xs
xsm
sm
md
lg

อย่าหุบปากเพราะไทยนั้นรักสงบ! "อั๋น" ยันโพสต์ประเทศสงบเพราะเกรงกลัวอำนาจด้วยเจตนาที่ดี

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


"อั๋น ภูวนาท" ลั่นโพสต์ "ประเทศสงบเพราะเกรงกลัวอำนาจ" ด้วยเจตนาที่ดี ไม่มีเจตนาโหนกระแสใดๆ วอนอย่าเปรียบเทียบดาราอีกคน แต่ยืนยันสนับสนุนดาราให้พูดเรื่องการเมือง แต่ควรพูดด้วยความสุภาพ ย้ำการเมืองเป็นเรื่องทุกคน อย่าให้รู้สึกว่าไทยนั้นรักสงบ เลยหุบปาก

หลังจากที่ "ปั้นจั่น ปรมะ อิ่มอโนทัย" โดนโซเชียลโจมตีอย่างหนักกรณีโพสต์วิจารณ์เรื่องการเมือง จนลุกลามไปแบนหนัง "รัก 2 ปียินดีคืนเงิน" บางส่วนก็โยงมาถึง "อั๋น ภูวนาท คุนผลิน" ซึ่งได้โพสต์วิจารณ์การเมือง เป็นภาพผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว เป็นภาพคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลยุค นายทักษิณ ชินวัตร และ ยุคของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นรัฐมนตรี นั้นเป็น ครม. ชุดเดียวกัน พร้อมข้อความบรรยายภาพระบุว่า "โบราณท่านว่า “อยุธยาไม่สิ้นคนดี” แต่ทำไมกรุงรัตนโกสินทร์ศรีนั้นคล้ายจะไม่มีวะคับ" จนมีคนเข้ามาถามว่า "แล้วคุณอั๋นต้องการคนแบบไหนเหรอคะ ที่ว่าดีกว่านี้ ประเทศไทยสงบถือว่าเป็นบุญแล้วนะคะ"

ซึ่งอั๋นก็เมนต์ตอบทำนองว่า ขอแค่คนดีที่เคารพกติกาที่ยุติธรรม ไม่เขียนกติกาที่เอื้อตัวเอง โดยตัวเอง เพื่อตัวเอง ความสงบจะเกิดได้ต้องมาจากความยุติธรรม สำหรับตนประเทศไม่ได้ต้องการ "แค่ความสงบ" และทุกวันนี้ก็ไม่ได้สงบเพราะสงบสุข แต่สงบเพราะเกรงกลัวอำนาจ

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้เจอตัวอั๋น ภูวนาทในงานเปิดตัวแบรนด์“มัลเบอร์รี่ โกรฟ” (MULBERRY GROVE) by MQDC เจ้าตัวก็ยอมรับว่าตกใจที่ตกเป็นข่าว แต่ยืนยันไม่ได้มีเจตนาโหนกระแสใดๆ โพสต์ด้วยเจตนาที่ดี

"ส่วนตัวก็ตกใจที่มันเป็นข่าว ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาที่จะให้เป็นข่าวหรือว่าโหนกระแสแต่อย่างใดทั้งสิ้น เชื่อมั่นว่าตัวเองโพสต์ด้วยเจตนาที่ดี ทุกอย่างที่ตอบไปในคอมเมนต์ก็ตอบด้วยความจริงใจ ไม่ได้พูดในสิ่งที่มีผลประโยชน์ใดๆ แอบแฝง มีคนเข้ามาถามด้วยซ้ำว่าจะลงการเมืองเหรอ ยืนยันว่าไม่มีความคิดนั้นอยู่เลย อย่างน้อยก็ไม่ใช่ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้(หัวเราะ)"

"ถามว่าตอนโพสต์อารมณ์ไหน จริงๆ เชื่อว่าทุกคนสนใจการเมืองอยู่แล้ว แต่อยู่ที่ว่าจะแสดงออกแค่ไหนและอย่างไร พูดหรือไม่พูดเท่านั้นเอง ซึ่งเราสนับสนุนให้พูดนะครับ แต่ต้องเป็นการพูดและแสดงออกอย่างสุภาพ รับฟังกัน แล้วก็ถ้าจะแสดงออกก็ควรตั้งคำถามกับตัวเองก่อนว่า สิ่งที่พูดและแสดงออกนั้นมันช่วยให้เกิดประโยชน์ หรือทำให้มีความคิดในการเดินหน้าไปยังไงบ้าง ไม่ได้มีเจตนาทำให้แตกแยก สิ่งที่เราพูดหรือแสดงออกไปทุกอย่างไม่ได้เพื่อที่จะให้ใครชนะหรือใครแพ้ สำหรับเราไม่ว่าใครจะแพ้หรือชนะโอเคหมดถ้าอยู่ในกติกาที่เราโอเค"

"เราก็จะมีกรุ๊ปของเพื่อนที่เรียนปริญญาเอกด้านรัฐประศาสนศาตร์ด้วยกัน ซึ่งเรียนเรื่องการบริหารรัฐกิจพอดี แล้วในกลุ่มเพื่อนนี้เห็นต่างกันหมดเลยแต่ก็ไม่เคยทะเลาะกัน เพราะทุกคนไม่เคยพูดกันด้วยอารมณ์ ส่วนใหญ่จะมีคำถามว่าทำไมๆๆ ทำไมชอบคนนี้ ทำไมถึงคิดว่าเขาทำแล้วถูก ไม่เห็นว่าแบบนั้นมันผิดเหรอ อะไรแบบนี้เป็นต้นที่เราจะแลกเปลี่ยนกัน"

ยันไม่เจออะไรที่รุนแรง และไม่อยากเจอด้วย เชื่อพูดด้วยความสุภาพ มีหลักการ ยันการเมืองเป็นเรื่องทุกคน อย่าให้รู้สึกว่าไทยนั้นรักสงบ เลยหุบปาก
"เรายังไม่เจออะไรที่รุนแรงหรือว่าไม่ดี แล้วก็ไม่ได้อยากเจอด้วยนะครับ(หัวเราะ) อาจจะเพราะว่าเราพูดสุภาพและใช้หลักการในการตอบ ฉะนั้นถ้ามีใครมาโจมตีเราด้วยอะไรก็ต่างคิดว่าเดี๋ยวก็จะมีคนที่มาตอบแทนเราอยู่แล้ว ซึ่งเราก็ไม่ได้อยากให้ใครมาตอบแทนด้วยการมาปกป้องโดยใช้อารมณ์ ถ้าอยากจะปกป้องก็อยากให้มาด้วยแนวคิดเช่นกัน ส่วนตัวเป็นคนที่เคารพความแตกต่างและก็ชอบฟังความคิดที่แตกต่างด้วย การเมืองเป็นเรื่องของทุกคน แล้วเราไม่อยากให้รู้สึกกันว่า ไทยนั้นรักสงบก็เลยหุบปากเงียบสนิท"

"เราก็ต้องขอบพระคุณมากสำหรับคนที่เข้ามาให้กำลังใจ แต่เราเชื่อว่าคนที่เห็นต่างเขาก็ไม่ได้เข้ามาไง แล้วเราก็ไม่ได้รู้สึกว่าไม่มาก็ดีแล้ว เราเชื่อว่าคนที่เป็นอาจารย์ก็อาจเห็นต่างกับเรา ซึ่งเราก็ยังเคารพเขาในความเป็นอาจารย์ เพราะเราเชื่อว่าแต่ละคนได้รับข้อมูลมาคนละชุดกัน"

งดพาดพิงดาราโพสต์การเมืองแล้วได้รับผลกระทบหนัก
"อันนี้เราขอไม่พาดพิงกับคนอื่นแล้วกัน แต่คิดว่าในสิ่งที่เราพูดมันอาจจะไม่ได้ชี้ชัดว่า ใครผิดใครถูกใครดีใครเลว ถ้าเราไม่ได้ไปพิพากษาใครแบบนั้น แล้วก็ไม่ได้พูดถึงตัวบุคคล แต่พูดถึงแก่นและตัวหลักการที่เราอาจจะไม่ค่อยเห็นด้วยกับหลักการนี้ หรือว่ายังทำใจยอมรับไม่ค่อยได้ ฉะนั้นเมื่อมันไม่ได้กระทบไปที่ตัวบุคคลก็เลยยังไม่มีใครเป็นผู้เสียหายโดยตรงที่จะต้องรู้สึกว่าเดือดร้อนจังเลย มันก็เลยยังไม่มีใครเข้ามาอะไรแรงๆ"

ไม่พูดทุกอย่างที่คิด เพราะเป็นเรื่องที่น่ากลัว
"เราไม่ได้พูดทุกอย่างที่เราคิด (หัวเราะ) ซึ่งมนุษย์เราก็ไม่ควรทำแบบนั้นเพราะมันเป็นเรื่องที่น่ากลัวมาก แต่ถามว่าต้องระมัดระวังมากขึ้นไหม เราก็ต้องระวังขึ้นมาก ที่ผ่านมาเคยโพสต์อะไรแรงกว่านี้แต่มันไม่เป็นข่าว แล้วที่บอกว่าต้องระวังก็ไม่เชิงว่าเรากลัวกับกระแสความแรงต่างๆ ของโลกโซเชียลฯ แต่การระมัดระวังมันเป็นการสอนให้เรามีสติ อย่างน้อยก็ทำให้รู้ว่าตอนนี้มีคนสนใจในสิ่งที่เราโพสต์มากอยู่พอสมควร ฉะนั้นเราต้องตั้งสติให้มากกว่านี้ รวมถึงหลายคนที่เข้ามาคอมเมนต์ เขาก็อาจจะคิดว่าไม่มีใครสนใจคอมเมนต์ฉันมากขนาดนี้ แล้วอยู่ดีๆ บางคอมเมนต์มันก็กลายเป็นข่าว เจ้าตัวเขาก็คงตกใจเหมือนกัน นี่ไงหมายถึงเป็นการบอกให้รู้ว่าทุกเสียงมีความสำคัญ ฉะนั้นเราต้องประณีตกับสิ่งที่เราคิด ที่สำคัญคือต้องไม่ยอมเงียบอย่างสุภาพชนและปัญญาชน"




กำลังโหลดความคิดเห็น...