xs
xsm
sm
md
lg

ปีหมูที่ไม่หมูของ PPTV เหนื่อยหน่อยนะ ถ้าจะเปิดตลาดละคร

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ก้าวผ่านปี 2561 ด้วยการคงอยู่อันดับที่ 11 จากทั้งหมด 25 ช่องทีวีดิจิตอล ยังไม่สามารถจะขยับขึ้นมาอยู่ Top 10 ภายในปีที่ผ่านมาตามที่วางเป้าหมายไว้ แต่ก็ถือว่า PPTV เดินมาไกลแล้ว นับจากในระยะแรกๆ ที่เป็นช่องนอกสายตามาตลอด

ด้วยกลยุทธ์ “ดูด” คอนเทนต์ใหญ่ๆ มาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ค่าเฉลี่ยของเรตติ้งช่อง PPTV ในเดือนธันวาคม ได้ไปถึง 0.202 แม้จะยังเทียบไม่ได้กับช่องใหญ่ๆ แต่ก็ถือว่าสูงที่สุดของช่อง และที่สำคัญ ยังนับเป็นครั้งแรกที่ทำเรตติ้งสูงกว่า 0.2 จากสถิติเดิมที่ส่วนใหญ่มักจะอยู่ที่ประมาณ 0.15 - 0.18 เท่านั้น

โดยเรตติ้งหลักๆ มาจากรายการถ่ายทอดสดฟุตบอลต่างประเทศ และผนวกเข้ากับคอนเทนต์ใหญ่ๆ ที่ดึงเข้ามาเสริมทัพ ทั้ง The Voice 2018 ที่ออนแอร์มาตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายน โดยเรตติ้งออกสตาร์ทที่ 0.575 และขยับสูงขึ้นมาเรื่อยๆ จนตอนล่าสุดวันที่ 24 ธันวาคม อยู่ที่ 0.860 ถึงจะไม่สูงเท่าเมื่อครั้งออกอากาศทางช่อง 3 แต่สำหรับ PPTV แล้ว ต้องบอกว่าเป็นรายการบันเทิงภายในประเทศที่เรตติ้งสูงสุดในช่อง

ขณะที่ The Face Men 2 เรตติ้งเฉลี่ยทั้งซีซันอยู่ที่ 0.222

และที่เป็นเนื้อเป็นหนังมากที่สุด ก็คือการถ่ายทอดสดการประกวดมิส ยูนิเวิร์ส 2018 ที่ได้เรตติ้งไปถึง 0.732

สถานะของ PPTV ในวันนี้ ต้องบอกว่าเป็นเหมืองทองใหญ่ของบรรดาผู้ผลิตรายการทีวีในบ้านเรา ที่หลั่งไหลกันเข้ามาหมายจะขุดตัก บ้างก็หนีตายมาจากช่องเดิม ที่ไม่อาจแบกรับภาวะตัวเลขติดลบจากต้นทุนค่าเช่าเวลา ที่ไม่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจที่ขายโฆษณากันแทบไม่ออก

เรื่องเม็ดเงินลงทุนไม่ต้องพูดถึง เพราะรู้กันอยู่ว่าช่อง PPTV เป็นเครือข่ายของกลุ่มปราสาททองโอสถ ที่เป็นเจ้าของธุรกิจระดับหมื่นล้าน ทั้งกลุ่มโรงพยาบาล , โรงแรม และสายการบิน เพราะฉะนั้นเรื่องที่จะทุ่มเงินเพื่อกว้านซื้อคอนเทนต์ใหญ่ๆ มาอยู่ในมือนั้น เป็นเรื่องจิ๊บๆ

ว่ากันว่า PPTV ทุ่มหนักถึงปีละพันกว่าล้าน เพื่อใช้ในการนี้เลยทีเดียว

แต่เงินลงทุนอย่างเดียว ก็ไม่ใช่ปัจจัยที่จะทำให้ช่องก้าวกระโดดขึ้นมาจนเกือบจะแตะ Top 10 ในอีกไม่กี่อึดใจ แต่ยังต้องประกอบกับความชำนาญการของผู้บริหารระดับที่เป็นมันสมองของช่อง

“สุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธ์” (อดีต) ผู้บริหารฝ่ายการตลาดมือดีของช่อง 3 คือคนเข้ามาสร้างจุดเปลี่ยนให้กับช่อง PPTV จากหน้ามือเป็นหลังมืออย่างแท้จริง นับจากที่เข้ามาดำรงตำแหน่งเมื่อราวๆ ปลายปี 2560 ในช่วงที่ทางช่อง 3 เอง ก็มีการผ่าตัดองค์กรขนานใหญ่เช่นเดียวกัน

ความเชี่ยวชาญในเรื่องของกลยุทธ์ทางการตลาดของสุรินทร์ เมื่อมาบวกเข้ากับความรอบรู้ และรสนิยมในเรื่องของการเลือกสรรคอนเทนต์ รวมถึงคอนเนกชันในมือของ “พลากร สมสุวรรณ” ที่พ้นจากตำแหน่งกรรมการผู้จัดการของช่อง 7 และได้รับการทาบทามให้เข้ามาร่วมเป็นคีย์แมนคนสำคัญเคียงคู่กับสุรินทร์จากช่อง 3 ก็ยิ่งทำให้ PPTV แข็งแกร่ง และถูกจับตามองขึ้นมาทันที

และเพราะปักธงไว้ว่าจะต้องก้าวขึ้นมาเป็น Top 3 ของช่องดิจิทัลให้ได้ ทำให้ PPTV ยังคงเดินหน้าต่อเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับช่อง ด้วยแผนการที่จะผลิตละครอย่างจริงจังในปีนี้

ที่ต้องใช้คำว่า “จริงจัง” เพราะก่อนหน้านี้ ไม่ใช่ว่า PPTV จะไม่เคยผลิตละคร เพียงแต่ว่าที่ผ่านมาผลงานยังไม่ติดตลาดเท่าที่ควร ไม่ว่าจะเป็นละครที่ “ซื้อ” ต่อจากช่องไทยทีวี ของ”เจ๊ติ๋ม ทีวีพูล” อื่น อย่าง “สาวน้อยคาเฟ่” – “นางโชว์” หรือที่ “ซื้อ” มาออกอากาศซ้ำ อย่าง “สี่แผ่นดิน” – “ในฝัน” ฝีมือของ “หม่อมน้อย – มล. พันธ์เทวนพ เทวกุล” กระทั่งแม้ว่าจะได้โปรเจ็กต์ละครใหญ่ๆ อย่าง “ปริศนา – เจ้าสาวของอานนท์ –รัตนาวดี” มาอยู่ในมือก็ตาม

แต่เมื่อข่าวคราวความเป็นพ่อบุญทุ่มของ PPTV แพร่สะพัดอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้ก็เลยกลายเป็นว่าบรรดาผู้จัดละครทั้งหลาย ต่างก็ดาหน้าเข้ามาเสนอโปรเจ็กต์ละครกันเป็นว่าเล่น ซึ่งก็สอดคล้องกับที่มีข่าวว่าจะมีนักแสดงระดับบิ๊กเนมหลายคนถูก”ดูด” เข้ามาเป็นนักแสดงในสังกัดเพื่อรองรับแผนงานในครั้งนี้

แม้ว่าปีนี้จะเป็นปีหมู แต่บอกได้เลยว่างานนี้ไม่หมูแน่ เพราะการจะเปิดตลาดละครอย่างจริงจังไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะถ้าคิดจะชิงฐานคนดูจากเบอร์ใหญ่ๆ อย่างช่อง 7 และช่อง 3 จริงอยู่ที่ตอนนี้ดูเหมือนว่าละครช่อง One จะไล่มาทันแล้ว แต่ต้องย้อนกลับไปดูว่าใช้เวลากี่ปี กว่าจะเดินทางมาถึงจุดนี้ นับจากที่เป็นค่าย “เอ็กแซ็กท์” ทำละครป้อนช่อง 5 จนมีช่องเป็นของตัวเอง

ไม่ใช่อะไรหรอก กลัวใจว่าจะเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ แล้วก็ปิดไปอย่างเงียบๆ เหมือนอย่างละครของช่อง True4U ที่ประสบมาแล้ว

นิตยสารผู้จัดการ 360 องศา สุดสัปดาห์ ฉบับที่ 476 5-11 มกราคม 2562
กำลังโหลดความคิดเห็น...