xs
xsm
sm
md
lg

มิติใหม่ลูกหนี้ “เอมมี่ แม็กซิม” จ่ายเงินเจ้าหนี้ทีละร้อย ส่วนใครฟ้องไม่จ่ายค่ะ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ลูกหนี้สุดมั่น “เอมมี่ แม็กซิม” ประกาศไม่จ่ายเงินคนที่ฟ้องโกงเงิน แต่ขอทยอยจ่ายให้กับคนที่ไม่แจ้งความทีละร้อยจากยอดหนี้เป็นหมื่นเป็นแสนเป็นล้าน ขอให้ทุกอย่างดำเนินการไปตามกฏหมาย ส่วนคนที่เอมมี่อ้างว่าติดหนี้ตนเองจนทำให้เกิดปัญหาชักดาบแชร์ครั้งนี้ เจ้าตัวยังไม่ฟ้องอ้างไม่มีเงินวางศาล ใจดีไม่เรียกฉ้อโกงเรียกบริหารงานผิดพลาด

หลังจาก “เอมมี่ แม็กซิม” อมลวรรณ ศิริกิตติรัตน์ ตกเป็นข่าวโกงแชร์เกือบ 40 ล้าน มีผู้เสียหายรวมตัวกันแจ้งความมากมาย จนเจ้าตัวช็อกเข้าโรงพยาบาลก่อนจะตั้งหลักออกมาแถลงข่าวยืนยันว่า ไม่ได้โกงแต่โดนโกงมาอีกที ล่าสุดตอนนี้เจ้าตัวก็กลับมารับงานในวงการบันเทิงโดยได้มาร่วมงาน TOYO RACING CAR THAILAND 2019 ในลุคตู้มต้ามสุดแซ่บหน้าอกปลิ้นเหมือนเดิมไม่เหลือคาบคนป่วยลูกหนี้ 40 ล้าน พร้อมกับประกาศจ่ายหนี้แน่ไม่หนี แต่ขอจ่ายแบบผ่อน ทำงานได้เงินมาเท่าไหร่ก็เอาไปหารให้เจ้าหนี้ได้เงินกันไปคนละไม่กี่ร้อยจากยอดหนี้เป็นหมื่นเป็นแสนเป็นล้าน ส่วนใครที่ฟ้องร้องไม่จ่ายขอให้เป็นไปตามขั้นตอนกฏหมาย

“ตอนนี้ก็มีหมายศาล ต้องไปศาลตามปกติ มีครั้งไหนเราก็ไป แต่ถ้าอันไหนเป็นหน้าที่ของทนาย ก็ต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคุณอาทนายค่ะ ส่วนเรื่องชำระหนี้พอเรื่องมันถึงศาลตอนนี้ก็ทยอยให้เฉพาะคนที่เขาไม่ได้แจ้งความ ส่วนคนที่ต้องไปไกล่เกลี่ยกันที่ศาล เราก็ไปเจอกันที่ศาลอย่างเดียวเลยค่ะ”

“ไม่ได้เรียกว่ายืดเยื้อความรับผิดชอบ คือก่อนหน้านี้เรามีการคุยกันแล้ว แต่เข้าใจอารมณ์ไหม มันเสียหลายคน ไม่ว่าเราจะหาเงินมาได้เท่าไหร่ มันก็ต้องเฉลี่ยให้ได้เท่ากันทุกๆ คน แต่เหมือนบางคนเขาเรียกว่าเศษเงิน เขาไม่อยากได้ มันก็เลยทำให้เรามีความรู้สึกว่า งั้นเราก็ต้องขออนุญาตเอาเงินที่หามาได้ทยอยให้กับคนที่เขาไม่แจ้งความ ส่วนคนที่เรื่องเป็นคดีถึงศาลแล้ว ก็ต้องเป็นหน้าที่ของศาลเป็นหน้าที่ของตำรวจหรือทนายแล้วค่ะ”

ติดหนี้หลักหมื่นหลักแสนหลักล้าน แต่ทยอยคืนทีละไม่กี่ร้อย
“คือจริงๆ เราหาเงินมาได้เป็นก้อนเป็นหลักหมื่น แต่เนื่องด้วยจำนวนผู้เสียหายมันเยอะ มันก็จะได้แค่คนละไม่กี่ร้อย แต่หลังจากวันนี้ที่เราเริ่มเข้มแข้งเริ่มกลับมาทำงานมากขึ้น ภายใน 1 เดือน เราก็จะทยอยคืนมากกว่า 1 ครั้ง ก็จะนัดเขาเป็นงวดๆ ทุกคนเขาก็ยังมั่นใจว่ายังไงเราก็หาให้ได้หมด บางคนก็เป็นหลายแสนเกือบล้านก็กำลังหมดแล้วค่ะ”

“จำนวนที่เราคืนเขาอาจจะไม่พอใจ แต่ด้วยความที่หลายๆ คนเขาเล่นกับเรามานานมันเลยทำให้เขาไว้วางใจในตัวเราว่า ที่ผ่านมาเขาเล่นกับเราเขาได้รับเงินจริง ยังไงเราก็ไม่โกงแน่ๆ แต่สิ่งที่เราหนักใจทุกวันนี้ก็คือ เราต้องทำงานหนักมากขึ้น เพื่อที่จะหาเงินไปฟ้องคนที่เอาเงินเราไป ถ้าเราจะไปฟ้องเขา เราต้องเอาเงินไปวางศาล หมายความว่าเราต้องมีเงิน เพราะเขาบอกกับเรามาว่า เขายอมรับว่าเขาติดหนี้เราจริง แต่ถ้าอยากได้ก็ไปฟ้องเอา เขาพูดกับเรามาแบบนี้ ซึ่งตอนนี้เราก็ยังไม่ได้ไปฟ้องใครเพราะเราไม่มีเงิน ต้องรอให้มีเงินไปวางศาลก่อน แล้วถึงจะฟ้องคนที่เอาเงินเราไป”

“เราไม่กล้าเรียกเขาว่าฉ้อโกง เพราะในระยะเวลาที่ผ่านมาที่เขาเล่นกับเรา เขาก็มีการจ่ายให้เราจริง แต่ด้วยความที่เขาเริ่มเล่นมากขึ้นและไม่ดูกำลังตัวเองมันเลยทำให้เขาไม่มีเงินจ่ายเรา ถ้าให้เรียกก็เรียกว่า การบริหารเงินผิดพลาดดีกว่า เราจะไม่พูดว่าใครฉ้อโกง”

“ตอนนี้เขาบล็อกเรานะ แต่อย่าลืม ว่าเรามีเอกสารทุกอย่างของทุกคนในมือ มีชื่อมีที่อยู่ เพราะฉะนั้นเราก็ต้องเอาให้ทนายเป็นคนจัดการในการยื่นเรื่องฟ้องค่ะ เขาพูดว่าเขายอมรับว่าติดหนี้เราจริง แต่อยากได้ให้ไปฟ้องเอา อาจจะเป็นเพราะว่าเขารู้ว่าเราไม่มีเงินแล้ว ยังไงเราก็ไม่มีปัญญาไปฟ้องเขาแน่นอน แต่เราไม่ได้อายทำกิน เรายังทำงานของเราแบบนี้ทุกวันขายของด้วย เลยทำให้ไม่ว่าจะนานแค่ไหน มันไม่มีสิ้นสุด ไม่มีหมดอายุความ เพราะเราไม่ได้แจ้งความ แต่เรายื่นฟ้องต่อศาลโดนตรงค่ะ”

“บอกตรงๆ เลยนะคะอยากจะอ้อนวอน คุณยอมรับว่าคุณเป็นหนี้เรา ก็ทยอยคืนมาบ้าง เดือนละหมื่นสองหมื่น แสนสองแสนก็ว่ากันไป เพราะเงินมันจำนวนมากนะคะไม่ได้อยากให้เป็นเรื่องเป็นราว ไม่มีใครอยากเสิร์จชื่อขึ้นมาแล้วขึ้นว่ามีคดี ไม่มีใครอยากเป็นแน่นอน คุณก็มีลูกเราก็มีลูกเพราะฉะนั้นอยากให้นึกถึงหัวอกคนเป็นแม่เหมือนกัน เราแย่แต่คุณกลับสบายมีเงินไปซื้อบ้าน แล้วยังยืมเงินสดเราไปซื้อรถด้วยเราก็ให้ แล้วกระเป๋าแบรนด์เนมเราที่บอกว่าซื้อต่อก็ยังไม่จ่ายเงิน เพราะฉะนั้นแล้วเอามาคืนเถอะค่ะ อย่าให้มันหลายคดีเลย ตอนนี้สงสารตัวเองเพราะต้องทำทุกอย่าง มันเหนื่อย”

เผย “พจน์ อานนท์” เมตตาให้งาน
“หลักๆ เลย ก็กลับมารับงานค่ะ โชคดีมาก ที่ได้โอกาสจากผู้ชายคนนี้ คนที่เราคิดว่าเขาไม่เคยรักเรา คือ พี่พจน์ อานนท์ ตอนนี้เรากลับมาเล่นหนังให้พี่พจน์ ต้องพระขอบคุณพี่เขามากๆ เพราะบทเยอะบทดีบทเด่น เราเลยมีความรู้สึกว่ามันเป็นโอกาส แล้วก็ทำให้ไม่รู้สึกเกร็งด้วย เวลาที่เราต้องเล่นหนังกับดารารุ่นใหญ่ๆ แต่ ณ วันนี้เรามีความสุขที่พี่พจน์เมตตาเรา แต่ที่หลักๆ ไปกว่านั้น คือทำขนมทองพลับขาย ต้องนั่งทำตั้งแต่ 8 โมงครึ่งถึงตี 4 ครึ่ง เมื่อคืนนอน 7 โมงเช้า คือเราพยายามทุกทางแล้วเราไม่หนีค่ะ ใครที่รอได้ก็ต้องขอขอบคุณมากๆ แต่สำหรับคนที่เขาฟ้องร้องก็ขอให้เป็นเรื่องของทางคดีความดีกว่า ก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว แต่เราไม่โกง เรายังอยู่ตรงนี้ แล้วก็รอเผื่อจะมีคนเมตตาส่งเงินกลับคืนมาให้เราบ้าง”




กำลังโหลดความคิดเห็น...