xs
xsm
sm
md
lg

รากงอกแน่ “ก็อต” แพลนทุกเรื่องในชีวิต ทั้งเรื่องตาย-เลิกทำงาน ยกเว้นเรื่องวิวาห์

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“ก็อต จิรายุ”ภูมิใจคว้ารางวัลใหญ่ เป็นที่ยอมรับไม่ใช่แค่คนในประเทศ ฝันเป็นใบเบิกทางโกอินเตอร์ รัก “โบว์” แฮปปี้ แพลนตาย-เลิกทำงาน แต่ไม่แพลนเรื่องวิวาห์ รอเช็กน้ำเชื้อก่อนมีลูก เชื่อไม่มีความสามารถเป็นพ่อคน

คว้ารางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมจากละคร “คมแฝก” จากเวที Asian Television Awards 2018 ที่ประเทศมาเลเซีย เมื่อต้นเดือนม.ค.ที่ผ่านมา งานนี้ “ก็อต จิรายุ ตันตระกูล” หน้าบาน เผยอย่างภูมิใจในงานบวงสรวงภาพยนตร์ “จอมขมังเวทย์ 2020” ลานชั้น 1 อาคารสหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล ลั่นไม่คิดว่าจะได้ มั่นใจจะต่อยอดความฝันเรื่องโกอินเตอร์

“รู้สึกดีใจที่เป็นหน้าเป็นตาให้คนบ้านเราด้วย เพราะมีคนจากหลายประเทศเข้าชิง ก็ไม่คาดคิดว่าจะได้ (หัวเราะ) ไปนั่งก็ยังมึนๆ อยู่ เดินเข้าไปก็ยังเอ๊ะชื่อกูเหรอ วินาทีที่เขาประกาศชื่อ เอาตรงๆ คือฉิบหายแล้วกู จะพูดอะไรดี (หัวเราะ) ไม่ได้เตรียมคำพูดอะไรเลยครับ ก็ด้นๆ ไปตรงนั้น แต่เรารู้แล้วว่าเราอยากขอบคุณใครบ้าง ก็ขอบคุณช่อง 3 ขอบคุณพี่นก ฉัตรชัย ขอบคุณอาจารย์ของเรา”

“ด้วยความที่มันเป็นรางวัลใหญ่ แล้วมันเข้าชิงหลายประเทศ โปรดักชั่นของไต้หวันเราเห็นก็ยังว้าว เราก็ไม่ได้คิดอะไรขนาดนั้นครับ มันก็ต่อยอดความฝันเราที่อยากโกอินเตอร์ คือผมดีใจไม่ใช่เพราะว่าละครดังนะ แต่ดีใจที่ว่าเราได้สานฝันเราให้เป็นจริง เราทำให้งานของเรามีคนยอมรับไม่ใช่แค่ในประเทศ ก็ภูมิใจครับ

“ก็แอบถามครับว่าตัดสินยังไง เขาเอาซีนไหนไปดู เขาก็บอกว่าเขาดูตลอดทั้งเรื่อง ซึ่งถ้าเขาดูทั้งเรื่องเขาจะเห็นว่าผมใส่รายละเอียดอะไรไปเยอะพอสมควร ถ้าคนดูเป็นเขาก็จะดูออกว่าไอ้นี่มันใช้เทคนิคนี้ๆ ส่วนเรื่องต่อไปจะเข้มข้นขึ้นมั้ย ทำงานไม่ได้คาดหวังรางวัล แต่คาดหวังคุณภาพสู่ผู้ชมสู่คนดูครับ”

“ถามว่าหายเหนื่อยมั้ย เพราะอยู่มานาน เพิ่งจะได้รางวัล จริงๆ หายเหนื่อยเพราะว่าคนดูชอบมากกว่า รางวัลเป็นสิ่งที่ได้มาและต้องผ่านไป เพราะถ้าเราไปชื่นชอบกับคำชมมาก วันนึงพอคนด่าเราก็จะรับไม่ได้ครับ ปีนี้ผลงานจะเป็นภาพยนตร์ซะมากกว่า ตอนนี้ก็มี 2 เรื่อง แต่ยังรับได้อีกครับ (หัวเราะ) แต่ละครก็ยังคุยๆ กันอยู่ครับ แต่พอดีคิวมันชนกันนิดหน่อย อยู่ที่ว่าวางคิวได้แค่ไหน”

รัก “โบว์ เบญจวรรณ” ยังหวาน สร้างภาพรักกัน แกล้งเล่นให้มีชีวิตชีวา
“เป็นปกติครับ คือผมมีอินสตาแกรมก็เลยต้องสร้างภาพนิดหนึ่ง ส่วนที่ชอบแกล้งเขาก็เพราะไม่มีใครยอมเล่นกับผมสักเท่าไหร่ มีแค่เขาคนเดียว (หัวเราะ) เอาจริงๆ ตัวเขาเองก็แกล้งผมเยอะกว่าอีกนะ แกล้งแบบแสบๆ เลยด้วย แต่เขาไม่ยอมเอามาโพสต์ลง”

“เรื่องแกล้งเขา ผมมองว่าถ้าหากเราคบกันและเราจะต้องรักกันอย่างเดียว แบบนั้นมันก็คงจะไม่มีชีวิตชีวาสักเท่าไหร่ ซึ่งการหยอกล้อกันของผมกับเขา เอาจริงๆ เลยนะผมก็ไม่ได้ทำแค่กับแฟนคนเดียวหรอก เพราะกับพ่อกับแม่ผมก็ทำ คือมันก็เป็นอะไรที่สนุกสนานดี”

ยังไร้ข่าวดี ตั้งเป้าตั้งใจทำงานภายใน 6 ปีนี้ แพลนชีวิตไว้หมด เมื่อไหร่จะตาย เมื่อไหร่จะเลิกทำงาน
ยังหรอกครับ เรายังไม่ได้แพลนอะไรกันเลยสำหรับเรื่องนี้ แต่เราจะแพลนกันเรื่องอื่นมากกว่า อย่างเช่นเราตั้งใจจะทำงานภายใน 6 ปีนี้ เพื่อจุดประสงค์หนึ่งซึ่งยังไม่สามารถบอกได้ เพราะเราก็กลัวว่าถ้าหากพูดไปแล้วแต่ทำไม่ได้มันจะดูไม่ดี ผมตั้งเป้าไว้หมดแล้วว่าผมจะตายเมื่อไหร่ จะเลิกทำงานเมื่อไหร่ จะอยู่วงการอีกสักกี่ปี คือมีการแพลนเอาไว้หมดเลย”

“ผมรู้สึกว่าการแพลนเอาไว้มันดีกว่า ดีกว่าเราใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ เพราะการที่เราทำแบบนี้มันทำให้เรารู้ว่าเรามีอะไรที่จะต้องทำอีกบ้าง เพื่อเป็นเป้าหมายในการใช้ชีวิตของเรา เราก็แพลนหลายอย่างเลยครับ อย่างเช่นผมตั้งใจว่าอยากจะทำอะไรให้ดีๆ ให้กับสังคมบ้างนอกจากการสร้างผลงานในวงการบันเทิง เพื่อที่พอถึงวันหนึ่งผมจะได้ใช้สิ่งที่ผมเรียนรู้ในวงการไปต่อยอดกับงานด้านอื่นๆ”

เรื่องลูกต้องขอเช็กน้ำเชื้อซะก่อน
เรื่องนี้ต้องขอเช็กน้ำเชื้อตัวเองก่อนครับ (หัวเราะ) ถามว่าผมกลัวเรื่องอายุมั้ย คือผมรู้สึกว่าผมยังแข็งแรงอยู่นะ ถ้าอายุ 50 ผมก็คงจะยังแข็งแรง แข็งและแรงมาก ส่วนแฟนเรา คนนั้นเขาดูแลตัวเองดีมากครับ จนเดี๋ยวนี้ผมต้องตามเขาแล้ว คือเมื่อก่อนผมจะเป็นฝ่ายสอนเขาออกกำลังกาย แต่เดี๋ยวนี้เขาเป็นฝ่ายดูแลเรื่องโภชนาการให้ผมแทน”

“เขาไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้ คือพอเราเริ่มคุยกันแบบเป็นเพื่อนความคาดหวังในตัวกันและกันมันก็ไม่ได้มากขนาดนั้น เหมือนเราอยู่กับปัจจุบันและเราก็แฮปปี้แล้ว เราโอเคกับสิ่งที่เป็นอยู่ ซึ่งสายตาคนที่มองมาเขาอาจจะอยากให้เราเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ แต่ไม่เคยมีใครถามเราเลยว่าจุดที่เราเป็นอยู่เราโอเคหรือเปล่า เรามีความสุขหรือเปล่า”

“เรื่องจุดอิ่มตัวผมมองว่ามันมีทุกคู่นะครับ แต่อยู่ที่เรามากกว่าว่าเราจะกล้าพูดมันออกมามั้ย รวมถึงเราจะสามารถรักษาสมดุลของมันเอาไว้ได้หรือเปล่า ซึ่งคู่เราก็คบกันมานานแล้วประมาณ 5-6 ปี แต่ถามว่าเราเลยจุดอิ่มตัวไปแล้วหรือยัง คือผมรู้สึกว่าของแบบนี้มันก็เหมือนก้อนเมฆที่ผ่านเข้ามาและก็ผ่านไป ผู้ใหญ่สองฝ่ายไม่คุยกันเรื่องนี้ ซึ่งผมรู้สึกโชคดีนะที่พ่อแม่ผมและพ่อแม่เขาต่างก็เคารพในการตัดสินใจของเราทั้งคู่”

ชอบเด็กแต่ไม่มีความสามารถเป็นพ่อคน
“เรื่องลูกก็ไม่ซีเรียส เรายังไม่ค่อยได้คิดเรื่องนี้สักเท่าไหร่ ซึ่งผมยอมรับนะว่าผมเป็นคนชอบเด็ก แต่ผมก็รู้สึกเหมือนกันว่าผมยังไม่มีความสามารถที่จะเป็นพ่อคน เพราะผมยังสอนตัวเองไม่ได้ ดังนั้นผมจะไปสอนลูกได้ยังไง”



(ติดตามทุกข่าวสารในแวดวงบันเทิงทั้งหมดได้ที่https://mgronline.com/entertainment)






กำลังโหลดความคิดเห็น...