงตายแล้ว ไม่ได้กลัวตายเพราะหมอบอกว่าน่าจะเกิดจากในช่องท้อง จะเป็นอะไรก็เป็น"

เชื่อรอดมาได้ เพราะก่อนหน้านี้ช่วยชีวิตวัวควาย ตั้งใจช่วย 100 เคส
"เรียกว่าเฉียดตายครั้งแรกในชีวิต หนูรู้สึกว่าที่หนูรอดได้ เพราะว่าก่อนหน้านี้หนูช่วยชีวิตสัตว์ใหญ่ไว้เยอะ ช่วยวัว ควาย ไว้เยอะ อย่างที่บอกว่าปีนี้ตั้งใจว่าจะช่วย 100 เคส ผ่านมาครึ่งทางแล้ว อันนี้มันเป็นบุญกุศลที่ทำให้เราอยู่ต่อได้ ที่หนูไม่กลัวตายเพราะว่าก่อนหน้านี้หนูทำทุกอย่างได้เต็มที่ ทำด้วยใจ และทำจริงๆ ถ้าวันนี้จะตายก็รู้สึกว่าพอแล้ว เราทำดีแล้ว"

"ถามว่าต้องทำบุญไหม เรายังทำบุญเท่าเดิม ทุกวันนี้ทำบุญมากกว่าทำงาน หาเงินให้ตัวเองอีก แต่มันก็ทำให้คนที่ติดตามเราทำบุญมากขึ้น เพราะเขารู้สึกว่าเขาทำแล้วเขาได้ เขาเห็นเราเป็นตัวอย่างว่าพอเราเจอเหตุการณ์อะไร สิ่งที่เราสะสมเล็กๆน้อย แค่เป็นสะพานบุญบอกคนอื่น มันกลับช่วยเราได้ นี่คือส่วนนึงของความเชื่อ การที่เราตรวจพบโรคเร็ว ทำให้เรารอดค่ะ"

ซึ้งใจ "พีท กันตพร" แฟนใหม่ ดูแลให้ทุกอย่าง
"เพราะเราเป็นคนถึกมากกว่า ถามว่าคนดูแลดีไหม เขาดูแลดีค่ะ ยาใจดีอยู่แล้ว ต้องบอกว่าเลยว่าถ้าหนูให้รถโรงพยาบาลมารับ คงต้องรอเป็นชั่วโมง แต่นี่สายตรงไปถึงหมอก็เข้ามา ถ้าไม่ได้เขาอีกคนหนูจะคงไม่รอด เพราะว่าเขาเป็นคนติดต่อทุกอย่างให้หมด ตอนนั้นพ่อไปส่งหลาน พ่อถามว่าเป็นไร เราก็บอกว่าหนูจะไปโรงพยาบาล หนูไม่ไหวแล้วค่ะพ่อ พ่อก็บอกว่าเออๆ แล้วก็เดินไป พอรถโรงพยาบาลก็ไม่มีคนขึ้นไปกับหนูสักคน พ่อกับพี่เลี้ยงเดินมาส่งหน้าบ้าน ยกกระเป๋าให้ หนูนั่งรถโรงพยาบาลมามือก็จับกระเป๋า และคิดว่าไม่มีใครสนใจเราเลยจริงๆ เขาตามไปที่โรงพยาบาล เขาดูแลดีมาก เขาไม่อยู่ก็ฝากพี่พยาบาลให้ช่วยดูแล ทุกคนดูแลดีมาก"

"ถามว่าเขาเป็นใคร รู้กันอยู่แล้วไม่อยากพูดถึงสักเท่าไหร่ เปิดตัวก็ให้เกียรติเขา ขอบคุณเขาจริงๆ เราไม่ได้แบบว่าอยากปิดครึ่งนึง เราเกรงใจเขา เราทำงานในวงการ แต่เขาไม่ได้ทำงานในวงการ เขาไม่อยากให้คนรู้จักเขาหรือเปล่า เคยคุยกันไปเขาก็ไม่ได้ซีเรียสอะไร เราก็โอเค พอเกิดเหตุการณ์แบบนี้เลยลงขอบคุณเขา อยากเก็บไว้เป็นความทรงจำดีๆ จากนี้ครึ่งๆ หน้าไม่มีแล้วค่ะ มาเต็มๆ ค่ะ แต่ไม่ได้สวีตหวาน แต่จะมีรูปคู่แค่นั้นค่ะ"