xs
xsm
sm
md
lg

‘ไทบ้าน เดอะ ซีรี่ส์ 2.2’ : “หลายชีวิต” กับความเศร้าที่ต้องก้าวผ่าน

เผยแพร่:   โดย: อภินันท์ บุญเรืองพะเนา


เรียกว่าต้องเจออุปสรรคก่อนที่หนังจะลงโรงฉายอย่างเป็นทางการแค่ไม่กี่วันเท่านั้น สำหรับหนังพูดอีสาน “ไทบ้าน เดอะ ซีรี่ส์” ที่เดินทางมาจนถึงภาค 2.2 จากกรณีถูกเซ็นเซอร์ช็อตหนึ่งในเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับพระ เกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง

แต่ไม่ว่าจะอย่างไร จากเดิมที่คิดว่าจะมีการเลื่อนฉายออกไปอย่างไม่มีกำหนด สุดท้าย “ไทบ้าน เดอะ ซีรี่ส์ 2.2” ก็ตัดสินใจหั่นจุดที่เป็นปัญหาออกไปและได้เข้าฉายตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งถ้าจะย้อนเรื่องราวให้ฟังสักเล็กน้อยสำหรับคนที่อาจจะไม่ได้ตามข่าวก็คือ ฉากดังกล่าวที่เป็นปัญหานั้นได้แก่ฉากพระหนุ่มในเรื่อง แสดงกิริยาซบหน้าร้องไห้กับโลงศพของแฟนเก่า ถึงแม้ว่าทางผู้กำกับภาพยนตร์จะชี้แจงว่า นั่นคือฉากหนึ่งซึ่งพีคสุดของหนัง แต่เพื่อความเหมาะสมตามดุลพินิจของคณะกรรมการพิจารณา ก็ได้จัดการกับฉากที่ว่า จนนำมาซึ่งการได้ฉายในที่สุด

พ้นไปจากประเด็นร้อนนี้แล้วนั้น ในความคิดเห็นของผม ภาพรวมทั้งหมด ถือว่า “ไทบ้าน เดอะ ซีรี่ส์ 2.2” ทำออกมาได้ค่อนข้างดีมากครับ

คือในขณะที่ตัวหนังเองต้องเผชิญกับวิกฤติที่สุดท้ายแล้วก็ต้องหาหนทางรอดเพื่อให้ได้ยืนอยู่ในโปรแกรมฉาย... หลากหลายตัวละครในเรื่องสำหรับภาคนี้ ก็พูดได้ว่า ต้องเจอกับช่วงสำคัญอีกช่วงของชีวิตที่เป็นจุดวิกฤติและท้าพิสูจน์ความแข็งแรงของหัวใจว่าจะสามารถก้าวผ่านมันไปได้หรือไม่อย่างไร

หนังภาคนี้ยาว 130 นาที บอกเล่าเรื่องราวในลักษณะ “หลายชีวิต” โดยที่ “เส้นเรื่อง” ของตัวละครหลายๆ ตัว ถูกเล่าไปพร้อมๆ กันแบบมีจุดร่วม คือกำลังเผชิญกับปมปัญหาในชีวิตเหมือนกัน เพียงแต่แตกต่างกันไปในรายละเอียดว่าใครจะเจออะไรรูปแบบไหนอย่างไร รวมทั้งจะหาจุดบาลานซ์ที่ทำให้ตัวเองดำรงอยู่ต่อไปได้อย่างไร

ไล่ตั้งแต่ “พระเซียง” ที่ถือว่าเป็น “ตัวใหญ่” ของหนัง หนุ่มไทบ้านที่หลบแผลรักเข้าไปพักในชายผ้าเหลือง, “มืด” เด็กชายวัยเรียนที่กำลังเพียรในเรื่องรักตามประสาวัยรุ่น, “ป่อง” เพื่อนของกลุ่มผู้แบกฝันอันยิ่งใหญ่ไว้ในใจและอยากจะสร้างความสำเร็จให้กับชีวิต หรือแม้กระทั่งกลุ่มแก๊งวัยรุ่นขี้เมาที่ต้องเลี้ยงดู “โรเบิร์ตคนบ้า”

จับภาพรวมทั้งหมด ผมเห็นว่า เนื้อหาของหนังได้ส่งพลังความรู้สึกดีๆ ให้กับคนดูผู้ชม ผ่านเรื่องราวของตัวละครเหล่านี้ที่ว่ามา แต่กว่าจะไปถึงจุดนั้นได้ ก็ต้องเจ็บปวดกันไปก่อนตามเรื่องตามราว คือหนังไม่ได้เล่าเรื่องอะไรที่ยุ่งยาก แต่จับจุดที่มัน “สัมผัส” กับความรู้สึกได้ง่ายๆ อย่างเรื่องความรัก การหวังรักหวังปอง ความผิดหวังเสียใจ ทั้งหมดทั้งมวลก็ล้วนเป็นเรื่อง “บ้านๆ” ที่คนดูผู้ชมทุกท่านก็แชร์ประสบการณ์ร่วมกับตัวละครได้

อีกส่วนที่สำคัญ ซึ่งถือว่าเป็นกระดูกสันหลังอีกชิ้นหนึ่งของหนังตระกูล “ไทบ้าน เดอะ ซีรี่ส์” คือเรื่องของความตลก ... ซึ่งต้องบอกว่า หนังพกมาแบบเต็มที่ คือถึงแม้จะเล่าเรื่องเศร้าๆ (ที่โคตรน่าเศร้า) แต่ระหว่างเรื่องราวเหล่านั้น หนังจะมีสอดแทรกความฮาเข้ามาให้หัวเราะอยู่เรื่อยๆ ผมชอบอารมณ์ขันที่เกิดขึ้นในพาร์ทของ “ป่อง” มากเป็นพิเศษ “ป่อง” คือเพื่อนรักของสมาชิกกลุ่มหนุ่มไทบ้านผู้มีความฝันในการทำธุรกิจการเกษตร โดยมุ่งเน้นการปลูกผักออร์แกนิค (ผักปลอดสารพิษ)

วิธีคิดและวิธีทำของ “ป่อง” นั้นทำให้เพื่อนรักที่ร่วมหัวจมท้ายด้วยกันอย่าง “จาลอด” รู้สึกอัศจรรย์ใจได้เสมอๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “วิธีพูด” ของป่องด้วยแล้ว มันเต็มไปด้วยศัพท์แสงการตลาดที่มีแทรกภาษาอังกฤษเข้ามาเรื่อยๆ จนเพื่อนรักแปลกใจว่า มันไปเรียนไปรู้มาจากไหน แต่นี่ล่ะครับ ถ้าได้ดู จะรู้ว่ามันเป็นอารมณ์ขันอย่างร้ายกาจ และเหนืออื่นใด พาร์ทของป่องและสโตร์ผักออร์แกนิคของเขา มีคุณค่ามากในเชิงข้อมูลความรู้ที่ผู้สนใจในด้านการทำเกษตรสามารถนำไปต่อยอดและศึกษาได้ โดยเฉพาะเกษตรยุคใหม่ที่อะไรๆ ก็ต้องมี “สตอรี่” มี “คอนเทนท์” มี “ทัชพอยท์” (ฮา)

กล่าวโดยสรุป ดูทรงแล้ว “ไทบ้าน เดอะ ซีรี่ส์” น่าจะมีภาคต่อไปตามมาอีก เพราะมันยังมีอะไรให้เล่าได้เรื่อยๆ และที่สำคัญก็คือ เมื่อเล่าออกมาแล้ว ถ่ายทอดนำเสนอออกมาแล้ว ผู้ชมรู้สึกชอบ ได้ใจคนดู ยังไงก็สมควรต้องมีต่อไปครับ










กำลังโหลดความคิดเห็น...