xs
xsm
sm
md
lg

ย้อนตำนาน "อ้อย บีเอ็ม" เจ้าของธนาคารอารมณ์ วันนี้ผันตัวทำงานระดับชาติแล้ว

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

(ภาพจาก www.cops-magazine.com)
กลายเป็นประเด็นให้นึกถึงอีกครั้งสำหรับหญิงเจ้าของตำนานธนาคารอารมณ์ในนาม "อ้อย บีเอ็ม" หลังในโลกโซเชียลได้มีการแชร์ภาพของหญิงชราคนหนึ่งพร้อมระบุว่าเป็นเธอในวัย 70 ปีที่กำลังมีชีวิตตกอับหลังเคยรุ่งเรืองในฐานะ "เจ้าแม่" ธุรกิจบริการทางเพศของบ้านเราในยุคหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบของทีมข่าวบันเทิงพบว่าหญิงในภาพดังกล่าวนั้นหาใช่ "อ้อย บีเอ็ม" แต่อย่างใดหากแต่เป็นบุคคลที่มีชื่อ-นามสกุลที่ใกล้เคียงกันจนทำให้ผู้พบเห็นนั้นเข้าใจผิดนั่นเอง

ขณะที่เจ้าของฉายาอย่าง "อ้อย บีเอ็ม" ตัวจริงนั้นแม้ตอนนี้จะวางมือไปแล้วแต่เจ้าตัวก็ยังคงทำหน้าที่นี้อยู่ในฐานะที่ปรึกษาเบื้องหลังโดยเธอเพิ่งให้สัมภาษณ์กับทาง www.cops-magazine.com ไปเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมานี้เอง
...
"อ้อย บีเอ็ม" วันวานและวันนี้
"อ้อย บีเอ็ม" มีชื่อจริงว่า "จินตนา บุนนาค" ผู้หญิงคนนี้สำหรับคนรุ่นอายุ 40 ปีขึ้นไปต่างรู้จักเธอเป็นอย่างดีในฐานะของผู้มีพระคุณต่อเหล่าท่านชายทั้งหลาย

ในวัย 16 ปี "อ้อย บีเอ็ม" ได้เข้าไปทำงานเป็นเด็กรับใช้ในบ้านของ“จอมพลผ้าขาวม้าแดง” จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรี ที่นั่นทำให้เธอได้มีโอกาสรู้จักหญิงสาวหลายต่อหลายคนที่เข้าไปขอความช่วยเหลือจากท่านจอมพล

ในวัยเพียง 18 ปีฐานะของเธอเขยิบขึ้นมาเป็นหัวหน้าผู้หญิงมีหน้าที่จัดคิวสาวๆ ให้กับผู้มีอำนาจ ก่อนจะออกไปเป็นผู้จัดการต้อนรับไนท์คลับในเครือของสุรพล พรทวีวัฒน์ และในเวลาต่อมาเธอก็มาเปิดค็อกเทลเลาจน์ของตนเองที่ชื่อ "แฮร์รอด" ข้างโรงหนังโอเอ มีเด็กสาวหลากหลายอาชีพมาเข้าสังกัดไม่ว่าจะเป็นนางงาม ดารา นางแบบ นักร้อง นักศึกษา

"ดิฉันคนเดียวช่วยเด็กได้ประมาณ 5 หมื่นกว่าคน ได้ดีเกือบ 70 เปอร์เซ็นต์ ที่ไม่ได้ดีเพราะตัวเขาเอง กลุ่มพวกนี้หมุนเวียนเห็นงานที่ได้เงินง่าย ทำให้มือเติบ เด็กพวกนี้จริงๆ มีเงินเดือน 6-7 หมื่นบาท หรือเป็นแสนทั้งนั้น ถ้าเขาเก็บจริง เลี้ยงด้วยทุนตัวเองก็สบาย แต่หลายคนได้เงินเร็วก็ใช้เร็ว บางคนทำงานเก็บกดเลยระบายออกด้วยการใช้จ่ายฟุ่มเฟือย..."

อ้อย บีเอ็ม เผยว่าแขกที่มาใช้บริการเด็กในสังกัดของเธอนั้นมีหลากหลายอาชีพ ตั้งแต่นักการเมือง ข้าราชการ นักธุรกิจรุ่นใหญ่ ไฮโซ ฯลฯ ส่วนที่มาของฉายานั้นเธอระบุว่า...
"ชีวิตไม่เคยโดนจับค้าประเวณี ไม่คิดว่าตัวเองเป็นเจ้าแม่ ดังตั้งแต่มาทำไนท์คลับทำให้เจอคนหลายระดับ เป็นหัวหน้าผู้หญิงพาร์ตเนอร์มาก่อน ส่วนฉายามาจากเรื่องบังเอิญ เพราะขับบีเอ็มไปรับใช้ผู้ใหญ่ บางทีขับรถพาสมาชิกไปแชร์ฮาร์ทกัน ก็เลยบอกต่อกันว่า ถ้าจะเลือกใช้ของจริง รู้จริง ต้องอ้อย บีเอ็ม ไม่มีย้อมแมว"

หลังรุ่งเรืองกับอาชีพนี้ อ้อย บีเอ็ม ได้ทุ่มเงินกว่า 70 ล้านบาท สร้างอาณาจักรเอ็นเตอร์เทนเมนต์ชื่อ "อีลิท" ขึ้นที่ถนนพระราม 9 พร้อมจ้างพนักงานสาวๆ มาเกือบ 2,000 คน เพื่อคัดเหลือ 600 คน (เอา 50 เลาจน์มารวมเป็นเลาจน์เดียว) เพื่อไว้ต้อนรับเจ้าหน้าที่ที่จะเข้ามาประชุมเวิลด์แบงก์ แต่สุดท้ายกลับเจ๊งไม่เป็นท่า

"มันเป็นอีโมชันแบงก์ ธนาคารอารมณ์ คิดชื่อเอง เปิดตัวท่ามกลางการคัดค้านจากกระแสสังคมยุคนั้น แต่ดิฉันไม่สน เพราะมันเป็นสัญลักษณ์สื่อให้กลุ่มเวิลด์แบงก์เขารู้ เพราะก่อนจะมาประชุมเขาต้องส่งเจ้าหน้าที่มาสำรวจก่อน 4-5 เดือน ระดับมหาเศรษฐีของโลกก็จะมาดูว่าจะใช้เงินอย่างไร"

"พอดีวันนึงไปงานศพของปาน บุนนาค เจอนักข่าวถามพี่อ้อยตอนนี้มีโครงการจะทำอะไรเลยตอบไปว่า พี่จะทำธนาคารอารมณ์ ให้คนอารมณ์ไม่ดีมาฝาก..."

แม้ข่าวคราวจะหายไปจนหลายคนลืมไปแล้ว แต่ "อ้อย บีเอ็ม" ยืนยันว่าเธอไม่ได้หายไปไหน แค่ผันตัวไปอยู่เบื้องหลัง คอยเป็นที่ปรึกษา ที่น่าสนใจก็คืองานของเธอ ณ ปัจจุบันนั้นพัฒนาไปเป็นระดับชาติ ระดับสากล แล้ว

"ในชีวิตไม่เคยคิดเลิกจากวงการนี้ จะหยุดก็ต่อเมื่อหัวใจหยุดเต้น" (อ่านบทสัมภาษณ์ทั้งหมดได้ที่ (“ดิฉันเป็นผู้เจียระไนอัญมณีที่มีชีวิต”)


กำลังโหลดความคิดเห็น...