xs
xsm
sm
md
lg

เปิดใจ "ย้ง ทรงยศ" ในวันที่ "เลือดข้นคนจาง" กระแสดีแต่เรตติ้งไม่มา

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


แม้ภาพที่ออกมาจะไม่เด่นชัดมากนัก แต่ต้องยอมรับว่าปัจจุบันละครไทยหาได้ยึดติดกับเนื้อหาและการนำเสนอในรูปแบบเดิมๆ อีกต่อไปแล้ว ที่เด่นชัดที่สุดก็เห็นจะเป็นในส่วนของช่อง ONE ที่มีละครหลากหลายแนวออกมาให้เลือกเสพ

โดยเฉพาะที่เป็นที่พูดถึงกันเป็นอย่างมากในตอนนี้ก็เห็นจะเป็น "เลือดข้นคนจาง" ละครในแนวเมโลดราม่าเชิงสืบสวนสอบสวน ที่กำกับโดย "ย้ง ทรงยศ สุขมากอนันต์" ซึ่งว่าด้วยเรื่องราวความบาดหมางของคนในตระกูลกระทั่งนำมาซึ่งการฆาตรกรรมลูกชายคนโตซึ่งเป็นผู้เป็นผู้นำธุรกิจครอบครัว

"ตอนนี้ฟีคแบคดีมากเลยครับ ก็เลยตื่นเต้น และเกร็งมาก คุ้มค่ากับการไปขอเวลามา..." ผู้กำกับชื่อดัง "ย้ง ทรงยศ" เผยถึงกระแสตอบรับต่อผลงานที่ตนเองรับผิดชอบ

"พอคนคาดหวัง ความคาดหวังมันน่ากลัวแต่เราแฮปปี้ ไม่อยากให้คนดูผิดหวัง พอมันมีกระแส คนดูเก็บรายละเอียด มันเลยทำให้เราเอาฟีคแบคนั้นกลับมาตัดต่อตอนต่อไป พยายามทำให้มันเรียบร้อย พอมันมีฟีคแบคกลับมา มันทำให้เรารู้ว่าคนดูกำลังสนใจอะไร เลยทำให้การที่เรามาตัดต่อมันเป็นการกำกับคนดู"

"พอเขาสนใจสิ่งนี้เราก็ไปสนุกกับการตัดต่อ ซึ่งเราทำแบบนี้มาตั้งแต่ฮอร์โมน การตัดต่อแบบนี้มันเป็นการเช็คความรู้สึกคนดู คนดูสนใจอะไร เป็นสิ่งที่เรารู้แล้วว่าเราจะขยี้อะไร เราจะเน้นอะไร จะหลบอะไร จะเปิดเผยอะไร ทุกตอนมีการแก้แล้วแก้อีก เราส่งงานสัปดาห์ต่อสัปดาห์ครับ ซึ่งก็เสียวอยู่กลัวจะส่งไม่ทันเหมือนกัน(ยิ้ม)"

"อย่างตอนที่เราเขียนบท หรือตอนที่เรากำกับ เรารู้แล้วว่าคนดูจะเห็นใจภัสสร แต่เราไม่คิดว่าคนจะเห็นใจภัสสรขนาดนี้ อะไรก็ตามที่เล่นกับความรู้สึกคนดู คนดูจะสนุก พลังหญิงเห็นใจลูกผู้หญิง เราจะขยี้และเน้นพาร์ทนี้ เอาความรู้สึกออกมาให้ชัด เพราะคนมีอารมณ์ร่วมกับตัวละคร"

"ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ดี และการทำละครนั้น ฟีคแบคจากคนดูจะดีหรือลบ มันคือฟีคแบคที่ดีของคนทำงาน ถ้าเกิดฟีคแบคอะไรก็ตามในงาน มันเป็นหนึ่งบทเรียนที่เราจะต้องกลับมาเรียนรู้ บางอย่างเราไม่เห็น หรือมันหลุดรอด ซึ่งการที่คนดูมาสนใจในรายละเอียดของเราหรือดีเทลมันเป็นการดี"

"ไพร์มไทม์" ช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความรับผิดชอบ
"จริงๆ อย่างที่บอกไปว่าฟีคแบคมันเกินคาด เพราะเป็นครั้งแรกที่ลงมาทำละคร และพี่บอย (ถกลเกียรติ วีรวรรณ) ก็ให้เวลาไพร์มไทม์ ฟีคแบคเรื่องนี้ในเฟสบุ๊คทั้งเพื่อนแม่ เพื่อนพ่อ เพื่อนเก่า และวัยรุ่นก็ให้ความสนใจก็ถามว่าใครเป็นคนฆ่าประเสริฐ ทำให้เรารู้สึกตื่นเต้น มันเหมือนตอนทำแฟนฉัน ใครๆ ก็ดู เพราะมันแมสที่สุดเท่าที่ทำมา"

"อย่างที่บอกว่าวันที่เรากล้าหน้าด้านเข้าไปขอพี่บอย ขอเวลาไพร์มไทม์ 3 ทุ่มของพี่บอย คือไม่รู้จริงๆ ว่า พี่บอยไม่เคยให้ใคร เพราะช่วงนี้มันมีเรตติ้ง คนทำละครช่องต้องเข้าใจว่าละครแบบไหนคนจะดู ถ้าเอาให้คนอื่นทำ อาจจะไม่รู้ว่าละครช่วงนี้ควรทำแบบไหนมันเลยเป็นเหตุผลที่ช่องจะต้องทำละครช่วงเวลานั้นเอง"

""ซึ่งเราก็ซื่อมากเลย เดินเข้าไปขอ เพราะก่อนหน้านี้เราเคยทำซีรี่ย์ตอนเวลา 4-5 ทุ่ม เราก็เลยอยากจะขอทำเวลา 3 ทุ่มบ้าง ซึ่งพี่บอยไม่ปฏิเสธ แต่ก็บอกว่ามันมีกติกา บอกว่ามันต้องมีเรตติ้ง น้องห้ามทำเรตติ้งพี่ตก เพราะว่าพี่ไม่เคยให้ใคร ถ้าน้องฟังแล้วสนใจก็ไปทำเป็นการบ้านมา"

"ผมมองว่ามันเป็นโจทย์ที่ท้าทายเรา พอฟังพี่บอยพูดถึงความยาก รู้สึกไฟมันลุก อยากลองมาทำละครที่สื่อสารกับคนทั่วไปและแม่เราดูได้”

รับเครียดเพราะแม้กระแสจะดีแต่เรตติ้งกลับไม่มา
"ก็จะเครียดนิดนึง พี่ๆ ก็จะคอยปลอบใจ เราพยายามศึกษาหาเหตุผลกับมัน อาจจะเป็นเรื่องตารางเวลาออกอากาศที่ยังไม่ชัด พูดเวลาไม่ชัด เราเคยทำละครอาทิตย์ละครั้ง ก่อนหน้านี้คนดูอาจจะเป็นอีกกลุ่มนึง เราต้องพูดโปรโมทให้ชัด ว่ามี 2 วัน และเวลาไม่ตรงกันเพราะวันศุกร์จะออนแอร์เวลา 20.45 น. และวันเสาร์เวลา 20.10 น. อยากให้คนมาดู"

"แต่ทั้งหมดก็กลับมาที่เนื้อละครของเรา ต้องทำให้ละครสนุกเพื่อให้คนบอกต่อ ซึ่งแฟนละครส่วนใหญ่เป็นคนดูออนไลน์ แต่นั่นมันไม่ใช่เหตุผลที่จะบอกว่าเรตติ้งไม่ดี แต่ก็เป็นหน้าที่ของเราที่จะทำให้คนดูรู้สึกว่าต้องดูสด ดูก่อน ไม่งั้นจะไม่ทันคนอื่น แต่เพราะปัจจุบันคนดูเวลาการทำงานไม่ทันดูสด เรารู้ว่ามันมีออนไลน์ มีรีรัน รอดูเวลาที่มันสะดวก"

"แต่พอเราทำละคร มันคือหน้าที่เราที่จะทำให้คนมาดูสด ทำเรื่องให้สนุก ปล่อยสปอต ปล่อยภาพนิ่งออกมา ที่คนด่าว่าขยี้อยู่นั่นแหละออกมา และแม้เรตติ้งจะยังไม่ขึ้น แต่พี่บอยก็ยังไม่ได้พูดอะไร พี่บอยคงสงสารเลยยังไม่พูดอะไร (หัวเราะ) พี่ๆ ทางช่องวันก็จะมาบอกว่าให้ทำแบบนี้ ลองตัดต่อให้กระชับ ต่างคนต่างแนะนำ แต่พี่บอยยังไม่พูดอะไร"

"ซึ่งมันก็มีน้องที่ทำงานบอกว่าคนดูพูดถึงขนาดนี้ ไม่ต้องกังวลเรื่องเรตติ้ง คือในพาร์ทของงานเรามันโอเคแล้ว แต่ในเรื่องของเรตติ้งมันไม่ใช่ จะไม่ให้กังวลหรือไม่เครียดก็คงเป็นไปไม่ได้ พี่บอยให้เวลานี้กับเรา เราต้องรับผิดชอบมัน ก็เชื่อว่าถ้าเราพยายามทำให้มันสนุก เชื่อว่ามันต้องมา"

หลายคนสงสัยว่าพล็อตเรื่องเอามาจากเรื่องจริงของ “ตระกูลธรรมวัฒนะ” จริงหรือ?
"จริงๆ เรื่องนี้ไม่ได้เอามาจากเรื่องเหตุการณ์จริงที่เกิดเรื่องในครอบครัวใดครอบครัวนึงเลย อันนี้คือความจริง แต่เริ่มต้นเราไม่ได้อยากเล่าเรื่องฆาตกรรม ใจอยากเล่าเรื่องครอบครัว เรื่องคน เรื่องความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว คือสิ่งที่เข้าถึงได้ง่าย อันนี้คือจุดเริ่มต้น ว่าทำไมคนในครอบครัวทำไม่ดีต่อกันได้ ทำไมฆ่ากันได้"

"ก็เลยเริ่มศึกษาเหตุการณ์จริง ความเป็นคนแต่ละเหตุการณ์ มีที่มา มีที่ไปอย่างไร อ่านข่าว ติดตามข้อมูล เอามาจากหลายๆ คดีแล้วเอามากองรวมกันสร้างเป็นละครเลือดข้นคนจาง เพราะถ้าคนในครอบครัวธรรมวัฒนะมาดูเค้าจะรู้ว่ามันไม่ใช่ แต่ว่าเรื่องตัวละครอาจจะมีใกล้เคียงกันตรงเป็นครอบครัวใหญ่และมีเขยเป็นตำรวจ แต่สตอรี่มันไม่ใช่เลย"

"ใครฆ่าประเสริฐ" หนึ่งในประโยคไวรัลของละครเรื่องนี้ ซึ่งทางผู้กำกับเองก็ยืนยันว่ายังไงเรื่องนี้ ประเสริฐจะต้องไม่ตายฟรี และจบมีตัวฆาตกรแน่นอน..."ถ่ายเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราแค่เอามาตัดต่อเรียกความสนใจของคนดู เราขยี้สิ่งนั้น บทเสร็จเรียบร้อยตั้งแต่ต้นแล้ว ตัวฆาตกรมีอยู่จริง"

"เราก็ถ่ายทำกันตามปกติ ครบถ้วนหมด แต่ตอนตัดต่อมันเป็นแค่ความต้องการที่จะให้เห็นมุมไหนเห็นดีเทลอะไรบ้าง จริงๆ การตัดต่อเป็นอีกนึงการกับกับหรือควบคุมความรู้สึกของคนดูครับ ตอนนี้คนดูอยู่ในกำมือเรา (หัวเราะ)"

สรุปใครฆ่าประเสริฐ?
"คนนึงในโปสเตอร์นั่นแหละ ลองดูกันนะครับ มีตอนจบเหมือนละครทั่วไป คนที่กระทำคือคนที่มีแรงจูงใจที่สุด ถ้าอยากรู้ว่าใครทำก็ไปดูจะได้รู้ว่าใครมีแรงจูงใจที่สุด..."


กำลังโหลดความคิดเห็น...