xs
xsm
sm
md
lg

“นุ่น” ปวดร้าว ส่งแม่ขึ้นสวรรค์ ลั่นทำดีที่สุดแล้ว เสียใจแต่ไม่ฟูมฟาย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“นุ่น รมิดา” เผยแม่ติดเชื้อ ไวรัสขึ้นสมอง ก่อนจะนอนหลับไปเฉยๆ ไม่เจ็บปวด อย่างน้อยได้อยู่ด้วยกันในช่วงเวลาสุดท้าย รับทำใจนานแล้ว ไม่ได้บอกแม่ว่าเป็นมะเร็ง และไม่เคยบอกใครเรื่องอาการป่วย เผยพ่อมีอาการซึม พามาอยู่ด้วย ไม่อยากให้อยู่ในบรรยากาศเดิมๆ ขอบคุณ "หลุยส์" อยู่เคียงข้าง


เพิ่งเสียคุณแม่ไปช่วงวันสงกรานต์ที่ผ่านมาด้วยอาการติดเชื้อและไวรัสขึ้นสมองจากโรคมะเร็ง สำหรับนักแสดงสาว “นุ่น รมิดา ประภาสโนบล” ซึ่งเจ้าตัวก็ออกมาเผยถึงเรื่องนี้ในงานบวงสรวงละคร “พิภพ หิมพานต์” ที่ช่อง 3 หนองแขม บอกว่าตนและครอบครัวทำใจเรื่องนี้ไว้นานแล้ว และแม่ก็เข้มแข็งมาตลอด ไม่เคยบ่นเจ็บปวดใดๆ เลย จนตอนจากไปก็หลับไปเฉยๆ

“เพิ่งส่งคุณแม่ขึ้นสวรรค์ เมื่อวันที่ 18 เม.ย. ที่ผ่านมานี้เองค่ะ งานทุอย่างก็ราบรื่นไปด้วยดี คือเคสของนุ่นอาจจะไม่เหมือนคนทั่วไป คือคุณแม่เสียที่จีน เราก็ต้องทำเรื่องที่กงสุลประเทศจีนเพื่อส่งคุณแม่กลับบ้าน ตอนแรกจัดได้ช่วงสงกรานต์ แต่นุ่นมองว่าช่วงสงกรานต์เป็นวันรื่นเริง คือทุกคนรอวันนี้ แล้วจะให้เขามางานแม่เราก็กระไรอยู่ ก็เลยขอเลื่อนวัน คือคุณแม่มาวันที่14 จัดสวดวันแรกวันที่ 15”

“ตอนนั้นนุ่นก็อยู่ที่นั่น คืนวันที่ 10 ที่นุ่นลาแม่กลับบ้าน คือช่วงนั้นแม่หลับมาเป็นอาทิตย์แล้ว ตอนแรกที่นุ่นทราบข่าวคุณพ่อก็โทร.มาบอกว่าคุณหมอแจ้งว่าวัน 2 วัน จะเสียแล้วนะ แต่ท่านก็อยู่ได้ เหมือนท่านรอเรา พอวันที่ 10 พอเราบอกคุณแม่ว่าเดี๋ยวเรากลับนะ ความดันหัวใจของท่านก็ค่อยๆ ลดลง แต่ด้วยความที่เราต้องขึ้นเครื่องแล้ว และเราก็ไม่รู้ว่าถ้าอยู่ต่อแล้วจะอย่างไร คืองานเราก็ยังต้องทำ กองละครก็รอถ่ายอยู่ พอเราถึงเมืองไทย คุณแม่ก็ไปเลย"

“ถ้าถามนุ่น นุ่นว่าท่านไปสบายที่สุด คือเวลาเราคิดถึงเรื่องความตาย เราจะคิดว่าเราจะทรมานขนาดไหน ต้องปวดร้าวแค่ไหน แต่ตอนที่คุณแม่ป่วย นุ่นไม่เคยเห็นท่านขอมอร์ฟีน คือผู้ป่วยมะเร็งส่วนใหญ่จะต้องเจ็บปวดจากอาการที่เป็น แต่แม่ของนุ่นไม่เคย ท่านอดทนมาก ตอนนั้นเราก็ไม่ได้พูดอะไรกันแม่เยอะ ช่วงหลังๆ ที่ท่านป่วย ท่านจะนิ่ง จะเงียบ แต่ท่านก็รู้แหละ เพราะสิ่งที่นุ่นทำ เขารับรู้ได้ตลอด

เผยกำลังใจดีจากคนในครอบครัว และแฟนหนุ่ม “หลุยส์ สก็อต” ก็คอยมาช่วยงานทุกอย่าง
“จริงๆ มันพูดยากเพราะแม่เราก็อยู่ที่โน่น เราก็ต้องทำงาน ในขณะที่พอเรารู้อาการแม่เรา มันไม่สามารถขับรถไปได้ คือเราก็ทำใจตั้งแต่ทราบว่าคุณแม่เป็น แต่เราปกปิดแม่ และตั้งแต่ครั้งแรกที่ให้สัมภาษณ์เรื่องอาการป่วยของท่าน นุ่นไม่เคยบอก และต้องปิดสื่อด้วย เพราะท่านไม่ทราบจะให้ท่านมาทราบจากสื่อคงไม่ได้ ตั้งแต่วันแรกที่เรารู้ว่าแม่เป็นเอาตรงๆ ว่าเราทำใจตั้งแต่วันแรก จุดไหนที่รักษาท่านแล้วท่านดีขึ้นเราก็แค่ดีใจ แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้น ทุกคนรอบข้างนุ่นรอซัปพอร์ตเราอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าเราก็เป็นผู้หญิงเข้มแข็ง เราไม่ค่อยแชร์ความอ่อนไหวให้คนเห็น พอเราฝึกอย่างนี้ตลอดมันก็เลยกลายเป็นว่าเราต้องเข้มแข็งเพื่อครอบครัว แต่วันเผาก็ได้หลุยส์คอยดูแลคุณพ่อ ดูแลแขกให้เรา คุณพ่อก็ค่อนข้างแฮปปี้ ครอบครัวเราก็คิดว่าคุณแม่ไปแบบดีที่สุดแล้ว”

“ครอบครัวนุ่นมีกันแค่ 4 คน แต่ด้วยความที่คุณพ่อนุ่นรับราชการมีคนนับถือ พอทุกคนทราบว่าคุณแม่เสียทุกคนก็อยากมาช่วยงาน มันก็เลยมีการแบ่งหน้าที่ค่อนข้างชัดเจนว่าใครทำครัว ใครรับแขก ใครทำดอกไม้ นุ่นว่าแม่เขาจัดสรรมา คือพอแม่เสีย ทุกคนรู้ว่าแม่เสีย เหมือนแม่ให้เวลาเขาทำใจ เท่าที่นุ่นประเมิน นุ่นว่าญาติทุกคนเสียใจ แต่ทุกคนรับรู้ว่าท่านไม่อยู่แล้ว สิ่งที่ทำให้ได้คือทำสิ่งตรงหน้า ทำให้ร่างกายของเขาไปดีที่สุด สมเกียรติที่สุดเหมือนตอนที่เขาอยู่”

เผยพาคุณพ่อมาอยู่ด้วยระยะหนึ่ง เพราะไม่อยากให้อยู่ในบรรยากาศเดิมๆ
“ตอนนี้นุ่นก็พาคุณพ่อเข้าวงการบันเทิง ตอนแรกนุ่นคิดว่าท่านจะเกษียณและอยู่กับเราแล้ว แต่คุณพ่อนุ่นท่านเพิ่งได้ถูกแต่งตั้งเป็นผู้พิพากษา อาจจะต้องดูอีกที แต่ตอนนี้คุณพ่ออยู่กับนุ่นที่กรุงเทพฯ เราก็พาท่านมาคลายเครียดที่กองถ่าย แต่เหมือนพาท่านมาลำบาก เมื่อวานก็พาไปกองเพราะเรามีถ่ายละครกับน้ำตาล คุณพ่อก็ถามว่าน้ำตาลไหน เราก็บอกว่าน้ำตาลนางงาม ท่านก็บอกว่าพ่อไปด้วย ก็กระชุ่มกระชวยเขาไป

“ถามว่าสภาพจิตใจท่านดีขึ้นมั้ย เป็นบางครั้งที่ท่านจะซึมๆ บ้าง ในบางครั้งที่ไม่มีใครเอ็นเตอร์เทน ท่านก็จะนั่งคิดอะไรของท่านไป คือเราก็เคยถามท่านตรงๆ ว่าพ่ออยากไปหาหมอมั้ย ไปปรึกษาหมอมั้ยว่าจะทำอย่างไร จะอยู่อย่างไร ท่านก็จะบอกเราว่า พ่อไม่ถึงขนาดนั้นหรอก พ่อแค่เป็นบางอารมณ์ คืนคนมันอยู่ด้วยกันมา 40-50 ปี มันก็จะมีฟีลคิดถึง ซึ่งเราก็เข้าใจได้”

“ตอนนี้ก็ไม่เชิงว่ารับพ่อมาดูแลหรอกค่ะ คือคนที่เพิ่งเสียคนที่รักที่สุด คือพ่อและแม่นุ่นท่านอยู่ด้วยกันมาตลอด เขาตื่นเช้ามา แม่ก็จะต้มกาแฟ พ่อก็จะไปเปิดร้าน จะให้เขาไปอยู่ที่เดิม มันเลยทำให้นุ่นไม่สามารถที่จะให้ท่านอยู่ ณ ที่เดิมได้ แต่ตอนนี้นุ่นรู้แล้วว่าท่านไม่ได้อยู่บ้านเฉยๆ แน่นอนว่าท่านอาจจะสลับมาอยู่กับเราได้ ซึ่งนุ่นก็ไม่มีปัญหาเรื่องนั้นอยู่แล้ว แต่ถามว่าหากิจกรรมอะไรให้ท่านทำบ้าง นุ่นว่ายิ่งเราหา ท่านยิ่งปวดร้าว คือเราปล่อยให้เขาเป็นเหมือนที่เขาเป็น แต่เราจะคอยอยู่ข้างๆ เขา ชวนคุย ท่านอยากทำอะไรก็ปล่อยให้ทำ แต่ขอให้บอก แล้วเราก็พาเขาไปทำ ล่าสุดก็อยากให้เขาเริ่มออกกำลังกาย ปรับกิจวัตรใหม่

“ที่ผ่านมาเราก็ทำหน้าที่ของเราอย่างดีที่สุดแล้ว ถ้าเทียบกับความเพอร์เฟกต์ของนุ่นนะ มันที่สุดของที่สุด วันที่แม่เสียนุ่นเสียใจแต่ไม่ฟูมฟาย เพราะเราเต็มที่แล้ว มันหาทางของมันและไปตามทางของมันได้แล้ว แต่อันนี้มันทางตันจริงๆ คุณแม่นุ่นไม่ได้เสียจากมะเร็งนะ แม่เสียจากอาการติดเชื้อและไวรัสขึ้นสมอง และท่านก็หลับไปเลย คือเราทำอะไรไม่ได้จริงๆ วันที่แม่ไป หมอยังให้เลือดอยู่เลย นุ่นเลยไม่เสียใจกับสิ่งที่นุ่นทำ คือเราทำสุดไปแล้ว แม้แต่งานศพคุณแม่ เราก็ทำให้ท่านเต็มที่ที่สุด ทำให้ท่านยิ้มอยู่บนสวรรค์

ด้านหนุ่ม “หลุยส์ สก็อต” เผยว่าตนก็ทำได้แค่คอยซัปพอร์ตและอยู่ข้างๆ เพื่อให้กำลังใจกัน
“มันเป็นอะไรที่ตอบคำถามยากเหมือนกัน คือสำหรับเรา เราต้องอยู่ตรงนั้นตลอด คอยซัปพอร์ตและสังเกตการณ์ ทั้งเรื่องคุณหมอ ทั้งเรื่องยา เรื่องครอบครัว เราก็ต้องสังเกตให้แม่น เพราะมันจะเป็นอะไรที่กระทบความรู้สึกของเขา ต้องมีวิธีคอยแก้ก่อนที่มันจะเกิด ต้องคิดเผื่อครับ”




กำลังโหลดความคิดเห็น...