xs
xsm
sm
md
lg

“เต๊ะ” ขอเมียเก่าคืนดี แต่ฝ่ายหญิงไม่เอาด้วย โอดขอแค่ใครสักคนเข้าใจอารมณ์แปรปรวนจากโรคซึมเศร้า

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“เต๊ะ ศตวรรษ” อัปเดตสถานะล่าสุดคือโสด รับถอดใจเรื่องชีวิตคู่ แย้มเคยกลับไปง้อขอคืนดีอดีตภรรยาแต่ถูกปฏิเสธ ตอนนี้ไม่มีสเปกสาว ขอแค่เข้าใจอารมณ์แปรปรวนของตนจากการเป็นโรคซึมเศร้าก็เพียงพอแล้ว เผยเคยคิดฆ่าตัวตายมาหลายครั้งแต่นึกถึงหน้าพ่อแม่จึงไม่ทำ



หย่าเมียชาวไต้หวันมาได้หลายปี กลับมามีแฟนและตอนนี้สเตตัสล่าสุดคือโสด ทำเอาหนุ่ม “เต๊ะ ศตวรรษ เศรษฐกร” เริ่มจะถอดใจกับความรัก ด้วยอายุที่มากขึ้น และการทำงานเบื้องหลังทำให้ส่งผลต่อการบริหารเวลา ผู้สื่อข่าวมีโอกาสเจอหนุ่มเต๊ะที่งาน MONO GROUP: UNIVERSE OF ENTERTAINMENT 2019 เปิดจักรวาลแห่งความบันเทิง ณ โมโน ทเวนตี้ไนน์ สตูดิโอ เจ้าตัวยอมรับว่าเคยกลับไปง้อขอคืนดีอดีตภรรยาแต่ถูกฝ่ายหญิงปฎิเสธ

“จริงๆ ผมหย่าไปแล้ว และเคยมีแฟน แต่ว่าตอนนี้ผมโสดครับ โสดมาสักพักใหญ่ๆ แล้ว แต่ถามว่าผมได้เปิดใจให้ใครมั้ย จริงๆ ก็มีคนที่แอบชอบอยู่เหมือนกัน ซึ่งเขาไม่รู้ตัวหรอก (หัวเราะ) เป็นสาวไทยที่แหละ และเขาก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมเป็นใคร ขอแค่ดูอยู่ห่างๆ และแอบปลื้มก็พอ เพราะผมเองก็มีงานที่รัดตัวอยู่เหมือนกัน แถมยังไม่พร้อมที่จะกลับไปเจอปัญหาเดิมๆ ด้วย คือถ้าหากเราไม่ได้ทำงานในสภาวะปกติเหมือนคนทั่วไป หรือการทำงานเบื้องหลัง ที่ถึงแม้เสร็จงานหน้ากองแล้วก็ยังนอนไม่ได้ มันเลยเป็นอะไรที่ยากครับที่จะสามารถหาคนมาเป็นคู่ชีวิตเราได้ ซึ่งจริงๆ ผมก็แอบถอดใจแล้วด้วย อายุก็เพิ่มขึ้นทุกวัน ดังนั้นถ้ามันยังนิ่งๆ แบบนี้ก็คงต้องปล่อยไป”

“ผมไม่เข็ดกับความรักนะครับ ทุกวันนี้ที่บ้านของผมก็ยังเรียกร้องให้ผมกลับไปคืนดีกับภรรยาเก่า เพราะทั้งสองบ้านเราสนิทกันมาก ซึ่งจริงๆ เดี๋ยวสิ้นเดือนนี้ผมก็ต้องบินกลับไปเจอเขา เนื่องจากเรามีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกันในช่วงที่ใช้ชีวิตคู่ คือทุกวันนี้เราก็ยังติดต่อกันอยู่ แต่ถามว่าเรายังทักกันทุกวันนี้ ก็ยังทักกันอยู่นะ แต่ยังคงเป็นในสถานะเพื่อนกัน ผมก็เคยแอบถามเขาอยู่เหมือนกันครับว่าจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมมั้ย แต่เขาก็บอกว่าเป็นแบบนี้ก็ดีแล้ว เราก็เลยตัดสินใจว่าคุยกันแบบนี้ดีกว่า

ลั่นตอนนี้ไม่มีสเปกสาว ขอแค่เข้าใจอารมณ์แปรปรวนของตนจากการเป็นโรคซึมเศร้าก็เพียงพอแล้ว
“ตอนนี้ไม่มีสเปกแล้วครับ (หัวเราะ) ขอแค่เขาเข้าใจงานของเรา และมีสิ่งหนึ่งที่รู้สึกว่ามันเพิ่มเข้ามาในชีวิตนั่นก็คือ ผมค่อนข้างมีความรู้สึกแปรปรวนเกี่ยวกับอารมณ์เยอะอยู่เหมือนกัน ซึ่งผมต้องขออนุญาตเท้าความนิดหนึ่งว่าจริงๆ แล้ว ผมเป็นผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ที่รักษาตัวเองมานานกว่า 4 ปีแล้ว แต่โรคซึมเศร้าไม่ได้เป็นโรคที่น่ากลัวนะครับ เพราะถ้าหากเรารู้ตัว เราก็จะได้รับคำปรึกษาเร็ว แต่พอผมต้องมาทำงานเบื้องหลัง ความกดดันก็สูงขึ้น ซึ่งบางทีผมกลับบ้านมา ผมก็จะมีอาการซึมเศร้า ดังนั้นถ้าหากมีใครมาอยู่กับผมและต้องเจอผมในสภาพแบบนั้น ผมก็ไม่เอาดีกว่า”

รับเคยมีอาการดิ่งสุดคือไม่อยากอยู่บนโลกใบนี้หลายต่อหลายครั้งแต่ก็รอดพ้นมาได้เพราะคิดถึงหน้าพ่อแม่
ซึ่งตอนนี้ผมก็ยังคงมีอาการโรคซึมเศร้าอยู่ และก็มีกลุ่มเพื่อนๆ ที่เป็นกันหลายคน ซึ่งมันก็จะเป็นกลุ่มเล็กๆ ที่คอยช่วยกันให้คำแนะนำกัน เนื่องจากคนอื่นๆ จะไม่เข้าใจว่าโรคซึมเศร้าคืออะไรเคยแย่ที่สุดคือเป็นช่วงที่รู้สึกไม่อยากอยู่บนโลกแล้ว ผมเคยผ่านช่วงเวลาแบบนี้มาหลายรอบเหมือนกัน ยอมรับว่ามันมีโมเมนต์ที่จะเกิดอะไรไม่ดี”

“แต่สุดท้ายก็เห็นหน้าพ่อกับแม่ตลอด และอย่างที่บอกพอผมมีกลุ่มเพื่อนๆ ที่ป่วยโรคนี้เหมือนกัน เราก็จะได้คุยกันเตือนกันว่าถ้าหากผ่านวันนี้ไปได้ มันก็จะดีเอง ตอนนี้ยังต้องทานยาเหมือนเดิมครับ ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ เว้นเสียแต่ว่าไปเจออะไรที่มันกระทบกับความรู้สึกเราแรงๆ ก็จะต้องดูแลกันอีกที ซึ่งมันก็เป็นหนึ่งที่ทำให้ผมรู้สึกว่าถ้าผมมีแฟนมันอาจจะไม่โอเค เพราะถ้าหากเราแย่ เราก็อาจจะทำให้คนที่อยู่ใกล้ๆ รู้สึกแย่ตามไปด้วย แต่อย่างที่บอกโรคซึมเศร้าไม่ได้เป็นโรคที่น่ากลัว และตัวผมเองก็ไม่ได้มีภาวะคิดมากอะไร นอกจากแค่คิดฟุ้งซ่านปกติเกี่ยวกับเรื่องงาน มันก็มีสิทธิ์หายๆได้”

(ติดตามทุกข่าวสารในแวดวงบันเทิงทั้งหมดได้ที่https://mgronline.com/entertainment)