xs
xsm
sm
md
lg

(ชมคลิป) “น้ำตาล” สมองบวมทับจุดสำคัญ ผ่านช่วงเวลาวิกฤต 72 ชม.ไปไม่ได้ พี่สาวร่ำไห้สุดกลั้น น้องทำดีที่สุดแล้ว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


วงการบันเทิงพบเจอกับความสูญเสียอีกครั้ง หลังจากที่ “น้ำตาล เดอะสตาร์” บุตรศรัณย์ ทองชิว เสียชีวิตอย่างกะทันหัน จากไปอย่างสงบเมื่อเวลา 02.17 น. วันที่ 14 มิ.ย. หลังเข้ารับการรักษาอาการเลือดออกที่ปอดอย่างไม่รู้สาเหตุ ที่โรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่วันที่ 12 มิ.ย.



ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. คณะแพทย์โรงพยาบาลศิริราช นำโดย ศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์ ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และ กิตต์ธีธัช ก้องภพจิรพัฒน์ (พี่เขย), น้ำผึ้ง พิมพ์รดา ทองชิว (พี่สาว) ได้แถลงข่าวการเสียชีวิต ณ ห้องสิรินธร อาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้น G รพ.ศิริราช ขณะแถลงพี่สาวน้ำตาลสุดกลั้นน้ำตา นับเป็นภาพสุดสะเทือนใจ

โดยศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์ประสิทธิ์ วัฒนาภา ได้เผยว่าเมื่อวานนี้สัญญาณชีพดี ออกซิเจนก็อยู่ในระดับดี ไม่มีเลือดออกซ้ำ สองเรื่องที่กังวลคือสมองบวมและเลือดออกซ้ำ ทุกอย่างควบคุมได้ดี สำคัญคือสมอง เกิดจากออกซิเจนไปเลี้ยงสมองไม่พอ จึงอักเสบ โดยมีเวลาที่สมองจะบวมขึ้นเรื่อยๆ คือ 72 ชม. ที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด แต่เกิดเหตุการณ์ขึ้นตอนทุ่มสองทุ่ม อยู่ๆ ความดันเริ่มตก ทุกอย่างเริ่มแย่ลง

ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ : "เนื่องจากเมื่อวานเกิดเหตุการณ์ขึ้น เมื่อวานเราแถลงถึงอาการต่างๆ จนกระทั่งมาถึงที่ศิริราช จริงๆ ตลอดทั้งวันของเมื่อวานสัญญาณชีพต่างๆ ของคนไข้อยู่ในระดับที่ดี ออกซิเจนก็ขึ้นมาค่อนข้างดี รวมทั้งค่าต่างๆ ในกระแสเลือดก็ดี และไม่มีอาการว่าเลือดออกอีก เมื่อวานผมพูดไว้ว่ามี 2 เรื่องที่เราเป็นกังวล เรื่องที่หนึ่งคือสมองกับเรื่องที่สองคือเลือดออกซ้ำ ประเด็นที่สองคือโชคดีที่มันไม่เกิด ทุกอย่างเริ่มควบคุมได้ดีขึ้น ประเด็นสำคัญเลยไปตกที่สมองที่บวม"

"ปกติหากเกิดอาการเลือดที่ไม่ไปเลี้ยงสมอง ออกซิเจนไปเลี้ยงสมองไม่พอ สิ่งที่เกิดขึ้นคือเซลล์สมองจะเกิดอาการบวม โดยทฤษฎีทั่วๆ ไปการบวมจะค่อยๆ ขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึง 72 ชั่วโมง หลังจากนั้นถ้าปัจจัยที่ทำให้เกิดการบวมมันมันค่อยๆ หายไป สมองมันจะค่อยๆ ยุบบวมลง ตอนนั้นเราก็จะค่อยๆ ประเมินสถานการณ์อีกหนึ่งครั้งว่าเซลล์ประสาทในสมองเสียหายไปมากน้อยแค่ไหน อย่างไร แล้วเราจะต้องแก้ไขกันยังไงบ้าง"

"ทีนี้ประเด็นคือช่วงเวลา 72 ชั่วโมงนี่เป็นช่วงเวลาสำคัญ แต่เกิดเหตุการณ์เมื่อคืนช่วง หนึ่งถึงสองทุ่ม อยู่ๆ ความดันเลือดคนไข้ตกลง อะไรต่างๆ เริ่มแย่ลง เวลาสมองบวม สมองมันจะขยายออกไม่ได้เพราะมีกะโหลกศีรษะอยู่ สิ่งที่เกิดขึ้นคือตัวสมองอาจจะเคลื่อนลงผ่านช่องกะโหลกช่องนึง ซึ่งตรงนั้นจะมีส่วนของการควบคุมการทำงานของหัวใจ ควบคุมการทำงานของปอด เมื่อสมองเคลื่อนลงไปบ่อยครั้งเข้าก็เป็นปัจจัยทำให้สมองบวม เกิดอาการทำให้ทุกอย่างแย่ลง จนกระทั่งคนไข้จากไปอย่างสงบ เมื่อวานเวลา 02.17 น."

"ทุกคนพยายามทำเต็มที่ในสิ่งที่ทำแล้ว แต่สถานการณ์มันมาเป็นแบบนี้ สิ่งที่เราดำเนินการ เดี๋ยวเราจะเคลื่อนร่างคุณน้ำตาล เวลา 12.00น. จะมีการประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดป้อมวิเชียรโชติการาม อ.เมือง จ.สมุทรสาคร จะมีรดน้ำศพเวลา 16.00น. แล้วจะสวดอภิธรรมตั้งแต่คืนวันนี้ไปจนถึงวันที่17 มิ.ย. เริ่มเวลา 19.00 น. ทำการฌาปนกิจในวันที่ 18 มิ.ย. เวลา 17.00น. ขอความร่วมมืออยากให้จะพ่อแม่คุณน้ำตาลได้ทำใจอย่างสงบ"

ยังไม่ทราบอาการที่แน่ชัด หวังแค่ผ่านช่วงสมองบวมไปได้ ก็จะค่อยๆ สืบเสาะหาสาเหตุต่อไป แต่กลับไม่มีโอกาสได้ทำแบบนั้น
"ตอนนี้เรื่องสาเหตุยังไม่ทราบ อย่างที่ผมบอกเมื่อวานเราพยายามจะทำให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้แต่เนื่องจากทุกอย่างยังไม่คงที่ แต่ทุกอย่างกำลังจะดีขึ้น สมองยังไม่ทำงานดีนัก แต่ชีพจร ความดันดี เราก็กะว่าถ้าเราโชคดีผ่านช่วงสมองบวมไปได้เต็มที่ ทุกอย่างดีขึ้นเราจะเอาไปสืบค้นต่อ ยิ่งเวลาผ่านไปเรื่อยๆ โอกาสเลือดออกซ้ำจะน้อยลง เหมือนเวลาเรามีแผล วันแรกอาจจะมีเลือดออกหลังจากนั้นก็จะน้อยลง เส้นเลือดที่ฉีกขาดจะเริ่มประสานตัว แต่เผอิญว่าเราไม่มีโอกาสที่จะทำแบบนั้น สรุปก็คือตอนนี้ยังไม่ทราบ เรามีการส่องกล้องอะไรดูบ้างเล็กน้อยแต่ก็ต้องรอดูผลกันต่อไป"

กรณีเก็บชิ้นเนื้อไปตรวจสอบ ต้องรอครอบครัวอนุญาต - ให้เกียรติครอบครัว
"อันดับแรกเราต้องให้เกียรติกับครอบครัว จริงๆ แล้วครอบครัวก็อนุญาตให้เราสามารถไปส่องกล้องดูอะไรได้บ้างแล้ว ผมคิดว่าก็เหมาะสมในระดับนึงแล้ว เดี๋ยวเราจะไปดูข้อมูลย้อนหลังอีกหนึ่งครั้ง ตรวจทุกอย่าอย่างละเอียดอีกครั้งนึงโดยที่ไม่ไปรบกวนร่างของคุณน้ำตาล ก็ต้องลองดูอีกทีว่าจะได้ข้อมูลอะไรบ้างแล้วจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งนึง"

"เส้นเลือกปกติที่อยู่ตรงผิวหนังกับบริเวณอวัยวะไม่ไปด้วยกัน เส้นเลือดที่ผิวหนังแตกไม่มีปัญหาเลยเอามือกดก็หยุด แล้วเส้นเลือดที่ผิวหนังมองก็เห็น ถ่ายภาพก็เห็น เอ็กซ์เรย์ก็เห็น แต่ที่อยู่ในอวัยวะไม่ใช่ สมัยผมเป็นนักเรียนแพทย์แล้วมีคนไข้เป็นสุภาพสตรีอายุน้อยแบบนี้ เช็กอัปตรวจสุขภาพประจำปี แล้วไปเจอก้อนเล็กๆ ก้อนนึงในปอด แล้วไม่มีอาการอะไรเลย จนเรามาตรวจจนรู้ว่ามีเส้นเลือดตรงบริเวณนี้ผิดปกติ เราก็แนะนำให้ผ่าตัดออก อย่างนี้เรารู้โรค มันมีชื่อโรคชัดเจน แต่เนื่องจากขณะนี้เอ็กซ์เรย์คอมพิวเตอร์แล้วไม่เห็น"

พี่เขยเผยเสียงสั่นเครือทุกคนยังมีหวัง เปิดคลิปหลานร้องเพลงยื้อ จนน้ำตาลไม่ไหว จากไปด้วยตัวเอง
กิตติ์ธีธัช : "ตอนนี้ทางครอบครัวเชื่อว่าน้องพยายามเต็มที่แล้ว เมื่อวานเหตุการณ์ตั้งแต่ 20.00น. ทีมแพทย์ที่ดูแลอาการป่วยน้ำตาลได้ทำหน้าที่ไม่ได้ลดความพยายามลงเลยสักวินาทีเดียว ทุกคนก็มีความหวังพร้อมกับพวกเราไปจนถึงช่วงเวลา 02.00 น. น้องก็ตัดสินใจไปด้วยตัวเอง"

"ทุกคนในครอบครัวเชื่อว่าน้องพยายามทำเต็มที่แล้ว ผมเองก็เชื่อว่าน้องเลือกแล้วว่าสิ่งนี้คือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับน้อง ในขณะนั้นเราทุกคนก็ได้บอกเขาตลอดเวลา มีช่วงหนึ่งที่เราเปิดคลิปลูกสาวของเราที่ร้องเพลงที่น้ำตาลเคยสอน เราไปเปิดข้างหูน้ำตาล เขาก็เริ่มดีขึ้นในตอนนั้นแต่สุดท้ายคงไม่ไหวจริงๆ"

"เชื่อว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเขาจริงๆ เขาสู้ตลอดเวลาแล้ว เราคิดว่าทุกท่านทำหน้าที่อย่างดีที่สุดเพื่อเขา และเราทุกคนก็เชื่อในปาฏิหาริย์จนถึงนาทีสุดท้ายในทุกๆ คน ไม่มีใครบอกให้หยุดเลย แล้วสุดท้ายเขาก็ไปด้วยความสงบของเขาเอง"

"พี่น้ำผึ้ง" ร่ำไห้ใจสลาย น้องทำดีที่สุดแล้ว
“เราเป็นพี่น้องที่ค่อนข้างสนิทกัน มันเลยค่อนข้างที่จะทำใจยากพอสมควรที่เห็นสภาพของเขาเมื่อวาน เรามีลูกสาว แล้วตาลเขาสนิทกับหลานมาก หลานอยากมาเยี่ยมแต่เขายังเด็กอยู่ เลยไม่ได้ให้มา เราก็หวังว่ารอเขาอาการดีขึ้นแล้วจะพามาเยี่ยมแต่มันกลายเป็นไม่ทัน (ร้องไห้) ก็ทำใจยากเหมือนกัน(ก้มหน้าร้องไห้)"

ด้าน ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ เผยทิ้งท้ายถ้ามองอีกด้านหนึ่ง ในตอนนี้น้ำตาลก็พ้นทุกข์แล้ว