xs
xsm
sm
md
lg

(ชมคลิป) ฉาว! เจ้าของบ้านเช่าโวย “เหม” ไม่ยอมรับยอดหนี้ 5 หมื่น ขู่ฟ้องมาฟ้องกลับ ไม่โกง!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เจ้าของบ้านเช่าซัดกลับ “เหม ภูมิภาฑิต” อดีตดาราช่อง 7 จ่อฟ้อง 3 ข้อหา ลั่นฟ้องมาฟ้องกลับ ไม่โกง เผยเคยนัดเคลียร์ที่สน. แต่ไปต่อกันไม่ได้ เหตุอีกฝ่ายไม่ยอมรับยอดหนี้ 5 หมื่น มึนทำกุญแจบ้านหายทั้งหลัง ต้องรื้อประตูทั้งหมด แถมให้เหตุผลเดินชนประตูจนพังเป็นรูโบ๋ ขอโทษเข้าใจผิดคิดว่าขโมยทีวี ข้องใจเป็นถึงดารา บ่นไม่มีเงิน แต่เที่ยวต่างประเทศ จวกไม่มีจิตสำนึก

จากกรณีเจ้าของบ้านเช่าได้ออกมาแฉผ่านเฟซบุ๊กจวกแหลกดาราขี้โกงมาเช่าบ้านแล้วไม่จ่ายค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ ขโมยยันทีวี ทำบ้านเสียหายหนัก ติดต่อไม่ได้ ก่อนที่เจ้าของบ้านเช่าจะบุกไปทวงถามถึงในอินสตาแกรม “เหม ภูมิภาฑิต นิตยารส” อดีตเด็กปั้นช่อง 7 ซึ่งผันตัวเป็นอิสระ ต่อมาหนุ่มเหมก็ยอมรับว่าเป็นตนจริง แต่ยืนยันไม่ได้ขโมยทีวี

ล่าสุดคู่กรณีหนุ่มเหม “เตย เนลดา กิจเตชาวณิช” เจ้าของบ้านเช่าพร้อมทนายความ "นายสิทธิพร เทศแจ่ม" ได้เปิดให้ผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์โต้กลับนักแสดงหนุ่มที่ออกมาให้ข่าวไม่ตรงความจริง ข่มขู่จะฟ้องร้องที่ทำให้เสียชื่อเสียง ณ สถานีโทรทัศน์ไบรท์ทีวี แจ้งวัฒนะ ชนิดเดือดปุดๆ

เตย : "คือความเป็นจริงแล้วเตยเองไม่ได้อยากจะทำให้เรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องราวใหญ่โต แต่ว่าตั้งแต่วันที่ตัดสินใจโพสต์ต่างๆ คุณเหมเขาก็ได้มีการโทร.เข้ามาตามที่ได้ตกลงกันไว้ว่าถึงไหนยังไงแล้ว จนสุดท้ายเรามีนัดกันในวันที่ 8 ก.พ. ที่ผ่านมา ซึ่งตอนแรกคุณเหมและเตยได้นัดเจอกันที่สถานที่เกิดเหตุก็คือบ้านเช่า แต่อยู่ดีๆ คุณเหมก็โทร.มากะทันหันว่าให้ขอไปเจอที่สน.ประชาชื่น เพราะอยากที่จะลงบันทึกประจำวัน"

"ตัวเตยเองก็ไม่ได้สงสัย คิดว่าเขาเองก็อยากจะจบด้วยการลงบันทึกประจำวันว่าเรื่องจบ ตัวเตยก็ไปเจอที่สน. แต่สุดท้ายเขาก็ไม่มีการมีการยอมรับเกี่ยวกับเรื่องของค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น โดยการอ้างว่าติดค้างชำระเราแค่ 1 เดือนครึ่ง แต่โพสต์ที่แจกแจงรายละเอียดต่างๆไปโพสต์ว่าเขาค้างอยู่ 2 เดือน บวกกับที่ทำให้เขาเสียหาย และค่าเสียหายจากที่เขาทำไว้บวกกับสาธารณูปโภคค้างจ่ายทั้งหมด 1.6 หมื่น เขาบอกว่าเขายินดีจ่ายทั้งหมด แต่ผมค้างพี่อยู่แค่ 1เดือนครึ่ง ในมุมของเตยมันคือ 2 เดือนครึ่งแต่เขามาบอกว่าเขาค้างแค่ 1 เดือนครึ่ง เตยจะคิดเขาแค่ 2 เดือนซึ่งมันต่างกันแค่ 1 หมื่นบาท เตยเองไม่มีปัญหาอะไร"

"เตยนับตามวันสุดท้ายที่เขาโอนเงินมา แล้วก่อนหน้านี้ที่เขาติดค้างชำระอยู่ เตยก็บอกว่างั้นไปเอาสเตทเมนต์มายืนยันว่าตั้งแต่วันที่ 14 มี.ค. ที่คุณได้ย้ายเข้าบ้านจนมาถึงสิ้นเดือน พ.ย. ที่คุณได้ย้ายออก โดยมีแจ้งล่วงหน้าคุณจ่ายมาแล้วกี่เดือน เตยก็ไม่เข้าใจว่าเรื่องแค่นี้ทำไมจะต้องทำให้ไม่จบ ทั้งๆ ที่ปากบอกกับสื่อ บอกคนอื่นว่าพร้อมตลอดที่จะรับผิดชอบ"

"ณ วันนั้นก็มีการพูดต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจเลย เตยทวงถามเรื่องกุญแจบ้านของเตย ตั้งแต่ที่เขาโทร.มาว่าย้ายออกสิ้นเดือน พ.ย. จนวันที่ 8 ก.พ. เขาบอกว่าเขาทำกุญแจบ้านหายไปแล้ว ไม่พอ ไม่รับเรื่องค่าใช้จ่ายเราก็บอกให้คุณไปหาหลักฐานมาว่าคุณจ่าย 1 เดือนครึ่ง เขาก็เอาทนายมา แล้วบอกว่า ทางคุณพ่อคุณแม่คุณเหม รู้สึกไม่ดีที่เราไปทำให้ลูกชายเขาเสียศักดิ์ศรี และเตรียมเรื่องที่จะยื่นฟ้องหมิ่นประมาท ทวงหนี้ต่อสาธารณะและบุกรุกยามวิกาล"

"ซึ่งในมุมมองของเตยและทนายมีความรู้สึกว่ามันเลยไปจากเรื่องของเงินแล้ว ตัวเงินมันไม่ได้เยอะเลย คุณมีอาชีพเป็นดารา มีธุรกิจส่วนตัวด้วย เราเองก็เป็นเจ้าของธุรกิจเหมือนกัน เราไม่เคยคิดว่าตัวเองจะต้องมานั่งเป็นข่าวหรือมาขึ้นโรงขึ้นศาลกับเงินแค่นี้ 5 หมื่นที่ค้าง เป็นเงินจากการค้างชำระค่าเช่า ค่าเสียหายต่างๆ ประมาณ1.6 หมื่น"

อัดอีกฝ่ายทำเกินไปตนจึงจำเป็นต้องออกมาพูด บอกที่ผ่านมาตนประนีประนอมและเชื่อใจอีกฝ่ายมาโดยตลอด
เตย : “เรารู้สึกว่ามันเกินไป ตลอดเวลาที่เขาเช่ามาเรายอมเขามาตลอดด้วยการประนีประนอม เชื่อคำพูดเขามาตลอดว่าเขามีปัญหา เช็คไม่ได้ มีปัญหาธุรกิจ จริงๆ นอกจากประตูที่พังยังมีค่าสาธารณูปโภคต่างๆ ค้างจ่ายอีกเยอะมาก ค่าไฟก็ 3 พันเข้าไปแล้ว ค่าน้ำ 2 พัน ค่าอินเตอร์เน็ตอีกเกือบ 3 พัน ค่าบ้านเราคิดเขา 2 หมื่น ที่เขาจ่ายเรามาล่าสุดจะเป็นเดือนต.ค. แต่ของเดือนต.ค. มันเป็นที่เขาค้างจ่ายมาจากเดือนก่อนอีก"

ชี้ที่ผ่านมาอีกฝ่ายจ่ายค่าเช่าบ้านช้ามาโดยตลอด แถมยังกล่าวอ้างถึงเงินค่ามัดจำเช่าบ้าน 2 หมื่นกว่าบาทที่ยังมีอยู่นั้น เจ้าตัวชี้แจงว่าตามสัญญาหากผู้เช่าไม่เช่าอยู่ตามระยะเวลา 1 ปีตามสัญญาที่ระบุไว้ตนก็มีสิทธิ์ในเงินจำนวนนั้น ซึ่งที่ผ่านมายังไม่ได้พูดว่าจะยึดเงินไว้หรือไม่
เตย : “น่าจะมีเดือนแรกเดือนเดียวที่ไม่ต้องทวง คือเราก็คิดว่าเขาเป็นดาราไม่น่ามีปัญหาเรื่องเงิน ตอนแรกที่เขาเข้ามาเช่าเขาไม่ได้บอกว่าเขาเป็นดารา เราก็ไม่รู้ เขาบอกว่าเขามาทำธุรกิจค่ายมวยอยู่แถวหมู่บ้านเลยมาขอเช่าตรงนี้ ระหว่างทางที่เขามีปัญหาเรื่องเงินเขาก็จะบอกตลอดว่าเขาเก็บเช็คไม่ได้ ไปทำงานมาแล้วแต่ยังไม่ได้ค่าจ้างนั่นนี่ แล้วก็มีการส่งแคปไลน์หน้าจอที่คุยกับคนอื่นข้อความประมาณทวงเงินเขาอยู่ มาเป็นหลักฐานให้เราดู"

"นี่คือสาเหตุว่าทำไมที่ผ่านมาเรายังยืดเวลาให้เขาไปเรื่อยๆ ก่อน วันที่ 8 ก.พ. เตยมีสรุปค่าใช้จ่ายโพสต์ไปในเฟซบุ๊กส่วนตัว แล้วมีการส่งรายละเอียดไปให้เขาแล้ว หลังจากวันที่โพสต์ไปก็มีการตกลงกันว่าจะจ่ายให้เรียบร้อยในวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ก็คิดว่ามันจะจบ ขอโทษกันมาแสดงความรับผิดชอบในส่วนที่ต้องรับผิดชอบ แต่มันก็ไม่จบด้วยอะไรบางอย่างซึ่งเตยก็ไม่เข้าใจจุดประสงค์ของเขาจริงๆ"

"ส่วนที่เขาบอกว่ามันมีค่ามัดจำ 2 หมื่นกว่าบาทที่อยู่กับเรา ตามหลักเขาทำสัญญาเช่าวันที่ 14 มี.ค.2561 ซึ่งตามสัญญาเช่าเขาจะต้องเช่าอยู่เป็นเวลา 1 ปี ซึ่งก็จะครบกำหนดวันที่ 14 มี.ค. 2562 แต่เขาย้ายของออกโดยที่ไม่ได้แจ้งล่วงหน้าวันที่ 30 พ.ย.2561 ดังนั้นคือยังไม่ครบสัญญาเช่า ผู้เป็นเจ้าของบ้านก็มีสิทธิ์เต็มที่ที่จะยึดเงินมัดจำ แล้วเงินมัดจำไม่พอ เตยถือว่าตัวเองไม่ได้ยึดด้วยซ้ำเพราะเขาค้างค่าเช่าเรานี่คือสาเหตุที่ตัดสินใจส่ง SMS เชิญเขาออก เตยตัดสินใจส่ง SMS ไปเมื่อ 20 พ.ย. 2561 ว่าถ้าในสิ้นเดือนนี้น้องไม่สามารถจ่ายค่าเช่าได้ พี่ขอเชิญออกนะคะ แล้วเขาไม่มีฟีดแบ็กบอกอะไรเราล่วงหน้า อยู่ดีๆ อยากออกก็โทร.มาบอกว่าขนของเรียบร้อยแล้ว"

"เรื่องเงินมัดจำเตยไม่เคยพูดนะคะว่าจะยึดหรือไม่ยึด แต่การเช่าอันนี้มันก็เป็นเรื่องเบสิกทั่วไประหว่างผู้เช่ากับผู้ให้เช่า อาจจะเป็นความผิดเตยเองที่ไม่ได้พูดออกไปชัดเจน แต่ก่อนที่จะเช่ากันเราก็ชัดเจนกับตรงนี้"

ทนาย : “ถ้าเป็นข้อที่กำหนดกันไว้ในสัญญา กรณีที่ผู้เช่าอยู่ไม่ครบสัญญาสามารถริบเงินประกันได้ เราก็สามารถริบไว้ได้ ส่วนค่าเสียหายที่เกิดขึ้น เช่น ประตูพัง บ้านถูกงัดแงะ ข้าวของเสียหาย อันนี้เป็นค่าเสียหายในการละเมิดต่างๆ จากเงินส่วนนี้ ไม่เกี่ยวกัน ค่าเช่าก็ต่างหาก ฉะนั้นค่ามัดจำไม่เกี่ยวกับค่าต่างๆ ที่เขาต้องจ่ายเป็นเรื่องต่างหาก และตลอดระยะเวลาที่คุยกันก็ไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้ พูดแค่ค่าเช่าค้างชำระและค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจริง"

ออกโรงออกโทษที่โพสต์ข้อความทำให้อีกฝ่ายเสียหายไม่ว่าจะเรื่องทีวีหาย หรือเรื่องการเป็นนักแสดงสังกัดช่อง 7
เตย : “ก็ขอโทษคุณเหมสำหรับเรื่องนี้ด้วย อันนี้เตยขอรับผิด เตยมี 2 ประเด็นที่จะขอโทษเขา หนึ่งคือเรื่องทีวี กับเรื่องที่บอกว่าเป็นดาราช่อง 7 อันนี้ต้องขอโทษแทนแฟนๆ ช่อง 7 ทุกคนด้วย ด้วยความที่เตยเองไม่ได้รู้มาก่อนว่าเขาเป็นใคร มาเสิร์จว่าเขาเป็นดาราหลังจาก 1-2 เดือนแรกที่ทำการเช่าบ้านกัน แล้วก็ไม่ได้ค้นหาอะไรเกี่ยวกับเขาอีกเลย"

"จนมาค้นหาอีกทีคือวันที่โพสต์ เตยเพิ่งรู้วันนั้นว่าเขามีไอจี แล้วเราก็มาดูรูปแล้วคิดเอาเองว่าเขาน่าจะเป็นดาราช่อง 7 โดยที่ไม่ได้เช็กให้ดีเสียก่อน เตยต้องขอโทษแฟนๆ ช่อง 7 ด้วยที่ไม่ได้เช็กดูให้ดี ไม่ได้รู้เรื่องอะไร"

"ส่วนเรื่องทีวีก็ต้องบอกว่าขอโทษจริงๆ ตอนแรกเลยที่ลูกน้องเข้าไปที่บ้าน ถ่ายรูปมาให้ดูทุกมุมเราไม่เห็นทีวีของเราจริงๆ เราก็เลยโพสต์ไปว่าทีวีหาย หลังจากที่โพสต์ไปวันรุ่งขึ้นช่วงสายๆ ทางคุณเหมก็ได้ให้สัมภาษณ์กับทางอัมรินทร์ทีวีว่าเขาน่าจะเอาทีวีไปเก็บไว้ที่ห้องใต้บันได หลังจากที่เราทราบเราก็โทร.หาลูกน้องทันทีให้ไปดูสิว่ามันมีจริงหรือเปล่า ก็เจอว่าอยู่ตรงห้องเก็บของใต้บันไดจริงๆ ซึ่งทีวีมันไม่ได้วางให้เห็นอย่างเด่นชัด แต่มันถูกฟูกที่นอนทับอยู่ พอเจอก็เลยขอโทษเขา ทุกครั้งที่เขาโทร.มาเขาจะถามเรื่องนี้เสมอเตยก็จะอธิบายแบบนี้ให้เขาเข้าใจ"

แจงประเด็นสามีเข้าไปเช็กบ้านเช่า จนทำให้หนุ่ม “เหม” เข้าใจผิดว่าบุกรุกรู้สึกว่าทำเกินเหตุ
เตย : “ต้องอธิบายก่อนว่าถ้าใช้คำว่าบุกรุกในมุมมองเตยคิดว่ามันรุนแรงไปนิดนึง ต้องถามถึงสาเหตุที่สามีเตยบุกเข้าไปในบ้านเพราะอะไร สาเหตุแรกเลยมีนิติบุคคลของหมู่บ้านโทร.มาหาคุณแม่เตยว่าไฟที่บ้านกำลังจะโดนตัด มีการไฟฟ้ามาจดหม้อแล้วเขาขอการไฟฟ้าไว้ให้ว่าจะติดต่อเจ้าของบ้านให้ คุณแม่ก็เลยรีบบอกเรา แล้วก่อนหน้านี้มันมีการติดต่อคุณเหมเรื่องไม่จ่ายค่าเช่ามาพักนึงแล้ว แล้วนี่ไม่จ่ายค่าไฟเราคิดว่าเขาน่าจะหนีไปแล้วหรือเปล่า นี่คือในมุมมองเรา"


"สุดท้ายแล้วสามีเลยตัดสินใจว่าจะเข้าไปเช็กบ้านวันที่ 17 ก.ย. ตอน 2 ทุ่มครึ่ง ซึ่งก่อนที่จะเข้าไป บ้านได้มีการปิดสนิท ไม่มีผ้าม่านอันไหนเปิดอยู่เลย ไม่มีไฟสักดวงเปิดในบ้าน สามีเตยก็เลยเปิดรั้วไขกุญแจเข้าไป เข้าไปชั้น 1 เห็นไฟ ข้าวของเขายังอยู่ ก็เลยถ่ายรูปเก็บไว้ทุกมุม ค่อยๆ ถ่ายจากชั้น 1 ขึ้นไปถึงขึ้น 2 พอถึงชั้น 2 มีห้องซ้ายมือกับขวามือ เลี้ยวซ้ายเข้าไปยังถ่ายรูป แต่พอเลี้ยวขวาไปกำลังจะถ่ายรูป รู้สึกว่าได้ไอของแอร์ลอดมาจากประตู เลยตัดสินใจเดินลงจากชั้น 2 ลงมาข้างล่างเพื่อจะกอดออดหน้าบ้าน"

"โดยระหว่างที่จะเดินไปหน้าบ้านที่กำลังจะกดออด เงยหน้าไปเจอคุณเหมเปิดหน้าต่างผ้าม่านออกมาพอดี ก็เลยลงมาคุยกันข้างล่าง การคุยกันสามีของเตยก็พูดตรงๆ ว่ามาขอทวงค่าเช่าบ้าน เขาก็เลยบอกว่าขอคุยกับเตยโดยตรง สามีก็เลยยกหูโทร.หาเตยตอนนั้นคุยกัน 3 คน ไม่มีการพูดว่าบุกรุก หรือลวนลาม พูดแต่ว่าผมขอเลื่อนจ่ายค่าเช่าเพราะผมยังไม่มี เตยก็โอเค ขอนิดนึงว่าหลังจาก 17 ก.ย.นี้ขอให้ติดต่อคุณได้ได้มั้ย เพราะสาเหตุที่เรามาคือไฟโดนตัด แล้วเราติดต่อคุณไม่ได้ เขารับปากอย่างดี แลกไลน์กันใหม่ ให้เบอร์โทรศัพท์ใหม่ เขาอ้างว่าโทรศัพท์เขาหาย อะไรก็ไม่รู้สารพัด"

"แล้วก็เริ่มต้นกันใหม่วันที่ 17 ก.ย. สุดท้าย ต.ค. ได้มาอีก 1 เดือนค่าเช่า แล้วหลังจากนั้นก็มีปัญหาจนเราถึงขั้นส่งแมสเสจไป เป็นเรื่องตามที่เกิดขึ้น"

ลั่นมีหลักฐานไม่ได้ติดต่อหนุ่ม “เหม” ไปแค่ครั้งเดียวอย่างที่อีกฝ่ายกล่าว
เตย : “ถ้าเตยโทร.ไปครั้งเดียวแล้วเขาไม่รับสาย แล้วเขาไม่โทร.กลับแค่วันเดียวจริงๆ มันก็เกินไปเนอะ แต่เตยมีหลักฐานตั้งแต่วันสุดท้ายที่เขาโทร.มาแจ้งว่าย้ายของออกแล้ว เตยมีหลักฐานในการที่จะติดตามหาเขา มันก็กลับมาเหมือนเดิมคือ โทร.ไม่รับ ไลน์ไม่อ่าน โทร.ไลน์ไม่รับจนสุดท้ายก็ต้องส่ง SMS ไป จนถึงก่อนที่จะโพสต์ก็โทร.ไปเหมือนเดิม แล้วประเด็นคือตัวเขามีทั้งเบอร์เตยและเบอร์สามีเตยด้วยซ้ำ แล้วเขาปล่อยระยะเวลาไว้ได้ยังไง ตั้งแต่วันสุดท้ายที่ย้ายออกจากบ้าน จนถึงวันที่เตยโพสต์โดยไม่มีการติดต่อเราเลย ทั้งๆ ที่บอกว่าตัวเองติดต่อได้เสมอ มันย้อนแย้งกันหรือเปล่า"

"เขาเองก็ยอมรับว่าเขาจ่ายช้ามาโดยตลอด ที่ผ่านมาที่เขาบอกว่าเราพูดดีกันมาตลอด ไม่เคยทะเลาะกันอันนั้นจริงๆ เพราะเตยยอมที่จะเชื่อข้ออ้างของเขามาโดยตลอด แล้ว ณ วันที่โพสต์เราเห็นว่าเขามีไอจี ก็เลยเข้าไปดูย้อนไปตั้งแต่เดือน มิ.ย. ก็ดูแล้วเอ๊ะ มันก็ไม่น่ามีปัญหาเรื่องเงินเนอะ เขาก็ดูมีชีวิตที่ดี ดีกว่าเราที่เป็นเจ้าของบ้านด้วยซ้ำ"

เผยตกลงเคลียร์ทุกอย่างจบแล้วในวันที่ 8 ก.พ. แต่สุดท้ายคดีพลิก อีกฝ่ายเล่นแง่ เงินไม่จ่ายแถมจะฟ้องร้องตนอีก
เตย : "จริงๆ แล้วเตยคิดว่ามันจะจบอย่างดีที่สุด ณ วันที่ 8 ก.พ. แต่พอมาถึงจริงๆ มันไม่เป็นแบบนั้น มันกลายมาเป็นเหรียญอีกด้านนีงให้เราเห็น แล้วเรารู้สึกแย่กว่านั้นอีก คือไม่ยอมรับรายละเอียดทั้งหมด แล้วมาสารภาพว่าทำกุญแจบ้านหายไปแล้ว มันเป็นอะไรที่เราเสียความรู้สึกมาก มุมมองเราเขาอ้างว่าไม่มีเวลามาคืนกุญแจบ้าน แต่พอถึงเวลาจวนตัวจริงๆ มาบอกว่าทำกุญแจบ้านหาย มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ นะคะ"

"แล้วดิฉันจะเอาบ้านไปปล่อยให้ใครเช่าได้ กุญแจบ้านถูกคนอื่นเอาไปอย่างนี้ แล้วอีกอันที่แย่คือมีการให้ทนายมาบอกว่าจะดำเนินคดี 3 กระทง ณ จุดนี้เราเองยังไม่ได้แจ้งความเลย แต่เราจะทำตามสิทธิของเราอย่างเต็มที่"

ทนาย : "ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 ก.พ. เขาอ้างว่าเขาจะดำเนินคดีกับเรา เราก็บอกว่าก็ยินดีต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรมถ้าเขาฟ้องเรามาเราก็สู้คดี และถ้าเราตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเราสามารถดำเนินคดีเขาในทางแพ่งหรือทางอาญาได้เราก็จะดำเนินคดีเขาเช่นกัน แต่เท่าที่เช็กตอนนี้ยังไม่มีอะไร เราก็ไม่รู้ว่าเขาพูดจริงหรือพูดเล่น ถ้าพูดจริงเราก็ยินดีที่จะต่อสู้ แค่นั้นเอง แต่เราคงไม่ไปฟ้องเขาก่อน ถ้าหากว่าเขาไม่มากระทำเราก่อน"

บอกค่าเสียหายเรื่องบ้านทั้งหมด คิดตามบิลจริงทุกบาททุกสตางค์ ไม่คิดจากการประเมินราคาเอง
เตย : "วันที่ 8 ก.พ. เขาก็พูดเหมือนเดิมว่าเขาพร้อมจะจ่าย แต่ไม่ยอมรับเรื่องตัวเลข แล้วก็เพิ่งมายอมรับว่าทำกุญแจบ้านหาย ซึ่งเตยก็พูดกับเขาตรงๆ ว่าถ้าหายนี่ต้องเปลี่ยนประตูบ้านใหม่เลยนะคะ ไม่ใช่แค่ประตูห้องน้ำ ไม่รู้ว่าค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ เขาก็บอกว่าผมพร้อมจะจ่ายครับ ซึ่งถ้าบวกตรงนี้ค่าเสียหายจะมากกว่าเดิม"

"ตอนนี้คือบาทเดียวก็ยังไม่ได้จากเขาเลย แล้วเขาก็ไม่ยอมรับเรื่องค่าใช้จ่ายแล้วเขาก็พร้อมที่จะฟ้องเรากลับ นี่คือสิ่งที่เรารับรู้ตอนนี้ วันที่ 8 ก.พ. ทนายก็คุยกับทนาย เตยเองก็คุยกับเหมว่าพี่ไม่คุยกับเหมแล้วนะคะ หลังจากนี้ให้เหมติดต่อกับทนายโดยตรง ก็จะเป็นเรื่องของทางทนายแล้ว ค่าบิลต่างๆ ทั้งหมด ค่าประตูห้องน้ำที่เขาทำพัง เตยมีบิลทั้งหมด แต่จะไม่มีการประเมินว่าเท่านั้นเท่านี้ แต่จะคิดตามบิลทุกบาททุกสตางค์ค่ะ"

ไม่รู้อีกฝ่ายทำกุญแจบ้านหายจริงหรือต้องการแกล้งตนกันแน่ ส่วนเรื่องทำประตูห้องน้ำพังไม่โกรธ
ทนาย : "อันนี้เราก็ไม่ทราบจริงๆ เขาอ้างว่าหายเราก็ไม่รู้ว่าหายจริงหรือเปล่า"

เตย : “แล้วเรื่องที่เขาทำประตูห้องน้ำพัง จริงๆ แล้วเขาโทร.เข้ามาว่าเขาทำประตูห้องน้ำพัง เราไม่เคืองนะ เรางง ยังถามเขากลับเลยว่ามันบวมหรือมันเก่าหรือเปล่า ยังคิดว่าประตูเรามันเก่าหรือเปล่า ไม่เป็นไรเดี๋ยวเราเปลี่ยนเอง เขาก็บอกว่าไม่ครับพี่ ผมเดินจนพังเอง"

ทนาย : "แต่เขาก็ไม่ได้บอกว่ามันพังด้วยสาเหตุอะไร"

เตย : "เรื่องประตูห้องน้ำพังไม่ได้โกรธเลย รู้สึกติดใจไปแล้วด้วยซ้ำหลังจากที่ติดต่อเขาไม่ได้พักใหญ่ คิดว่าประตูพังมันไม่กี่พัน แต่ประเด็นคือมันไม่ใช่แค่ประตู ค้างค่าไฟ 3 พัน น้ำ 2 พันกว่าบาท อินเตอร์เน็ตโดนตัดไปตั้งแต่เดือน 10 เกือบ 3 พัน พอเช็กไอจีแล้วแบบ นี่โกหกเรามาตลอดเรา เรารู้สึกว่ามันไม่ได้แล้ว ต้องให้เขาออกมารับผิดชอบ นั่นก็คือสิ่งที่เราตัดสินใจโพสต์"

ลั่นหนุ่ม “เหม” จ่ายเงินที่ค้างมาทุกอย่างจบ แต่ในเมื่อไม่จ่าย แถมคิดจะฟ้องกลับ ตนก็ตั้งรับรอหมายฟ้อง ซึ่งทนายฝ่ายดาราหนุ่มยืนยันจะไปคุยเรื่องเงินในศาล
ทนาย : "ในเบื้องต้นก็คงจะต้องให้เรื่องเป็นแบบนี้ไปก่อน เราก็ซ่อมบ้านไปแล้วปล่อยให้เช่าเร็วที่สุด เพราะปล่อยไว้มันก็ไม่เกิดประโยชน์ ส่วนคดีเราก็จะรอดูว่าเขาจะฟ้องเรามั้ย แต่เราคงไม่ฟ้องเขาก่อนแน่นอน ถ้าเขาฟ้องเรามา เราก็ยินดีจะต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม ถ้าเขาเงียบหายไปก็ต้องมาพิจารณาว่าด้วยสาเหตุอะไร แล้วค่าใช้จ่ายที่เราต้องซ่อมแซมบ้านมันเกินจำนวนที่เรารับได้มั้ย ถ้ามันรับไม่ได้ก็มาพิจารณาอีกทีว่าจะดำเนินการยังไง"

เตย : “แต่ถ้าเขาเอาเงินมาชำระทุกอย่างก็คือจบ มีการแสดงคำพูดรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองได้ทำความผิดก็ถือว่าโอเค อยากฝากถึงเขาว่าเตยไม่ได้อยากจะให้เป็นเรื่องราวใหญ่โต เตยเป็นแค่คนธรรมดา เป็นเจ้าของธุรกิจที่เราไม่ได้ตั้งใจจะให้ตัวเองมีข่าวทั้งในแง่ดีหรือไม่ดี เหมือนที่คนอื่นออกมาพูดว่าเราโหนกระแส"

"ตัวเตยเองเข้าใจว่าเหมเขาเป็นดารา เป็นอาชีพที่ต้องใช้ชื่อเสียง มีรายได้มาจากการมีชื่อเสียง แล้วพอมีข่าวแบบนี้เตยว่ามันไม่ได้เป็นผลดีกับเขาเลย อยากจะให้มันจบอย่างดีที่สุด แต่ในคำพูดที่เขาพูดว่าคุณพ่อคุณแม่เขาไม่ยอมที่ไปทำให้ลูกชายเขาเสียศักดิ์ศรี เตยก็อยากจะถามกลับว่าเตยเองและสามีเตยก็มีพ่อมีแม่เหมือนกัน ตลอดเวลาเดือนกว่าๆ ที่ผ่านมาเขาไม่ได้มีการแสดงความรับผิดชอบใดๆ เลย ไม่มีการสำนึกผิดอะไรเลย แล้วยังมาทำเรื่องให้มันดูใหญ่โตไปเองแบบนี้อีก เตยก็อยากจะให้เขาคิดนิดนึงค่ะว่าที่เขากำลังทำ เขาทำอะไรอยู่"

ทนาย : "เบื้องต้นมันคุยทุกอย่างกันจบตั้งแต่วันที่ 8 ก.พ. แล้ว ซึ่งเขาไม่ได้คุยเรื่องความเสียหาย เขายืนยันว่าเขาจะดำเนินคดี จนถึงวันนี้เราก็ได้แต่รอว่าเขาจะฟ้องเราเมื่อไหร่"

เตย : “ก็รอเขาส่งหนังสือมาฟ้องเรา ทนายของเขาพูดเองว่า เรื่องค่าเสียหายก็ไปคุยกันที่ศาลได้"

(ติดตามทุกข่าวสารในแวดวงบันเทิงทั้งหมดได้ที่https://mgronline.com/entertainment)