xs
xsm
sm
md
lg

นี่เราไม่ได้คุยกันหรือ? “โทนี่” เสียใจ “หลิน” ปูดเรื่องมือที่สามออกสื่อ ทั้งที่ควรเป็นคนที่เข้าใจดีที่สุด!

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“โทนี่” พูดชัด “แก้ว จริญญา” แค่เพื่อน ไม่มีโอกาสพัฒนา บอกชอบในความเป็นเขาแต่ไม่เคยมองในเชิงชู้สาว ขอเรียนรู้วิถีหนุ่มโสดอีกสักพัก รับเสียใจ “หลิน” แฟนเก่าปูดเรื่องมือที่สามออกสื่อ ทั้งที่ีควรเป็นคนที่เข้าใจดีที่สุด พ้อนี่เราไม่ได้คุยกันหรือ ออกตัวแค่ซื่อสัตย์กับความรู้สึก กล้าพูดก่อนและกล้าเดินออกมา หลังจากนี้จะมีใครไม่ใช่มือที่สาม



โสดได้ไม่นาน แต่พัวพันสาวๆ หลายคน สำหรับ “โทนี่ รากแก่น” ล่าสุด “แก้ว จริญญา ศิริมงคลสกุล” เป็นอีกคนที่ถูกจับตา เพราะสนิทสนมกันมาก โดยหนุ่มโทนี่เผยระหว่างมาร่วมงานแถลงข่าว GMMTV Series 2019 WONDER THIRTEEN เปิดตัว 13 ซีรีส์เรื่องใหม่จาก GMMTV @ GMM LIVE HOUSE ชั้น 8 ณ เซ็นทรัลเวิลด์ ว่าอีกฝ่ายเป็นได้แค่เพื่อน ไม่มีโอกาสพัฒนา ก่อนเผยความเสียใจ กรณี “หลิน มชณต สุวรรณมาศ” แฟนเก่าตอบเรื่องมือที่สาม ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ และไม่มีอะไรให้ดรามาสักนิด

กับแก้วความสัมพันธ์ไม่ได้เป็นยังไงนะครับ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันข่าวมาได้ไง คือเรารู้จักกันอยู่แล้วในฐานะเพื่อน มันไม่ได้มีอะไรไปมากกว่านั้น อีกอย่างผมก็ไม่ได้ตามข่าวเลยด้วย เรามีความเป็นแก๊ง เป็นเพื่อนกัน ไปเที่ยวด้วยกันได้ ไปไหนมาไหนด้วยกันได้”

บอกถ้ารู้ข่าวคงอึดอัด แต่ไม่ได้ตามข่าว
ถ้ารู้เรื่องก็จะอึดอัดมั้งครับ ไม่รู้เหมือนกัน เพราะผมไม่ได้ตามข่าวเลย โอกาสพัฒนาไม่มีครับ ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร อาจจะเพราะเรามีความเป็นเพื่อน เป็นแก๊งกันอยู่มั้งครับ”

ชอบความเป็นแก้ว แต่ไม่เคยมองในเชิงชู้สาว
เอาจริงๆ แล้วนะ ผมมองว่าผมก็ชอบความเป็นเขา แต่เราไม่เคยมองกันในเชิงนั้น ไม่มีครับ พอมีข่าวออกมาเวลาจะไปไหนด้วยกันจากนี้ก็คงปกติครับ เพราะมันไม่ได้มีเรื่องราวอะไรเสียหาย”

ที่ผ่านมามีแฟนตลอด อยากเรียนรู้วิถีหนุ่มโสด ไม่ต้องเอาความรู้สึกไปวางกับใคร
“ไม่มีครับ ยังโสด ไม่ได้คุยกับใครเลย ผมอยากเรียนรู้ความรู้สึกตอนนี้ครับ เพราะที่ผ่านมาเราค่อนข้างปล่อยให้ตัวเองมีแฟนตลอด ยังไม่เคยใช้ชีวิตโสดเลย ไม่ใช่ว่าเราอยากจะคุยกับใครก็ได้นะ แต่เราอยากจะแข็งแรงด้วยตัวเองก่อน ไม่ต้องเอาความรู้สึกตรงนี้ไปวางไว้กับใครจนเกินไป”

“ระหว่างโสดกับมีแฟน แรกๆ ก็มีความต่างอยู่แล้ว แต่เราก็พยายามดึงตัวเอง ดูแลตัวเอง มีอะไรหลายๆ อย่างที่ได้ทำเพิ่มขึ้น หลังจากที่เมื่อก่อนพึ่งพาคนอื่น ตอนนี้ก็ทำด้วยตัวเอง เราไม่อยากมองอะไรไปในทางด้านลบเลย อยากปล่อยให้เป็นธรรมชาติไปแบบนี้”

ไม่ได้คุยกับ “หลิน” แฟนเก่า เห็นผ่านๆ เรื่องข่าว “ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์”
“ไม่ได้คุยเลยครับ ส่วนที่เขามีข่าวกับซันนี่ ก็เห็นผ่านๆ รู้สึกว่าในเมื่อทุกอย่างมันเกิดขึ้นแล้ว ต่างคนต่างใช้ชีวิตที่ดีขึ้น เขามีงานที่ดี ดูมีความสุข เราเองก็มีหน้าที่การงานที่โฟกัสได้ สุดท้ายผมมองว่าก็น่าจะเป็นการตัดสินใจที่ดีของทุกฝ่าย ผมมองว่าเรื่องนี้ทุกคนเคยมีประสบการณ์ คล้ายๆ กัน แบบเราได้อยู่กับคนๆ หนึ่งแล้วเราก็ได้ศึกษาแล้ว กลายเป็นว่าเรามองว่าความถูกต้องในตอนนั้นคือเราต้องรับผิดชอบกัน”

“แต่พอเอาจริงๆ แล้วพอเราอยู่มาอย่างนั้นมา 1 ปี ด้วยความรู้สึกว่ามันคือความถูกต้อง เราก็คิดว่าเราต้องดูแลต่อไป เพราะเรามาใช้ชีวิตด้วยกัน มารู้จักกันมาสนิทกัน แต่พอใช้ชีวิตมาปีหนึ่งเรารู้สึกว่าความรู้สึกถูกต้องก็คือเราต้องซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเองหรือเปล่า มันเลยทำให้เรากล้าที่จะคุยกันเรื่องนี้ เรารู้สึกว่าในวันนั้นที่เราคุยกัน มันเป็นเรื่องของเราสองคน ซึ่งเขาเองก็คิดแบบเดียวกัน ก็เลยรู้สึกว่าก็แปลกเหมือนกันที่อยู่ดีๆ มีเรื่องมือที่สามเยอะแยะมาก เราก็งงว่าทำไมเป็นอย่างนั้น แต่ก็ไม่เป็นไร ก็คงเป็นธรรมชาติของมัน ที่เวลาเราอยู่ท่ามกลางสปอร์ตไลท์”

เป็นเรื่องของความรู้สึกไม่ใช่เรื่องของมือที่สามเข้ามาเกี่ยวข้อง เสียใจกับสิ่งที่อีกฝ่ายตอบออกสื่อ 
“ไม่มีเลยครับ เอาตรงๆ นะหลังจากที่เราฟังสัมภาษณ์เขาล่าสุดเราก็รู้สึกเสียใจนิดนึงนะ ที่ว่ามีคำพูดหลายๆ อย่าง ที่ทำให้รู้ว่าเราไม่ได้คุยกันหรือ เพราะตอนที่เราคุยกันเราก็คุยกันแค่ 2 คน เขาเป็นคนที่เข้าใจดีที่สุดด้วยซ้ำว่าในวันนั้นเรื่องมันเกิดขึ้นมาแบบเป็นปีแล้ว ที่ทำให้เราต้องแยกกัน เขารู้ดีที่สุดว่ามันคืออะไร แล้วการที่เราใช้ชีวิตแบบนั้นมานาน เราก็อยู่ด้วยความเข้าใจกัน โอเคนี่คือความถูกต้อง ต้องอยู่ด้วยกันต่อไป”

“แต่ ณ วันที่แบบ เขาอาจจะงงแบบที่เขาว่าจริงๆ เพราะว่าเราก็ได้เรียนรู้จริงๆ ว่าในเมื่อความรู้สึกมันเป็นแบบนี้ พอเราลองมองว่าความเป็นจริง ถ้าเราลองซื่อสัตย์กับความรู้สึกนี้ แล้วกล้าที่จะพูดการคุยกัน ผมเชื่อว่ามีหลายคู่เคยตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ ผมไม่ได้ว่าใครดีกว่าใครนะ แค่มันถึงจุดเรื่องความเข้าใจมันคนละแบบ แต่แค่กล้าเดินออกมา หรือไม่กล้าเท่านั้นเอง”

หลังจากนี้จะมีใคร ก็ไม่ใช่เรื่องมือที่สามแล้ว
“ในวันนั้นเราอาจเป็นคนตัดสินใจพูดก่อน แต่สุดท้ายมันเป็นเรื่องของเราที่คุยกัน แล้วเราก็เข้าใจกันในที่สุด ผมมองว่ามันไม่จำเป็นที่จะต้องมีเรื่องดรามา แล้วหลังจากนี้ถ้าใครจะมีใครก็ไม่ใช่เรื่องของมือที่สามแล้ว เพราะต่างคนต่างเข้าใจสิ่งนี้ ผมคิดว่าคู่เราน่าจะเป็นตัวอย่างให้คนอื่นได้ว่าในวันหนึ่งเรากล้าที่จะพูด คุยกันตรงๆ ก็แล้วกันว่าความรู้สึกเป็นแบบนี้ ให้เราทำอย่างไรดี”

“ผมขอไม่พูดถึงรายละเอียด เขาบอกเองว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องของเราสองคนคุยกัน เขาเข้าใจผมผิดมั้ย ไม่รู้เหมือนกัน ไม่แน่ใจว่าทำไมออกมาเป็นรูปแบบนั้นเพราะว่าในวันที่เราคุยกันก็คือเข้าใจ”

(ติดตามทุกข่าวสารในแวดวงบันเทิงทั้งหมดได้ที่ https://mgronline.com/entertainment)




กำลังโหลดความคิดเห็น...