xs
xsm
sm
md
lg

พี่น้องหลั่งน้ำตา! “อ้อม” เผยนาทีสุดยื้อ ตกใจ “พ่อเปี๊ยก” ซุ่มทำหนังสือประวัติตัวเองแจกงานศพ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“อ้อม พิยดา” และครอบครัวร่ำไห้ เปิดคำพูดสุดท้าย “พ่อเปี๊ยก” บอกหายใจไม่ออก ขอให้ลูกช่วย ไม่ติดใจการรักษา เผยตกใจพ่อทำหนังสือประวัติตัวเองไว้แจกตอนงานศพ ตั้งแต่ “น้องนาวา” อายุ 7 เดือน สัญญาจะสานต่องานผู้จัด จะเป็นเด็กดีตามคำที่พ่อสอน ด้านคนบันเทิงร่วมรดน้ำศพ-สวดอภิธรรมคับคั่ง “บิ๊กตู่” ส่งพวงหรีดอาลัยด้วย

เมื่อเวลา 14.30 น.  วันที่ 4 ธ.ค. ณ ศาลากลางน้ำ วัดเทพศิรินทราวาส บรรยากาศพิธีรดน้ำศพ และสวดอภิธรรมศพ ผู้กำกับ-นักแสดงรุ่นใหญ่ “เปี๊ยก พิศาล อัครเศรณี” เสียชีวิตด้วยอาการหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน เต็มไปด้วยความโศกเศร้า โดย “อ้อม พิยดา จุฑารัตนกุล” ลูกสาว ร้องไห้เป็นระยะๆ 

ซึ่งในเวลา 16.30 น. คนบันเทิงเดินทางมาร่วมพิธีรดน้ำศพอย่างต่อเนื่อง อาทิ เจี๊ยบ โสภิตนภา, รอง เค้ามูลคดี, สุเชาว์ พงษ์วิไล, สุดา ชื่นบาน, หมิง ชาลิสา, พิมพ์มาดา, แอน อลิชา, ภูริ, ขวัญ อุษามณี,นัท มีเรีย,คริส หอวัง,สมรักษ์ ณรงค์วิชัย ผู้บริหารช่อง 3, ปู ปริศนา,มอส ปฎิภาณ ฯลฯ ในขณะที่ "บอย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์" ซึ่งแจ้งเกิ่ดจากละครไฟรักอสูร บินด่วนกลับจากอเมริกาเพื่อร่วมงานศพ โดยตรงเข้าไปสวมกอดอ้อมอยู่นาน ขณะที่มีบุคคลจากหลากหลายวงการส่งพวงหรีดอาลัย และหนึ่งในนั้นมีพวงหรีดจาก "บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" นายกรัฐมนตรีรวมอยู่ด้วย

อย่างไรก็ตาม “อ้อม พิยดา” รวมทั้งพี่น้องอีกสามคนได้แก่ “โอ อัครพล อัครเศรณี” พี่ชายคนโต “อ๋อ ศิรดา อัครเศรณี เมเยอร์” และ “โอ๊ต นนทพร อัครเศรณี” น้องสาวและน้องชาย ได้เปิดใจถึงคุณพ่อเป็นครั้งสุดท้ายด้วยอาการน้ำตานองหน้า

โอ : “ท่านบอกว่าหายใจก็ไม่ออก และก็เริ่มปวดบริเวณด้านหลัง ซึ่งตอนนั้นโอ๊ตเป็นคนที่อยู่กับคุณพ่อ”

โอ๊ต : “ก็คือพอคุณพ่อบอกว่าท่านมีอาการปวดมากขึ้น เราก็เลยเรียกรถพยาบาลมารับคุณพ่อที่บ้านเพื่อให้คุณหมอได้ทำการตรวจ จากนั้นพอไปถึงคุณหมอเขาก็ได้ให้ยาแก้ปวดเบื้องต้นและรอดูอาการ ส่วนทางเราเองก็ได้มีการติดต่อไปหาคุณหมอที่เคยทำบอลลูนให้กับคุณพ่อ แล้วจึงย้ายไปยังอีกโรงพยาบาล แต่อาการของคุณพ่อก็ไม่ดีขึ้น จากนั้นท่านก็ไปอย่างสงบครับ”

อ้อม : “คือคุณหมอเข้ามาตอนที่อาการค่อนข้างที่จะแบบ...เหมือนอาการเริ่มต้นของคนที่เป็นโรคหัวใจวาย ก็คือแน่นหน้าอกหรือเจ็บหลัง ซึ่งพอตอนหลังหัวใจคุณพ่อท่านก็เหมือนมันช็อกไป แล้วคุณหมอก็มาช่วยปั๊มค่ะ ใช้เวลาปั๊มหัวใจอยู่นานมาก ปั๊มอยู่ประมาณ 2 ชั่วโมง เหมือนรอให้เกิดปาฏิหาริย์ แต่ก็ไม่มีสัญญาณชีพเกิดขึ้นเลย”

สุขภาพแข็งแรง แต่เป็นโรคหัวใจ เชื่อไม่ได้คุมเรื่องอาหารและยาสักเท่าไหร่
อ๋อ : “สุขภาพท่านก็แข็งแรงดีค่ะ แต่อาจจะมีเหนื่อยบ้าง เวลาทำงานในช่วงหลังท่านก็เหนื่อยบ่อย”

โอ๊ต : “ก็คือคุณพ่อจะเป็นโรคหัวใจอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งท่านจะเป็นอยู่ประมาณครึ่งเส้น เพราะคุณพ่อเคยได้ทำบอลลูนไปแล้วหนึ่งเส้น แต่มันเหลืออีกครึ่งเส้นที่คุณหมอบอกว่ายังไม่ต้องทำก็ได้ และให้ใช้วิธีการทานยาแทน ท่านก็เลยมีปัญหาแค่ตรงนี้แหละครับ ตรงที่คุณหมอให้ท่านคุมอาหารและรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคุณพ่อท่านจะไม่ค่อยได้คุมสักเท่าไหร่และอาจจะทานโน่นทานนี่บ้าง”

ไม่มีคำพูดสั่งลา แค่บอกว่าหายใจไม่ออก ก่อนจะจากไป
อ้อม : “ระหว่างนำตัวคุณพ่อส่งรพ. พ่อไม่ได้พูดอะไร คือไม่ทันตั้งตัวเลย ทุกอย่างมันเร็วมาก เนื่องจากอาการเริ่มต้นมันเป็นแค่อาการเจ็บหลัง เราก็เลยไม่ได้อะไร และคำพูดสุดท้ายที่เหมือนท่านพูดกับพี่ชายก็คือ โอ โอ พ่อหายใจไม่ออก และจากนั้นท่านก็ไปเลย อาการท่านเป็นเมื่อวานนี้เลยค่ะ ที่ผ่านมาก็ปกติดี”

ป้องรพ.รักษาไม่ถูกวิธี เชื่อช่วยเหลือเต็มที่ ไม่ติดใจอะไร
อ้อม : “ไม่น่าจะเป็นการรักษาที่ไม่ถูกวิธีนะคะ คือมันน่าจะเป็นปกติทางการแพทย์นี่แหละค่ะ เพียงแต่การสั่งงานมันอาจจะขลุกขลักไปบ้าง เนื่องจากว่าช่วงที่เราไปถึงโรงพยาบาลมันดึกแล้ว และทีมแพทย์ทุกคนที่อยู่ที่นั่นก็ให้ความช่วยเหลือกันเต็มที่”

โอ : “ถามว่าติดใจมั้ย ไม่ครับ เราไม่ติดใจอะไรเลย เพราะเรารู้อยู่แล้วว่าทุกคนทำเต็มที่ คงไม่มีใครไม่หวังดีหรอก ทุกคนต่างก็หวังดีกันหมด

อ้อม : “เราเชื่อว่าทุกคนทำหน้าที่ด้วยความหวังดีค่ะ”

จากไปกะทันหัน ยังไล่ลูกชายกลับบ้านไม่ต้องนอนเฝ้า
อ้อม : “กะทันหันมาก เพราะเดินไปเนอะ เดินเข้าไปได้ปกติ”

โอ : “ยังบอกให้น้องชายให้กลับมาพรุ่งนี้เช้าเลย ไม่ต้องนอนเฝ้าหรอก ไปเอาเสื้อผ้ามาก่อน คือปกติมากๆ ครับ”

แจงกรณี “หนุ่ม กรรชัย” บอกว่าถ้าเป็นหมอโรคหัวใจ จะรู้ว่าการปวดข้างหลังมันมาจากโรคหัวใจ อยากให้มองด้านดีๆ มากกว่า
อ้อม : “ใช่ค่ะ จริงๆ เราอาจจะไปเข้าโรงพยาบาลอีกโรงพยาบาลนึง ซึ่งอาจจะยังไม่ได้ทราบสาเหตุขนาดนั้น พอเขารู้แล้วก็เลยย้ายโรงพยาบาล พอดีคุณพ่อโทร.ไปปรึกษากับคุณหมอเจ้าของไข้น่ะค่ะ พอรู้เรื่องปุ๊บก็เลยรีบย้าย”

โอ๊ต : “น้าเวช ผู้ช่วยพ่อโทร. หาหมอครับ เขามีเบอร์อยู่ แต่ตอนนั้นก็ดึกมากแล้ว และจริงๆ คุณหมอเจ้าของไข้ก็อยู่เมืองจีนพอดี เลยโทร.ไปเป็นผอ.เก่าของโรงพยาบาล ก็เลยบอกว่าให้ย้ายมาที่นี่ดีกว่า”

อ้อม : “จริงๆ แล้วอ้อมคิดว่าเป็นเวลาของคุณพ่อมากกว่า ซึ่งจริงๆ เราก็สูญเสียคุณพ่อไป เราก็อยากจะมองในด้านที่ดีมากกว่า เรียกว่าพ่อไปสบายที่สุดเลย เพราะไม่ได้เจ็บ ไม่ได้ปวดอะไร เหมือนเบลอๆ แล้วบอกว่าพ่อหายใจไม่ถนัดนะ แล้วก็ไปเลยภายในแป๊บเดียว”

รับไปไม่ทันสั่งลา
อ้อม : “ไม่ทันค่ะ ไปถึงก็คือปั๊มแล้วค่ะ”

โอ : “ผมได้อยู่กับพ่อเป็นคนสุดท้าย คือคุณพ่อมองหน้าแล้วบอกว่าพ่อหายใจไม่ออก ช่วยพ่อหน่อย แค่นั้นแหละครับ นี่คือประโยคสุดท้ายที่พ่อพูด”

อ้อม : “หัวใจล้มเหลวไปแล้วไงคะ หัวใจหยุดการทำงาน หลอดเลือกมันช็อตน่ะค่ะ คุณหมอบอกว่าเหมือนหลอดเลือดมันตีบฉับพลัน ก็ทำให้ไม่จ่ายเลือดเข้าไปในหัวใจ แล้วหัวใจพ่อก็มีปัญหาอยู่แล้ว อย่างที่น้องชายบอกไปว่าเส้นเลือดตีบไปหนึ่งเส้น ซึ่งทำไปแล้ว เหลืออีกครึ่งเส้นซึ่งมันเป็นเอฟเฟกต์พ่อด้วยการที่อาจจะกินอาหารอะไรที่ถูกใจ แต่ว่าอาจจะไม่ถูกกับร่างกาย ก็ทำให้เกิดเอฟเฟกต์ตรงนี้”

ตกใจ ทำหนังสือประวัติตัวเองแจกตอนเผามานานแล้ว
อ้อม : “ถามว่ามีสั่งเสียอะไรมั้ย มีเนอะ ซึ่งเราตกใจมาก อย่างหนังสือที่เราจะแจกตอนเผาน่ะค่ะ พ่อก็ทำมานานแล้ว เป็นหนังสือประวัติเขาเองค่ะ ตอนนั้นก็เหมือนเขาอายุเยอะแล้ว เขาก็อยากเขียนประวัติตัวเขาเองประมาณนั้นค่ะ”

“ไม่มีลางบอกเหตุนะ เพราะมันนานแล้ว แกอยากเขียน อยากเก็บรวบรวมโปสเตอร์ เรื่องราวของเขา เรื่องลูก เรื่องชีวิตของเขา และพอทำเสร็จเขาก็บอกน้องเลขาฯ ที่สนิทว่า หรือจะเอาไว้แจกตอนงานศพเขา ซึ่งหนังสือเล่มนี้ทำไว้นานแล้วเป็นปีแล้วตั้งแต่ นาวาอายุ 7 เดือน แต่รูปเล่มเพิ่งเสร็จตอน 6 เดือนที่ผ่านมานี้เอง”

ลูกๆ ตั้งรับไม่ทันกับความสูญเสีย
โอ๊ต : “ก็ยังไม่รู้จะตั้งรับอย่างไรเหมือนกัน”

โอ : “คุณพ่อห่วงลูกทุกคน แต่ตอนนี้ลูกทุกคนก็อยู่ในเส้นทางที่ถูกต้องแล้ว เขาก็สบายใจประมาณนึง”

อ้อม : “เรื่องสานต่อพ่อ เหมือนจะทำแต่ยังไม่ได้ทำ มีโปรเจกต์ที่คิดจะทำแต่ยังไม่ได้เริ่ม มีละครที่ยังไม่ได้ออนแอร์ แต่คุณพ่อก็พูดกับอ้อม นะว่าถ้าเหนื่อยก็อยู่สบายๆ ดีกว่า”

สอนให้ตรงเวลา และอดทน
อ้อม : “สอนมาตลอดให้เราตรงเวลา และอดทน”

โอ : “คุณพ่อเป็นคนที่มีความอดทนสูง แต่ก็มีข้อดีและข้อเสียคือ ถ้าเขาไม่เจ็บจริงๆ ขนาดจะต้องเข้าโรงพยาบาลเขาจะไม่บ่น หรือไม่ปริปากเลย มีน้ำอดน้ำทนที่สูงมาก บางทีเลยทำให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ไปไม่ทัน”

อ้อม : “เขาไปเมื่อไม่ไหวจริงๆ เราถึงไม่โทษใคร แต่เขาก็เคยพูดกับอ้อมนะว่าไม่ต้องห่วงนะ ถ้าเวลาพ่อไปจะไม่ให้ลูกลำบาก พ่อจะตายไปเลยแบบนี้”

เชื่อไม่มีอะไรให้ห่วงแล้ว
อ้อม : “ไม่น่ามีแล้วนะ”

โอ : “ใช่ ช่วงหลังอาจจะเหงาๆ หน่อย เพราะลูกๆ ก็กระจายกันทำงาน ไม่ค่อยได้รวมตัวกันเท่าไหร่”

ร่ำไห้จะสานต่องานผู้จัด
อ๋อ : “คุณพ่อสอนเสมอว่าให้เราเกิดมาแล้วอยู่บนดิน ให้คลุกดิน และให้ถ่อมเนื้อถ่อมตัว (ร้องไห้)

โอ๊ต : “คุณพ่อสอนให้มองคนที่ความดี ใครที่ดีกับเราก็ดีด้วย ไม่เกี่ยวว่าฐานะจะยากดีมีจน เราดูแลหมด”

โอ : “ตอนนี้เฟดมาทำธุรกิจส่วนตัว”

อ้อม : “ก็ยังตามรอยอยู่ค่ะ เดี๋ยวก็สานต่อไปค่ะ ยังทำงานตรงนี้อยู่ เป็นผู้จัดอยู่ (ร้องไห้) ยังเป็นนักแสดงอยู่”

สัญญาจะเป็นเด็กดีอย่างที่พ่อสอน
อ้อม : “(น้ำเสียงสั่นเครือ) พวกเราทุกคนจะเป็นเด็กดีอย่างที่พ่อสอนเรา

โอ : “พ่อหลับให้สบายไม่ต้องห่วงพวกเรารักกัน จะดูแลกันและกันตลอดไป”

อ้อม : “ถามว่าจะมีการขอพระราชทานเพลิงศพมั้ย น่าจะเผาเลย แต่คงดูอีกทีว่าจะยังไง เราคุยกันถึงแค่วันสวด ส่วนจะเผาวันไหนและจะแจ้งให้ทราบอีกที”

(ติดตามทุกข่าวสารในแวดวงบันเทิงทั้งหมดได้ที่https://mgronline.com/entertainment)





























กำลังโหลดความคิดเห็น...