xs
xsm
sm
md
lg

คนญี่ปุ่นเดือด “คิม คาร์เดเชียน” ใช้ชื่อ “กิโมโน” ตั้งชื่อแบรนด์ชุดชั้นใน!

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เพิ่งจะเปิดตัวแบรนด์ชุดชั้นในกระชับสัดส่วนของตนเองไปแต่ “คิม คาร์เดเชียน” สาวเรียลลิตีชื่อดังก็โดนด่าเละ สร้างความไม่พอใจให้กับชาวญี่ปุ่นจากทั่วโลก หลังใช้ชื่อแบรนด์ว่า “Kimono” ( กิโมโน ) ทำเอาชาวญี่ปุ่นหวั่นเป็นการทำลายวัฒนธรรมแบบยั่งยืน

รายงานระบุว่า คิม คาร์เดเชียน เพิ่งเปิดตัวไลน์ชุดชั้นในกระชับสัดส่วนเพื่ออวดรูปร่างของผู้หญิงให้มีส่วนเว้าโค้งรูปนาฬิกาทรายตามแบบฉบับของ คิม ดาร์เดเชียน โดยใช้ชื่อทางการค้าว่า ‘กิโมโน’ ซึ่งชาวญี่ปุ่นมองว่าเป็นการไม่ให้เกียรติชุดประจำชาติของชาวญี่ปุ่นที่มีรากเหง้าทางวัฒนธรรมมาหลายศตวรรษ

โดยชุด กิโมโน แขนยาวผูกเอวตามแบบของชาวญี่ปุ่นนั้น ถือกำเนิดเกิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 15 ซึ่งจะใช้สวมใส่ในพิธีและโอกาสสำคัญต่างๆ

“เราใส่กิโมโนเพื่อเฉลิมฉลองให้เด็กโตขึ้นอย่างแข็งแรงมีสุขภาพดี, ใส่ในพิธีหมั้น, แต่งงาน, จบการศึกษา, พิธีศพ เป็นเครื่องแต่งกายที่นับเป็นมรดกตกทอดในครอบครัวจากรุ่นสู่รุ่น” ยูกะ โอฮิชิ กล่าวกับทาง BBC

“ชุดรัดรูปกระชับสัดส่วนนี้ไม่ได้คล้ายคลึงอะไรกับกิโมโน เธอแค่เลือกคำที่มีคำว่า Kim ( คิม ) อยู่ในนั้น ถือเป็นการไม่เคารพต่อความหมายที่แท้จริงของชุดกิโมโนตามวัฒนธรรมของเรา”

“คิมเป็นคนที่มีอิทธิพลอย่างมากในวัฒนธรรมป็อปยุคสมัยนี้ ฉันกลัวมากว่าคนจะพากันคิดว่า กิโมโน คือแบรนด์ชุดชั้นในของคิมเพียงอย่างเดียว ฉันจินตนาการไปถึงขั้นที่ว่ามันจะส่งผลกระทบเมื่อคุณเสิร์ชกูเกิล หรือเสิร์ชหาจากแฮชแท็ก ถ้าแบรนด์นี้มันประสบความสำเร็จและทรงพลังขึ้นมาเหมือนกับเส้นทางอื่นๆของคิม คาร์เดเชียน คำนี้ก็จะเปลี่ยนไปตลอดกาล”


รายงานระบุด้วยว่า คิม คาร์เดเชียน เวสต์ ได้พยายามตั้งชื่อแบรนด์ของตนเองมาตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยเธอเคยคิดชื่อที่มีทั้ง "Kimono Body", "Kimono Intimates" และ "Kimono World" ซึ่งทางคิม ได้ตั้งใจออกแบบชุดชั้นในที่เน้นสัดส่วนเพื่อให้เวลาใส่เสื้อผ้าจะได้มีส่วนเว้าโค้งที่ชัดเจน และยังเป็นชุดชั้นในที่ทำออกมาให้เหมาะกับทุกสีผิว มีมากถึง 9 เฉดสี และสร้างเพื่อให้เหมาะกับรูปร่างที่หลากหลายโดยมีขนาดตั้งแต่ XXS – 4XL เลยด้วย

คิม คาร์เดเชียน ได้เผยถึงความตั้งใจในการออกแบบชุดชั้นในของตนเองว่า “ในที่สุดฉันก็ได้แชร์โปรเจ็กต์ที่ฉันพัฒนามาตั้งแต่ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่ฉันหลงใหลมาตลอด 15 ปีที่ผ่านมา Kimono คือชุดรัดรูป ที่สามารถแก้ไขปัญหาให้กับสาวๆได้อย่างดีเยี่ยม”

“มีหลายครั้งที่ฉันไม่สามารถหาชุดรัดรูปที่เข้ากับสีผิวของตนเองได้ เพราะฉะนั้นเราเลยอยากแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นเหล่านี้”





ชาวญี่ปุ่นกลัวหนักหวั่นทำลายวัฒนธรรม

ชุดกิโมโนที่นับเป็นชุดประจำชาติของชาวญี่ปุ่น ถือเป็นชุดที่ต้องใช้เวลาในการสร้างสรรค์กว่าจะได้ชิ้นงานหนึ่งชิ้น จึงกลายเป็นชุดที่มีราคาแพง และเป็นสมบัติที่หวงแหนของครอบครัวชาวญี่ปุ่น ความไม่พอใจของชาวญี่ปุ่นในครั้งนี้จึงหวั่นว่า ผลิตภัณฑ์ชุดชั้นในของ คิม คาร์เดเชียน จะทำลายความหมายที่แท้จริงของคำว่า “กิโมโน” ที่นับวันคนจะสวมใส่ชุดเหล่านี้น้อยลง และทำให้ กิโมโน เป็นคำที่จดจำในหมู่คนรุ่นใหม่ว่า คือแบรนด์ชุดชั้นในกระชับสัดส่วนที่มี คิม คาร์เดเชียน เป็นเจ้าของ แทนที่จะมีความหมายว่า กิโมโน คือชุดประจำชาติของชาวญี่ปุ่น

จากกระแสต่อต้านที่เกิดขึ้น ส่งให้ชาวญี่ปุ่นหลายคนพากันโพสต์รูปชุดกิโมโนลงโซเชียลเพื่อให้คนทั่วโลกได้เห็นและเข้าใจว่า ชุดกิโมโน ที่แท้จริงแล้วนั้นหน้าตาเป็นอย่างไร และยืนยันว่า “ไม่ กิโมโน ไม่ใช่ชุดชั้นใน” พร้อมกับสร้างแฮชแท็กด้วยว่า #KimOhNo

ทวิตเตอร์ชาวญี่ปุ่นที่ใช้ชื่อว่า @bunkaiwa ได้แสดงความเห็นว่า “ฉันเศร้าใจมากที่ชื่อ “กิโมโน” ถูกนำมาใช้ในรูปแบบที่เปลี่ยนไปจากสิ่งที่คนญี่ปุ่นรับรู้ กิโมโนคือชุดประจำชาติของชาวญี่ปุ่นและพวกเราก็ภูมิใจกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชาติเรา ขอโทษนะคะ แต่ฉันรู้สึกว่าการเลือกใช้ชื่อนี้ดูไร้การศึกษามาก #KimOhNo”

“ว้าว คิม คาร์เดเชียน ขอบใจที่เชือดวัฒนธรรมญี่ปุ่นทิ้ง!!! วัฒนธรรมของฉันไม่ใช่ของเล่นของเธอนะ เธอไม่คิดจะเคารพคนอื่นที่ไม่ใช่คนในครอบครัวตัวเองเลยงั้นสิ? พัฒนาโปรเจ็กต์นี้มา 15 ปี นี่เธอไม่คิดจะหาที่ปรึกษาทางวัฒนธรรมมาทำงานด้วยหน่อยเหรอ? #KimOhNo” @kasumihrkw

“ภาพเหล่านี้คือชุดกิโมโนของคุณยายฉัน บางส่วนก็ย้อมและปักด้วยมือของคุณยายเอง ตอนฉันยังเด็ก ฉันชอบนั่งดูคุณยายปักชุดกิโมโน คุณยายผู้ปักผ้าสวยๆนี้ก็ยังเป็นคนที่งดงามมากด้วย ฉันคิดเสมอว่างานฝีมือของคุณยายเป็นเหมือนมายากลเลย #KimOhNo”

ทางด้าน ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับชุดกิโมโน ก็ได้เหน็บแนมแบบแสบๆคันๆว่ากิโมโนคือผ้าที่ใช้ห่อหุ้มร่างกายตรงข้ามกับชุดชั้นในที่มีไว้เพื่อเปิดเผยรูปร่าง

“ศิลปะของชุดกิโมโนคือความงดงาม, สง่า, สวยหรู และสุภาพ มันไม่ใช่เรื่องของการเปิดเผย โชว์รูปร่างสัดส่วนอะไรแบบนั้น มันเป็นการปกคลุมเรือนร่างของผู้สวมใส่ให้มิดชิดไม่ให้โป๊เปลือย ถ้าฉันผลิตบราขึ้นมาแล้วเรียกมันว่า ‘ส่าหรี’ ต้องมีคนไม่พอใจมากแน่ๆ มันเป็นการแสดงถึงการไม่เคารพและไม่ให้เกียรติกันอย่างชัดเจน..กิโมโนคือสิ่งที่แสดงถึงอัตลักษณ์ของชาวญี่ปุ่น คำนั้นมันไม่ใช่คำของ คิม คาร์เดเชียน” เชียลา คลิฟฟ์ อาจารย์จากมหาวิทยาลัย Jumonji Women's University เผยกับทาง BBC




คิม แก้ข่าว ยืนยันไม่มีเจตนาลบหลู่วัฒนธรรม

หลังกลายเป็นกระแสโจมตีอย่างหนัก คิม คาร์เดเชียน ได้เผยกับทาง New York Times ว่า “ฉันเข้าใจและเคารพอย่างมากว่าชุดกิโมโนมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อวัฒนธรรมของชาวญี่ปุ่น ส่วนแบรนด์ที่แก้ไขปัญหาเรื่องการแต่งกายของฉันมันถูกสร้างขึ้นเพื่อครอบคลุมถึงแก่นแท้เรื่องความหลากหลาย และฉันก็ภูมิใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นนี้มาก”

ก่อนหน้านี้ คิม คาร์เดเชียน ยังไม่มีแผนที่จะเปลี่ยนชื่อแบรนด์ของตนเอง ส่งให้ทางนายกเทศมนตรีของเมืองเกียวโต ได้ออกหนังสือถึงผู้ประกอบการเพื่อให้พิจารณาถึงการตั้งชื่อแบรนด์ครั้งนี้ใหม่อีกครั้ง โดยเป็นหนังสือที่มีถ้อยแถลงระบุว่า

“ผมได้ร่างหนังสือฉบับนี้ขึ้นเพื่อส่งความคิดเห็นของเราที่มีต่อชุดกิโมโน เพื่อเป็นการขอร้องให้คุณได้ทบทวนการตัดสินใจใช้ชื่อ กิโมโน เป็นชื่อทางการค้าของคุณใหม่อีกครั้ง กิโมโน คือชุดประจำชาติของพวกเราที่ถือเป็นทรัพยากรที่ทรงคุณค่าและมีความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ด้านการศึกษาและความมุมานะอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยของบรรพบุรุษของพวกเรา และมันยังเป็นวัฒนธรรมที่น่าหวงแหนที่ต้องส่งต่อความดีงามนี้ไปยังคนรุ่นต่อๆไปและสะท้อนถึงความเป็นอยู่ของเรา มันยังเป็ดอกผลของช่างหัตถศิลป์ เป็นการรับรู้ทางสัญลักษณ์ด้านความงาม, จิตวิญญาณ และคุณค่าของชาวญี่ปุ่นอย่างแท้จริง ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เราไม่ได้เห็นแค่ชาวญี่ปุ่นสวมใส่ชุดกิโมโนเท่านั้น แต่นักท่องเที่ยวหลายคนจากทั่วโลกก็สวมใส่ชุดกิโมโน และเดินเล่นไปทั่วเมืองเกียวโตและอีกหลายๆเมืองในประเทศญี่ปุ่น นี่เป็นการพิสูจน์ได้ว่า กิโมโน ที่พวกเราภาคภูมิใจและเป็นวัฒนธรรมของพวกเรา ได้กลายเป็นที่รักของผู้คนจากทั่วทุกมุมโลก เมื่อไม่นานนี้เราได้เริ่มดำเนินการให้ 'วัฒนธรรมกิโมโน" สัญลักษณ์และจิตวิญญาณทางวัฒนธรรมของชาติเรา ถูกบันทึกให้เป็น 'มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้' ของทางองค์กร UNESCO เราคิดว่า คำว่า ‘กิโมโน’ จะเป็นคำที่เป็นประโยชน์ เป็นสิ่งมีค่าที่ควรแบ่งปันให้กับมนุษยชาติที่รักในชุดกิโมโน ดังนั้นมันจึงเป็นวัฒนธรรมที่ไม่ควรสงวนไว้เพียงเพื่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งเพียงคนเดียว เราอยากเรียนเชิญให้คุณได้ลองมาเยือนเมืองเกียวโต ที่ซึ่งเต็มเปี่ยมไปด้วยวัฒนธรรมญี่ปุ่นรวมถึงชุดกิโมโนที่ควรหวงแหนนี้ด้วย เพื่อให้คุณได้มีประสบการณ์และเข้าใจถึงสาระสำคัญของวัฒนธรรมกิโมโน และเข้าใจความคิดและคำเรียกร้องอย่างแรงกล้าของพวกเรา”

ล่าสุด คิม คาร์เดเชียน ก็ได้ประกาศผ่านทาง อินสตาแกรม เป็นที่เรียบร้อยแล้วว่า เธอรับฟังทุกข้อเรียกร้อง และเคารพในวัฒนธรรมของชาวญี่ปุ่น จึงเตรียมเปลี่ยนชื่อแบรนด์ของตนเองใหม่แล้ว

“ฉันเป็นคนที่รับฟัง เรียนรู้ และเติบโตขึ้นเรื่อยๆอยู่เสมอ เมื่อฉันได้ประกาศชื่อแบรนด์ชุดกระชับสัดส่วนออกไป ฉันทำไปด้วยความตั้งใจดีอย่างแท้จริง หลังจากได้คิดและพิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว ฉันได้ตัดสินใจที่จะเปลี่ยนชื่อแบรนด์ชุดชั้นในกระชับสัดส่วนเพื่อแก้ปัญหาของผู้หญิงนี้ในชื่อใหม่ค่ะ แล้วพบกันใหม่เร็วๆนี้นะคะ ขอบคุณที่เข้าใจและให้การสนับสนุนเป็นอย่างดีมาตลอดค่ะ”


กำลังโหลดความคิดเห็น...