xs
xsm
sm
md
lg

สาวรุ่นลูกร่ำไห้ โต้เป็นเมียใหม่ "ชลธี ธารทอง" ครูเพลงกลับลำ อ้างพูดเล่น หลังฟ้องหย่าสำเร็จจะแต่งเมียใหม่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เปิดทุกซอก "ชลธี ธารทอง" ฟ้องหย่าเมียปุ๊บ จะแต่งเมียใหม่แค่พูดขำๆ ลั่นเคยนัดหย่าเมียไปแล้วหนึ่งครั้งแต่อีกฝ่ายไม่ยอมมา ทนไม่ไหวถูกเมียทำร้ายเลือดออกเป็นขันๆ ปฏิญาณจะไม่ทำร้ายเมีย ทั้งที่เป็นนักมวยเก่า ยกสินสมรสให้เมียทั้งหมด แต่ขอชีวิตคืน ยันเป็นถึงศิลปินแห่งชาติไม่โกหก หวั่นชีวิตวิบัติ ด้าน "สาวเกด" ร่ำไห้ไม่ได้เป็นเมียน้อย ไม่ใช่เมียใหม่ นับถือเป็นครู-ลูกศิษย์ ขอให้ด่าที่ตน อย่าลามพ่อแม่

หลังจากมีข่าว ศิลปินแห่งชาติ “ชลธี ธารทอง” วัย 83 ปี ฟ้องหย่าภรรยา "นางศศิวิมล" หรือ "ครูปุ้ม" และเตรียมแต่งงานใหม่กับสาวคนสนิทรุ่นลูกวัย 29 ปี “เกด สกุลนัฐธิดา” เป็นข่าวใหญ่ครึกโครม ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อสอบถามไปยังครูชลธีถึงเรื่องดังกล่าว ซึ่งเจ้าตัวยืนยันว่ายังไม่แต่งงานทันทีหลังจากที่หย่าเสร็จเรียบร้อย พร้อมเล่าฟีดแบ็กหลังจากที่มีข่าวออกไปให้ฟังว่า....

ชลธี : “โอ้โห...ตั้งแต่ข่าวออกไปทุกอย่างก็พัลวันไปหมดตั้งแต่ตื่นจนตอนนี้ สายเข้าจนโทรศัพท์ร้อนเลย รับกันไม่ไหว ก็ขอบคุณแฟนคลับและลูกศิษย์ทุกคนที่เป็นห่วง ความจริงครู 83ปี เป็นวัยพักผ่อนแล้ว แต่ในเมื่อมันมาถึงจุดนี้แล้วเราก็ต้องบอกสังคมให้รู้บ้างว่าเราเป็นยังไง วันนี้สังคมยังเข้าใจผิดในหลายเรื่อง อยากจะบอกว่าที่ผมออกจากบ้านมามันมีเหตุผล ผมอยู่กับครูปุ้มมาเกือบ 30 ปี แรกๆ ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน แต่ต่อๆ มาปัญหามันเกิดเรื่อย เพราะผมเป็นคนของประชาชน ไปไหนคนก็มารุมล้อม ลูกศิษย์ก็อยากจะมาจับมือถือแขน กอดคอถ่ายรูปด้วย มันเป็นธรรมดา แต่เขารับไม่ได้”


“เขาก็ฮึดฮัด ผมก็บอกใจเย็นๆ เราอยากมีแฟนเป็นคนมีชื่อเสียงก็เป็นอย่างนี้แหละ อย่าไปคิดอะไรมาก เราก็คุยกันเรื่องนี้บ่อยแต่เขารับไม่ได้ แล้วปัญหาก็เกิดซ้ำๆ บ่อยๆ เข้า เราก็เอาอย่างนี้ดีกว่า เมื่อไม่เข้าใจกันก็ขอแยกทางกันดีกว่า ต่างคนต่างอยู่ เขาก็ไม่ยอม พยายามจะยื้อยุด ผมบอกถ้าเป็นอย่างนี้ผมทำงานไม่ได้ ผมนอนไม่หลับด้วย สังขารผมขนาดนี้แล้ว นอนไม่หลับมากๆ เดี๋ยวจะหลับไม่ตื่นไป ผมก็เลยตัดสินใจออกจากบ้านมา”


เผยก่อนหน้านี้เคยนัดภรรยาหย่าแล้วแต่อีกฝ่ายไม่ไปตามนัด ลั่นไม่ขอลงรายละเอียดลึกเรื่องการทำร้ายร่างกาย แต่เล่าจุดแตกหักที่ออกจากบ้านมาเพราะทะเลาะกันรุนแรงขนาดทำตนปากเป็นแผลเลือดออกมาเป็นขัน บอกเคยปฎิญาณจะไม่ทำร้ายผู้หญิงแน่นอน
ชลธี : “ผมทนมาเกือบ 30ปีแล้ว ทุกครอบครัวมีปัญหาหมด อยู่ที่จะปรับความเข้าใจกันได้มากแค่ไหน ผมก็พยายามพูดแล้วแต่เขาก็ไม่เข้าใจ ปัญหาก็เลยเกิด เรื่องของการทำร้ายร่างกายผลขอข้ามไปได้มั้ย เดี๋ยวจะหาว่าไปใส่ความเขา ผมขอให้เขาหย่าแต่เขาไม่หย่า จริงๆ เราเคยนัดกันแล้วว่าจะไปเจอกันที่อำเภอแต่สุดท้ายเขาก็ไม่ไป พอเรื่องมันเกิดขึ้นบ่อยๆ มันทำให้ผมอึดอัด ในเมื่อเขาไม่ตกลงอะไรผมก็ต้องฟ้องหย่า ให้กระบวนการยุติธรรมเช้าช่วย”


“ระหว่างที่ออกมาก็ไม่ได้พูดคุยกันเลย ในเมื่อไม่หย่าผมก็เดินออกมาจากบ้าน ผมออกมาได้ปีนึงแล้ว วันที่ออกมาเราทะเลาะกันแรง มันถึงที่สุดแล้ว ตบตีลงไม้ลงมือกัน ผมเป็นเป็นนักมวยเก่า ผมปฎิญาณไว้กับครูมวยผมว่าผมจะไม่ทำร้ายผู้หญิง ไม่ทำร้ายคนไม่มีทางสู้ คนที่อ่อนแอกว่า พ่อผมเองก็สอนผมอย่างนั้นเหมือนกัน ถ้าผมจะไปทำอะไรเขา เขาไม่ได้มายืนพูดอย่างนี้หรอก ผมไม่ได้ตอบโต้อะไรเขาเลย ผมเดินหนี ผมไม่สู้ผู้หญิง แต่เขาทำผมจนปากเป็นแผล เลือดออกเป็นขันๆ คุยกันไม่รู้เรื่องก็ใช้อารมณ์คุย ก็คงเป็นธรรมดาของผู้หญิงที่เขามีอารมณ์หึงหวง ผมไม่โกรธเขาหรอก แต่ผมขอออกมาดีกว่า อยู่ไปมันก็ไม่มีความสุข”


แจงที่ตัดสินใจออกมาไม่ใช่ว่าตนติดเด็ก ลั่นตนปลงหมดแล้วอีกไม่นานก็ตาย
ชลธี : “หลายคนหาว่าผมไปติดเด็ก แก่ขนาดนี้แล้วเด็กที่ไหนจะมาติดผม เดินก็ไม่คล่อง นอนก็ไม่ค่อยหลับ ผมมีเรื่องจุกจิกเยอะ เด็กที่ไหนจะมาติดผม แล้วผมจะไปติดเด็กทำไม ผมควรจะไปอยู่วัดได้แล้วจริงๆ แล้ว ผมมีเรื่องเครียดๆ ผมก็หาเพื่อนคุย ใครคุยดีผมก็คุยด้วยก็เท่านั้นเอง ไม่มีอะไรเลยจริงๆ ผมปลงแล้ว จะอยู่ได้อีกสักกี่วัน อีกไม่กี่วันผมก็จะตายแล้ว จะไปคิดอะไร ผมไม่เอาหรอก”


ชี้ 10 มิ.ย. นี้เตรียมขึ้นศาลนัดแรก ยันตนเป็นศิลปินแห่งชาติพูดความจริงทุกอย่าง หากพูดโกหกชีวิตวิบัติ
ชลธี : “ผมไม่ได้เตรียมใจอะไร ก็เอาความจริงไปพูดให้ศาลฟัง ผมได้ยินมายังไงผมก็จะพูดอย่างนั้น ดูถูกผมยังไง ดูถูกบุพการีผมยังไงผมจะไปเล่าที่ศาล ตัวผมเองจะเป็นหลักฐาน ผมเป็นศิลปินแห่งชาติ ผมไม่มีสิทธิ์จะไปโกหกประชาชน โกหกศาล ถ้าศิลปินแห่งชาติพูดโกหกชีวิตวิบัติ จะขึ้นศาล 10 มิ.ย. 9 โมงเช้า ที่กาญจนบุรี เรื่องจะจบยังไงผมก็ยังไม่รู้เหมือนกัน เขาก็คงเอาผมเต็มที่แหละ ผมไม่กลัวแพ้ ถ้าคนพูดจริงทำจริงจะแพ้ก็ให้มันรู้ไป เราเอาความจริงมาพูด


พ้อปัญหาครอบครัวกระทบงานทำตนเครียด ไม่มีสมองแต่งเพลง ทำงานสืบสานอุดมการณ์ที่ตนรัก
ชลธี : “ผมไม่มีสมองไปแต่งเพลงเลย ดึกดื่นผมลุกขึ้นมาตี 1 ตี 2 เขาก็จะลุกขึ้นมาถามแล้ว มันจะไหวเหรอ ผมเป็นนักแต่งเพลง ผมต้องใช้สมอง เพราะงานผมมันเป็นกวี อารมณ์ต้องสุนทรีตลอด อันนี้มันอะไรก็ไม่รู้ เยอะแยะไปหมด เราเลยรู้สึกว่าเราไปตามทางของเรา หาทางสงบของเราดีกว่า เราจะได้ทำงานของเราได้ จุดประสงค์ที่ออกมาคือเราต้องการอยู่อย่างสงบ ทำงานที่ผมรัก ผมบอกกับตัวเองตั้งแต่ผมเรียนจบว่าผมจะเป็นนักแต่งเพลง แล้วผมจะเป็นนักแต่งเพลงไปจนวันตายภายใต้ปลายปากกา พอผมเป็นคนมีชื่อเสียง มีลูกศิษย์ลูกหา ความรับผิดชอบผมมันต้องมี อุดมการณ์ผมยังมี ผมยังอยากจะทำประโยชน์ให้กับโลกโดยการสร้างศิลปินเพื่อสืบสานวัฒนธรรมไทย”


เชื่อแฟนๆ เข้าใจ ข่าวคราวไม่กระทบชื่อเสียงความเป็นศิลปินแห่งชาติที่ตนสร้างสมมา
ชลธี : “ผมว่าคนที่เขาเข้าใจถ่องแท้ คิดดีทำดี เขาไม่มาพูดถึงตำแหน่งที่ผมมีตอนนี้หรอก เพราะผมไม่ใช่คนผิด เขาอาจจะเข้าใจผิด แต่พอผมได้อธิบายเขาก็รู้ ผมไม่ใช่คนที่ไปสร้างเวรสร้างกรรมอะไร ผมทำประโยชน์ตลอด คนได้ความสุขจากเพลงของผม จนผมได้รับโปรดเกล้าฯ ให้เป็นศิลปินแห่งชาติ แสดงว่าเราเป็นคนที่คิดดีทำดี จิตเป็นสาธารณะ ถ้าเราคิดชั่วทำชั่วมันจะมาถึงจุดนี้ได้ยังไง”


เรื่องของสินสมรส อะไรที่เคยมีมาร่วมกันตนยกให้หมด แค่ขอชีวิตคืน
ชลธี : “ผมไม่รู้ว่าเขาคิดยังไงเรื่องนี้ แต่มันก็มีข้อกฎหมายสินสมรส หลังจากที่แต่งงานกันแล้วอะไรที่ได้มาหลังแต่งงานก็ต้องแบ่งกันอันนี้ไม่มีปัญหา แต่ถ้าทรัพย์สินก่อนหน้านั้นไม่มิสิทธิ์ ผมไม่ติดใจเรื่องนี้ โอเค ไม่มีปัญหา ผมแค่อยากจะมีอิสระ ผมอาจจะไม่เอาอะไรเลย ไม่แบ่ง ให้เขาไปเลย ผมขอชีวิตผมคืนมา แล้วเดินไปข้างหน้าเพื่อจะสร้างสรรค์งานที่เรารักตามอุดมการณ์ที่เราตั้งเอาไว้ ผมอยู่คนเดียวได้ไม่เป็นไร”


เผยสัมพันธ์สาวรุ่นลูก “เกด สกุลนัฐธิดา” แค่แฟนเพลง ด้านสาวเกดบอก 1 ปีที่ฝ่ายชายออกจากบ้านตนบริสุทธิ์ใจดูแลด้วยความเคารพและศรัทธาในฐานะปูชนียบุคคล
ชลธี : “เขาเป็นแฟนคลับผม เขาหากินกับเพลงของผม เขาเคารพผมอย่างครูบาอาจารย์ เขามาดูแลเราได้ เราก็เห็นว่าเขาเป็นคนซื่อดี ตรงๆ ตรงจนไม้ทิ่มเลย ให้เงินให้อะไรก็ไม่เอา กับครูปุ้มผมก็ได้อธิบายว่าเกดคือแฟนเพลง แต่เขาไม่เชื่อ ในเมื่อไม่เชื่อก็ไม่เชื่อ”


เกด : “โดนมาตั้งแต่แรกๆ เลยก็ไม่ได้ตอบโต้อะไร ไม่มีความคิดจะอะไรในหัวสมองเราเลย เพราะเราไม่ได้ทำอย่างที่เขาพูด มาเจอข่าวพวกนี้ก็ไม่ได้ดูเลย ลงหน้า 1 ก็เท่านั้น วันที่ครูมาหาเราก็ตกใจแหละ ตอนนั้นเราอยู่บ้าน ช่วงเย็นแล้ว ครูก็เลือดซกมาเลย เราก็พาไปโรงพยาบาล ส่วนตัวเคยเจอครูปุ้มครั้งเดียวที่งานคอนเสิร์ต เราก็ไม่ได้คิดที่จะเคลียร์อะไร เราไม่สนใจอยู่แล้ว เพราะไม่มีอะไรที่จะมาติดต่อกัน เราไม่ได้อยากจะอธิบายอะไร เพราะแม้แต่คนใกล้ชิดอย่างครูอธิบายไปแกก็ยังไม่เชื่อ เราซึ่งเป็นคนภายนอกเราจะไปนั่งอธิบายเพื่ออะไร ทำไมเราจะต้องไปนั่งอธิบายในสิ่งที่เขาคิดร้อยแปดพันอย่าง จะให้เราไปตอบร้อยแปดพันอย่างที่เขาคิดมันก็ไม่ใช่”


“เราก็ปฎิบัติของเราในจุดที่เราปฎิบัติได้ต่อครูด้วยความศรัทธาด้วยความเคารพ ครูเป็นปูชนียบุคคล ไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่งที่เราจะติดป้ายห้ามใครมายุ่งนะ เราก็พูดตามหลักความจริง เราบริสุทธิ์ใจ 1 ปีที่ที่ครูออกมา เราไม่ได้ดูแลครูตลอด เพราะครูไม่ได้อยู่กับเราตลอด นานๆ ครูจะแวะมาที นอกจากถ้าครูมีงาน เราก็จะช่วยครูขับรถให้ เป็นสารถีแล้วก็เป็นเลขาให้กับครู จดงานต่างๆ ของครู”


ร่ำไห้ข่าวกระทบจิตใจ บอกห้ามความคิดใครไม่ได้ แต่ขอให้ลงที่ตนคนเดียว อย่าด่าว่าไปถึงพ่อแม่ตน ตนไม่คิดตอบโต้ ได้แต่ร้องไห้คนเดียว
เกด : “ต้องกราบขอบพระคุณทุกคนที่มีทั้งคำติและคำชมมาหลายๆ อย่าง เราไม่สามารถจะไปห้ามความคิดทุกคนได้ แต่ก็อยากบอกทุกคนว่า (ยกมือไหว้) จะอะไรก็ที่เราคนเดียว อย่าไปถึงพ่อแม่ พ่อแม่เราไม่ได้แข็งแรง(เสียงสะอื้น) ณ ปัจจุบันนี้ แม่เราก็ยังนอนอยู่ที่โรงพยาบาล ท่านมองไม่เห็น และท่านมีหลายโรครุมเร้า ก็อยากจะบอกกับทุกคนว่าไม่ชอบใจอะไรให้มาลงที่เราคนเดียว อย่าไปลงที่พ่อแม่เรา เพราะเราไม่ได้คิดที่จะทำอะไรผิดอย่างที่ทุกคนเข้าใจ เจอแบบนี้เราก็ได้แต่ร้องไห้ ไม่อยากจะไปรบกวนครูเขา”


ชลธี : “ผมก็บอกเขาว่าอย่าไปคิดมาก เรื่องจริงก็คือเรื่องจริง เรื่องไม่จริงก็คือเรื่องไม่จริง คนที่พูดเรื่องไม่จริงเดี๋ยวบาปมันก็ไปถึงเอง แต่พอไปพูดถึงพ่อแม่ ญาติๆ เขามันก็ไม่ถูกเลย บางคนก็โพสต์กันหยาบคายมาก ต่ำ เถื่อนมาก”


เกด : “เราก็ไม่เคยคิดที่จะตอบโต้ จะหันไปหาใครก็ไม่ได้ ครูก็เป็นคนที่เราเคารพ งานแกก็เยอะ จะไปบอกครูว่าครูเรื่องนี้มาถึงหนูนะ หนูโดนอย่างนี้ควรจะแก้ยังไง จะให้หันไปพูดกับพ่อแม่ ท่านก็ป่วย ก็ได้แต่เก็บไว้คนเดียว ก็ยืนยันว่าเราเป็นแค่แฟนเพลงไม่มีเรื่องชู้สาว เป็นแฟนเพลงครูมาตั้งแต่เด็กๆ สาวเพชรบุรีนี่จำขึ้นใจเลย ใช้เป็นเพลงไปประกวดร้องเพลง ด้วยความที่ใจลึกๆ เราเคารพครู พ่อแม่เราอายุน้อยกว่าครูอีก เวลาเจอกันไม่รู้ใครจะไหว้ใครก่อน”


ยันไม่แต่งงานทันทีหลังจากฟ้องหย่าสำเร็จ ที่เป็นข่าวแค่พูดเล่นขำๆ ใจเขาใจเรา เอาตามความเป็นจริง จะหย่าปุ๊บแต่งปั๊บไม่ได้ ด้านสาว “เกด” บอกชินแล้วถูกมองเป็นเมียน้อย
ชลธี : “ก็คุยกันไปอะไรกันไปขำๆ เรื่องนี้มันไม่ได้ยาว มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น คนเขามีพ่อมีแม่ แล้วยิ่งประเพณีมอญด้วย เขาเคร่งเรื่องนี้มาก ไม่ได้หรอกไปทำสุ่มสี่สุ่มห้า ผมกับเกดก็คือศิษย์กับครู เขาดูแลผมผมก็ดูแลเขา ถ้าจะถามว่าจะแต่งงานมั้ยผมก็ตอบว่าไม่ ไม่ได้คิด ไม่ได้ฟ้องหย่าเสร็จแล้วจะแต่งงานใหม่ จะแต่งใหม่ก็เป็นเรื่องของเวลาวันหน้าวันหลัง เมื่อวันถึงเวลาก็จะบอกเอง ถ้าถึงเวลามันจะเป็นมันก็ต้องเป็น ถ้ามันจะไม่เป็นมันก็ไม่เป็น เราไม่ใช่วัยรุ่นวัยเดียวกันที่จะมาจู๋จี๋กันตลอด เราคิดกับเขาเป็นลูกเป็นหลานคนนึง เขาก็ดูแลผมเรื่องงาน ขับรถ ผมก็ดูแลเขาเรื่องค่าใช้จ่ายเล็กๆ น้อยๆ”


เกด : “เป็นการแซวกันขำๆ กับเพื่อนฝูงครูท่าน ก็แบบเปิดตัวไปเลย แต่งไปเลย ดีใจแล้วที่มีคนมาดูแล ประมาณนั้น เราก็ได้ฟังแล้วไม่ได้คิดอะไร เราก็ติ๊งต๊อง บ้าๆ บอๆ ไปไม่อยากให้ครูท่านเครียด ยังไม่แต่งค่ะ ใจเขาใจเรา เอาตามความเป็นจริง จะปุ๊บปั๊บมันก็ไม่ได้”

ชลธี : “สังคมจะมีสักกี่เปอร์เซ็นต์กันที่จะมองกันในแง่ดีบ้าง คนเห็นผู้หญิงผู้ชาย ก็เหมารวมกันไป ยิ่งไปไหนมาไหนด้วยกันก็พูดไปว่าเขามีอะไรกันแล้ว”


เกด : “โดนเยอะค่ะ พูดว่าเมียน้อยครูแน่เลย เราก็เฉยๆ เอาอีกแล้วเหรอ ชินแล้ว แต่ถามว่าบั่นทอนมั้ยเราก็บั่นทอนนะเพราะเราเป็นผู้หญิง พอมาได้ฟังเรื่องราวพวกนี้ใจมันก็ดร็อปๆ แต่เราเป็นคนที่เครียดไม่นาน 10 นาที พอ แล้วเราจะไม่ไปคิดอะไรอีก เพราะเราเองก็มีเรื่องราวที่ต้องคิดของเรามากพออยู่แล้ว”


แจงมีเงินเก็บส่วนตัว ลั่นถึงจนก็ไม่คิดปอกลอกใคร
เกด : “คนจะคิดว่าเกดมาปอกลอกครู อันนี้ต้องขอชี้แจงเลยนะคะว่าด้วยการทำงานมาก่อนหน้านี้ แล้วเราต้องมาหยุดเพราะครูขอร้องให้มาช่วย ในเมื่อครูให้มาช่วยเราก็ออกมาช่วยครู ถามว่ามีเงินเก็บมั้ยมี ต่อให้จนก็ไม่เคยคิดที่จะมาปอกลอกใคร”


ชลธี : “ผมเอาเงินยัดใส่มือเขา เขายังไม่เอาเลย เป็นคนตรง คนหยิ่งมาก เขาไม่เอาเลยจริงๆ คนตรงๆ ซื่อๆ ใสๆ อย่างนี้นี่แหละที่เราชอบ เราไว้ใจเขาได้ทุกเรื่อง คนแบบนี้ล้านคนจะมีสัก 2 คนรึเปล่าก็ไม่รู้”


เกด : “เราไม่คิดจะเอา เวลาไปไหนกับครูก็ไปกันหลายคน ไม่ได้ไปกันสองคนแล้วเกดก็ไม่ได้คิดที่จะเฟดตัวออกมาหลังจากเกิดเรื่องต่างๆ ถ้าครูมอบหน้าที่มาให้เราก็ยังจะช่วยครูอยู่ เราไม่คิดที่จะเฟดตัวออกมาหลังจากที่มีกระแส อีกหน้าที่นึงที่ต้องทำให้ครูก็คือล่าม เป็นผู้ช่วยครู เพราะแกก็อายุมากแล้ว จะเฟดตัวออกมาเราก็เป็นห่วงอีก”


ท้ายสุดครูเพลงเผยได้แต่งเพลงให้สาวเกดบ้างแล้ว ส่วนเรื่องลิขสิทธิ์เพลงหลังจากหย่าแล้วยังไงก็เป็นของตนทั้งหมด
ชลธี : “แต่งให้เขาหลายเพลงแล้ว แต่ยังไม่ได้ออกมาเลย”


เกด : “ก็ฝึกร้องแล้วค่ะ จะได้ออกเป็นซิงเกิลมั้ยอันนี้แล้วแต่ครูจะให้โอกาสเลย เราก็ดำเนินไปอย่างนี้”


ชลธี : “ของแบบนี้มันต้องแล้วแต่เวลา จังหวะอันควร ได้จังหวะดีๆ เราค่อยปล่อย หลังจากหย่าแล้วลิขสิทธิ์เพลงก็ต้องตกอยู่ที่ผม ผมเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ เพลงที่มีลิขสิทธิ์ผมมีมาก่อนสมรส เป็นเพลงเก่าผมทั้งนั้น ผมไม่กลัวว่าลิขสิทธิ์เพลงผมจะต้องไปแบ่งครึ่ง ผมคุยกับฝ่ายกฎหมายแล้ว เพลงเก่าของผมก็เป็นสมบัติของผม ผมจะไปเล่นแร่แปลธาตุยังไงมันก็เป็นสิทธิ์ของผม บ้านก็เหมือนกันผมมีบ้านแล้ว ผมถึงมาจดทะเบียนกับเขา เขาก็อ้างอะไรไม่ได้ว่าเป็นของเขา แต่หลังที่อยู่ด้วยกัน หรืออะไรต่างๆ ก็เป็นของเขาไป อยากได้แหวน อยากได้บ้าน อยากได้รถ ผมซื้อรถให้เขา 1.8 ล้าน จะเอาอะไรอีก จะเอาอะไรก็เอาไป แต่ทรัพย์สินที่ผมเคยมีมาก่อนจดทะเบียนก็เป็นของผม เพลงที่เป็นลิขสิทธิ์ต่างๆ ก็อยู่กับผม ตอนนี้ผมให้แกรมมี่ดูแลลิขสิทธิ์อยู่”





กำลังโหลดความคิดเห็น...