xs
xsm
sm
md
lg

อเมริกันซูเปอร์ฮีโร่ในสไตล์ญี่ปุ่น

เผยแพร่:   โดย: ฟ้าธานี


พูดถึงหนังซูเปอร์ฮีโร่ ถ้าไม่ใช่อเมริกาก็ต้องเป็นประเทศญี่ปุ่น เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมาดินแดนอาทิตย์อุทัยได้พัฒนาหนังแนวยอดมนุษย์ขึ้นจนกลายเป็นแบบฉบับของตัวเอง จนมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง และแยกขาดออกจากซูเปอร์ฮีโร่ของอเมริกันโดยสิ้นเชิง

ทั้งในสายของขบวนการ 5 สี และไอ้มดแดงของค่ายโตเอะ และซูเปอร์ฮีโร่ชนิดตัวใหญ่ยักษ์แบบอุลตร้าแมนที่เป็นแบบฉบับของญี่ปุ่นเองซึ่งไม่มีใครเหมือน และไม่เหมือนใคร แต่ซูเปอร์ฮีโร่ก็มีข้อจำกัดหลาย ๆ อย่างอยู่เหมือนกัน เรื่องราวมักจะมีกรอบบางอย่าง
นอกจากนั้นก็ยังผูกกับอุตสาหกรรมของเล่น จนไม่สามารถฉีกรูปแบบไปไหนได้มากมายนัก

แต่ด้วยข้อจำกัดมากมายแบบนั้น ผู้สร้างชาวญี่ปุ่นก็ยังพยายามจะหาอะไรใหม่ ๆ ให้กับฮีโร่ญีปุ่นอยู่เสมอ และหนึ่งในทางออกก็คือการนำเอารสชาติแบบฮีโร่อเมริกันเข้ามาผสมเพื่อสร้างอะไรใหม่ ๆ ขึ้นมา

อันโด่งดังจนกลายเป็นตำนานของซูเปอร์ฮีโรลูกผสมไปแล้วก็คือ สไปเดอร์แมนญี่ปุ่นนั่นเอง โดยในปี 1978 ค่ายมาเวลอยากจะบุกตลาดต่างประเทศ ก็เลยไปจับมือกับทางโตเอะ เพื่อสร้างซีรีส์ไอ้แมงมุมที่ญี่ปุ่นขึ้นมา เรื่องราวเปลี่ยนจากตัวละคร ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ มาเป็น ทาคุยะ ยามาชิโระ นักขับมอร์เตอร์ไซค์โมโตครอสส์ ที่ได้รับความสามารถเหนือมนุษย์มาจากดาวสไปเดอร์ เพื่อต่อสู้กับกองทัพกางเขนเหล็ก แม้หน้าตาจะเป็นสไปเดอร์แมน เนื้อเรื่องมาในสไตล์ยอดมนุษย์ญี่ปุ่นแท้ ๆ

สไปเดอร์แมน เวอร์ชั่นนี้ยังมีอุปกรณ์หลาย ๆ อย่างที่โด่งดังมากก็คือหุ่นยนต์ยักษ์ ลีโอพาดอน ซึ่งมีเบื้องหลังน่าสนใจตรงที่ว่ากันว่าชุดหุ่นยนต์ออกแบบมาไม่ค่อยดี ทำให้ใช้งานยากมาก แถมถ่ายทำไปเรื่อย ๆ หุ่นก็เริ่มพังไปเรื่อย ๆ สุดท้ายไม่รู้อีท่าไหน ทางผู้สร้างเกิดทำ ลีโอพาดอน หายขึ้นมา ตอนท้าย ๆ ของซีรีส์ชุดนี้ก็เลยต้องเอาฉากที่ถ่ายทำเอาไว้แล้วมาใช้รีไซเคิลแทนไปก่อน

ไม่ใช่แค่ สไปเดอร์แมน เท่านั้น ตอนนั้นทางญี่ปุ่นกับมาเวลยังร่วมมือกับผลิตซีรีส์แนวกัปตันอเมริกาออกฉายด้วย แตกตรงที่ของอเมริกามีอยู่ประเทศเดียว แต่ของญี่ปุ่นเป็นขบวนการยอดมนุษย์ที่รวมซูเปอร์ฮีโร่จากหลาย ๆ ประเทศเอามาไว้ด้วยกนั และชื่อของซูเปอร์ฮีโร่กลุ่มนี้ก็คือ Battle Fever J นั่นเอง

Battle Fever J ออกฉายในปี 1979 เรื่องราวว่าด้วยการรวมตัวของซูเปอร์ฮีโร่จาก เคนยา, ฝรั่งเศส มีกระทั่งโซเวียต ส่วนอเมริกามาในรูปของสาวสวยอย่าง มิสอเมริกา และแน่นอนว่าหัวหน้าทีมต้องเป็นซูเปอร์ฮีโร่ญี่ปุ่น แบทเทิล เจเปน แม้เอาเข้าจริง ๆ แล้วทุกคนจะเป็ฯญี่ปุ่นกันหมดก็ตาม

จริงๆ แล้ว Battle Fever J เป็นฮีโร่ในตระกูล Super Sentai นั่นเอง และยังเป็นขบวนการ 5 สีลำดับที่ 3 ด้วย แต่ที่สำคัญก็คือ Battle Fever J คือซีรีส์ยอดมนุษย์ 5 สีเรื่องแรกที่มีหุ่นยนต์ขนาดยักษ์อยู่ในเรื่อง จนกลายเป็นประเพณีของซีรีส์ประเภทนี้มาจนถึงปัจจุบัน
แต่หลังจากนั้น โตเอะ กับ มาเวลก็ไม่ได้รวมงานกันอีกเลย 14 แถมความยุ่งยากเกี่ยวกับเรื่องลิขสิทธิ์ยังทำให้ตัวละครดังอย่าง่ สไปเดอร์แมน ญีปุ่นแทบจะถูกลืมไปเลย เพราะถ้าจะนำกลับมาเผยแพร่ใหม่ ก็ต้องมีการเจรจากันใหม่อีกครั้ง ทางญี่ปุ่นเองก็พัฒนาซูเปอร์ฮีโร่แบบของตัวเองไปไกล จนไม่ต้องมาร่วมมือกับอเมริกาอีกแล้ว

จนมาถึงปัจจุบัน ซูเปอร์ฮีโรอเมริกันในสไตล์ญี่ปุ่น กลับได้มาเกิดใหม่ในรูปแบบอนิเมชั่น อย่างแบทแมนเวอร์ชั่นซามูไรที่คราวนี้เป็นการจับมือระหว่างผู้สร้างอนิเมชั่นญี่ปุ่น เล่าเรื่องแหวกแนวเมื่อ บรูซ เวย์น กับตัวละครในการ์ตูนแบทแมนต้องย้อนเวลากลับไปใช้ชีวิตกันในสมัยเอโดะ

หรือตอนที่ญี่ปุ่นซื้ออนิเมชั่นเรื่อง X-Men เวอร์ชั่นนี้ไปออกอากาศใหม่ในประเทศ ก็มีการทำฉากไตเติลใหม่เป็นสไตล์ญีปุ่นแท้ จนออกมาดูเข้ากันดี และแสดงให้เห็นว่าถ้าเอามาผสมกันดี ๆ ซูเปอร์ฮีโร่ฝรั่งในสไตล์ญี่ปุ่นก็ไปด้วยกันได้เหมือนกัน

กำลังโหลดความคิดเห็น...