xs
xsm
sm
md
lg

"แตง - เตย" ลม ฟ้า พยากรณ์ กับข้อกังขาอุตุไทยแม่นหรือมั่ว?

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

เตย - แตง

หากตั้งคำถามว่าในบรรดาข่าวทั้งหมด ข่าวอะไรที่คนสนใจมากที่สุด แน่นอนว่าข่าวพยากรณ์อากาศคงไม่ใช่หนึ่งในคำตอบเหล่านั้นอย่างแน่นอน

แต่ถึงแม้จะไม่ใช่ข่าวที่จะเรียกเรตติ้งให้คนสนใจ แต่กระนั้นช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาบรรดาฟรีทีวีหลายต่อหลายช่องต่างก็มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอข่าวพยากรณ์อากาศได้อย่างน่าสนใจแตกต่างกันไป

หนึ่งในนั้นก็คือ "ลม ฟ้า พยากรณ์" ทางสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ที่ได้แฝดสาวอย่าง "แตง สุหัชชา - เตย สุนิดา สวัสดิพรพัลลภ" มาทำหน้าที่ซึ่งต้องยอมรับว่าความน่ารักสดใสของเธอทั้งสองนั้นช่วยทำให้รายการนี้มีชีวิตชีวาขึ้นมาไม่น้อย

โดยทั้งคู่เล่าให้ฟังว่าหลังเรียนจบจากโรงเรียนราชินี ทั้งสองก็พากันเข้าไปศึกษาต่อที่คณะศิลปศาสตร์ เอกภาษาวรรณคดีอังกฤษ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แต่เพราะมีความฝันอยากเป็นผู้ประกาศข่าวตั้งแต่ตอนเด็กก็เลยตัดสินใจยื่นใบสมัครส่งไปที่ช่อง 5 ที่มีการเปิดรับสมัครผู้สื่อข่าวอยู่ก่อนที่ผู้ใหญ่ของช่อง 5 จะติดต่อมากลับมา ซึ่งทั้งคู่ก็รีบคว้าโอกาสนี้ไว้ทันที...

"ตอนเรียนอยู่ปี 4 ทางช่อง 5 เปิดรับสมัครผู้ประกาศข่าวพอดี และด้วยความที่ว่าเป็นความฝันของเราอยู่แล้วตั้งแต่ตอนเด็ก พอมีโอกาสเลยลองสมัครดู ก็ผ่านเข้ารอบจนถึงรอบสุดท้าย ต้องขอบคุณผู้ใหญ่ทางช่องที่ให้โอกาสเพราะตอนนั้นยังเรียนไม่จบด้วยซ้ำ ไม่มีประสบการณ์อะไรเลย แต่ในที่สุดทางช่องก็ติดต่อมาบอกว่า สนใจอยากได้ฝาแฝดมาอ่านข่าวพยากรณ์อากาศคู่กัน สนใจมั้ย เราเลยตอบตกลงเลยค่ะ"

"วันแรกที่ทำงานรู้สึกมันยากมาก ทำไม่เป็นเลย เพราะเราทั้งคู่เรียนจบมาทางด้านภาษา แล้วการอ่านข่าวพยากรณ์อากาศมันมีศัพท์เฉพาะทาง แถมยังต้องไปถ่ายทำที่ Virtual studio ที่ไม่มี prompter ฉะนั้นทุกอย่างต้องอยู่ในหัว ขาเดิน มือชี้ ตามองกล้อง หูฟังโปรดิวเซอร์ สมองจำสคริปต์ ตรงนี้ที่ยากและเหนื่อยมาก จำได้ว่าตอนเราสองคนมาทำงานใหม่ๆ พี่ๆ ตากล้องต้องอดทนพอสมควรเพราะเราเทคบ่อยมาก"


นักข่าวบางคนจะรู้สึกว่าช่วงข่าวพยากรณ์ไม่มีอะไรน่าสนใจ ทำไปก็เท่านั้น?
"ส่วนตัวไม่เคยคิดนะคะว่าข่าวพยากรณ์อากาศเป็นหลุมดำ เราสองคนมองว่า ข่าวแต่ละช่วงมีความสำคัญแตกต่างกันออกไป อย่างพยากรณ์อากาศอาจจะไม่สำคัญเลยถ้าวันนั้นคุณอยากจะดูข่าวการเมือง หรือข่าวบันเทิง แต่ในขณะเดียวกัน หากพรุ่งนี้พายุจะเข้า หรือ ลมหนาวจะมาแล้ว พยากรณ์อากาศก็คงเป็นข่าวแรกๆ ที่คนนึกถึง"

"แล้วข่าวพยากรณ์อากาศของช่อง 5 จะมีสิ่งนึงที่อาจแตกต่างกว่าที่อื่นคือ เรามีการรายงานเป็นภาษาอังกฤษ เพราะฉะนั้นจุดนี้ทำให้เราได้มีโอกาสไปร่วมงานกับ WMO (องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก) ซึ่งทาง WMO ก็เอาเราเป็นส่วนหนึ่งในการขอข้อมูลที่เขาอยากจะรู้เกี่ยวกับอากาศในประเทศไทย เขาก็จะมาสอบถามเรา ก็ถือว่าเป็นอีกส่วนหนึ่งของความสำเร็จที่เราทำให้ข่าวพยากรณ์อากาศช่อง 5 ของเรามาถึงจุดนี้ได้"

ในต่างประเทศข่าวพยากรณ์ถือว่าสำคัญระดับหนึ่งเพราะเกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตประจำวัน แต่ที่บ้านเราหลายคนไม่คิดว่ามันเป็นเช่นนั้น?
"ส่วนตัวมองว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีภูมิประเทศที่ดีมาก เป็นประเทศที่โชคดี ไม่ค่อยเจอภัยพิบัติทางธรรมชาติรุนแรงเหมือนประเทศอื่นๆ หลักๆ มีแค่อากาศร้อน ฝนตกอากาศเย็น แถมอุณหภูมิในแต่ละฤดูก็ไม่ได้ต่างกันมาก เลยอาจทำให้คนไทยส่วนใหญ่ไม่ได้ตระหนักในภัยธรรมชาติเหมือนที่ชาติอื่นๆ ที่เขาเจออย่างพายุลูกใหญ่ๆ อากาศหนาวจัด หรือแผ่นดินไหว"

"ยกตัวอย่างญี่ปุ่นที่เจอแผ่นดินไหวหรือพายุเข้าประจำ หรือเวียดนาม ฟิลิปปินส์ ที่ปีนึงๆ เจอพายุเข้ามากกว่า 10 ลูก บ้านเขามีข่าวพยากรณ์อากาศกันทุกต้นชั่วโมง ขณะที่ประเทศไทยเอง เจอพายุปีละ 1-2 ลูก แผ่นดินไหวก็ไม่ค่อยเกิด เพราะฉะนั้นการให้ความสำคัญกับข่าวพยากรณ์อากาศ เลยดูเหมือนบ้านเราไม่ให้ความสำคัญ ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ใช่"

"เพียงแต่บ้านเราโชคดีมากกว่าที่ไม่มีข่าวอากาศน่ากลัวๆ เหมือนประเทศอื่น อย่างเรื่องพายุปาบึกล่าสุด คนไทยสนใจมาก เพราะมันกระทบกับเราตรงๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย ขณะที่ประเทศอื่นเขาเจอกันจนชิน"

ด้วยสภาพอากาศบ้านเราในตอนนี้ที่ดูเหมือนจะแปรปรวนบ่อยๆ คิดว่าข่าวพยากรณ์อากาศมีความสำคัญขึ้นมาหรือเปล่า?
"จริงๆ คิดว่าเรื่องของอากาศสำคัญตลอดนะคะ แทบจะทุกข่าว เชื่อมโยงกับเรื่องของสภาพอากาศได้หมด เช่น ช่วงไหนโรคไข้เลือดออกระบาด ไข้หวัดใหญ่ระบาดก็เป็นเพราะอากาศเปลี่ยน ผลผลิตทางการเกษตรราคาสูงขึ้นเพราะฝนไม่ตก แม้แต่สถานที่ท่องเที่ยวจะเปิดหรือปิด ไปเที่ยวช่วงไหนได้ ก็ขึ้นอยู่ที่อากาศทั้งนั้น"

"แล้วยิ่งมาช่วงนี้ที่โลกเราร้อนขึ้น ความรุนแรงของภัยพิบัติก็มากขึ้นด้วย ตอนนี้เรื่องของอากาศเลยเป็นสิ่งที่ทั่วโลกให้ความสำคัญมากๆ เพราะภัยธรรมชาติเป็นสิ่งที่มนุษย์ควบคุมไม่ได้และสร้างความเสียหายมากสุด อย่างบางคนพูดว่าเรื่องของอากาศไม่สำคัญ มันอาจจะเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวเราเกินไป เกินกว่าที่เราคิดว่ามันสำคัญ ทุกๆ ข่าว ทุกๆเรื่อง แทบจะเกี่ยวกับอากาศหมดเลย"

"ถ้าย้อนกลับไปที่ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อันนี้เกี่ยวกับอากาศโดยตรงเลย อยู่ๆ ฝนมาเร็วมาแรงมาก กว่าจะเอาเด็กออกมาได้แต่ละคน ก็ต้องคำนึงถึงเรื่องของอากาศด้วยเช่นกัน"


เคยรู้สึกมั้ยว่ารูปแบบข่าวพยากรณ์อากาศในบ้านเรามีการนำเสนอที่แปลกๆ พอสมควรทีเดียว?
"อาจจะเป็นเพราะเรื่องของอากาศไม่ได้มีเรื่องตื่นเต้นทุกวัน เวลารายงานสภาพอากาศ เราจึงต้องหาจุดเด่นให้ข่าวดูน่าสนใจขึ้น ก็เลยทำให้รูปแบบข่าวพยากรณ์อากาศมีลูกเล่นที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งส่วนตัวคิดว่าก็สนุกดี"

"อย่างตอนนั้นเคยไปสัมมนาที่เวียดนามกับ weather presenters คือเขาให้ผู้ประกาศข่าวจากทุกประเทศในโซนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาพูดคุยกันว่าแต่ละประเทศมีอะไร แล้วนำมาแชร์ประสบการณ์ ซึ่งเราทั้งคู่ก็ได้เป็นตัวแทนจากประเทศไทยไปพรีเซ็นท์ว่า ที่ไทยมีพยากรณ์อากาศแบบสนุกสนานนะ ไม่ได้แค่ยืนอธิบาย เขาตื่นเต้นกันมากเลย แล้วก็ชอบด้วย"

"ซึ่งประเทศอื่นๆ ไม่มีนะคะ อย่างมากคือ ให้ผู้รายงานใส่เสื้อผ้ารัดรูปดึงดูดความสนใจ แต่เราก็บอกไป คนไทยชอบดูอะไรสนุกสนาน ไม่ชอบเครียดมาก เขาก็ทึ่งเหมือนกันบอกว่าแปลกดี เจ๋งดี จะลองเอาไปทำตามบ้าง แต่ในขณะเดียวกัน ประเทศที่เขาซีเรียสกับอากาศมากๆ เขาก็มองว่า อาจจะไม่เหมาะสมกับบ้านเขา เพราะจะเอาเรื่องจริงจังมาล้อเล่น แต่บ้านเรา เรื่องของอากาศส่วนใหญ่สบายๆ ไม่เครียดมาก"


คนไทยหลายคนไม่ค่อยเชื่อการพยากรณ์จากกรมอุตุ ในฐานะที่ทำงานเชื่อมโยงกับกรมนี้โดยตรง เรามองอย่างไร?
"ส่วนตัวรู้สึกว่ากรมอุตุแม่นนะ หลายคนพูดว่ากรมอุตุไม่แม่น หลายคนบอกโอ้ยอย่าไปฟังเลย เราทั้งคู่บอกเลยว่าไม่จริง กรมอุตุแม่นนะ แต่พวกคุณเองไปอ่านข่าวหรือเห็นข้อมูลจากที่ไหนมา คนส่วนใหญ่รับรู้เรื่องของสภาพอากาศแต่พาดหัวข่าวจากบางสื่อที่ต้องการความสนใจเท่านั้น"

"อย่างพรุ่งนี้หนาวแน่ เย็นลง 4-6 องศา บางครั้ง 4-6 องศา มันลดลงที่ภาคเหนือหรืออีสานตอนบน แต่ส่วนของกรุงเทพลดลง 1-2 องศาเท่านั้น แต่พอคนกรุงเทพอ่านก็คิดว่า ลดลง 4-6 องศาตามที่พาดหัว แล้วก็พาลไปบอกว่า ไม่เห็นหนาวเลย กรมอุตุไม่แม่น จริงๆ แล้วไม่ใช่ คุณต้องอ่านให้ละเอียด และอีกอย่างคือ คำว่าอุณหภูมิลดลง ไม่ได้หมายความว่า หนาวเสมอไป"

"บางครั้งลดลง 1-3 องศา ไม่รู้สึกหรอก แต่เมื่ออุณหภูมิลดลงก็ต้องรายงานไปตามความจริง แล้วจะบอกว่ากรมอุตุไม่แม่นไม่ได้ เพราะอาชีพที่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลพยากรณ์อากาศที่แม่นยำจริงๆ อย่างนักบิน ชาวประมง หรือเจ้าหน้าที่ที่อยู่หอบังคับการบินก็ตรวจสอบสภาพอากาศจากกรมอุตุแบบ real time กันทั้งนั้น การพยากรณ์อากาศผ่านทางโทรทัศน์เป็นการพยากรณ์อากาศในห้วงระยะเวลา 1 วัน ซึ่งถือว่ายาวมาก"

"ซึ่งเรารายงานแบบภาพรวมไม่สามารถเจาะจงได้ทั้งหมด ถ้าต้องการความแม่นยำจริงๆ ก็ต้องตรวจสอบกันเป็นพื้นที่เป็นรายชั่วโมงไปเลย ซึ่งในเวบกรมอุตุมี"

แต่หลายคนก็ด่าไปแล้ว?
"ก็เห็นใจนะคะ เพราะบางครั้งกรมอุตุนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องแต่สื่อบางสื่อนำไปเขียนให้ดู Over พอมันไม่เป็นไปตามนั้นก็หาว่ากรมอุตุไม่แม่น อย่างที่บอกขึ้นอยู่กับคนเสพข่าวไปเอาข่าวมาจากไหนมากกว่า ถ้าเกิดมีใครมาวิพากษ์วิจารณ์กรมอุตุส่วนตัวบอกเลยว่าเห็นใจ"

"อยากให้ทุกคนลองกลับไปอ่านข้อมูลกันเองก่อนที่จะออกมาวิจารณ์ เพราะถ้ามีอะไรที่ผิดเพี้ยนไปจากข้อมูล เราเชื่อว่ากรมอุตุเขาเต็มใจที่จะนำไปปรับปรุงอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าบางครั้งที่เขาโดนวิพากษ์วิจารณ์มามันไม่จริง คนดูเขาวิพากษ์วิจารณ์จากข่าวที่เขาอ่านแต่ไปว่ากรมอุตุ อย่างทุกวันนี้เราต้องตรวจสอบข่าวให้ดีก่อน ไม่ใช่แชร์กันอย่างเดียว"

ทำงานสายเดียวกันก็ต้องเข้าข้างกันหรือเปล่า?
"เราสองคนไม่เคยเข้าข้าง เราทั้งคู่รายงานตามความเป็นจริงตลอดตั้งแต่ฤดูหนาวที่เข้ามา เราไม่เคยผู้เลยว่ากรุงเทพฯ จะหนาว ยกเว้นตอนปีใหม่ ซึ่งตามข้อมูลมันเป็นแบบนั้น ตั้งแต่เข้าฤดูหนาวมาข่าวพยากรณ์อากาศของเราไม่เคยพูดว่ากรุงเทพฯ จะเย็น แต่คนอาจจะไปเข้าใจว่าเข้าหน้าหนาวแล้ว ก็หวังว่ามันจะเย็นซึ่งมันไม่ใช่ เรารายงานตามความเป็นจริงตลอด"

"ทางกรมอุตุเองก็ไม่ได้บอกว่าจะหนาว ซึ่งกรมอุตุเขาจะมีรายละเอียดที่ชัดเจนอยู่แล้ว แบบไหนเรียกเย็น แบบไหนเรียกหนาว ถ้าต่ำกว่า 16 องศา คือหนาว ถ้าสูงกว่า 16 -22 องศา เรียกว่าเย็น เพราะฉะนั้นกรุงเทพฯ จะอยู่ในระดับที่เย็นไม่ใช่หนาว มันมีข้อมูลที่ต้องตรวจสอบ อย่างที่สัมผัสมาคือแม่น 80-90 เปอร์เซน ถ้าเกิดเขาบอกว่ากรมอุตุไม่แม่น นักบินจะเอาเครื่องขึ้นไม่ได้ คนที่อยู่หอควบคุมการบินทำงานไม่ได้ อย่างที่บอกกรมอุตุแม่น เพียงแต่ว่าคุณดูข้อมูลตรงไหนมาที่บอกว่ามันไม่แม่น"



ถ้าวันนี้มีคนเดินมาบอกว่า กรมอุตุรายงานสภาพอากาศไม่เห็นตรงกับความเป็นจริงเลยเราจะอธิบายอย่างไร?
"ก็มีคนมาพูดแบบนี้กับเราสองคนเหมือนกัน เราก็จะบอกเขาว่า มีเวลาให้เราสองคนอธิบายมั้ย (หัวเราะ) เราจะบอกว่าให้เขาหยุดฟังเราพูด 3 นาที จะฟังมั้ย ถ้ามีคนบอกทำไมไม่หนาว เราก็อยากจะอธิบายให้เขาฟัง และอยากเอาแผนที่มากลางต่อหน้าเลย"

"คือมันไม่ใช่ความผิดของกรมอุตุ แล้วที่บอกทำไมไม่หนาวมันอยู่ที่โลกร้อนหรือเปล่า คือคุณเข้าใจผิดเอง ซึ่งทางกรมอุตุเขารายงานมาโดยตลอด แต่ว่าหลายๆ คนอาจจะไม่ได้รับรู้ถึงข้อมูลตรงนี้ แล้วเอาไปตีความเอง ก็อยากถามเขาว่าไปอ่านมาจากที่ไหน"

มีอะไรที่อยากจะฝากบอกไปยังคนที่ชอบด่ากรมอุตุมั้ย?
"ก็อยากจะบอกว่า อยากจะให้เข้าใจเรื่องของสภาพอากาศด้วยที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ไม่ใช่สิ่งคงที่ การคาดการณ์อะไรที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ก็เป็นไปได้ยากที่จะถูก 100% ทุกครั้ง ก็อยากจะให้เข้าใจตรงจุดนี้ด้วย"


ขอถามเรื่องส่วนตัวบ้าง เราสองคนถือว่าเป็นแฝดที่สนิทกันขนาดไหน
"สนิทกันมากนะคะ คือ เพื่อนโรงเรียนก็กลุ่มเดียวกัน เพื่อนมหาลัยก็กลุ่มเดียวกัน เพื่อนที่ทำงานก็กลุ่มเดียวกัน คือในเฟสบุ๊ค ใครมีเตยก็ต้องมีแตง ใครที่รู้จักแต่แตงหรือเตยคนเดียวเนี่ยน้อยมาก เพราะฉะนั้นแทบทุกเรื่องที่เกิดขึ้น เราจะรับรู้พร้อมๆกัน ความรู้สึกนึกคิดมันเลยคล้ายๆกัน เรียกว่าก็สนิทมากค่ะ"

แล้วเคยมีเรื่องที่คิดไม่เหมือนกันบ้างมั้ย
"ส่วนใหญ่ 80-90% จะคิดอะไรเหมือนกัน แต่ก็มีบ้างที่ไม่เหมือน อย่างเวลาจะกินข้าว ถ้าไปด้วยกันแต่ตกลงไม่ได้จะกินอะไร เพราะแตงไม่อยากกินในสิ่งที่เตยอยากกิน มีวันหนึ่ง แตงอยากกินส้มตำ เตยอยากกินบะหมี่ หาจุดลงตัวไม่ได้ เลยตัดสินใจแยกกันกิน แล้วเดี๋ยวมาเจอกัน คือไม่ได้โกรธกัน แต่จะได้พอใจกันทั้งสองฝ่าย (หัวเราะ)"

ก่อนจากกันเชื่อว่าหนุ่มๆ หลายคนอยากรู้คำตอบว่าทั้งคู่มีหนุ่มข้างกายแล้วหรือยัง ซึ่งเมื่อถามเรื่องนี้ไปก็ทำเอาผู้ประกาศข่าว 2 ฝาแฝดได้แต่หัวเราะเสียงดัง แต่บอกเสียงเบาๆ สั้นๆ ว่า "มีคนคุยแล้วจ้า"






กำลังโหลดความคิดเห็น...