xs
xsm
sm
md
lg

เกิร์ลกรุ๊ปยืนหนึ่ง BLACKPINK ดันราคาหุ้น YG พุ่งตลอด 4 ปี

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


5 เมษายน

คือวันดีเดย์ ที่ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ของประเทศเกาหลี อย่าง YG Entertainment ประกาศวางจำหน่าย EP. ที่ 2 ของวง BLACKPINK ที่ใช้ชื่อว่า “Kill This Love”

นั่นหมายถึงว่าอีกเพลง 6 วันเท่านั้น ที่คนทั้งโลกจะได้ฟังผลงานเพลงใหม่ของวงเกิร์ลกรุ๊ปที่ดังที่สุดในขณะนี้พร้อมๆ กัน ทั้งจากที่รอคอยมานานเกือบ 1 ปีเต็ม นับจาก EP. แรก คือ ”DDU-DU DDU-DU” ที่วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน หรือเมื่อ 9 เดือนก่อนหน้านี้

ต้องยอมรับว่าเพลง ”DDU-DU DDU-DU” ใน EP. อัลบั้ม “SQUARE UP” คืออภิมหาความสำเร็จขั้นเอกอุของวง เกิร์ลกรุ๊ปอย่าง BLACKPINK ที่มียอดผู้ชมผ่านเว็บไซต์ยูทูบทะลุ 100 ล้านวิว ภายใน 10 วัน 5 ชั่วโมง 45 นาที !!!

ถ้านับถึงตอนนี้ ยอดวิวก็พุ่งขึ้นไปกว่า 700 ล้านวิวเข้าไปแล้ว

BLACKPINK สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการเพลงทั้งในเกาหลีใต้และทั่วโลก ด้วยการเป็น 1 ใน 2 วง K-POPกลุ่มแรก ที่ได้รับ “ปุ่มเพชรยูทูบ” หรือ Diamond Creator Awards ในฐานะที่ช่องยูทูปของทั้งคู่มีสมาชิกที่กดติดตาม เกิน 10 ล้านคน เคียงข้างกับวงบอยแบนด์อย่าง BTS

ไม่เพียงเท่านั้น !!!

ยังสามารถทะยานขึ้นสู่ชาร์ต Billboard Hot 100 ในอันดับที่ 55 ทำลายสถิติที่วง Wonder Girl เคยทำไว้ในอยู่ในอันดับที่ 76 จากเพลง Nobody ในปี 2552

และยังเป็นวงเกิร์ลกรุ๊ปเกาหลีวงแรกที่มีอัลบั้มติดบนชาร์ต Billboard 200 ในลำดับที่ 40

รวมไปถึงการได้ขึ้นปกนิตยสาร Billboard เป็นวงแรก

นั่นก็หมายถึงว่า “ลิซ่า - ลลิษา มโนบาล” เด็กสาวไทยเพียงคนเดียวที่เป็นสมาชิกของวงเกิร์ลกรุ๊ปที่ดังไปทั่วโลกอย่าง BLACKPINK ก็คือศิลปินไทยคนแรกที่มีโอกาสได้ขึ้นนิตยสารหัวใหญ่ของประเทศสหรัฐอเมริกาอย่าง Billboard

ยังไม่นับรวมถึงการเป็นไอดอลสาวคนดังในเกาหลีใต้และไทยที่มีผู้กดติดตามในไอจีมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง สูงถึง 16 ล้านคน ขณะที่เพื่อนร่วมวงอย่างเจนนี่ มียอดผู้ติดตามเพียง 14 ล้านคน

แหละ....ก็น่าจะเป็นด้วยเหตุผลที่ลิซ่าคือสมาชิกที่ดังมากที่สุดในวง ทำให้ต้นสังกัดอย่าง YG Entertainment เลือกโปสเตอร์เดี่ยวของเธอเป็นภาพแรกสำหรับการเปิดตัวโปรโมท EP. ใหม่ อย่าง “Kill This Love” ก่อนจะตามมาด้วยโปสเตอร์ที่สองของเจนนี่ ซึ่งทันทีที่ลิซ่านำโปสเตอร์เดี่ยวของเธอมาโพสต์ลงในไอจีส่วนตัว ก็ปรากฏว่ามียอดผู้ไลก์สูงกว่า 2 ล้านคน ภายในวันเดียว

ความปังในปังยังไม่หมดเท่านี้ !!!

เพราะเพียงแค่ปฐมบทของการโปรโมท EP. “Kill This Love” ไปเพียงแค่ครึ่งชั่วโมงแรก ก็ยังผลให้หุ้นของค่าย YG Entertainment พุ่งทะยานขึ้น 5 % จากที่ตลาดเปิดราคาอยู่ที่ 34,800 วอน (ราว 968 บาท) ราคาก็พุ่งไปสูงสุดที่ 37,050 วอน (ราว 1,031 บาท) ก่อนปิดที่ 35,150 วอน (ราว 978 บาท) หลังจากที่ร่วงดิ่งไปถึง 25 % จากกรณีที่ศิลปินในสังกัดอย่าง “ซึงรี“ หนึ่งในสมาชิกวง BIGBANG มีข่าวพัวพันกับคดียาเสพติดและค้าประเวณี แม้ว่าเจ้าตัวจะประกาศยุติบทบาทในวงการบันเทิงและยุติสัญญาที่มีกับต้นสังกัดไปแล้วก็ตาม แต่ก็ถือว่าเป็นการทำลายชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของยักษ์ใหญ่ อย่าง YG Entertainment ไม่น้อยเลยทีเดียว

ฉะนั้นแล้ว จึงไม่แปลกที่การ Come Back Again ของ BLACKPINK จะเป็นความหวังครั้งสำคัญที่จะกอบกู้ความน่าเชื่อถือของ YG Entertainment ให้กลับคืนมา งานนี้ต้นสังกัดจึงไม่รีรอที่จะระดมสรรพกำลังในการปลุกปั้นให้เพลงนี้ประสบความสำเร็จกว่าเพลงที่ผ่านมาให้จงได้

โดยเฉพาะการจ้างนักเต้นระดับโลก 4 คน เพื่อมาร่วมกันออกแบบท่าเต้น เพื่อให้ล้อไปกับดนตรีของเพลง “Kill This Love” ซึ่งมีไดนามิกหนักแน่นมากที่สุดในบรรดาเพลงที่ผ่านมาของ BLACKPINK แม้กระทั่งเพลงยอดฮิตอย่าง ”DDU-DU DDU-DU” ก็ตามที รวมถึงในส่วนของมิวสิกวิดีโอ ก็ยังใช้ระยะเวลาในการถ่ายทำถึง 4 วัน 4 คืนเต็มๆ

เมื่อย้อนกลับไปติดตามข่าวเกี่ยวกับวง BLACKPINK ที่ผ่านมา ก็พบประเด็นที่น่าสนใจตรงที่ ทุกครั้งที่มีข่าวของ เกิร์ลกรุ๊ปวงนี้ ก็จะส่งผลให้ราคาหุ้นของต้นสังกัดดีดตัวสูงขึ้นทุกครั้งตลอด 4 ปีนับจากการเดบิวท์

24 มิถุนายน – 1 กรกฎาคม 2559 ราคาหุ้นอยู่ที่ 38,150 – 40,200 วอน (1,088 - 1,147 บาท) ทันทีที่ YG Entertainment เปิดตัววง BLACKPINK

หลังจากนั้น ในช่วงวันที่ 5 – 12 สิงหาคมปีเดียวกัน ราคาหุ้นอยู่ที่ 32,250 – 34,150 วอน (920 - 974 บาท) สาเหตุจาก BLACKPINK ปล่อยเพลง Whistle ที่มียอดวิว 10 ล้านวิวภายใน 5 วัน ขณะที่ในช่วงระยะเวลาก่อนหน้านั้น ราคาหุ้นลดลงจาก 38,100 วอน (1,089 บาท) มาอยู่ที่ 32,250 วอน (921 บาท)

ข้ามมาในช่วงวันที่ 15-22 มิถุนายน 2561 ราคาหุ้นอยู่ที่ 31,250 – 36,250 วอน (892 - 1,034 บาท) ขึ้นจาก 27,350 วอน (780 บาท) ในเดือนก่อน สาเหตุจาก BLACKPINK ปล่อยเพลง ”DDU-DU DDU-DU” ก่อนที่จะทะยานขึ้นอยู่ที่ 41,350 วอน (1,180 บาท) ทันทีที่มีการประกาศวันที่ BLACKPINK จะไปขึ้นคอนเสิร์ต “BLACKPINK Arena Tour 2018” ที่ประเทศญี่ปุ่น

หรือแม้เมื่อคราวที่ลิซ่าโดนกระแสเหยียดเชื้อชาติ อันเป็นที่มาของแฮทแท็ก #RespectLisa ทำให้ราคาหุ้นของ YG Entertainment ถีบตัวสูงขึ้นเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2562 โดยราคาหุ้นเปิดอยู่ที่ 49,350 วอน (1,406 บาท) สูงกว่าราคาปิดตลาดของวันศุกร์ที่ 4 มกราคมที่ผ่านมา ก่อนราคาหุ้นจะพุ่งทะยานถึง 50,700 วอน (1,444 บาท) ก่อนปิดตลาดที่ 48,400 วอน (1,379 บาท)

ในขณะที่ข่าวคราวจากศิลปินวงอื่นส่วนใหญ่มักจะส่งผลให้ราคาหุ้นของค่ายร่วงดิ่ง

งานนี้หากจะกล่าวว่า BLACKPINK คือขุมทรัพย์ระดับโลกที่ค่าย YG Entertainment จะต้องรักษาและหวงแหนไว้ ก็ไม่น่าจะผิดกติกาแต่อย่างใด !!??

นิตยสารผู้จัดการ 360 องศา สุดสัปดาห์ ฉบับที่ 488 30 มีนาคม – 5 เมษายน 2562
กำลังโหลดความคิดเห็น...