xs
xsm
sm
md
lg

“เป๊ก เปรมณัช” โอดเสียหายหลายแสนพายุถล่มร้านทุกปี ทำใจย้ายร้านหนีไม่ได้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“เป๊ก เปรมณัช” พ้อพายุถล่มร้านที่เชียงใหม่จนพังพินาศ ด้านภรรยา “นิว นภัสสร” เสียใจเจอเหตุการณ์แบบนี้ทุกปี โอดเสียหายหลายแสน เตรียมรื้อร้านแล้วสร้างใหม่ให้แข็งแรงกว่าเดิม แจงย้ายร้านหนีไม่ได้เหตุเพราะร้านตนเป็นแลนด์มาร์คของเชียงใหม่ไปแล้ว

โดนพิษพายุฤดูร้อนถล่มจนร้าน “แบรนด์นิว ฟีล กู้ด” (Brandnew Field Good) ของสองสามีภรรยา “เป๊ก เปรมณัช สุวรรณานนท์” และ “นิว นภัสสร ภูธรใจ” ซึ่งตั้งอยู่ บ้านปง อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ พังยับเยิน โดยหนุ่มเป๊กเผยว่าครั้งนี้เสียหายหลายแสนบาท ทำใจเจอพายุทุกปี ตอนนี้ร้านเปิดต้อนรับลูกค้าได้ปกติ เชื่อพายุพัดพาสิ่งไม่ดีไปหมดแล้ว

“ตอนนี้ก็โดนพายุฤดูร้อนพัดเข้ามา ทุกอย่างปลิวว่อนครับ ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อ 3 วันที่แล้ว มาแบบเป็นพายุเลยครับ พายุมันจะมาเป็นประจำทุกปีในฤดูร้อนเดือนเมษายน ช่วงหลังสงกรานต์เลย แต่เราไม่รู้ว่าระดับความรุนแรงของมันที่มาแต่ละครั้งแค่ไหน แต่พายุฤดูร้อนที่มาแต่ละครั้งก็สร้างความเสียหายให้เมืองเชียงใหม่ทุกครั้ง ซึ่งมาประมาณปีละครั้ง สองครั้ง อย่างปีก่อนๆ ที่มาลมแรงพัดจนรถคว่ำ”

“ขณะที่เกิดเหตุการณ์ตอนนั้นร้านก็เปิดบริการอยู่ ลมที่พัดมาระยะเวลามันพัดจะอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมงถึงจะสงบ ปีนี้ก็พัดเสาไฟฟ้าหัก ทางเดินที่เป็นอุโมงค์พัดจนโครงเหล็กบิด(ทางเดินภายในร้านเป๊ก) ระบบไฟฟ้าพังเสียหาย หรือต้นไม้ใหญ่ที่รักษาเอาไว้หักเกือบหมด และหักมาโดนรถที่จอดไว้ รวมไปถึงกระจกแตก ซึ่งถ้ามันพัดจนเหล็กบิดได้ก็ถือว่ารุนแรงมาก”

“ส่วนในโซนที่เป็นห้องแอร์ ที่เป็นห้องกินข้าว เป็นห้องกระจก เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแรงมาก ไม่ได้รับความเสียหาย ในส่วนที่ได้ความรับเสียหายก็เป็นโซนสะพานไม้ไผ่ ที่เป็นทางเดินได้รับความรับความเสียหาย และอุโมงค์ที่เป็นโครงกลมๆ ที่ต้องเดินผ่านเข้าไปคือถูกพัดจนบิด ซึ่งถ้าเราเชื่อมจากฐานปูน มันอาจจะไม่บิดขนาดนี้ แต่นี่อาจจะเชื่อมกับโครงสร้างของสะพานไม่ไผ่ แนวทางของต้นไม้ที่มันหลุด พังออกมานั้น จริงๆ แล้วต้นไม้มันควรจะโตออกมาเป็นปกคลุม การสร้างอะไรที่กลางนามันต้องเป็นเหมือนโอเอซิส มีความเขียวปกคลุม กันแดด กันฝน ต้องเคลียร์สถานที่ใต้ต้นไม้ต้องไม่มีอะไรมาวาง แต่ไม่ถึงกลับต้องเปลี่ยนรูปแบบนี้ร้าน เพราะเราสามารถปลูกขึ้นมาใหม่ได้”

“ประเมินค่าเสียหายน่าจะประมาณหลายแสนบาทอยู่ ตอนนี้ทุกอย่างเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว เราเปิดให้บริการแล้ว แขกที่มาใช้บริการก็มาในส่วนของโซนที่ไม่ได้รับความเสียหายครับ ร้านเปิดปกติแต่ก็ควบคู่ไปพร้อมกับการซ่อมแซมไปด้วย และลูกค้าบางท่านเขาอาจจะยังไม่ทราบข่าว และเขามาใช้บริการ เราก็ต้อนรับปกติ”

“นิว” วิตกต้องเจอพายุทุกปี เตรียมรื้อร้านแล้วสร้างใหม่ให้แข็งแรงกว่าเดิม
“ตอนที่นิวเขาทราบข่าว อย่างแรกก็คือตกใจก่อน และเริ่มเสียใจในรูปแบบที่ว่ามันเป็นแบบนี้อีกแล้วเหรอ มันจะเข้ามาแบบนี้ และรุนแรงแบบนี้ทุกปีเลยเหรอ จริงๆ สาเหตุมาจากโลกเราร้อนขึ้นเหรอ หรือมาจากพายุร้อนเหรอ หรือมาจากสาเหตุไหนกันแน่ ซึ่งถ้ามันเกิดขึ้นแบบนี้ในทุกๆ ปี เราจะได้หาทางป้องกันถูกเพราะว่ามันก็สร้างความเสียหายในทุกปี ซึ่งถามว่าปีนี้แรงสุดไหม มันก็แรงต่างกันทุกปี มันก็มาประมาณนี้แหละ แต่เพียงเราไม่รู้ว่ามันจะมาครั้งนี้ครั้งเดียว หรือว่ามันจะมาอีก”

“ขั้นตอนของการเกิดพายุฤดูร้อนจะเริ่มจากฟ้าครึ้มๆ ก่อตัว และมีฝนตกลงมาเบาๆ มีลูกเห็บมา และลมพายุก็เริ่มมา แรงขึ้นเรื่อยๆ พัดไปพัดมาประมาณครึ่งชั่วโมง พัดทุกอย่างไปหมดเลย ในทุกๆ เดือนเมษายนมันจะมา 2-3 ครั้ง แต่พอมันมาครั้งนี้ และถ้ามันมาอีกครั้งนึง เราจึงมองว่าถ้าเราจะสร้างอะไรขึ้นอีกสักอย่าง เราต้องสร้างให้มันแข็งแรง รากฐานมันต้องแข็งแรงมาก เรื่องภัยพิบัติเราไม่สามารถควบคุมได้ ฉะนั้นเราต้องควบคุมการรักษาความปลอดภัยของทางร้านเรา ก็คิดหลายวิถีทางทั้งคิดว่าจะถอดของประกอบที่ใช้ตกแต่งร้านออกก่อนไหม แต่เราก็ไม่รู้ว่าจะเอาเก็บไว้ไหน มันก็พัดปลิวไปอยู่ดี ฉะนั้นก็ต้องสร้างอะไรที่เป็นแลนด์มาร์คหลักๆ ให้มันมั่นคงมากกว่านี้ครับ”

“ผมกับนิวก็ต้องรอให้ว่างก่อนแล้วค่อยขึ้นไปที่ร้าน เพราะในช่วงนี้ตารางงานค่อนข้างแน่น แต่คือไม่ได้ไปนานแล้ว ตอนนี้เลยรู้สึกว่าอยากรีบไปมาก เพราะเราก็ทำอะไรไม่ได้ ไปห้ามไม่ให้เกิดก็ไม่ได้ ก็ปลุกขวัญ ให้กำลังใจเด็กที่ร้าน รวมไปถึงลูกค้าที่มาใช้บริการ อย่างวันนั้นที่เกิดเหตุพายุพัดมา เด็กที่ร้านก็พาลูกค้าเข้าไปหลบในที่ปลอดภัย ซึ่งลูกค้าทุกคนปลอดภัย”

ทางออกที่จะย้ายร้านไปที่อื่นตัดไปได้เลย เพราะตอนนี้ร้านตนเป็นแลนด์มาร์คของเชียงใหม่ไปแล้ว
“ส่วนในเรื่องความคิดว่าจะย้ายสถานที่ไหม คือมันย้ายไม่ได้หรอก เพราะมันเป็นโลเกชั่นที่ดีที่สุดแล้ว เพียงแต่ว่าเราต้องหาทางแก้และวิธีป้องกันดีกว่าเพราะพายุมันก็มาทุกปีอยู่แล้ว ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องย้ายร้าน เพราะที่ตรงนี้ใครมาก็ชอบครับ และไม่แปลกที่มันจะเกิดพายุ เพราะลักษณะรอบข้างเป็นภูเขาล้อมรอบ คล้ายเป็นช่องลมผ่าน อีกอย่างตอนนี้ brandnew field good ก็เป็นแลนด์มาร์คของเชียงใหม่ไปอีกแห่ง ใครมาเชียงใหม่ ก็อยากจะมาที่นี่ ใครมาก็มีความสุข มันไม่ใช่แค่ร้านอาหาร แต่มันเป็นศูนย์ทุกๆ อย่าง เหมือนคอมมูนีตี้ไปแล้ว เพราะนอกจากร้านอาหารแล้ว ยังมีกิจกรรมต่างๆ ยังมีการจัดคอนเสิร์ตใหญ่ๆ คนดูพันกว่าคนเป็นเฟสติวัล รวมไปถึงการกิจกรรมในทุกเทศกาลให้คนมาร่วมสนุก”

“เรื่องหมอกควัน สำหรับร้านเราจะไม่ค่อยถูกผลกระทบ มันขึ้นอยู่โซนมากกว่า แต่ถ้าถามว่าโดนทั้งเชียงใหม่ไหม ก็โดนครับ แต่เป็นแบบนี้ตลอดทุกปี ซึ่งมันก็รณรงค์ให้ลดการเผาป่า เผานามาตลอดทุกปี เพียงแต่ว่าปีนี้มีคนให้ความสนใจมากขึ้น มีการตรวจเช็คเพิ่มมากขึ้น แต่เป็นเพียงเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดือนกว่าๆ พวกเราก็พยายามกันอยู่ เริ่มจากกลุ่มนาเล็กๆ หรือบางทีกลุ่มใหญ่เราก็ห้ามยาก เพราะเป็นวิถีที่เขาทำมาตลอด อาจจะต้องคุมเข้มมากกว่านี้”

ตอนนี้พายุได้พัดพาสิ่งไม่ดีออกไปแล้ว ทุกอย่างกลับมาสวยงามเหมือนเดิมพร้อมต้อนรับลูกค้าทุกคน
“ตอนนี้ถ้าลูกค้าท่านใดจะมา มาได้เลย เพราะร้าน brandnew field good ยังเปิดให้บริการอยู่เหมือนเดิม ในส่วนที่เสียหาย เราก็กำลังซ่อมแซมอยู่ หรือจะติดตามโทร.สอบถามตามเบอร์ในเฟซบุ๊ก ไอจีของร้านได้เลย และนอกจากมีร้าน brandnew field good แล้วก็มีโฮมสเตย์ที่ชื่อว่าบ้านไก่โห่ เป็นที่พักแบบมุมมองพาโนรามา วิวสวยๆ ตอนนี้คนให้ความสนใจมาก แต่อยากจะบอกว่าลมพายุที่พัดมาสำหรับชาวเชียงใหม่มันได้ผ่านไปแล้ว มันพัดพาในสิ่งที่ไม่ดีไปแล้ว แต่พวกเราคนเชียงใหม่ยังยิ้มได้ และก็เหมือนว่าทุกอย่างกลับมาเริ่มใหม่อีกครั้ง ทุกคนน่าจะกลับมาที่เชียงใหม่อีกครั้งในบรรยากาศหน้าฝนตกพรำๆ อยู่กลางนา ได้กลิ่นหญ้า กลิ่นข้าว หรือถ้าจะมาหน้าหนาว เราก็พร้อมต้อนรับทุกคนครับ”
ภาพความเสียหายบางส่วน





กำลังโหลดความคิดเห็น...