xs
xsm
sm
md
lg

เมื่อคนขายเบียร์หันมาขายเพลง และโอกาสของผู้ชายชื่อ "JEEP"

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


แม้จะไม่รู้ผลลัพธ์ แต่เมื่อสิ่งที่เรียกว่า "โอกาส" เข้ามา น้อยครั้งเหลือเกินที่ชายชื่อ "เทพอาจ กวินอนันต์" จะปล่อยผ่าน

หลายปีก่อน บางคนอาจจะรู้จักเขาในฐานะนักธุรกิจหนุ่มบนเก้าอี้ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท บริวเบอรี่ จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย เบียร์ชั้นนำจากต่างประเทศหลากหลายยี่ห้อ รวมไปถึงบริษัท ฮอบส์ อินเตอร์เนชั่นแนล โฮลดิ้ง

ไม่นานมานี้ บางคนอาจจะได้รับรู้ถึงการเข้าไปร่วมถือหุ้นเป็นหนึ่งในผู้บริหารค่ายเพลง LOVEiS ร่วมกับ "บอย โกสิยพงษ์"...ทว่าจากนี้ไปเชื่อว่าอีกบทบาทของเขาในการเป็นศิลปินคงจะเป็นที่จดจำของใครหลายคนอย่างแน่นอน
...
ภาคผู้บริหาร
"จริงๆ รู้จักพี่บอยเป็น 10 ปีแล้วครับ จนเมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว พี่นภ (นภ พรชำนิ) โทรมาบอกว่าพี่บอยเหนื่อยๆ ล้าๆ ไม่อยากทำแล้ว อยากให้ผมทำ ผมเลยบอกว่า ไม่ได้พี่ ปล่อยให้เพลงพี่บอยหายไปจากโลกไม่ได้..." ผู้บริหารหนุ่มเล่าถึงจุดเริ่มต้นในการเข้ามาบริหารค่ายเพลง และแน่นอนว่ามันคือ "โอกาส" อีกครั้งที่เจ้าตัวไม่สามารถจะปล่อยผ่านไปได้

"พี่นภแกเลยจับผมไปเจอกับพี่บอย โอเค งั้นเรามาทำร่วมกัน โดยแยกพาร์ทธุรกิจหรือพาร์ทบริหาจัดการออกมา พี่บอยก็ดูแลเรื่องทำเพลง แต่งเพลง ดูแลเรื่องสิ่งสวยงามเหล่านั้นไป ก็คือมาฟีเจอริงกันจริงคือเมื่อ 2-3ปีแล้ว แต่เริ่มทำแบบจริงๆจังๆ ก็ตั้งแต่ 1 มกราที่ผ่านมา ตอนนี้ก็ประมาณ 8 เดือน"

มองเห็นอะไรใน LOVEiS ทั้งๆ ที่คนอื่นๆ เริ่มถอดใจกับการทำงานเพลงในระบบค่ายเพลงไปแล้ว
"ด้วยบุคลากรที่มี ด้วยทั้งหมดที่ LOVEiS มี มันมีคุณค่าเหลือเกินเพียงแต่ว่าอาจจะไม่ได้หยิบยกออกมาทำให้เกิดเป็นเม็ดเงินมากขึ้นด้วยกำลังคน ด้วยทุกๆ อย่าง ณ วันนั้นยังไม่พอ แต่เรามองจากของนอกเรารู้สึกว่ามันทำอะไรได้มากกว่านี้เยอะ คือเรื่องหาตังค์ก็ส่วนนึง เรื่องทำให้โลกมันดีขึ้นยิ่งดีใหญ่ ก็เลยโอเคเข้ามาทำ"

"จริงๆ LOVEiS เป็นค่ายที่มีเพลงที่มหัศจรรย์เหลือเกิน เพียงแต่ว่าเรามาจัดการให้มีรูปแบบมากขึ้น และใช้คำว่าเราอยู่แบบแฟมีลี่ แค่เอคติ้งแบบโปรเฟสเชอนอล คือมีความเป็นครอบครัวมากๆแต่ถึงเวลาทำงานคือเต็มที่กับงาน ไม่ได้คาดหวังจะไปขนาดใหญ่ แต่อยากเป็นข้างบนของขนาดกลาง"

ตอนนี้ LOVEiS มีความเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้างแล้ว?
"ตอนเข้ามาผมเอาระบบเข้ามา เอาเรื่องคนเข้ามา เป็นคนที่ถนัดในด้านต่างๆ เราเปลี่ยนจาก LOVEiS เป็น LOVEiS Entertenment เปิออันใหม่ขึ้นมาเลยเพื่อให้เหมือนกดปุ่มรีสตาทใหม่ คือทีมเดิมก็ยังอยู่แต่มีทีมใหม่เข้ามาผสม จัดระบบให้มันดีขึ้น มีหน่วยงานมีแผนกต่างๆ ที่มันซับพอร์ตกันได้มากขึ้น"

"ดูแลตั้งแต่หน้าผมยันไปดูแลถึงที่ของศิลปินต่างๆ ทำเพลงมีไทม์ไลน์ ทุกอย่างชัดเจน เช่นเรามีการเซ็นสัญญาคุณอุ๋ย บุดด้าเบลสเข้ามา ทำงานประจำเลย คุณอุ๋ยก็จะดูแลในแนวเพลงแร็พ แจ๊สก็จะเป็นคุณนภ พรชำนิ ส่วนเพลงป็อปก็จะเป็นคนนี้ๆ ดูแล คือแบ่งแยกไปแต่ละแนวเพลงเลย"

"ก็ค่อยๆ ดีขึ้น ปีหน้าจะเห็นชัดกับสิ่งเปลี่ยนแปลงต่างๆ ปีนี้เราถือว่าเป็นซักซ้อมค่อยๆ ทำให้ภาพชัดขึ้น ศิลปิน หรือคนเบื้องหน้าเบื้องหลัง ให้ภาพมันชัดขึ้น ได้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลง พอเขามั่นใจ จะขยับทิศทางไหนคือทุกคนพร้อมหมด"



ภาคศิลปิน
...ไม่ว่ามัน เป็นเพราะใคร ทำให้เป็นอย่างนี้ ฉันก็พร้อม จะเข้าใจ ไม่ว่าจะมีเหตุผลอะไร แค่กลับมาตอนนี้ ไม่เป็นไร...ส่วนหนึ่งของท่อนฮุคจาก "โอกาส | CHANCE" ผลงานซิงเกิลแรกของผู้บริหารหนุ่มที่เจ้าตัวระบุว่าไม่คิดเหมือนกันว่าจะต้องมาลงสนามด้วยตนเอง

"วันแรกที่คิดคือมาบริหารจัดการอย่างเดียว แต่ก็โดนคำสั่งจากพี่บอยเนี่ยแหละไปลองร้องด้วย เราต้องหัดทำจะได้รู้ว่าศิลปินจริงๆ เขาคิดอะไร ความยากลำบากของแต่ละเพลงเป็นอย่างไรกว่าจะออกมาได้ 1เพลง คนอาจจะมองแค่มีนักร้องกีต้าร์ คีย์บอร์ด แต่ความเป็นจริงบางทีต้องใช้มากถึง 40-50 ชีวิต ถึงจะได้ออกมา 1 เพลง"

"จริงๆ ก็เคยร้องอยู่ข้างนอก ตาบผับ ที่ไปร้องจริงๆ ก็ไม่ได้ตั้งใจไปร้องหรืออะไร คืออยากรู้ว่าคนในค่ายเราเคยเป็นนักร้องตามผับที่ได้เงินวันละ 600-800 เป็นยังไง ใช้ชีวิตอยู่อย่างไง ก็เลยแอบไป ไม่มีใครรู้ ก็ร้องมาเรื่อยๆ 2 ปีจนคิดว่าเข้าใจ แต่พอมาร้องจริงๆ อยู่ในห้องอัดมันคนละโลกเลย"

ประสบการณ์ข้างนอกแทบไม่ช่วยอะไร
"วันแรกที่เข้าไปอัดใช้ไม่ได้เลย ศูนย์เปอร์เซ็นต์ พี่ไก่ (สุธี แสงเสรีชน) ก็เลยบอกให้เราพัก 20 วัน ไปเรียนร้องใหม่แล้วมาเจอกัน ร้องจริงๆมันยากนะเราเคยร้องแล้วมีคนฟังมันเฮฮา แต่พอเข้าห้องอัดจริงๆ เราต้องอยู่กับตัวเอง ประโยคควรร้องให้เขาฟัง ประโยคนี้ควรร้องกับตัวเอง ประโยคนี้ควรร้องใหญ่ มันหลากหลายมาก"

"แต่พี่ไก่ สุธี เก่งมาก ชี้แนะเราทุกอย่าง ว่าตรงนี้เราผิดนะ ตรงนี้เราถูกนะ ดึงข้อถูกเรามากลบข้อผิด ซึ่งถ้าเราฟังเองจะไม่รู้ แต่พอเข้าห้องอัดได้ยินเสียงตัวเองจริงๆ โห ทำไมมันแย่ขนาดนี้ อย่างวันแรกที่ร้อง 4-5 ชั่วโมง จริงๆ ผมมีคิวที่จะไปร้องที่ผับต่อ พอไปถึงไม่ร้องเลยสักเพลง จับไมค์แล้ววาง"

"คือเราไม่มีกำลังใจเลยจากการไปเข้าห้องอัดมา เราคิดว่าร้องมา 2 ปีน่าจะได้แล้วกลับไม่ได้เลย ซึ่งพอ 20 วัน กลับมาใหม่ คราวนี้เข้าไป 4 ทุ่ม ออกมาตีสี่ครึ่ง กว่าจะได้ 1 เพลง ยากมาก"

การมีโอกาสได้มาเป็นศิลปินเองมันทำให้มุมมองของเราในฐานะผู้บริหารเปลี่ยนไปมั้ย?
"เปลี่ยนแปลงไปเยอะ คือเรารู้เลยว่านักร้องมันบังคับไม่ได้ การจะไปร้อง การใส่อารมณ์กับมัน ไม่สามารถบังคับได้เพราะไม่ใช่เครื่องจักร ถึงจะมีไทมไลน์ก็จริงแต่เราก็ต้องสามารถขยับได้บ้าง เพราะเพลงมันคือเพลง มันคืออารมณ์ คือความขายฝันขายอารมณ์ อย่างเพลงพี่บอย10 ปีนะทำมาทีนึง (หัวเราะ) มันบังคับยาก"

"ศิลปินบางคนทำเพลงเสร็จแล้วยังไม่ได้ออกก็มีเยอะมาก เราเข้าใจ เราถึงมาบริหารจัดการให้เขาว่าต้องเมื่อไหร่ๆ ทำให้ทุกคนสบายใจ เป็นไปตามห้วงจังหวะที่มันถูกต้อง"

กับ 3 ดาราอย่าง มิ้นต์ ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม สน ยุกต์ ส่งไพศาล ที่มาร่วมถอดทอดอารมณ์ของบทเพลงในมิวสิควิดีโอ อันนี้เป็นความตั้งใจของเราเลยมั้ย?
"คิดว่าไหนๆ จะทำแล้ว จริงๆ ก็ได้มีการถกเถียงกันก่อนสำหรับจะทำแบบไหน แล้วเราโชคดีมากที่ได้ดาราเบอร์ใหญ่ๆถึง 3 เบอร์ และทั้ง 3 เบอร์เป็นเบอร์ 1 ของคาเรกเตอร์ที่เราตั้งไว้ คือเราวางอนันดาไว้นะ วางสนไว้นะ วางน้องมิ้นต์ไว้นะ ปรากฏทั้ง 3 ท่านตอบรับมาทำให้หมด ทุกคนเก่งมาก ก็เลยได้เอ็มวีดีๆ ออกมา คือเขาไม่รู้ว่าเป็นเราร้อง เราแค่ส่งเพลงไปให้เขาฟัง รบกวนช่วยมาเล่นให้หน่อยได้ไหม เขาก็มา โอ๊ย ดีใจมาก"

ยอดวิวในยูทูบตอนนี้เกือบ 1.3 ล้านแล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง?
"เกินพอใจ จริงแล้วไม่ได้คาดหวังเยอะขนาดนี้ เราอยากได้ประสบการณ์ ชีวิต อยากมาเล่าเรื่องราวต่างๆ แล้วมีคนเข้ามาฟังมาแสดงความคิดเห็นมาอินกับเพลงมาแชร์เพลงมาส่งต่อ อาจจะตรงกับเขา ตรงกับเพื่อนเขาหรือคนรักของเขา มันก็เป็นอีกพาร์ทนึงในชีวิตเขาซึ่งเราดีใจมาก"

เบียร์กับดนตรี
"ชิมเบียร์ง่ายกว่าเยอะ เพราะเราจะบอกได้เลยว่า ตัวนี้จะดังหรือไม่ดัง คนจะนิยมหรือไม่นิยม อยู่ที่เงินจะใส่ วิธีการโปรโมท 1 2 3 4 5 มันมีกระบวนการของมันอยู่ และมีโอกาสที่จะเป็นไปตามนั้นสูง แต่เพลงกลับไม่ใช่ เพลงดีๆ ไม่ดังเยอะมาก เพลงธรรมดากลับดังก็เยอะมาก"

"ทั้งที่การบริหาร การจัดการเหมือนกัน โปรโมทเหมือนกัน กลับกลายเป็นว่าวันนี้มันคลิกไม่ได้ ซึ่งหน้าที่เราคือทำเพลงให้ดีที่สุด ตรงใจคนที่สุด ใช่สไตส์กับคนร้องมากที่สุด คนฟังที่เขาเหมาะสมกับคนร้องจะเจอกันเอง ทำได้เท่านี้"

เป็นความต่างในความเหมือน
"อย่างเบียร์ถ้ามีราคาแพงแต่มันมีคุณภาพและเหมาะแก่การซื้อกิน ลูกค้าก็จะเป็นคนคัดสรรเอง เหมือนเพลงถ้าทำยากก็จะได้คนเฉพาะกลุ่ม ถ้าทำเพลงลึกๆ เข้าไปอีกก็ยิ่งเฉพาะกลุ่มเข้าไปใหญ่ พวกเสพเพลงจริงๆ เข้าใจเพลงอย่างจริงจัง ดูทุกเม็ด ทุกหน่วย ก็จะคนละอารมณ์"

"สำหรับเพลงโอกาสเราวางไว้ให้มันกว้างขึ้น 1 คือ ป็อปร็อค ซึ่งกว้างอยู่แล้วละคนฟังง่าย ด้วยวัยนี้ผมก็ยังเสพความเป็น 90 อยู่เยอะ แต่ผมจะทำออกมาเป็น 90 ยุคใหม่นะ ใส่เครื่องดนตรีบางประเภทเพื่อยกระดับป็อปร็อคขึ้น ความหมายของเพลงฟังง่ายมากขึ้น"

ในมุมมองนักธุรกิจ เรามองเห็นกำไรใน LOVEiS มั้ย?
"กำไรก็มี วิธีในการทำของบริษัทแตกต่างต่างกัน Love is Entertenment มีความเฉพาะ มีกลุ่มลูกค้าที่รักเราเหนี่ยวแน่น รักเราจนเกรงใจ เพราะฉะนั้นผมว่ามีโอกาสที่ธุรกิจเราไปได้ เพียงแต่ว่าเราคาดหวังให้ธุรกิจเราไปถึงแค่ไหน เราเปลี่ยนจาก Love is เป็น love is Entertenment นอกจากเพลงแล้วจะมีอย่างอื่นเพิ่มขึ้น"

"แต่ทั้งนี้ทุกอย่างที่เราทำต้องไม่ลืมรากเหง้าของตัวเอง หัวใจพี่บอย คือเพลง หัวใจของบริษัท คือเพลง พี่บอยตั้งใจอย่างมากที่จะจรรโลงโลกนี้ด้วยเสียงเพลงเพราะฉะนั้นเราไม่ลืมตรงนี้"

สุดท้าย ลองพูดถึงคำว่า "โอกาส"
"คำว่าโอกาสจริงๆ มันกว้างมาก มีทั้งให้โอกาส ได้โอกาส เสียโอกาส ผมก็อยู่ในสถานะที่แป็นคนที่เคยได้รับโอกาส และให้โอกาส โอกาสมันเป็นเรื่องที่ดีนะ คือถ้าเราได้ให้เขาแล้วไม่ต้องไปหวังว่าจะได้อะไรกับมาแต่หวังว่าพอให้แล้วเขาจะได้อะไรไป พอเขาทำเดี๋ยวก็จะมีมุมหันกลับมาหาเราเอง เราก็เลือกสิ่งดีๆ ที่เขาทำเราก็สบายใจแล้ว"

"ผม 90 เปอร์เซ็นต์ ไม่เคยปล่อย ถ้ามีอะไรสิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิต ผมทำหมดนะ อยากทำอะไรที่มันหลากหลาย 10 ครั้ง ผมปฏิเสธครั้งเดียว ครั้งที่ปฏิเสธต้องมีผลกระทบกับครอบครัวกับชีวิต เป็นสิ่งไม่ดีผิดกฎหมาย ผมก็จะไม่รับ แต่อย่างอื่นถ้ามีโอกาสที่ได้ทำอะไรหลายกหลายผมก็จะรับ"




กำลังโหลดความคิดเห็น...