xs
xsm
sm
md
lg

“ณวัฒน์” ซัด “เต๋า ทีวีพูล” ละเมิดศาล ให้ข่าวอ้างชนะคดี “ฝ้าย” อมเงินรางวัล เย้ยศาลรับพิจารณาอีกครั้ง ฝ้ายยันเกิดมาไม่เคยโกง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“ฝ้าย มิสแกรนด์” เดินหน้าสู้ตายคดีอมเงิน “พี่เลี้ยงนางงาม” ยันชีวิตนี้ไม่เคยโกงแต่ไม่รู้ว่าถูกฟ้อง อ้างอีกฝ่ายส่งหมายฟ้องไปบ้านที่ถูกรื้อนานแล้วเหลือแต่เสา ขอบคุณศาลให้เข้ามาต่อสู้คดีอีกครั้ง เผยสืบพยานนัดแรก 22 เม.ย. ด้าน “ณวัฒน์” จวกพี่เลี้ยงนางงาม ออกมาให้ข่าวชนะคดีละเมิดศาล ส่อเข้าข่ายหมิ่นประมาท จี้หน่วยงานตรวจสอบคนปล่อยเงินกู้ดอกร้อยละ 20 เพราะผิดกฎหมาย แอบดีใจเรตติ้งละครนางร้ายขึ้นพรวดๆ ฝากทิ้งท้าย อย่าเชื่อเรื่องจ่ายเงินล็อกตำแหน่ง ชาตินี้ไม่ทำ บ้านมีฐานะ ไม่ขายเกียรติยศ

จากกรณีที่ “เต๋า ทีวีพูล” ภูมิพัฒน์ ธรรมพันธ์ โพสต์เฟซบุ๊กแฉนางงามติดหนี้ ศาลสั่งชนะคดีแล้ว แต่อีกฝ่ายไม่ยอมจ่ายหนี้ แถมยังใช้ชีวิตหรูหรา ใช้แบรนด์เนม เที่ยวต่างประเทศ ก่อนนำใบคำพิพากษา ซึ่งเจ้าตัวฟ้องแพ่ง “นางสาวสุภาพร มะลิซ้อน” เมื่อวันที่ 14 ส.ค. ผิดสัญญาเรียกทรัพย์สินคืน 1,479,500 บาท ถึงแม้เต๋าจะไม่ได้เอ่ยปากว่านางงามคนดังกล่าวเป็นใคร แต่ในสัญญาและใบคำฟ้องก็ระบุชื่อชัดเจนว่าเป็นฝ้าย สุภาพร มิสแกรนด์ไทยแลนด์ ปี 2016 โดยศาลได้ตัดสินให้ฝ้าย สุภาพร จ่ายเงินให้กับเต๋าเกือบ 2 ล้านบาท ซึ่งพี่เลี้ยงนางงามยังเผยอีกว่าต้องไปกู้เงินดอกร้อยละ 20 เพื่อมาจ่ายเป็นค่าทนายและฟ้องศาล

ล่าสุดวันนี้ (28 ม.ค.) ฝ้ายพร้อมกับ “ณวัฒน์ อิสรไกรศีล” ผู้จัดการประกวดนางงามมิสแกรนด์ได้แถลง ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรม โนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต กรุงเทพฯ เรียกว่าหนังคนละม้วนกันเลยทีเดียว ซึ่งเจ้าตัวยืนยันว่าที่ผ่านมาไม่รู้เรื่องถูกฟ้อง และตอนนี้ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลรื้อคดีใหม่ ตั้งแต่วันที่ 25 ม.ค. ดังนั้นการที่พี่เลี้ยงนางงามออกมาให้ข่าว อาจจะเป็นเรื่องใหญ่ เข้าข่ายละเมิดศาล

ฝ้าย : “ตอนนี้อยู่ในกระบวนการยุติธรรมแล้วก็ปล่อยให้ไปตามนั้น ตอนนี้ถามว่าเราสู้เต็มที่มั้ยเราก็สู้เต็มที่”

ณวัฒน์ : “มันมีหลายเรื่องซับซ้อนหลายอย่าง ตอนนี้ตัวฝ้ายกับตัวผมและทีมงานทางกฎหมายอยู่ในขั้นตอนที่มันกำลังเคลื่อนที่ไป การที่เราได้ทราบข่าว จากข่าวที่ออกไป ที่ผ่านมามีการโพสต์ว่าทางฝ้ายแพ้คดี และต้องชดใช้จำนวนเงินนั่นนี่ เราก็ค่อนข้างจะสงสัยเหมือนกันว่าทั้งหมดทั้งมวลมันคืออะไรที่เป็นข้อเท็จจริงบ้าง จนเมื่อวันที่ 27 ม.ค. เราก็เพิ่งได้เห็นข่าวจากสำนักข่าวหนึ่งซึ่งสัมภาษณ์ค่อนข้างละเอียด บอกชื่อและนามสกุลของฝ้าย”

“เราก็จะพูดในสิทธิ์ของเราเฉยๆ นะครับว่า ณ ขณะนี้คดียังไม่ได้ตัดสินครับ ทุกอย่างที่ผมพูดผมรับผิดชอบ จะเริ่มสืบครั้งแรกวันที่ 22 เมษายน ขบวนการยุติธรรมยังไงมันก็มีความยุติธรรม แต่เรื่องที่มันเกิดขึ้นถ้าดูถึงปลายทางที่มีการโพสต์ออกมาว่าชนะ มีการให้ข่าวออกมาว่าชนะ ผมเกรงว่ามันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้น มันจะเป็นการให้ข้อมูลไม่ตรงกับศาล ซึ่งมันอันตราย เพราะตอนนี้ศาลท่านพิจารณาอย่างถ่องแท้อีกครั้งหนึ่งให้มีการพิจารณาความใหม่ทั้งหมด เริ่มต้นใหม่ทั้งหมดวันที่ 22 เมษายน เพราะที่ผ่านมาทางเราไม่เข้าถึงกระบวนการยุติธรรม”

ไม่รู้เรื่องถูกฟ้อง ถ้ารู้จะสู้คดี ยื่นอุทธรณ์ใน 30 วันแน่นอน งงนี่เงียบเหมือนเป่าสาก
ณวัฒน์ : “ผมขออนุญาตพูดแทนน้อง เพราะน้องอาจจะไม่ถนัดเพราะตัวผมเป็นคนไปปฏิบัติแทนน้องเขามา เราก็รับรู้ร่วมกันมาตลอดเวลา น้องอาจจะไม่เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมตั้งแต่ฝ่ายนั้นมีการสั่งฟ้อง น้องไม่ทราบเลย ตัวผมก็ไม่ทราบอะไรเลย เงียบกันหมด ซึ่งวิธีการต่างๆ ในการเข้าถึงเรามันก็มีหลากหลายวิธี วิธีการที่ส่งไปที่บ้านมันก็เป็นไปได้ แต่ถ้าไม่มีใครรับ จะเป็นวิธีการออกสื่อก็เป็นไปได้ แต่สื่ออะไร เราจะไปรู้ที่ไหนว่าสื่อนั้นอยู่จังหวัดอะไร อันนี้ก็เป็นไปได้ มันเป็นไปได้ทั้งนั้นไม่ถือว่าเป็นความผิดของใคร เคยติดต่อเรามาที่ไหน เคยยื่นโนติสเรามาสถานที่แห่งใดก็เจอเราทุกครั้ง เพราะฝ้ายเซ็นสังกัดอยู่ในฮอลิเดย์เทเลวิชั่น มิสแกรนด์ไทยแลนด์อยู่ที่ ทาวน์อินทาวน์ ซึ่งเราก็ได้รับจดหมายจากบุคคลนั้นในการทวงถาม รวมถึงฝ้ายเป็นศิลปินในช่อง7 hd ที่มีการเซ็นสัญญาถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งฝ้ายเป็นคนสาธารณะ”

“เมื่อฝ้ายไม่ได้รับหมายฟ้องก็ควรจะส่งหมายมาที่โนติสแล้วเราจะได้รับ แต่ในเมื่อทุกอย่างเงียบ ไม่มีใครพูดอะไร เวลาผ่านไปเราไม่รู้ว่าทางผู้พิพากษาท่านเรียกวันไหน ไม่มีสิทธิ์ได้รู้เลย จนในที่สุดมีการพิพากษาไปแล้ว แล้วก็ยังเงียบต่ออีก 30 วัน ถ้าเรารู้ก็ยังดี เราจะใช้กระบวนการในการอุทธรณ์เพราะสามารถอุทธรณ์ได้ 30 วัน แต่ว่าทุกอย่างเหมือนมีความเงียบผิดปกติ โดยที่ให้พ้นไปอีก 30 วันแล้วถึงเริ่มมาโพสต์เล่นกัน”

ซึ่งในเนื้อข่าวเมื่อวันที่ 27 มีเขียนระบุแล้วว่า ซึ่งถ้าเขาคิดว่ามันเป็นอย่างนั้นมันก็เป็นอย่างนั้นครับในสิ่งที่เขารู้ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างมันเปลี่ยนไปหมดแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 25 มกราคม เราได้การอนุมัติอย่างเป็นทางการจากศาล จากผู้พิพากษาคดีให้เริ่มต้นพิจารณาคดีใหม่ เมื่อเราเริ่มมาถูกต้องในกระบวนการยุติธรรมแล้ว เราไม่ได้บอกว่าเราผิดหรือเราถูกแต่เราได้สิทธิ์นั้นคืนมาในการไต่สวน”

เชื่อถูกกีดกันเข้าสู่กระบวนการศาล
“การไม่ได้รับหมายศาลไม่ได้หมายความว่าเราจะได้รับสิทธิ์ จะต้องมีเงื่อนไข มีวิธีการ มันเป็นเรื่องของทางกฎหมาย มันมีเหตุผลเพียงพอที่จะเชื่อได้ว่าเราถูกกีดกันเข้าสู่กระบวนการโดยไม่มีสิทธิ์รับรู้ ถ้าจะตามฝ้ายง่ายมากครับ เพราะเวลาทวงเงินยังมาถูกที่เลย เวลาจะพาขึ้นศาลทำไมมาไม่ถูกที่เสียที เรารู้เราไป”

“ถามว่าสิ่งที่เขาทำไม่โปร่งใสมั้ย มันไม่เกี่ยวกับความโปร่งใสหรือไม่โปร่งใส เราทำในหน้าที่ของเรา คืออยู่ในกระบวนการยุติธรรม เรารักษาสิทธิ์ของเราแต่เราก็เคารพสิทธิ์กับผู้กล่าวหา อันนั้นเป็นเรื่องของเขาเพราะเราก็เคารพเขาอยู่ตลอดเวลา”

“ซึ่งตอนนี้เป็นเรื่องของกระบวนการทางกฎหมาย 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว นับจากวันนี้เราไม่สามารถตอบได้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร แต่ ณ ตอนนี้คำพิพากษายังไม่มีครับ”

แจงกรณีที่อีกฝ่ายบอกว่าส่งหมายศาลไปให้ฝ้ายตามที่อยู่บัตรประชาชน แต่ว่าโดนตีกลับตลอด พอเช็กไปที่หมู่บ้านปรากฎว่าไม่มีบ้านเลขที่ดังกล่าว เจ้าตัวยันเป็นบ้านหลังเก่าที่ไม่มีคนอยู่นานแล้ว ถูกรื้อถอนเหลือแต่เสานานแล้ว
ฝ้าย : “การส่งหมายศาลไปที่ภูมิลำเนาตามที่อยู่ทะเบียนบ้าน ตามทะเบียนราษฎ์ จ.ลพบุรี ถูกต้องมั้ย ถูกต้องนะคะ แต่ในตอนนี้บ้านมันไม่มีสภาพของความเป็นบ้านอยู่แล้วเพราะได้ถูกรื้อถอนไปหมดแล้ว

ณวัฒน์ : “เอาอย่างนี้นะครับ ด้วยหลักการถ้าพูดให้ชัดเจนก็ส่งตามทะเบียนบ้านก็ได้ ส่งตามที่ทำงาน ส่งตามคอนแท็กที่เราสามารถเจอก็ได้ ซึ่งหน้าก็ได้ ที่ไหนก็ได้ที่รู้ว่าเจ้าตัวจะต้องเห็น เนื่องจากว่าบ้านฝ้ายเป็นบ้านสมัยก่อน แล้วมันพังเลยไม่มีใครอยู่ รื้อถอนจนเหลือแค่ต้นเสา จริงๆ จะไปประกาศผ่านสื่อก็ทำได้ แต่จนตอนนี้ไม่รู้ว่าสื่อเล่มไหน เรายังหาไม่เจอ ถ้าอยากให้เราได้มีสิทธิ์ในการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแบบจริงๆ ยังไงติดต่อเราได้ทุกเวลาอยู่แล้ว”

ไม่รู้เจตนาแอบแฝง
ณวัฒน์ : “ก่อนหน้านี้เราไม่ทราบจริงๆ เราทราบเฉพาะเรื่องของเรา เราเข้าไม่ถึงกระบวนการยุติธรรม”

พูดไม่ได้จุดเริ่มต้นมาจากที่ฝ้ายจ่ายส่วนแบ่งไม่ครบ ไม่ยอมขายบ้าน-ขายรถเพื่อแบ่งส่วนแบ่ง บอกทุกอย่างอยู่ในกระบวนการศาล
ฝ้าย : “เรื่องที่ทุกคนอยากทราบ ตอนนี้กำลังอยู่ในกระบวนการชั้นศาล ถ้าพูดออกไปมันจะไม่เป็นผลดีกับรูปคดี ถามว่าอยากพูดมั้ยตอนนี้อยากพูดค่ะ แต่มันไม่เป็นผลดีเพราะตอนนี้เรื่องราวทุกอย่าง ตอนนี้ทุกอย่างได้อยู่ในขั้นตอนของศาลแล้วเป็นที่เรียบร้อย”

รับเซ็นสัญญาแบ่งเงินรางวัล 50:50 จริง แต่มีเงื่อนไขอื่นด้วย ณวัฒน์จี้จัดการคนปล่อยเงินกู้ดอกร้อยละ 20 ซัดผิดกฎหมาย
ฝ้าย : “เซ็นค่ะ ส่วนแบ่ง50:50”

ณวัฒน์ : “แต่มันมีเงื่อนไขอย่างอื่นด้วย”

ฝ้าย : “มันไม่ได้มีแค่เงื่อนไขเดียว”

ณวัฒน์ : “เราต้องดูในเงื่อนไขและสภาพความเป็นจริง ในข้อมูลทุกพยานว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับสิ่งที่ปรากฎในสัญญามันตรงกันหรือเปล่า อย่างแรกเลย ผมไม่รู้นะครับเพราะผมก็ทำงานในระดับอินเตอร์เนชั่นแนล สัญญาทุกฉบับควรจะมีสแตมป์อากร และต้องเซ็นซึ่งหน้า ซึ่งสัญญาที่ผมเห็นมันไม่มีอากร ก็ไม่รู้ว่าจะใช้ทางกฎหมายได้หรือเปล่า แล้วที่บอกว่ากู้เงินมาฟ้องดอก 20 ผมก็คิดว่าทางรัฐบาลจะต้องตรวจสอบคนที่มาฟ้องว่าไปกู้เงิน 20 ผิดทั้งอาญาและผิดทั้งการเงินการธนาคาร เรื่องนี้ผมขอร้องเรียนด้วย เพราะว่ามีหลักฐานซ้ำๆ หลายครั้งว่ามีการกู้เงินในดอก 20 เปอร์เซ็นต์ ผมอยากให้คนที่ให้กู้รับผิดชอบก่อน เพราะ 20 เปอร์เซ็นผิดกฎหมายเมืองไทย เรื่องนี้ผมคิดว่ามันไม่ควรเกิดขึ้น ผมคิดว่ามันหมิ่นเหม่ต่อการทำให้คนอื่นอ่านแล้วนึกในใจจะไปปล่อยกู้ดอกร้อยละ 20 ได้อีก อันนี้เราต้องเอากันให้ชัดเจนในทุกจุด เรื่องของความเสียหายอย่างอื่นยังมีอีกเยอะ หลายๆ อย่างเราก็มีหลักฐานของเรา เราก็เคารพในคู่กรณี”

มั่นใจในความบริสุทธิ์ ไม่เคยโกง อ้างไม่ได้มีแค่หลักฐาน แต่มีพยานบุคคลด้วย
ฝ้าย : “มั่นใจมากค่ะ เพราะฝ้ายไม่เคยโกงใคร สิ่งที่พูดมาในวันนี้มีหลักฐานทุกอย่าง ถ้าไปถึงกระบวนการชั้นศาล ฝ้ายไม่ได้มีแค่หลักฐาน แต่มีพยานบุคคลด้วย ซึ่งตอนนี้ก็ขอให้เป็นไปตามขั้นตอนของศาล เพราะค่อนข้างที่จะบริสุทธิ์ใจ และต้องขอบคุณกระบวนการยุติธรรมที่ทำให้ได้เข้ามาสู้คดีอีกครั้ง”

อึกอักทำไมไม่แบ่งเปอร์เซ็นให้ตามสัญญา
ฝ้าย : “(อ้ำอึ้ง)”

ณวัฒน์ : “มันมีหลายๆ อย่างที่ค่อนข้างจะเหมาะสม สมควร สำหรับความรู้สึกของผมนะ โอเคการเซ็นสัญญาต้องรับผิดชอบในเงื่อนไขซึ่งกันและกัน ผมขอยกตัวอย่างง่ายๆ อย่างเช่น ปีนี้ก็มีนะครับ บัตรของขวัญจากคลินิกในมูลค่า 500,000 บาท ถ้าอยากได้ก็ต้องไปทำคนละครึ่ง เพราะเขาเขียนไว้อยู่แล้วว่าห้ามเปลี่ยนเป็นเงินสด ทีนี้น้องจะอยู่ในภาวะแบบไหนที่จะต้องชำระเป็นเงินสด มันก็งงนะครับ เพราะบางอย่างเป็นไปไม่ได้

“ซึ่งเราก็ยินดีถ้าจะเอาแบบนั้น หมายถึงยังไม่มีเรื่องในตรงนี้นะครับ แต่เขาให้อะไรเราก็ต้องเอาแบบนั้น มันเป็นเรื่องปกติของสังคม แต่ถ้าเขาให้บัตรของขวัญไปรับประทานอาหาร ไปกินกับเพื่อน 2 คน แต่เพื่อนไม่ไป เพื่อนบอกเอาเงินสดมา ให้บัตรเธอไป คุณก็คงไม่ยอมควักเงินสดให้เพื่อน อันนี้มันเป็นเรื่องปกติ แต่เพียงแค่เราก็เคารพในสิ่งที่อยากได้ ทางฝ่ายโน้นกไม่ได้มีอะไรผิด เพราะทุกอย่างก็เป็นเรื่องที่มีเหตุมีผลของใครของมัน”

เดินหน้าช่วยฝ้ายเต็มที่เพราะเป็นเด็กในสังกัด
ณวัฒน์ : “จริงๆ น้องอยู่ในสังกัด ผมก็ต้องดูแลอยู่แล้วครับเต็มความสามารถ”

ฝ้าย : “พี่ณวัฒน์ไม่เคยห่างไปไหนเลย ไม่ว่าจะยังไง ฝ้ายเป็นมิสแกรนด์ไทยแลนด์มีสังกัด เซ็นสัญญาชัดเจน อยู่ในช่อง 7 ด้วย ฝ้ายมีผู้ใหญ่ที่คอยอยู่ข้างๆ คือพี่ณวัฒน์พูดได้เลยว่าอยู่กับฝ้ายตลอดเวลา เราคุยกันแทบจะ 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะเรื่องอะไรพี่ณวัฒน์ก็จะรู้ด้วย”

22 เม.ย. พร้อมสู้คดี
ณวัฒน์ : “วันที่ 22 เม.ย. นัดแรกครับ บ่ายโมงตรง”

ฝ้าย : “ก็เต็มที่ค่ะ กำลังใจก็มีอยู่รอบๆ เต็มไปหมดเลย ขอบคุณทุกๆ คนที่ให้กำลังใจฝ้ายด้วย ฝ้ายไม่เคยเจอเหตุการณ์อะไรแบบนี้เลย แต่ถ้าถามว่ามีเสียขวัญมั้ย ตกใจมากกว่าค่ะ แต่เราก็ต้องทำทุกอย่างให้เต็มที่ค่ะ (รู้สึกว่าผิดพลาดมั้ยที่ไปรู้จักกับเขา?) ไม่ค่ะ การที่เราจะรู้จักใครสักคน มันก็เป็นเรื่องดี ส่วนดีของบุคคลเหล่านั้นก็มี เหรียญมันมีสองด้านเสมอ บางทีเราก็ไม่ได้รู้ด้านดีหรือด้านไม่ดีใคร แต่ถ้าถามว่ารู้สึกผิดหวังหรือรู้สึกเสียใจมั้ยในการที่รู้จักใครสักคน ไม่ได้รู้สึกเสียใจค่ะ ส่วนจะเป็นไปได้มั้ยที่มีการไกล่เกลี่ย อันนี้ต้องอยู่ในระบบของชั้นศาลแล้วค่ะว่าจะมีคำสั่งออกมายังไง”

ณวัฒน์ : “ตอนนี้เราก็ทำตามที่ศาลแนะนำทุกอย่าง ศาลท่านเห็นข้อเท็จจริงที่เราไปนำเสนอ และสิทธิ์ในการเข้าไม่ถึงกระบวนการยุติธรรมที่เราไปนำเสนอ และหลักฐานบางส่วนที่เราไปนำเสนอ จึงทำให้ท่านเปลี่ยนเป็นพิจารณาใหม่ทั้งหมด นั่นหมายความว่ายังไม่มีใครชนะและยังไม่มีใครแพ้ และยังไม่มีใครได้ ยังไม่มีใครเสีย เราจะเริ่มนับ 1 กันอีกครั้ง อีกอย่างพยานค่อนข้างเยอะ ก็คงจะต้องใช้เวลากันอีกหลายปีพอสมควร รวมถึงก็ยังวิตกกังวลกันบางเรื่อง”

อย่างเช่น เมื่อวานวันที่ 27 มกราคม ออกมาบอกว่าศาลพิพากษา ทั้งๆ ที่ศาลเปลี่ยนแล้ว มันจะเป็นการละเมิดศาลหรือเปล่า หรือมันจะเป็นการทำให้หมิ่นประมาทหรือเปล่า ซึ่งเราต้องไปดูตรงนี้อีกนิด เพราะมิสแกรนด์ไทยแลนด์อยู่ภายใต้กฎหมายอย่างเข้มข้น เราจ้างบริษัทระดับอินเตอร์เนชั่นแนลในการดูแลบริษัท เพราะฉะนั้นการที่ศาลไม่ได้บอกแบบนี้ ณ วันที่ 27 แต่บอกมาเป็นแบบนั้น ตอนนี้ทางทนายก็กำลังดูว่าจะเป็นอาญา เพราะทำให้เรารู้สึกแย่มาก เหมือนเราถูกตราบาปไว้ข้างหน้าแล้วว่าเป็นแบบนี้จริงๆ ซึ่งข้อเท็จจริงมันไม่ใช่ มันเปลี่ยนสถานะไปตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม”

เตรียมดำเนินการกับคู่กรณีให้เป็นกรณีตัวอย่าง
ณวัฒน์ : “สำหรับแพ่งนะครับ คือไปสู้กันแบบนั้น ส่วนอาญาอย่าเรียกว่าฟ้องกลับ เพราะยังไม่มีใครมาฟ้อง เพราะฉะนั้นเราต้องขออนุญาต เร็วๆ นี้นะครับเดี๋ยวจะมาบอกทุกท่านอีกครั้ง แต่คิดว่ามันอาจจะต้องทำอะไรสักอย่าง เพื่อเป็นเคสตัวอย่างและเป็นเรื่องจริง ผมถือเสมอเลยนะครับว่า เรื่องจริงเป็นสิ่งไม่ตาย ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน เพราะฉะนั้นการที่เรามั่นใจขนาดนี้ เพราะเราประจักษ์ในจิตใจ ในหัวสมอง จิตใต้สำนึกของพวกเราเสมอว่าเราทำอะไร และเรายืนอยู่บนจุดใด แต่ถ้าใครจะเขียนอะไรทุกวัน เขียนเป็นคนละเรื่องคนละราว เขียนยังไงก็ได้ อันนั้นก็แล้วแต่เขา เราเพียงยืนหยัดอยู่บนความจริง เพราะเรามีจริยธรรมในการอยู่ร่วมกับคนที่อยู่ในโลกใบนี้ ซึ่งเดี๋ยวต้องรออีกครั้งนะครับว่า ผมและฝ้ายจะตัดสินใจเป็นแบบนั้นมั้ย เพราะมันมีหลายอย่างที่อาจจะต้องทำ หากไม่ทำมันจะไปสู่อีกศาลหนึ่งที่ไม่สอดคล้องซึ่งกันและกันครับ”

ยังพูดไม่ได้ส่วนแบ่ง 50-50 มันยุติธรรมหรือไม่
ฝ้าย : “ถ้าถามว่ายุติธรรมมั้ย ตอนนี้ฝ้ายบอกได้แค่ว่ามันเป็นเรื่องในชั้นศาลอย่างเดียวเลยค่ะ เพราะไม่สามารถพูดอะไรได้เลย ณ ตอนนี้ ถ้าเป็นก่อนหน้านี้เราพูดได้ แต่ตอนนี้คือเราไม่สามารถพูดได้ เพราะมีเรื่องของคดีความเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยนะคะ แต่ถึงยังไงเราก็เป็นผู้น้อยในวงการ ก็เคารพผู้ใหญ่หลายๆ คน ถึงแม้จะเป็นฝั่งนั้นเองก็ตาม เพราะเขาก็เป็นผู้ใหญ่ แต่ยังไงก็อยากให้รอดูต่อไปค่ะ”

ไม่กระทบช่อง 7 เรตติ้งละครนางร้ายพุ่งพรวดๆ
ณวัฒน์ : “ไม่ๆ เรตติ้งนางร้ายดีขึ้น น้องไม่ได้โดนเตือนอะไรเลยครับ แต่เรตติ้งดีขึ้นจริงๆ ต้องขอบคุณจริงๆ ครับ ตอนนี้งานก็เข้ามาอีก ละครเรื่องใหม่ก็เข้ามาอีก”

เผยห้ามนางงามมีพี่เลี้ยงมาหลายปีแล้ว ก่อนทิ้งท้ายอย่าเชื่อใครแอบอ้างสนิทตน จ่ายเงินล็อกตำแหน่ง สาบานชาตินี้ไม่เคยทำ บ้านมีฐานะ ไม่ขายเกียรติยศ
ณวัฒน์ : “ห้ามมาหลายปีแล้วครับ มีได้ แต่อย่าไปเซ็นสัญญาแปลกๆ นะครับ มีได้ แต่ไม่อยากให้คนที่ส่งทำตัวเป็นธุรกิจ และการที่เราทำเป็นธุรกิจมันก็มีบางอย่างที่ทำให้คนสวยๆ คนไม่มีความสามารถอาจจะไม่เข้าใจ และผมต้องบอกผ่านสื่อมวลชนเลยครับ ไม่ว่าใครก็ตามที่แอบอ้างว่าสนิทกับผม และบอกว่าล็อกตำแหน่งได้ แต่ต้องจ่าย ต้องเซ็น ในปีนี้ 2019 อย่าเชื่อนะครับ และมีบางคนที่มากกว่านั้นอีกนะครับ ต้องเซ็นแล้วยังไม่พอ จะต้องโอนเงินให้ผมด้วย เพราะฉะนั้นเงินที่ได้มาต้องโอนให้ผม ชาตินี้สาบานได้เลยครับ ไม่เคยทำเลยสักบาทเดียว ที่บ้านมีฐานะนะครับ ใช้เงินจนตายก็ไม่หมด ขยันขนาดนี้ผมหาเงินเป็น และผมก็รู้ว่าผมจะต้องทำอะไร และไม่ควรทำอะไร ชีวิตผมไม่ได้มีเงินอย่างเดียวนะครับ ผมมีเกียรติยศเป็นที่พึ่งครับ”

(ติดตามทุกข่าวสารในแวดวงบันเทิงทั้งหมดได้ที่https://mgronline.com/entertainment)




กำลังโหลดความคิดเห็น...