xs
xsm
sm
md
lg

ซับซ้อน-ซ่อนเงื่อน สัมพันธ์ปริศนา “เก๋ – เอิร์ก –พอล

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


.... จากนี้ไป อย่าเรียกว่า “เก๋ เลเดอเรอร์” อีก ....

ประโยคนี้ อาจจะเป็นคีย์เวิร์ดสำคัญ ที่ทำให้ชื่อของ “เอิร์ก เลเดอเรอร์” ตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวพันกับการฆ่าตัวตายของนางแบบสาว

“เก๋ - กันยกร ศุภการค้าเจริญ”

ที่ยังคงเป็นคดีปริศนาที่หลายคนให้ความสนใจ แม้จะล่วงเลยมาเป็นสัปดาห์แล้วก็ตาม

โดยเฉพาะตัวเลขของเงิน 14 ล้าน ที่ว่ากันว่าถูกฉ้อโกงไปด้วยฝีมือของคนใกล้ตัว และไว้ใจมากที่สุด

ครั้งหนึ่ง....เป็นที่รู้กันว่าเก๋กับเอิร์กนั้น มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ในฉันพี่-น้องบุญธรรม ซึ่งเก๋เองเป็นคนให้สัมภาษณ์ไว้กับผู้จัดการออนไลน์ เมื่อปี 2558 โดยมีเนื้อความช่วงหนึ่งที่ระบุถึงความสัมพันธ์ดังกล่าว

“ช่วงนั้นที่เริ่มถ่ายภาพแนวเซ็กซี่แรกๆ พ่อแม่ยังไม่ค่อยเข้าใจ ยังมองว่ามันไม่ดี ไม่สนับสนุนเลยตอนนั้น เก๋ต้องอดทนใช้เวลาพิสูจน์ให้ทั้งสองเห็นอยู่นาน ว่ามันก็เป็นแค่งานชิ้นหนึ่ง จนตอนหลังท่านก็เข้าใจและกลับมาสนับสนุนเรา คือพอท่านเห็นว่ามันก็เป็นแค่งาน และตัวตนเราจริงๆ ไม่ได้ไปทำอะไรเสียหาย และเราก็สามารถดูแลตัวเอง ดูแลครอบครัวได้ ท่านจึงเข้าใจและเปิดใจ เราพิสูจน์ให้ท่านเห็น นับแต่สมัยเรียนที่เคยออกจากบ้านมาส่งเสียตัวเองเรียน มาอยู่กับน้องชายบุญธรรม (เอิร์ก เลเดอเรอร์) เก๋พิสูจน์ตัวเองมาตั้งแต่ตอนนั้นแล้วว่าเราสามารถเอาตัวเองรอดได้ รับผิดชอบตัวเองได้ ตอนนั้นเราอยากมีอิสระ เลยออกมาอยู่กับน้องชาย โดยที่ไปแบบไม่ได้บอกเหตุผลกับพ่อแม่เลย”

อย่างไรก็ดี ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นนั้น นำพามาสู่การทำธุรกิจร่วมกัน โดยเริ่มจากธุรกิจครีมบำรุงผิวภายใต้แบรนด์ที่ชื่อว่า "เลเดอเรอร์” และขยายไปสู่สถาบันเสริมความงามในลำดับถัดมา

สนิทกันแค่ไหนไม่รู้ ที่แน่ๆ เพียงแค่เก๋เปรยว่าอยากให้แหวนเพชร น้องชายบุญธรรมอย่างเอิร์กก็ซื้อมาเซอร์ไพรซ์ให้ทันที

“ความจริงแล้วก็มีคนที่จะซื้อให้ แต่เราก็เลือกที่จะไม่รับ เพราะเราไม่แน่ใจว่าคนที่ให้นั้น ให้ด้วยใจบริสุทธิ์หรือเปล่า หรือเขาหวังอะไรจากเรา เพราะคงไม่มีใครให้แหวนเพชรราคาเป็นล้านโดยไม่หวังอะไรหรอก จริงไหมคะ แล้วความจริงก็แค่เปรยไปเล่นๆ เอง เพราะเห็นเพื่อนใกล้ตัวสวมแหวนแต่งงานมีครอบครัวกันไปหลายคนแล้ว เราก็เลยอยากได้บ้าง ก็แค่โพสต์ลงในอินสตาแกรมไปขำๆ แต่ปรากฎว่าน้องกลับซื้อให้หลังจากนั้นไม่กี่วัน เซอร์ไพรส์สุดๆ เลยค่ะ”
แหละ.....ไม่ใช่เฉพาะแหวน แต่ยังนับรวมถึงรถปอร์เช่คันงาม สนนราคากว่า 10 ล้านบาท ที่เอิร์กซื้อมาให้กับเก๋

“สำหรับเอิร์ก หลายๆ คนจะรู้ว่าเขาไม่ใช่น้องชายแท้ๆ ในสายเลือด เราเป็นพี่น้องบุญธรรมกัน นั่นมันทำ ให้เรายิ่งภูมิใจ เป็นรางวัลชีวิตเลย เพราะน้องเห็นว่าเราทำงานหนัก ต้องเดินทางติดต่อลูกค้าตลอด ที่พูดๆ กันว่า “น้ำข้นกว่าเลือด” นั้นมีอยู่จริงๆ แน่ เขาไม่ต่างจากน้องชายแท้ๆ เก๋รู้สึกภูมิใจและรักน้องคนนี้มากๆ”

แต่ดูเหมือนว่า อาจจะมีอะไรบางอย่างเคลือบแฝงอยู่ในความสัมพันธ์นั้น โดยเฉพาะถ้าประมวลจากที่เพื่อนสนิทของเก๋ อย่าง “แอล-กมลวรรณ ศรีวิไล” ที่มักจะโพสต์ หรือให้สัมภาษณ์ที่ซ่อนนัยให้คนคิดตาม โดยเฉพาะประโยคเด็ด
“ให้คนชั่วมันรับกรรมต่อไป”

หรือแม้กระทั่งที่เอิร์กตั้งโต๊ะแถลงข่าว และย้อนความให้ฟังว่าเก๋มาพักอยู่กับตนเอง โดยมีแค่ตัวกับเสื้อผ้าติดมาแค่นั้น ก็ยังถูกสวนกลับว่า

“เพื่อนแท้เค้าไม่พูดกันหรอกว่าเพื่อนมีแค่เสื้อผ้ามาอยู่กับเรา เอาที่เอิร์กสบายใจ เก๋ฝากมาบอก”

เป็นไปได้มั้ย ? ว่าคนใกล้ตัวของเก๋อาจจะล่วงรู้ข้อเท็จจริงอะไรบางอย่างเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ไม่โปร่งใส ซึ่งอาจจะเกี่ยวโยงถึงเรื่องผลประโยชน์ และเงินก้อนโต

ก็ไม่แปลกที่เอิร์กจะถูกเพ่งเล็งว่ามีอาจจะมีอะไรแอบแฝงเคลือบแคลงชวนให้สงสัย เพราะคนเราลองว่าสามารถปลอมโปรไฟล์ขึ้นมาตบตาคนอื่นได้นั้น ก็น่าจะสามารถทำอะไรที่คนคาดไม่ถึงได้เช่นกัน

โดยมีการขุดคุ้ยว่า แท้จริงแล้ว เอิร์ก เลเดอเรอร์นั้น มีชื่อ-นามสกุลจริงๆ ว่า “องอาจ ยิ้มเจริญ” และมีการโมดิฟายด์ยกเครื่องตัวเองใหม่หมดหัวจดเท้า โดยก๊อปปี้ลุคมาจากไฮโซอาหรับแทบจะทุกกระเบียดนิ้ว ตั้งแต่การแต่งหน้า กันหนวด กันเครา รวมถึงสไตล์การแต่งตัว และเครื่องประดับ ทั้งแหวน นาฬิกา สร้อยคอ ต่างหู แว่นตา ฯลฯ ทำให้ถูกตั้งฉายาว่า “เอิร์ก เซินเจิ้น”

“ไม่เป็นไร เอิร์กเป็นคนธรรมดา เกิดกรุงเทพ ไปโตสุพรรณ ไปเรียนม.ปลายอุดรฯ และกลับมาเรียนที่กรุงเทพ แต่ทุกซัมเมอร์เอิร์กไปยุโรป เพราะบ้านเอิร์กอยู่ยุโรปหมด เอิร์กเป็นเด็กธรรมดามาก ไม่รู้จักแบรนด์ เพิ่งมารู้ตอนหลัง เราไม่สนเลยว่าใครจะว่า ก๊อปหรือไม่ก๊อปแล้วแต่"

การตกเป็น “ผู้ต้องหาหมายเลข 1” ที่ (อาจจะ) มีส่วนพัวพันกับการปลิดชีวิตตัวเองของเก๋ ทำให้มีการสืบค้นต่อไปถึงข้อมูลของบริษัท เลเดอเรอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งจดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2558 ทุนปัจจุบัน 1,000,000 บาท โดยมี

น.ส.กันยกร ศุภการค้าเจริญ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจ แจ้งประกอบธุรกิจร้านขายปลีกเครื่องสำอาง ก่อนที่บริษัทจะถูกสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. ร้องทุกข์กล่าวโทษในความผิดเสนอขายหลักทรัพย์ประเภทหุ้นกู้ต่อประชาชนโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีคำสั่งเปรียบเทียบปรับบริษัท เลเดอเรอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด และ น.ส.กันยกร ศุภการค้าเจริญ กรณีเสนอขายหลักทรัพย์ประเภทหุ้นกู้ต่อประชาชนโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งในการนี้ น.ส.กันยากร ยอมเสียค่าปรับ 1,530,000 บาท ส่วนบริษัท เลเดอเรอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด ไม่ยินยอมชำระค่าปรับ

แต่ประเด็นสำคัญอยู่ตรงที่พบว่ารายชื่อผู้ถือหุ้นที่บริษัท เลเดอเรอร์ แจ้งไว้เมื่อวันที่ 30 เมษายน ระบุชื่อนายองอาจ เลเดอเรอร์ ถือหุ้นใหญ่สุด 55% ขณะที่ น.ส.กันยกร ถือหุ้นเพียง 30% เท่านั้น

ประเด็นดังกล่าว อาจจะสอดคล้องกับการที่เอิร์กระบุว่าตนเองเป็นคนปั้นทั้งเก๋ และแบรนด์ “เลเดอเรอร์” ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง สวนทางกับที่มีคนเข้าใจว่าแบรนด์ดังกล่าวถูกสร้างโดยฝ่ายหญิงมาตลอด

เป็นไปได้ว่าชนวนของการร้าวฉานอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อน และเมื่อผนวกเข้ากับสิ่งที่เก๋ให้สัมภาษณ์ไว้ในรายการ “ปากปลาร้าหน้าเป๊ะ” By “โก้ ธีรศักดิ์” โดยได้ระบายถึงความอัดอั้นที่ถูกคนที่ทำธุรกิจร่วมกันมาโกงเงิน ทั้งยังตอกย้ำด้วยจดหมายฉบับสุดท้าย ที่ว่ากันว่าเก๋เขียนไว้ก่อนตาย ซึ่งหลักใหญ่ใจความเป็นเรื่องของการฉ้อโกงทั้งสิ้นแม้จะไม่ได้มีการเอ่ยนามถึงใคร แต่ประมวลจากบริบทรอบข้างแล้ว ก็ไม่แปลกที่คนส่วนใหญ่จะตีความว่าน่าจะหมายถึงเอิร์กอย่างไม่ต้องสงสัย

นอกจากเอิร์ก เลเดอเรอร์แล้ว อีกหนึ่งตัวละครปริศนาคนสำคัญที่ถูกโยงเข้ามาพัวพันกับคดีการปลิดชีวิตของเก๋ในครั้งนี้ ก็คือคู่หมั้นหนุ่มที่ชื่อว่า “พอล” ที่มีการระบุว่าทั้งคู่หมั้นหมายกันเรียบร้อยแล้ว โดยที่พ่อแม่ของเก๋ไมได้รับรู้มาก่อน

จากข้อมูลเบื้องต้น พบว่าพอล มีชื่อ-สกุลว่า "สุญญตา มุทิตานันท์" ซึ่งในอินสตาแกรมที่ตั้งค่าเป็นส่วนตัวระบุว่าเป็นผู้ร่วมก่อตั้งธุรกิจเกี่ยวกับคาร์แคร์ชื่อ Paintprotectioncentre และ Wrapsociety ที่เซ็นทรัลเวิลด์ รวมถึงคลีนิกเกี่ยวกับศัลยกรรมเสริมความงาม "ลาพรีม" (laprimclinic) ซึ่งก็โยงกลับมาถึงเก๋อีกเช่นเดียวกัน

ก็ต้องยอมรับว่ามีคำถามประเดประดังเข้ามามากมายเกี่ยวกับความไม่ชอบมาพากลของคู่หมั้นหนุ่มคนนี้ ซึ่งถูกระบุว่าเป็นคนเจ้ากี้เจ้าการสั่งนำผ้าไปปิดศาลาที่จัดงานศพ, เรื่องขึ้นป้ายภายในงานว่าจะนำเงินจากการช่วยงานทั้งหมดไปบริจาคให้กับทางโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง โดยที่ทางครอบครัวของเก๋ไม่ได้มีส่วนแสดงความคิดเห็น แต่เมื่อมีการนำผ้าออกและปลดป้ายลง เจ้าตัวก็อันตรธานหายไปจากงานศพ พร้อมกับเงินช่วยบางส่วน และไม่ปรากฏตัวอีกเลยแม้กระทั่งวันเผาเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

รวมไปยังยังมีการโยงใยว่า หนุ่มพอลนั้น มีความสนิทชิดเชื้อกับเอิร์ก เลเดอเรอร์อยู่ก่อนแล้ว และเอิร์กนี่เอง ที่เป็นคนชักนำให้พอลกับเก๋รู้จัก และคบหากัน กระทั่งหมั้นหมายกันในเวลาต่อมา แต่เอิร์กก็ออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้รู้จักกับหนุ่มพอลมาก่อน ซึ่งก็ไม่รู้แน่ชัดว่าข้อเท็จจริงคืออะไรกันแน่ ?

กระทั่งว่าการคบหาและหมั้นหมายของเก๋กับพอลนั้น จะมีจุดประสงค์อื่นใดแอบแฝงหรือไม่ ? อย่างไร ?

เพราะก่อนหน้านั้น เก๋เอง ก็เคยมีข่าวคราวการคบหากับเพศเดียวกัน กับนางแบบเซ็กซี่ อย่าง “กระต่าย แมกซิม” มาก่อน

แหละ....ขณะที่เอิร์กออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ทว่าทางฟากของคู่หมั้นหนุ่มอย่างพอล กลับไม่ปรากฏตัวออกมาให้ข่าวแต่อย่างใดโดยเฉพาะประเด็นที่พาดพิงว่าเขาเป็นคนนำโน้ตบุ๊ก โทรศัพท์มือถือ และจดหมายลาตายของเก๋ออกไปจากห้องพักที่เกิดเหตุ

สรุปว่ายังมีอีกหลายปมที่ยังไม่ถูกคลาย !!

เงิน 14 ล้าน หายไปอยู่ในมือใคร ?
สัมพันธภาพ ระหว่าง ...เก๋ - เอิร์ก -พอล มีอะไรซ่อนอยู่หรือไม่ ?

รอแต่ว่าไพ่ใบสุดท้ายจะถูกเปิดออกมาเมื่อไหร่ ?
บางทีคำตอบของทุกคำถาม อาจจะถูกเฉลยอยู่ในนั้น !!

นิตยสาร ผู้จัดการ 360 องศา สุดสัปดาห์ ฉบับที่ 461 22-28 กันยายน 2561


กำลังโหลดความคิดเห็น...