xs
xsm
sm
md
lg

“ปรัชญา” เดินหน้ายกเลิกกม.ทวงคืนเสรีภาพคนทำหนัง “ไทบ้านฯ” ได้ฉาย แต่ต้องตัดฉากพระร้องไห้แฟนตายออก!

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


หนัง “ไทบ้านฯ” ได้ฉายแล้ว! จำใจหั่นฉากพระเคาะโลง-ร้องไห้ฟูมฟายออก “ปรัชญา” สวดนี่คือจุดบอด ประกาศเดินหน้ายกเลิกกม. ขอเสรีภาพคืน

จากกรณีที่ภาพยนตร์ “ไทบ้านเดอะซีรีส์ 2.2” ถูกแบนฟ้าผ่า ถูกคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ ประกาศไม่ผ่านเซ็นเซอร์ เนื่องจากมีประเด็นอ่อนไหวทางศาสนา โดยมีฉากหนึ่งเป็นภาพพระร้องไห้ฟูมฟายเคาะโลงศพเหตุแฟนเก่าเสียชีวิต จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมเป็นจำนวนมาก ล่าสุดรายการโหนกระแสวันที่ 22 พ.ย. ดำเนินรายการโดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์- เวลา 13.30-14.10 น. ทางช่อง 28 ได้เปิดใจสัมภาษณ์ “พระมหาสมปอง” ที่มาพร้อม “ปรัชญา ปิ่นแก้ว” ตัวแทนสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย

ล่าสุดหนังเรื่องไทบ้านเดอะซีรีส์ 2.2 เกิดอะไรขึ้น?
ปรัชญา : “ก็ตามขั้นตอนก่อนนำภาพยนตร์เข้าฉาย ทุกเรื่อง เราต้องนำไปให้คณะกรรมการพิจารณาเรตติ้ง ว่าจะต้องแสดงความจำนงว่าหนังต้องการสื่อถึงคนกกลุ่มไหน อย่างหนังเรื่องนี้ต้องการสื่อถึงคนอายุ 15 ปี แล้วตามขั้นตอนคณะกรรมการเขาพิจารณา และตรงกับความต้องการของผู้สร้างหรือเปล่า ถ้าพิจารณาว่าไม่เหมาะ มีภาพโน้นภาพนี้รุนแรง ขอเป็น 18 ได้มั้ย ก็ว่ากันไป หรือทางผู้สร้างยืนยันจะ 15 ก็เสนอตัดตรงนี้ได้มั้ย แต่คราวนี้คณะกรรมการบอกว่าไม่ให้ฉายเลย”

เพราะอะไร?
ปรัชญา : “มีภาพพฤติกรรมของพระ เป็นภาพพระร้องไห้หน้าโลงศพ บอกว่าฟูมฟายเกินไป ไม่เหมาะกับการเป็นพระ”

เขาบอกว่าฉากนี้ไม่กี่นาที ประมาณ 7 วิ นำมาซึ่งหนังทั้งเรื่องไม่ได้ฉาย?
ปรัชญา : “ใช่ครับ ถ้าตัดออกจะได้เรต 18 ก็จะได้ออก ช่วงที่เดินร้องไห้ยังพออนุโลม แต่เคาะโลงร้องไห้ไม่ได้เลย”

พระมหาสมปอง : “อันดับแรกต้องดูบริบทหนังก่อน เขาเป็นเด็กห้าวๆ มาบวชสองสามเดือนจะให้นิ่งเหมือน 10-20 พรรษา เหมือนพระมหาสมปองก็ยากนิดนึง ก็ร้องไห้ฟูมฟาย ก็เป็นธรรมชาติไม่ต้องแฟนหรอก อย่างอาตมาพี่สาวเสีย แค่ได้รับโทรศัพท์น้ำตามาเลย อุตส่าห์สำรวม แยกกันนั่งสมาธิ เที่ยงคืนโทรมายืนยันว่าเสียชีวิตน้ำตามาอีกรอบ ก็นั่งรถกลับบ้านวันนั้น นั่งไปน้ำตาก็ไหลอีกรอบ”

ร้องไห้เข้าใจได้ แต่ไปเคาะโลงในมุมของพระได้มั้ย?
พระมหาสมปอง : “ตอนอาตมาไปเปิดฝาโลง โยกหน้าพี่สาว ก็น้ำตาไหล โอเคอาตมาร้องนิ่งๆ มันเป็นธรรมชาติ จะมากหรือจะน้อย แต่ไม่ถึงขั้นเคาะโลง แต่ในหนัง 2 เดือน เป็นแฟนเก่าด้วยรักกันมาก เหมือนพระเวลาไปคัดเลือกทหาร ใบดำ ย่ามปลิว ถ้าเอาความเป็นจริง อารมณ์หนัง มันก็เกิดขึ้นได้”

ในมุมของความเหมาะสม ความสำรวม?
พระมหาสมปอง : “ในมุมอาตมา ก็อารมณ์แฟนเก่า ก็เหมือนที่ยกตัวอย่าง ย่ามลอย จีวรปลิว เฮ อารมณ์เสียใจก็ออกมา ถ้าถามอาตมา ก็ไม่ได้มากเกินไปในมุมที่เขาสูญเสีย”

ในมุมพี่ปรัชญา มองยังไง?
ปรัชญา : “มองว่าธรรมดามากในการเล่าเรื่อง ถ้าผู้สร้างต้องการหนักกว่านี้ก็ต้องทำ ผมเคยเป็นโปรดิวเซอร์หนัง 2 เรื่องที่เกี่ยวกับพระ มีปัญหาเรื่องนาคปรก กับอาปัติ ตอนนั้นก็ต่อสู้มาเหมืนกัน ตอนนาคปรกก็เป็นช่วงรอยต่อเรตติ้ง มีภาพถือปืน พูดคำหยาบ มีอะไรกับสีกาในกุฏิ แล้วเป็นสีกาเป็นโสเภณี ซึ่งรุนแรงมากๆ ตอนนั้นเรากำลังเข้าใจกฎหมายภาพยนตร์ ต้องเข้าใจว่ามีผู้ชมหลายระดับหลายอายุ ตอนนั้นฉายไปเราก็มีปัญหากับกระทรวงวัฒนธรรมอยู่เรื่อยๆ แต่ในมุมทำหนังอย่าถามว่าจำเป็นมั้ย มันเป็นสิทธิคนเล่าเรื่องผู้กำกับ เขาต้องมีสิทธิ์ในการทำได้ ผิดถูก ผิดกฎหมายก็ว่ากันอีกเรื่องนึง แต่พอมีกฎหมายออกมา ก็เป็นวิธีที่ดีที่สุดของคนทำงานและผู้ดู”

โทรศัพท์หาคุณสุรศักดิ์ ผู้กำกับหนังไทบ้าน ภาพยนตร์ที่คุณทำถูกแบบโดยคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์ ไม่ให้ออกฉาย?
สุรศักดิ์ : “ฉากที่มีปัญหาประมาณ 6-7 วิ ถามว่าช็อตร้องไห้เคาะโลงทำไมต้องมี ซีนนี้เป็นงานศพใบข้าว อดีตแฟนเก่าซึ่งเพิ่งเสียชีวิตไป ด้วยคาแรคเตอร์ตัวละครเพิ่งเลิกกับแฟนเก่าเพื่อหนีไปบวช เพราะคิดว่าจะลืมเขาได้ บังเอิญว่าการไปบวชเพื่อลืมคนรัก ไม่ได้ไปบวชเพื่อตรัสรู้ปรินิพพานเหมือนหลวงพ่อ พอบวชแล้วได้ข่าวแฟนเก่าเสียชีวิต เขาก็พยายามข่มอารมณ์ตัวเอง ตั้งสติ แต่ก็ตั้งไม่ได้ ก็เลยไปถามว่าเกิดอะไรขึ้นในงาน นี่คือภาคแรก ภาคสองเลยมีช็อตนี้อยู่ในหนัง”

คณะกรรมการพิจารณาให้เหตุผลว่าอะไร?
สุรศักดิ์ : “เขาบอกว่าไม่เหมาะสมครับ เป็นพระไม่สำรวมประมาณนี้ครับ”

ในมุมคุณ มองว่าฉากนี้เป็นยังไง?
สุรศักดิ์ : “เราไม่คาดคิดว่าจะเป็นอย่างนั้นหรือโดนแบน เพราะความตั้งใจเรา ตัวละครตัวนี้เขาไม่ได้ละทางโลกขนาดนั้น ด้วยความเป็นมนุษย์เอาจริงๆ ต้องมีความรู้สึกบ้าง บังเอิญแฟนคนนี้เคยคบมาตั้งแต่มัธยม ใช้ชีวิตด้วยกันมา มีที่มาที่ไป คบกันมาหลายปีในเส้นเรื่อง อยู่ดีๆ มาบอกเลิกกะทันหัน แล้วก็มารู้ข่าวเขาจะแต่งงานกับคนอื่น รู้ข่าวว่าท้องและรู้ข่าวว่าเขาตาย”

หนังต้องฉายวันนี้ แต่ก็ไม่ได้ฉาย
สุรศักดิ์ : “มันต้องยอมตัดออก จริงๆ เป็นฉากที่เราตั้งใจให้มันพีคที่สุดของเรื่อง”

ขอทางคณะกรรมการเขาหรือยัง?
สุรศักดิ์ : “ผมก็ขอไปแล้ว พี่เขาก็บอกว่าทำไม่ได้ กลัวส่งผลกระทบหลายๆ ด้าน กลัวไมสบายใจ แต่คือจะให้ไปแก้ไขก็ต้องใช้เวลา ไม่ใช่ตัดซีนนี้ออก แล้วส่งไฟล์ได้เลย ก็เลยไม่น่าจะทัน”

วันนี้มีการส่งไปพิจารณาใหม่?
สุรศักดิ์ : “ครับผม”

กรณีนี้ คณะกรรมการพิจารณา เขาเป็นพระเหรอ?
ปรัชญา : ไไม่ๆ กรรมการมี 7 คน ข้าราชการ 4 คน เอกชน 3 คน”

หลวงพี่แจ๊ส มันไม่ต่างกันเลย ทำไมอีนนึงออกได้ อันนึงออกไม่ได้?
ปรัชญา : “เรามองว่าเป็นจุดบอดของระบบนี้”

ในมุมพระอาจารย์?
พระมหาสมปอง : “จริงๆ คณะสงฆ์เราพูดตลอด วิ่งหนีผี ทำไมให้พระตลก ถ้ามีพระให้เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ ถ้าลดตลก หวือหวาลงก็สบายใจขึ้น แต่เราเคยคุยเรื่องนี้กับพระผู้ใหญ่ หลังๆ ก็ไม่มีปัญหาเรื่องนี้ ก็เงียบมานานพอสมควร พระมีทั้งสมมติสงฆ์ อริยสงฆ์ ระดับต่างกันอยู่แล้ว ก็จะมีวิถีชีวิตที่ต่างกันอยู่เราก็พยายามสำรวมที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่างอาตมา บรรยายคนก็คาดหวังว่าจะสนุก แล้วก็จะมีคำหยาบนิดๆ อย่าลืมว่าธรรมะมีอยู่ทุกที่ ในหนังก็มีข้อเตือนใจ ทุกอย่างก็ให้ข้อคิดอยู่แล้ว อีกมุมอาตมาบังเอิญได้ฟังท่านมุ้ยท่านพูดเรื่องหนัง ถ้าหนังไม่ดี 3 วันออกจากโรงเลยนะ ถ้าพอใช้ได้ก็สองอาทิตย์ หนังดี 3 อาทิตย์ องค์บาก 4 อาทิตย์กว่าๆ เขามีเวลาตรงนี้น้อยมาก ก็ให้เห็นใจคนทำหนัง การที่บอกว่าตัดมาใหม่มันก็อาจไม่ได้ง่าย ก็ดูบริบทหนัง เพราะหนังมีหนังทำเงิน หรือหนังอาร์ตๆ ที่ไม่ได้เงินมาก”

โทรศัพท์หา “คุณโอม” โปนดิวเซอร์เรื่องนี้ ตอนนี้อยู่หน้ากองเซ็นเซอร์ที่กระทรวงวัฒนธรรมว่าหนังของเขาจะได้ฉายหรือไม่ฉาย และต้องตัดยังไงเพื่อให้ออกมาฉายได้?
โอม : “วันนี้รับคำของกรรมการไปแล้วเพื่อตัดหนัง ตอนนี้ตัดหนังเรียบร้อยแล้ว ผลตอนนี้ก็ผ่านเรียบร้อย ด้วยเรต 15+ ตัดบางช่วงบางตอนของคัตนั้น ที่พระร้องไห้ ตัดช่วงเอามือเคาะโลงออก และช่วงฟูมฟายนิดหน่อย”

จะเสียอรรถรสหนัง?
โอม : “ก็ต้องยอมรับว่าเสียอยู่ แต่จะมากจะน้อยก็ให้ผู้ชมไปดูแล้วตัดสินอีกทีนึง แต่เราก็พยายามหาคัตที่มันดีและทดแทนกันได้มาในหนัง และซีนบางซีนที่สามารถดึงอารมณ์ได้อีกรอบ”

ตอนพระเคาะโลงเป็นช็อตตลกหรือดราม่า?
โอม : “ดราม่าครับ เคาะปกติ ไม่ได้เคาะสามช่าให้ตลก”

พระไม่มีสิทธิ์เคาะและร้องไห้หน้าโลง ฟูมฟายแบบนี้ตจ้องสำรวมเท่านั้น?
โอม : “ในความเข้าใจผมจริงๆ ที่ได้รับข่าวสารมาก็เคาะได้นะ”

แต่ยืนยันที่ร้องไห้ตอนนี้ไม่ตลก?
โอม : “ไม่ครับ ซีเรียสครับ”

จะออกฉายเมื่อไหร่?
โอม : “ตอนนี้ปรึกษาทีมงานเรื่องการส่งไฟล์ ทำไฟล์ใหม่ ก็ใช้เวลาประมาณวันสองวัน”

พี่ปรัช ในฐานะที่ต่อสู้มานาน?
ปรัชญา : “ก็น่าสงสาร เหมือนมีลูกแล้วมีคนไปยุ่งกับลูก ก็ต่อสู้กันมานาน ตั้งแต่ผมเข้าวงการหนัง เรารู้สึกว่าทำไมต้องมีคนคอยมาหาเรา กระทรวงวัฒนธรรม ท่านมาประจำ มาเฝ้าระวังเราอยู่ตลอด เราทำงานสิทธิเสรีภาพก็ต้องมีไม่ใช่เหรอครับ เราศึกษาแม้กะทั่งกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 45 เราต่อสู้มา ก็สงสัยว่าทำไมคนทำทีวีต้องส่งให้เขาตรวจก่อน จับตาถูกต้องไม่เป็นไร แต่ทำไมต้องส่งให้ตรวจ ของเรายังไม่ได้แสดงความคิดเห็นเลยก็มาตัดสินเราก่อน จากคน 7 คน มาคิดแทนประชาชนที่เขาไม่ได้ดูเลย หรือผิดกฎหมายก็ได้ มีสิทธิรับผิด ง่ายๆ ออกออนไลน์จะรู้สึกยังไง ถ้าการทำงานต้องส่งให้ตรวจก่อน ก็รู้สึกถูกคุกคามเสรีภาพใช่มั้ยครับ ก็มีแต่คนทำหนังที่ต้องส่งให้ภาครัฐตรวจก่อน ทุกคนได้เสรีภาพในกฎหมาย ตีความยังไง ทำไมภาครัฐต้องมายุ่งกับหนังอย่างเดียว”

พระมหาสมปอง : “คณะสงฆ์ก็ฝากเรื่อง อย่าตลกโปกฮาเกินไป แต่บางทีก็ตอบยาก แค่ไหนล่ะจะได้หรือไม่ได้ เหมือนอารมณ์คนเล่าเรื่องก็อยากเล่าเต็มที่ ถ้ามาจำกัดใครเขาจะพูดแบบนั้นตลอด ก็อยากฝาก ตรงนี้อาจเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส สุดท้ายจะเป็นหนังที่ดังมาก คนดูหลายล้าน ฉากที่ตัดออก ลงยูทูปเยอะมาก สามารถเชื่อมโยงกันได้”

ปรัชญา : “เอาแค่คลิปที่คุณหนุ่มเปิดทำไมออนแอร์ได้”

พระมหาสมปอง : “อาตมาว่าถูกต้อง แฟนเก่าตายก็ต้องร้องไห้ ถ้าในฉากพระหัวเราะจะด่าเลยนะ เขาร้องไห้ก็ถูกต้องแล้ว อารมณ์หนัง”

พี่ปรัชอยากฝากอะไร?
ปรัชญา : “เราไม่อยากโจมตีคณะกรรมการ 7 ท่านนี้นะ แต่เราอยากพูดถึงกฎหมายภาพยนตร์ที่มีอยู่ สมาคมผู้กำกับมีแผนจะขอยกเลิกกฎหมายนี้ จะต่อสู้เรื่องนี้ และขอเสรีภาพให้ทุกคน และในโลกที่จะสื่ออะไรก็ได้”





กำลังโหลดความคิดเห็น...