xs
xsm
sm
md
lg

(ชมคลิป) “แอริน” ร่ำไห้ เผย “คริสโตเฟอร์” คู่หมั้น “ซูซี่” ฆ่าตัวตาย!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


แอริน ยุกตะทัตร่ำไห้เผยสาเหตุการตาย "คริสโตเฟอร์" คู่หมั้น ซูซี่ สุษิรายอมรับอีกฝ่ายฆ่าตัวตาย เหตุเกิดจากความเครียดมีประวัติโรคซึมเศร้า ลั่นไม่ใช่ครั้งแรกที่ซูซี่ดึงอีกฝ่ายมาสู่โลกความจริง สงสารเพื่อนสุขภาพจิตแย่มากต้องเข้าโบสถ์ทุกอาทิตย์ วอนให้พื้นที่อีกฝ่าย เปิดใจตัวเองก็เป็นโรคซึมเศร้า ต้องกินยารักษา

นับว่าเป็นข่าวที่ช็อกใจแฟนคลับอยู่ไม่น้อยหลังจากที่ ซูซี่ สุษิรา แน่นหนา สูญเสียคู่หมั้นหนุ่มคริสโตเฟอร์ ซึ่งจากไปกะทันหันโดยไม่มีการระบุสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดว่าเกิดจากสาเหตุอะไรแน่

อย่างไรก็ตามสาวซูซี่ได้เอ่ยปากร้องขอให้ แอริน ยุกตะทัต เพื่อนสนิทในวงการของเธอออกมาเผยสาเหตุการตายของแฟนหนุ่มแทนเธอซึ่งขณะนี้อยู่ในสภาพที่ยังทำใจไม่ได้กับความสูญเสียที่เกิดขึ้นโดยสาวแอรินได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนระหว่างมาร่วมงานภาพยนตร์ รักไม่เป็นภาษาณ โรงภาพยนตร์สยามภาวลัย พารากอน ซีนีเพล็กซ์ โดยยอมรับว่าคริสโตเฟอร์ฆ่าตัวตาย อีกฝ่ายมีความเครียดจากงาน มีประวัติรักษาโรคซึมเศร้า และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่จะจบชีวิตซูซี่ดึงมาสู่โลกความจริง พยายามให้เห็นถึงความรักที่ซูซี่มีให้

“ก็อย่างที่ซูซี่เขาได้โพสต์ไว้นะคะ คู่หมั้นเขาได้เสียชีวิตแล้ว (น้ำตาไหล เสียงสั่น) คริสเลือกที่จะจบชีวิตของเขาด้วยตัวเองนะคะ ก็อย่างที่ทราบกันว่าคริสเขาทำงานเป็นอีโอดี ซึ่งจะเป็นหน่วยกู้ระเบิด เขาทำงานนี้มานาน 9 ปี แล้วก็มีความเครียดจากการฝึกมาตั้งนานแล้ว เขาก็มีประวัติรักษาโรคซึมเศร้ามาสักพักแล้ว แล้วก็คือนี่ไม่ใช่ครั้งแรก ที่เขาจะพยายามจะจบชีวิตเขาของ ซูซี่ได้พยายามดึงเขากลับมาในโลกแห่งความจริง แล้วก็พยายามโชว์ให้เขาเห็นถึงความรักที่มีให้เขา แต่เรื่องแบบนี้ คนที่เป็นโรคแบบนี้ มันก็คาดเดายากค่ะ ตอนนี้ซูซี่ก็อยู่ที่เชียงใหม่กับครอบครัว ยังไม่พร้อมเลยที่จะออกมาพูด หรือให้สัมภาษณ์ใดๆ ค่ะ เพราะว่าสุขภาพจิตก็ค่อนข้างแย่ ก็ให้แอมาเป็นตัวแทนมาพูดให้พี่ๆ สื่อมวลชนฟัง”

“เขาต่อสู้กับโรคนี้มาหลายปีแล้วค่ะ คือเขาก็มีแพลนที่จะแต่งงานกัน เพราะเขาก็หมั้นกันแล้ว แล้วมีแพลนที่จะมีครอบครัวกันเร็วๆนี้ แต่โรคนี้ หลายๆ อย่างเราไม่รู้ว่าจะมีอะไรไปสะกิดเขาบ้าง ก็เลยทำให้เขา...

เผยคริสโตเฟอร์พบแพทย์รักษาโรคซึมเศร้า
พบแพทย์ค่ะ รับการรักษาทุกอย่างค่ะ ซูซี่แล้วก็ครอบครัวของซูซี่ด้วย เพราะว่าเขาได้ย้ายจากที่อเมริกามาอยู่ที่เชียงใหม่กับซูซี่ เพื่อที่จะมาสร้างครอบครัวด้วยกัน ทางครอบครัวซูซี่ก็ช่วยทุกอย่าง เขาเสียชีวิตที่เชียงใหม่ค่ะ เสียระหว่างไปโรงพยาบาล ในรถโรงพยาบาล”

“เราเพิ่งเจอเขาก่อนปีใหม่ค่ะ ก็คือเราคุยกันตลอด คือเขาเป็นฝรั่งแล้วเขาก็สนิทกับซูซี่มาก เราก็สนิทกับเขามาก แต่ว่ามีอะไรหรือเรื่องอะไรแบบนี้ บางครั้งเขาก็อยากคุยกับเรา เราก็จะเป็นคนที่ให้คำปรึกษาตลอด เราก็แคร์เขา เราก็รักเขาเหมือนคนพิเศษของเราคนหนึ่ง”

อุบรายละเอียดการเสียชีวิต อยากให้ทุกคนให้กำลังใจซูซี่
“ขอเก็บข้อมูลนี้ไว้เป็นเรื่องส่วนตัวของครอบครัวของทั้งสองฝ่าย อยากให้ทุกคนโฟกัสกำลังใจที่ให้กับซูซี่ แล้วก็ให้พื้นที่เขาทำใจ เพราะว่าเรื่องแบบนี้ก็ไม่อยากให้มันเกิดขึ้น มันค่อนข้างที่จะหนักอยู่เหมือนกัน แล้วก็อยากให้ ให้กำลังใจเขาเยอะๆค่ะ”

“ซูซี่เขาโทร. มาหาแอค่ะ ก็บินไปหาค่ะ แล้วก็พยายามที่จะให้กำลังใจเขามากที่สุด ว่าเราผ่านตรงนี้ไปได้ แล้วเราก็จะอยู่เป็นเพื่อนเขา ให้กำลังใจเขาในทุกๆ ก้าว เพราะว่าบางครั้ง เราไม่รู้ว่า เขาจะคิดอะไรบ้าง แต่ซูซี่ก็มีแม่ มีพี่สาวที่คอยดูแลอยู่ตลอดเวลา คือตอนแรกที่ซูซีไม่ได้รับงาน เพราะเขาพัก เขาเป็นเส้นเสียงอักเสบ ก็ได้ใช้เวลาเต็มที่อยู่กับคริสด้วย”

ร่ำไห้ห่วงเพื่อนมาก รับซูซี่ต้องเข้าโบสถ์ทุกวันอาทิตย์
“ตอนนี้เขาก็มีไปเข้าโบสถ์ทุกวันอาทิตย์ คุยกับเราทุกวัน เราก็จะคอยถามว่าวันนี้เป็นยังไง ทำอะไรบ้าง เป็นห่วง(เสียงสั่น) ตอนนี้ต้องโทร.ไปให้กำลังใจทุกวัน (ร้องไห้) เช็กตลอด เขาก็ยังขอบคุณแอ เพราะเขาออกมาพูดไม่ไหวจริงๆ เขากลัวว่าแอจะลำบากใจที่ต้องออกมาพูดแทนเขา (ร้องไห้) เราก็บอกว่าไม่เป็นไรทำให้ได้ ตอนนี้ซูซี่เขาอยู่กับคุณแม่แล้วก็พี่สาวอยู่แล้วที่บ้าน แล้วพี่สาวของเขาอีกคนที่อยู่ออสเตรเลียก็บินมา มาเฝ้า มาอยู่ด้วย”

ครอบครัวฝ่ายชายเตรียมนำศพไปทำพิธีที่อเมริกาเพื่อเชิดชูเกียรติ
“ไม่ควรที่จะอยู่คนเดียวดีกว่า เพราะว่าที่บ้านก็ยังมีของของคริสอยู่ แล้วตอนนี้กำหนดการของคริสก็คือ น้องชายเขากับเพื่อนเขาได้บินมา แล้วก็จะนำคริสไปทำพิธีที่อเมริกากับครอบครัวเขา แล้วเขาก็จะได้เชิดชูเกียรติของทหารอเมริกาที่เป็นอีโอดีของซีล ส่วนเรื่องแต่งงาน ที่เขาคุยกันไว้ไม่ปีนี้ก็ปีหน้า คือเร็วๆ นี้เลยค่ะ แต่เขาไม่ได้เป็นคู่ที่รีบ คืออยู่กันไปเรื่อยๆ เขารักกันมาก คบกันมาตั้งนาน”

รับตัวเองก็เป็นโรคซึมเศร้า ต้องกินยา เป็นโรคที่น่ากลัว และโหดร้าย
“คือแอจะบอกไว้เลยนะว่าปัญหาทุกอย่างที่เรามีในชีวิต มันมีทางออกอยู่เสมอ บางคนอาจจะคิดว่าเราอยู่คนเดียว เราไม่มีใคร หาทางออกไม่ได้ ใครก็ไม่รักเรา แอจะบอกว่าคนที่เป็นโรคนี้ รวมทั้งตัวแอด้วยแอก็อยากจะบอก แอก็กินยา มันมีทางออกเสมอ แล้วคนรักเราเยอะมาก การที่เราไปเราทิ้งคนที่รักเรา เราทำร้ายเขาอีกเยอะเลย อยากให้ทุกคนบอกรักกันเยอะๆ บ่อยๆ คุยกันให้เยอะๆ เพราะเราไม่รู้เลยว่าอะไรจะเกิดขึ้นในทุกวัน ใครจะไปวันไหน มันเป็นโรคที่น่ากลัวมาก แล้วก็โหดร้ายมากสำหรับบางคน แต่ก็อยากให้มองอีกแง่หนึ่งว่าในโลกนี้ก็ยังมีสิ่งสวยงามให้เราอยู่ต่ออีก”

บอกอีกฝ่ายเคยมีประวัติฆ่าตัวตายมาก่อน คอยปลอบแล้วว่าอย่าทำ
เขาเคยมีประวัติที่จะทำแบบนี้อยู่แล้ว แล้วแอเคยคุยกับเขามาก่อนว่าอย่าทำนะ ยูยังมีไอนะ ถ้ายูคิดเมื่อไหร่ยูโทร.มาหาไอนะ คือเหมือนเขาก็มีขึ้นๆ ลงๆ มาเรื่อยๆ เลยไม่แน่ใจว่าจะเป็นเมื่อไหร่จะไปเมื่อไหร่ จะทำเมื่อไหร่ อย่างที่เขาบอกกันว่าเราเซฟคนๆ หนึ่งวันนี้ แต่เราเซฟเขาพรุ่งนี้ไม่ได้ เราเซฟเขาทุกวันไม่ได้ หรือในหน้าที่ของคนที่เป็นซูซี่ หรือเป็นเพื่อน ใครก็ตาม ครอบครัว ก็มีหน้าที่ทำให้ดีที่สุด เขาไปแบบไม่มีอำลาเลยค่ะ”

“ซูซี่” ต้องใช้เวลาทำใจ บอกไม่ได้จะโอเคเมื่อไหร่
“ตอนนี้แอบอกเขาเลยว่าให้เขาใช้เวลาให้เต็มที่ ที่จะทำใจ ไม่ต้องคิดว่าจะออกมาพูด หรือต้องมีเวลากำหนดว่าเราจะต้องโอเคตอนนี้นะ แอบอกว่าใช้เวลาให้เต็มที่ เมื่อไหร่ที่พร้อมก็พร้อม มันไม่มีผิดมีถูก การทำใจของแต่ละคนไม่เหมือนกันบางคนก็เริ่มจากโกรธก่อนโมโหก่อนกับสิ่งที่เกิดขึ้น มันก็จะเป็นสเต็ปไปเรื่อยๆ แอก็บอกว่ายูรู้สึกทุกอย่างนะ แล้วยูก็รู้สึกให้เต็มที่ แล้วยูก็รับความรู้สึกนั้นมา แล้วยูก็ปล่อยมันออกไป แต่ยูต้องทำใจ ชีวิตยูต้องเดินต่อไปเรื่อยๆ แต่แอก็ให้คำตอบพี่ไม่ได้ว่าเขาจะพร้อมเมื่อไหร่ แล้วก็ไม่อยากให้เขาเร่งรีบด้วย”

เผยเสียเพื่อนไปเยอะแล้วกับการฆ่าตัวตายเพราะโรคซึมเศร้า ลั่นโรคซึมเศร้าไม่ใช่แฟชั่น ไม่ได้เป็นบ้า ทุกคนที่เป็นต้องยอมรับตัวเองก่อน และต้องรักษา
“มันก็เป็นอะไรที่ยากมาก เพราะจริงๆ แล้วผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้า ข้อแรกต้องยอมรับก่อนว่าตัวเองไม่สบาย แอจะบอกเลยว่าเราไม่ได้เป็นโรคจิต เราไม่ได้เป็นบ้า แล้วคนเป็นเยอะมาก แค่ต้องยอมรับว่าเราเป็น แล้วเราอยากรักษา อยากหาย มันมีหลายวิธีเลย อาจจะไม่ต้องกินยา ก็จะทำให้เราดีขึ้นแออยากให้ทุกคนยอมรับในโรคนี้มากขึ้นว่า อย่าให้คิดว่าเป็นโรคที่สังคมรังเกียจ หรือเป็นโรคที่ฮิตหรือเป็นโรคแฟชั่น ไม่ใช่ เราต้องรักกันไว้ เราต้องช่วยกันไว้ ไม่ต้องอาย ไปหาหมอ บอกเพื่อนสนิทก็ได้ บอกคนรักเรา บอกพ่อแม่เรา แค่เราพูดขึ้นมา บอกแอยังได้เลย แอจะทำทุกอย่างเพื่อรณรงค์เรื่องนี้ เพราะแอเสียเพื่อนไปหลายคนกับการฆ่าตัวตายเยอะมากแล้ว”










กำลังโหลดความคิดเห็น...