xs
xsm
sm
md
lg

แม่เจ้าโว้ย! “เมจิ อโณมา” อวดบั้นท้ายสุดสตรองชวนคนรักสุขภาพหันมาออกกำลังกาย

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์




ทำเอาตาโตกันเลยทีเดียวเมื่อ “เมจิ อโณมา ศรัณย์ศิขริน” สาวเก่งสุดสตรองอดีตพิธีกรขวัญใจวัยรุ่น ที่นอกจากจะไปทำหน้าที่เป็นนักธุรกิจช่วยงานสามีชาวต่างชาติแล้ว เจ้าตัวก็ยังวินัยแน่นเปรี๊ยะฟิตหุ่นของผู้หญิงวัย 41 ปีให้เห็นกล้ามเป็นมัดๆ ล่าสุดเจ้าตัวชวนคนหันมาออกกำลังกายโดยให้ติดตามเธอใน YouTube พร้อมโพสต์ภาพใส่กางเกงชั้นในตัวเดียวโชว์แก้มก้น และมัดกล้ามที่แผ่นหลังแถมข้อความกันพวกเข้ามาเหน็บแนมวิจารณ์ก้นของเธอด้วยว่า “ตูดไม่ได้เรียบเหมือนแก้มเด็กนะจ๊ะปีนี้ก็อายุย่าง41แล้วหย่อนยานผิวตูดเป็นเรื่องธรรมด๊า.......😉 #แต่ยังดี๊....มีกล้ามไว้ประคองนั่นแหละดี”


ดูโพสต์นี้บน Instagram

📣ประกาศ . . ⭕️หลังจากนี้ต่อไปเมจิ จะย้ายช่องทางการLive สดและมีVdo Content มากขึ้น และง่ายสำหรับเพื่อนๆในการติดตาม . . ⭕️ตามไป SUBSCRIBE (ตอนนี้มี Subscribeที่50,000กว่าแล้วจ้า) . . #เพื่อเตือนการถ่ายทอดสดและทันสามารถตอบคำถามQ&A ได้ที่ Youtube: Meiji Anorna Cook #แตะlinkตรงProfileด้านบนAccountได้เลยค่ะ🔼 🍑🍑 🍑🍑🍑 🍑🍑🍑🍑 # ตูดไม่ได้เรียบเหมือนแก้มเด็กนะจ๊ะปีนี้ก็อายุย่าง41แล้วหย่อนยานผิวตูดเป็นเรื่องธรรมด๊า.......😉 #แต่ยังดี๊....มีกล้ามไว้ประคองนั่นแหละดี 🍑

โพสต์ที่แชร์โดย Healthymeijianorma (@meiji_27anorma) เมื่อ


ดูโพสต์นี้บน Instagram

#ตลอด1ปีที่ผ่านมาเมจิมองรูปร่างตัวเองแล้วก็กลับไปมองรูปตัวเองเก่าๆเมื่อ5-6ปีที่แล้ว สิ่งที่เมจิเห็นได้คือไม่ได้บ้าการมีSixpack ว่าจะต้องให้มันชัดตลอดเวลาทุกวัน ยอมรับว่ามา5-6ปีที่แล้วเมจิบ้ามากๆค่ะเป้าหมายคือเพียงแค่มีPackชัดๆ ยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ร่างกายตัวเองมีpackให้ชัด - - #ถามว่าสะใจไหม ❓ใช่เลยค่ะ ❗️แต่เมื่อได้มันมาเมจิ ก็ต้องยอมแลกความสุขบางอย่างออกจากชีวิต เช่น อาหารJunk food ขนมหวาน ไอศครีม พวกcream cheeze มันๆ เนยๆพวกนี้ก็ของโปรดเมจิหมด แต่ไม่กินก็พยามจะกลั้นใจไม่ทานมัน เพราะกลัวหน้าท้องจะฟู - - #แต่มาถึงทุกวันนี้สิ่งที่เมจิมอง ในเรื่องของการออกกำลังกายและการมีสุขภาพดี เมจิมองเหนือกว่ารูปร่างก็คือการที่เมจิมีร่างกายที่แข็งแรง และเหนือสิ่งอื่นใดก็คือการที่มีจิตใจที่แข็งแรงควบคู่กันไป เมจิออกกกำลังกายเหมือนได้ปฎิบัติธรรม ฝึกสมาธิ เพราะทุกครั้งที่มีความเหนื่อย การบีบเค้น รู้สึกถึงแรงต้านของกล้ามเนื้อมัน จะเป็นการฝึกสมาธิและสติของเรา และมันเหมือนเป็นการออกแรงต้านทานจิตใจของ เมจิ ให้มีความอดทน ฝึกให้มีความรับผิดชอบ ฝึกให้ออกจาก Comfort Zone อยู่เสมอ ฝึกให้รู้จักการใช้แรงต้านเพื่อเอาชนะตัวขี้เกียจที่มันอยู่ในใจ ฝึกรู้จักการใช้ความรับผิดชอบให้เกิดความขยันหมั่นเพียรให้เป็นตัวการหลัก มากกว่าการใช้คำว่า”อยากทำหรือไม่อยากทำ” มาเป็นตัวบงการดำเนินชีวิต - #การออกกำลังกายแน่นอนค่ะมันไม่สบายเลย ❗️เพราะเมจิต้องต่อสู้เพื่อดึงรวมเอา จิตใจ ร่างกาย ลมหายใจ กล้ามเนื้อ มาเป็นหนึ่งเดียว รวมถึงการจัดการกับความคิด ที่มันฟุ้งซ่านที่มันเกิดขึ้นขณะที่เมจิออกกำลังกาย เมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว เมจิก็ต้องฝึกการปล่อยให้เกิดขึ้นแล้วดับไป เมื่อมีความคิด ความเจ็บปวด เกิดขึ้นในจิตใจเมจิขณะออกกำลังกาย หน้าที่ของเมจิก็แค่รับรู้ จะไม่บังคับกดขี่ตัวเองว่าห้ามคิด ให้มันเป็นเพียงความคิด แต่ไม่เอามากระทบจิตใจปรุงแต่งเป็นเรื่องราว เมื่อตัวเราโฟกัสอยู่กับร่างกายจิตใจ ลมหายใจและกล้ามเนื้อ ความคิดเหล่านั้นก็หายไป - - #เนี่ยแหละคือหนทางแห่งปัญญา ที่เกิดจากการฝึกสติ น้อมธรรมะเข้ามาไว้ขณะออกกำลังกายที่แท้จริง การที่เราจะปฎิบัติธรรมหรือเกิดปัญญา เมื่อเราเจริญสติ สมาธิไม่จำเป็นที่จะต้องอยู่ในท่านั่งขัดสมาธิ หรืออยู่ในศูนย์ปฏิบัติธรรมเพียงอย่างเดียว หากเมจิรู้จักน้อมเอาการปฎิบัติธรรมมาไว้ในทุกที่ทุกเวลา แม้ขณะออกกำลังกาย นั่นแหละเราเข้าถึงธรรมะโดยแท้จริง - - #ฉะนั้นเวลาใครมาถามเพื่อนๆว่า “ออกกำลังกายตั้งนาน❓❗️ ทำไมไม่ผอม ❓❗️ไม่มีPackกับเค้าซะที❓❗️ “”เมจิให้คำตอบอยู่ด้านบนที่ Meiji เขียนมาแล้วค่ะ😘

โพสต์ที่แชร์โดย Healthymeijianorma (@meiji_27anorma) เมื่อ


ดูโพสต์นี้บน Instagram

#ปัดภาพไปทางขวาจะเจอเมจิVersionผอมเป็นขาตะเกียบตอนน้ำหนัก45กิโลกรัม #7ภาพแรกคือเมื่อเช้า #3ภาพหลังคืออดีตอืด&ขาไม้ตะเกียบ . . . 👄อดีต___ที่เมจิเริ่มต้นออกกำลังกายใหม่ๆที่บอกว่ายิ่งออกกำลัง กลับยิ่งเหนื่อย แล้วก็ไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงของร่างกายอะไรเลย ยิ่งออกยิ่งอ้วน ยิ่งเพลียตอนนั้นเพราะ ✖️เมจิเริ่มต้นวิ่งอย่างเดียว ✖️อดอาหารเกือบครึ่งวันเพื่อที่จะไปวิ่งในช่วงเช้า และรอไปทานมื้อแรกก็ประมาณช่วงบ่าย ___ เรียกได้ว่าหิวโซเลยทีเดียวค่ะ ✖️ เพราะด้วยความหิวก็เลยทานไม่เลือก___Pizza ,ice cream ,ขนมปัง,น้ำหวานเค้ก ฯลฯ🥠🍢🍡🍘🍥 ✖️ แล้วก็จะไปหิวอีกทีตอนมื้อดึกประมาณหนึ่งทุ่ม_____เมจิก็ทานไม่เลือก ก่อนนอนเหมือนกัน___เพราะคิดว่าเดี๋ยววันรุ่งขึ้นกว่าจะได้ทานก็ช่วงบ่าย เลยทานแบบBreakแตก ✖️แล้วเมจิก็ทำกันซ้ำๆอยู่อย่างนี้ตลอดเป็นเวลายาวนานถึง3-4เดือน -หลังออกกำลังกายเหนื่อยมาก -เจ็บขา,เจ็บเอ็น เจ็บน่อง,เจ็บเอวไปทั้งตัว แต่ก็อดทนคิดว่ามันจะดี ✖️โรคภูมิแพ้ที่เป็นอยู่ก็ไม่หายแถมเหนื่อยกว่าเดิม . . . 🥇หลังจากนั้นเมจิก็ได้เริ่มศึกษาและค่อยๆปรับเปลี่ยนวิธีการกิน การออกกำลังกายใหม่ ➕ มาเริ่มเล่น Weight training มากขึ้นลดการวิ่งลงเหลือแค่วันละ 30 นาที ➕ ทานครบ3มื้อ ก็หันมาทานพวกโปรตีนจากเนื้อสัตว์ที่ไม่มีไขมัน/ทานผักสดเยอะขึ้น/ส่วนพวกคาร์โบไฮเดรตเมจิก็เน้นเป็นพวกข้าวกล้อง/ถั่ว เขียวถั่วดำถั่วแดงสลับกันไปมา / ➕พวกขนมเค้ก/ไอศครีม/น้ำหวาน/น้ำอัดลมก็ลดลงเหลือเป็นสัปดาห์ละ2-3ครั้ง(จากที่เคยทานเป็นประจำทุกวันทุกมื้อ) ➕ลดความเค็มลง เคยติดอาหารรสจัดๆเพราะยิ่งอาหารรสจัด มันก็ทำให้เราอร่อยทานเกินพอดี แล้วก็ทำให้เราอยากทานข้าวมากขึ้น เพราะมันคลุกข้าวอร่อย กลับทานแบบรสชาติพอทานได้แต่ไม่ทานจืด❗️(เคยลองแล้วรู้สึกว่าทรมานมาก) ➕ ตัดอาหารทุกอย่างที่มีผงชูรสเพราะมันเป็นตัวการทำให้เมจิตัวอืด ➕พวกอาหารจุ่มทอดเมจิก็ทานน้อยลง ➕ดื่มน้ำเปล่าเป็นประจำอย่างน้อยวันละ2- 3 ลิตร(อดีตไม่ค่อยชอบดื่มน้ำค่ะชอบดื่มกาแฟครีมฟูๆหวานๆ ชอบดื่มน้ำหวาน น้ำอัดลมในทุกมื้อเลยค่ะ) ➕เปลี่ยนโปรแกรมการออกกำลังกายไปเรื่อยๆวิ่งบ้าง /ปั่นจักรยานบ้าง/ellipticalบ้าง แล้วแต่สถานที่เมจิเดินทางไปแต่ก็ยังคง Weight training สร้างกล้ามเนื้อเป็นฐานหลักเสมอทุกครั้ง ไม่เคยทิ้งจนมาถึงทุกวันนี้ ➕หลังจากนั้นเพียงเวลา3-4เดือนเมจิก็เห็นความเปลี่ยนแปลงของร่างกายได้เร็วมาก ➕เป็นคนสู้แดดไม่กลัวดำอีกต่อไปกลับรู้สึกว่าอยู่กลางแดดยิ่งร้อนยิ่งเหงื้อออกเท่าไหร่กับยิ่งอึดมากขึ้น . **** #อ่านต่อที่ #Comment #มีแทรกต่อค่ะ⤵️ *****

โพสต์ที่แชร์โดย Healthymeijianorma (@meiji_27anorma) เมื่อ


ดูโพสต์นี้บน Instagram

#นานรึยังที่ไม่ได้หัวเราะจนหน้าเหยเกขนาดนี้⁉️ #ลองนึกดูนะคะว่าครั้งสุดท้ายหัวเราะแบบนี้กี่ปีมาแล้ว⁉️ . . . 🔕เฉพาะช่วงที่เมนส์มาแบบนี้คงมีได้ยากจริงๆค่ะน่าจะเป็นอารมณ์แยกเขี้ยวซะมากกว่า😤 💧ว่าด้วยเรื่องของอาการบวมน้ำโดยเฉพาะสาวๆที่มีอาการบวมน้ำช่วงตอนที่มีประจำเดือนซึ่งเมจิเองก็เป็นประจำเหมือนกัน บางทีเท้าก็จะบวม ใส่รองเท้าก็จะคับมากปกติ . . . 🔔วิธีแก้พี่เมจิเคยบอกไปนานแล้วก็คือการดื่มกาแฟด☕️ำมันก็จะช่วยทำให้ร่างกายของเราขับปัสสะวะได้ดี หรือดื่มชาเขียว 🍵 🔕แต่ว่าถ้าเกิดในกรณีของคนที่แพ้คาเฟอีนจากกาแฟหรือชาเขียว 😛กินแล้วนอนไม่หลับหรือท้องผูก 💩หรือใจสั่น 😩 . . . 🔔ก็มีอีกอันหนึ่งที่ช่วยกันได้ ก็คือกิน💊พวกวิตามินCกับวิตามินB เช่น B1กับB6 เพราะเจ้า2วิตามินนี้ มันก็จะมีฤทธิ์ในการขับปัสสะวะอ่อนๆ . . . . 🔔อีกอันหนึ่งที่เมจิทานอยู่ก็คือโสม แต่เมจิจะทานโสมของเกาหลี ช่วยในเรื่องของอารมณ์ดีขึ้นเพราะว่าในช่วงเวลานี้ เมจิเข้าใจค่ะหลายๆคนจะเหวี่ยงแบบไม่มีเหตุผล มันช่วยปรับสมดุลย์ฮอโมนส์ได้ และช้วยให้ไม่เพลียเวลาเมนส์มาด้วย เมจิทานมาเกือบ5ปีแล้ว ช่วงเมนส์มากก็บ้าพลังได้ตามปกติ อาการเพลียตอนนี้เมจิไม่มีเลยช่วงมีเมนส์ . . . . #ยังไงก็แล้วแต่ไม่ว่าช่วงเดือนหรือไม่มี #เราก็ควรที่จะฝึกในการควบคุมสติควบคุมอารมณ์ของเรา #พยายามอย่าเอาเรื่องนี้มาเป็นข้ออ้างที่จะอารมณ์เสียที่ทำให้ตัวเองไม่รู้สึกผิดนะคะ #เพราะถ้าอารมณ์เสียบ่อยบ่อยมันก็ทำให้เราเป็นผู้หญิงสวยก็จริงแต่ดูเสียบุคลิกไม่น่าเข้าใกล้จริงๆค่ะ

โพสต์ที่แชร์โดย Healthymeijianorma (@meiji_27anorma) เมื่อ




กำลังโหลดความคิดเห็น...