เรียกได้ว่าช่วงหลังมานี้ซีรีส์อินเดียได้กลับเข้ามาครองใจชาวไทยกันอีกครั้ง เห็นได้จากกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากซีรีส์ที่ผ่านๆ มาทั้ง นาคิน หรือ อโศกมหาราช ล่าสุดทาง JKN Global Media ยังได้พานักแสดงมาพบปะแฟนๆ ชาวไทย เป็น 2 หนุ่มฮอตต่างวัยที่กำลังมาแรงสุดๆ ในขณะนี้ โดยพวกเขาจะร่วมพบปะแฟนๆ ในงานมีตแอนด์กรี๊ด เพื่อให้ได้ใกล้ชิดและสัมผัสทั้ง 2 หนุ่มแบบเอ็กซ์คลูซีฟ โดยทาง MGR Online ก็ได้มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษทั้ง 2 หนุ่มที่โรงแรม VIE Hotel Bangkok, MGallery Hotel Collection ที่เอื้อเฟื้อสถานที่ให้ทีมงานได้ล้วงลึกทำความรู้จักกับพวกเขาให้มากขึ้นด้วย
โดยคนแรก คือ ซิดดห์าธ นิกัม หนุ่มน้อยวัยเพียง 17 ปี ที่หลายคนน่าจะคุ้นหน้าคุ้นตากันดีกับบท พระเจ้าอโศกมหาราชวัยเด็ก ที่กวาดรางวัลยอดนิยมมาแล้วมากมาย แถมตอนนี้ได้กลายมาเป็นพระเอกเต็มตัวและกำลังมีผลงานซีรีส์เรื่อง ‘การผจญภัยของ อลาดิน กับตะเกียงวิเศษ’ มาให้แฟนๆ ชาวไทยได้ชมด้วย
ส่วนอีกหนึ่งหนุ่ม คือ ฮาร์ชาร์ด โชบตา หนุ่มเซ็กซี่วัย 35 ปี ที่มีชื่อติดทำเนียบ 16 จาก 20 คนของ Times of India ในฐานะหนุ่มที่เป็นที่ต้องการมากที่สุดในวงการโทรทัศน์ของอินเดีย โดยการันตีได้จากรางวัลต่างๆ มากมายที่เขาได้รับรวมถึงเสียงวิจารณ์ในทางบวกเกี่ยวกับการแสดง นอกจากนั้นเขายังมีชื่ออยู่อันดับที่ 19 จาก 50 หนุ่มเอเชียที่เซ็กซี่ที่สุดของนิตยสาร Eastern Eye’s โดยตอนนี้บทบาทของเจ้าตัวในซีรีส์เรื่อง ‘Bepannaah รักซ้อน ซ่อนรัก’ สไตล์ตบจูบก็กำลังทำเอาสาวๆ คลั่งไคล้กันไปทั่ว
เริ่มต้นกันที่คำถามแรก กับผลงานการแสดงล่าสุดของทั้งคู่ว่าการรับบท ‘อาละดิน’ ของ ซิดดาห์ธ นิกัม และบท ‘อาทิตยา ฮูดา’ พระเอกแนวตบจูบจากเรื่อง Bepannaah รักซ้อนซ่อนรัก ของ ฮาร์ชาร์ด โชบตา มีส่วนไหนของตนเองที่มีความเหมือนและต่างจากตัวละครที่ตนเล่นบ้าง?
ซิดดาห์ธ : ผมรับบทอาละดิน สิ่งที่เหมือนกันคือเรามีความเชื่อและเราไม่เคยยอมแพ้ครับ แล้วอาละดินในเรื่องนี้ก็เป็นอาละดินแบบสมัยใหม่เลยทำให้ผมสนุกในการทำงานครับ
ฮาร์ชาร์ด : สำหรับผมกับอาทิตยา น่าจะเป็นเรื่องที่ ตัวผมเองไม่ค่อยโกรธครับ (หัวเราะ) ผมเป็นคนให้อภัยง่ายมากแต่อาทิตยาเป็นคนที่ไม่ให้อภัยใคร ส่วนผมก็แค่ยกโทษให้แล้วก็ลืมๆ มันไปซะ แต่อาทิตยาไม่อภัยให้ใครเลย
ในการแสดงเรื่อง อาละดิน จะมีฉากแอ็กชันเยอะมากๆ เมื่อถาม ซิดดาห์ธ ที่มีดีกรีเป็นถึงนักยิมนาสติกทีมชาติว่าชื่นชอบฉากไหนของตนเองมากที่สุดในเรื่องนี้ เจ้าตัวยืนยันว่าชื่นชอบฉากบู๊แทบทุกฉากในเรื่อง ส่วน ฮาร์ชาร์ด ชอบหลายซีนที่เป็นฉากอารมณ์เช่นกัน
ซิดดาห์ธ : ครับ ก่อนอื่นคือผมเป็นคนที่ชอบฉากแอ็กชันมากครับ เพราะผมเองก็เป็นนักยิมนาสติกทีมชาติด้วย ฉะนั้น ฉากบู๊ที่คุณเห็นในเรื่องนี้คือผมเล่นเองเลย ผมเป็นคนคิดคิวบู๊เองออกแบบการต่อสู้เอง ผมอยากให้มันมีความเป็นเอกลักษณ์ ผมชอบฉากบู๊ทั้งหมดของผมเลยครับ (ยืนยันว่าตีลังกาได้แทบจะทุกท่าด้วย)
ฮาร์ชาร์ด : ส่วนผม ใน Bepannaah ชอบหลายฉากมาก แต่ฉากหนึ่งที่ผมชอบคือการต่อสู้กัน การทะเลาะกันของอาทิตยากับโซยา มันเป็นการทะเลาะกันเพราะรัก แล้วก็มีฉากหนึ่งที่ชอบมากๆ เหมือนกันคือ ความไม่แน่ใจว่าบางทีโซยา (นางเอก) อาจไม่ได้รักผม มันเป็นความรักแบบแปลกๆ ครับ
แล้วถ้ามีโอกาสในอนาคตอยากเล่นบทบาทไหนอีกบ้าง?
ฮาร์ชาร์ด : จริงๆ แล้ววิธีการเลือกบทของผม คือ การเอาใจเข้าไปใส่ แล้วก็ฟังมัน แล้วก็รู้สึกไปกับมัน คิดตามว่าเขาอยู่กับความรู้สึกแบบนี้ยังไง แล้วผมก็คิดว่าโอเคผมอยากเล่นดู ผมว่าน่าจะเป็นบทที่มีความเป็นมนุษย์คือมีการแสดงอารมณ์ครับ
ซิดดาห์ธ : ผมก็คิดเหมือนที่พี่ฮาร์ชาร์ดคิดครับ เหมือนกันเลย แต่ว่าผมเป็นคนชอบแอ็กชันครับ ( หัวเราะ ) เพราะงั้นก็อยากลองหนังบู๊ อยากเล่นฉากแอ็คชัน อะไรก็แอ็กชันๆๆ เยอะๆ และแน่นอนว่ารวมถึงบทที่ต้องใช้อารมณ์ด้วย เพราะบางบทบาทมันสามารถให้แรงกระตุ้นและแรงบันดาลใจได้ด้วย ผมก็อยากจะลองทำครับ
ในส่วนของการเข้ามาเป็นนักแสดงในวงการบันเทิงบอลลีวูดนั้น ต้องบอกว่าสิ่งที่เป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้พวกเขาเข้ามายืนอยู่จุดนี้ล้วนมีพื้นฐานจากแฟนคลับ
ฮาร์ชาร์ด : การได้เป็นแฟนคลับของศิลปินท่านหนึ่งคือสิ่งที่ทำให้เข้ามายืนตรงนี้ครับ มันเป็นความทรงจำที่ดีนะ กับการได้เป็นแฟนคลับของเขา จริงๆ ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรคือแรงบันดาลใจของผมจริงๆ (หัวเราะ)
ซิดดาห์ธ : ผมเองก็เป็นแฟนคลับของแฟนคลับผมด้วยเหมือนกัน คือผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าผมแสดงได้ไหม แต่ว่าแฟนคลับของผมเขาให้ความรักกับผมมากๆ แล้วก็ให้กำลังใจ แล้วเป็นเพราะว่าพวกเขารักผม ผมเลยคิดว่าผมควรจะเป็นนักแสดงต่อไปครับ
การเป็นนักแสดงไม่ใช่เรื่องง่าย การฝึกฝน อดทน ทำงานหนักและไม่ย่อท้อเท่านั้นที่จะทำให้อยู่ในวงการได้
ฮาร์ชาร์ด : มันคงไม่มีคำตอบที่ตายตัวหรอกครับว่าต้องฝึกฝนยังไงถึงมาเป็นนักแสดงได้ มันไม่มีใครสามารถให้คำตอบที่สมบูรณ์ที่สุดหรอกครับ เพราะแต่ละคนก็แตกต่างกัน เส้นทางแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน สำหรับผมมันก็คงมีแค่ ทำมันต่อไป อย่ายอมแพ้
ซิดดาห์ธ : ใช่ครับ แค่อย่ายอมแพ้ เวลาเจออะไรยากๆ เราต้องรู้จักอดทน ต้องรู้จักสู้ ไม่ยอมแพ้ ไม่ว่าจะเจออะไรที่หนักหนาขนาดไหนก็ต้องรู้จักสู้
ฮาร์ชาร์ด : คือมันก็มีช่วงที่ยากนะ ทั้งเรื่องของการรอคอย เรื่องของการเตรียมตัว เราก็ต้องรู้จักที่จะอดทน ให้มองมันด้วยรอยยิ้ม คือเราไม่ควรรู้สึกแย่กับมัน เพราะว่านี่มันเป็นเส้นทางที่เราได้เลือกแล้ว
เมื่อพูดถึงวงการบอลลีวูด สิ่งที่คุ้นชินกับคนไทยคือภาพของการร้องเพลงและเต้นรำแทบจะตลอดทั้งเรื่อง แต่สำหรับหนุ่มๆ มองว่า พื้นฐานที่สำคัญยังคงยกให้การแสดงมาเป็นอันดับหนึ่ง ส่วนเรื่องอื่นแค่เสริมเข้ามาเท่านั้น
ฮาร์ชาร์ด : สิ่งที่สำคัญและเป็นพื้นฐานของนักแสดงคือ คุณต้องรู้ว่าจะแสดงยังไง แล้วจากนั้นมันก็เป็นเรื่องของข้อได้เปรียบ ถ้าคุณเต้นเป็น ร้องเป็น เล่นบทบู๊เป็น แม้แต่ขี่ม้าเป็น หรือว่ายน้ำเป็น มันก็ย่อมดีกว่าและได้เปรียบกว่าอยู่แล้ว ทุกสิ่งที่คุณรู้มันทำให้คุณเป็นนักแสดงได้ เพราะนั่นจะทำให้คุณสมบูรณ์แบบที่สุด
เมื่อถูกถามว่าอะไรคือความภูมิใจกับการได้มาเป็นนักแสดง ทั้งสองคนมองว่าแฟนๆที่คอยให้การสนับสนุนคือสิ่งเยียวยาจิตใจที่ดีที่สุด
ซิดดาห์ธ : แฟนคลับครับ
ฮาร์ชาร์ด : ถ้าให้พูดตรงๆ ในฐานะที่เป็นนักแสดง ผมว่า การที่เราไม่ได้ไปทำงานแบบคนนั้น เราไม่ได้เป็นแบบคนนี้ เพราะมันไม่เวิร์คสำหรับเรา แต่สำหรับพวกเขามันเวิร์ค เพราะเขาได้ตัดสินใจที่จะเป็นแบบนั้นแล้ว แต่การที่เราตัดสินใจมาเป็นนักแสดง มันมีหลายช่วงที่รู้สึกดีนะ เวลาที่มีคนชอบผลงานเรามากๆ หรือเวลาที่ใครเข้ามาหาเราแล้วบอกว่าชอบ
ซิดดาห์ธ : ใช่ครับ เวลาที่มีคนเดินเข้ามาแล้วบอกว่าเราเป็นแรงบันดาลใจ ฉันรักคุณ เราอยากเป็นเหมือนคุณ
ฮาร์ชาร์ด : สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดนี่แหละครับ ผู้ชมคือสิ่งที่สำคัญ พวกเขาคือคนที่ทำให้นักแสดงมีความสุข แต่จริงๆเราก็ไม่ได้ทำงานเพราะความคิดแบบนั้นทั้งหมดเสียทีเดียว บางทีเราก็ทำเพราะปัญหาส่วนตัวของเราเอง เวลาที่มีช่วงดาวน์ๆ ผมก็ผ่านไปได้เพราะผมทำงานเพื่อจะได้ไปรับความรู้สึกดีๆที่พวกคุณมีให้ในแต่ละปี มันก็บรรเทาความรู้สึกดาวน์ลงได้ครับ (หัวเราะ)
ทั้งสองหนุ่มกล้ามแน่น ที่มีหุ่นขยี้ใจสาว ได้เผยเคล็ดลับดูแลรูปร่าง โดยยืนยันว่าการออกกำลังกายเท่านั้นคือคำตอบ
ซิดดาห์ธ : มีแต่คนคิดว่าการหุ่นดี จะต้องกินคลีน ไม่ควรจะกินเยอะ แต่ไม่ใช่เลย ผมกินเยอะมาก ผมกินจังก์ฟู้ดทุกชนิด แต่สิ่งที่ผมทำคือผมออกกำลังกาย สำหรับผมเคล็ดลับเดียวเลยคือออกกำลังกายเท่านั้นครับ
ฮาร์ชาร์ด : จริงๆ แล้วคือเราทำอะไรเราก็จะได้รับผลแบบนั้นครับ คือถ้าหิวก็กินครับ เราไม่ควรอด แต่ก็เลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ แล้วก็ออกกำลังกาย
ขึ้นแท่นเป็นหนุ่มฮอตที่สาวๆ หมายปอง แต่สาวๆ ในสเปกของทั้งคู่นั้นยังไม่สามารถบอกได้ว่าแบบไหน
ฮาร์ชาร์ด : ยังไม่ได้ตัดสินใจเลย ถ้ามีสเป็คคงมีคู่ไปแล้ว ซิดดาห์ธน่าจะมีคำตอบที่ดีกว่าผมนะ
ซิดดาห์ธ : แบบแม่ผมครับ แม่เลือก แม่ชอบแบบไหนผมก็ชอบแบบนั้นครับ
ถึงจะยังไม่มีสาวในสเปก แต่ถ้าเจอผู้หญิงที่ชอบเมื่อไหร่ ปฏิกิริยาของทั้งคู่นับว่าแตกต่างกันมากทีเดียว
ฮาร์ชาร์ด : ผมคงมึน จำไรไม่ได้ แต่มันก็ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยอะไรแบบนั้นครับ
ซิดดาห์ธ : ผมคงขี่หลังหมา (หัวเราะ) แล้วก็วิ่งหนีไปเลย คงทักทายแล้วก็วิ่งหนีไป จริงๆผมอาจจะชมเขาบอกว่า “น่ารักจังครับ ผมชอบคุณ”
การมาเมืองไทยครั้งแรกของ 2 หนุ่ม ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากแฟนคลับชาวไทย ทำเอาปลาบปลื้มอิ่มเอมกับมิตรภาพ
ฮาร์ชาร์ด : ผมรู้สึกดีนะครับ ผมไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน แล้วนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ผมมามีทติง ได้มามีทติงเจอกับคนที่อยู่กันคนละส่วนของโลก พวกเขาทั้งใจดี แล้วก็น่ารักมาก คอยยิ้มให้ตลอด พวกเขาแสดงออกว่ามีความสุขที่ได้เจอพวกเรา ผมเซอร์ไพรส์มากที่พวกเขายังเอาเค้กมาให้แม้ว่าวันเกิดผมผ่านไปแล้ว น่ารักมากๆ เลยครับ
ซิดดาห์ธ : ใช่ครับ ยิ้มให้ตลอดเลย แล้วมีคนใส่เสื้อสกรีนหน้าผมมาด้วย
ถ้าพูดถึงเมืองไทยคิดถึงอะไรเป็นอันดับแรก
ซิดดาห์ธ : ขอบคุณครับ, อาหารไทย
ฮาร์ชาร์ด : มะม่วง, ข้าวเหนียวมะม่วง
ซิดดาห์ธ : ผมชอบข้าวเหนียวมะม่วงมากๆ เลยครับ ชอบทุกอย่างที่เป็นมะม่วง
พูดภาษาไทยได้บ้างไหม?
“สวัสดีครับ, ขอบคุณครับ, ผมรักคุณ” (สอนภาษาไทย) “พี่ดุนะ หนูไหวเหรอ”, “รักนะ จุ๊บๆ”
หนุ่มๆ ได้ทิ้งท้าย ฝากข้อความถึงแฟนๆชาวไทย แม้จะสั้นแต่ความหมายยิ่งใหญ่และสัมผัสได้ว่ากลั่นมาจากใจอย่างแท้จริง
“ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างครับ”
ขอขอบคุณ VIE Hotel VIE Hotel Bangkok, MGallery Hotel Collection ที่เอื้อเฟื้อสถานที่


