xs
xsm
sm
md
lg

นาดาวเสียใจพัฒนาระบบไม่ทันความสามารถ “นนกุล” จนกลายเป็นตัวถ่วง พ่อแม่ส่งจม.ไม่ต่อสัญญา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“ย้ง ทรงยศ” พร้อมซัปพอร์ต “กัปตัน” ลั่นไม่รับปากเหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิดอีก ยกเป็นบทเรียนเชื่ออีกฝ่ายเรียนรู้และเติบโต เผยพ่อแม่ “นนกุล” ส่งจม.ไม่ขอต่อสัญญา เสียดายหมกมุ่นปั้นนักแสดงให้เก่ง จนลืมพัฒนาระบบกลายเป็นตัวถ่วงความสามารถ

จากกรณีที่ “มิ้ง ศวภัทร” ออกมายอมรับว่าแหกตาคนทั้งประเทศ ไม่ได้ท้องกับ “กัปตัน ชลธร คงยิ่งยง” แต่ทำไปทั้งหมดเพราะรักฝ่ายชายไม่อยากสูญเสีย พร้อมขอโทษสังคมที่โกหก ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้เปิดใจ “ย้ง ทรงยศ สุขมากอนันต์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท นาดาว บางกอก จำกัด รวมทั้ง “บอมบ์ จงจิตต์ อินทุ่ง” รองผู้อำนวยการแผนกดูแลศิลปิน บริษัท นาดาว บางกอก จำกัด ในงานเปิดตัวละครเลือดข้นคนจาง ช่อง ONE31 ณ พารากอน ซีนีเพล็กซ์ ชั้น 5 ศูนย์การค้า สยามพารากอน ลั่นทุกอย่างคลี่คลายแล้ว ความจริงถูกเปิดเผยแล้ว พร้อมซัปพอร์ต ก่อนชี้แจงกรณี “นนกุล ชานนท์” ไม่เซ็นสัญญาต่อ ขออิสระ

บอมบ์ : “หลังจากเหตุการณ์เมื่อวานที่มันเกิดขึ้น เจตนาของเราก่อนหน้านั้นในเรื่องของการยื่นฟ้องทั้งหมดมันคืออยากรู้ความจริง เหตุการณ์เมื่อวานคือได้ตามสิ่งที่เราต้องการแล้ว ไม่ว่าจะเป็นตัวครอบครัวกัปตัน ตัวกัปตัน หรือแม้กระทั่งเรา เพราะฉะนั้นตอนนี้ก็ได้รู้ถึงเจตนาที่เราอยากได้ นั่นก็คือความจริงค่ะ ปกติการคุยกันมันเป็นขั้นตอนของศาลอยู่แล้วค่ะ พอเรายื่นฟ้องไปแล้วก็จะมีเรื่องของการยื่นมานัดไกล่เกลี่ยกันก่อน”

บอกอยากพามิ้งตรวจครรภ์แค่อยากตรวจสอบอะไรบางอย่าง หลังจากนี้ให้เป็นบทเรียน
บอมบ์ : “จริงๆ ช่วงตอนนั้นก็เป็นช่วงที่เราอยากจะตรวจสอบอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าจนถึงตอนนี้เราไม่ค่อยอยากพูดถึงเรื่องที่ผ่านไปแล้ว พอมันถึงจุดที่ทุกอย่างคลี่คลายไปหมดแล้วก็อยากให้เป็นเรื่องของอนาคตของทั้งสองคนแหละ ว่าในอนาคตข้างหน้าเขาจะเดินไปยังไง ใช้ชีวิตยังไง ทุกอย่างในบทเรียนมันเป็นชีวิตของเขามากกว่าค่ะ”

เผยกระทบความรู้สึกกัปตัน อยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก หวังว่าจะเป็นบทเรียนเตือนใจวัยรุ่น
ย้ง : “ถามว่ากระทบกัปตันมั้ย ถ้าพูดถึงเรื่องความกระทบกระเทือนคงเป็นในส่วนของทางด้านจิตใจแหละครับ กัปตันเป็นน้องที่พวกเรารัก และช่วงนั้นเราก็ทำงานอยู่ด้วยกัน ออกกองละครเลือดข้นฯ ก็รู้สึกว่าช่วงนั้นแทบไม่ได้ช่วยพี่บอมบ์เลย เพราะตัวเองออกกองอยู่ และมีเวลาติดตามเรื่องนี้น้อยมาก แต่พี่บอมบ์จะคอยอัปเดตเรื่องรางต่างๆ ก็พอรู้อยู่บ้าง”

“แต่ช่วงเวลานั้นเราก็ยังไม่รู้ความจริง เราแค่ได้ยินมาแต่ด่วนสรุปอะไรไม่ได้เลย เราเลยทำได้แค่ฟังทั้งสองฝ่าย และหาวิธีที่พิสูจน์ความจริงตรงนั้นมั้งครับ ทีนี้พอเรื่องราวมันดำเนินต่อไปในช่วงระยะที่ผ่านมา สิ่งที่อยากจะบอกคือพอมันอยู่ในเหตุการณ์ที่ยากลำบาก ถึงจุดหนึ่งเราก็ให้คุณพ่อคุณแม่ ญาติๆ น้องกัปตัน และตัวน้องกัปตันเองเป็นคนตัดสินใจว่าจะเลือกไปในเส้นทางไหนกับเรื่องนี้”

“ส่วนทางตัวผม ตัวพี่บอมบ์ ตัวนาดาว หรือน้องๆ ที่ทำงานร่วมกัน มีหน้าที่ในการซัปพอร์ต ให้กำลังใจเขา เพราะช่วงนั้นเป็นช่วงที่ออกกอง กัปตันจะดูนิ่งๆ เศร้าๆ เรามีหน้าที่ได้แค่เชียร์อัพ ที่ผ่านมาเวลาการทำงานอะไรก็ตาม กัปตันจะเต็มที่ตลอด เราเลยรู้สึกว่าไม่อยากให้น้องอยู่ในภาวะแบบนั้น ซึ่งก็รู้สึกดีครับที่เหตุการณ์ทุกอย่างมันคลี่คลายไปในทางที่ดี ผมว่าจริงๆ แล้วสิ่งนี้น่าจะเป็นบทเรียนของวัยรุ่นทุกคนเนอะ ว่าเราต้องใช้ชีวิตแบบมีสติและรักตัวเองให้มากๆ”

อยู่ในทุกขั้นตอนการฟ้อง รู้ทุกรายละเอียด แต่ให้ครอบครัวตัดสินใจเองทั้งหมด
บอมบ์ : “เราอยู่ในทุกขบวนการที่ได้เข้าไปรับรู้ทุกเรื่องค่ะ จะได้รับฟังทุกรายละเอียดว่าขั้นตอนไปถึงไหนแล้ว แต่อย่างที่ทราบคือทั้งหมดจะเป็นทางครอบครัวตัดสินใจ”

ย้ง : “โชคดีมากเลยที่จบก่อนวันนี้ (หัวเราะ)”

ถูกกระแสโจมตีทำซีรีส์วัยรุ่นสะท้อนสังคมแต่เด็กในสังกัดมีเรื่องแบบนี้ซะเอง ไม่กล้ารับปาก เหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิดอีก
ย้ง : “อยากจะบอกว่าจริงๆ ที่ผ่านมาไม่ได้ตั้งใจจะสอนใครนะครับ เวลาที่เราเรื่องเกี่ยวกับวัยรุ่น ไม่ว่าจะเป็นฮอร์โมน หรือ Hate Love เพราะอยากเล่าเรื่องๆ หนึ่ง ให้คนดูฟัง แต่คนดูเขาจะมีความคิดหรือวิจารณญาณในการรับชมยังไง ถ้าถามว่าเหตุการณ์นี้เราได้เรียนรู้อะไร เราว่าดีนะ หมายถึงดีในแง่ที่ว่า ตัวเรา ตัวพี่บอมบ์ หรือแม้แต่ตัวทุกคนในนาดาว รวมถึงตัวกัปตัน ล้วนเติบโตและเรียนรู้ผ่านเหตุการณ์นี้ว่าการใช้ชีวิตมันต้องมีสติ มันต้องระมัดระวัง ผมเลยรู้สึกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจจะไม่ดี ไม่เหมาะสม หรือไม่ถูกต้อง เราควรจะเรียนรู้กับมันว่าสิ่งเหล่านี้มันไม่ควรเกิดขึ้นกับเราอีก แต่เราก็ไม่กล้ารับปากนะว่าจะไม่เกิดขึ้นกับน้องเราอีก (หัวเราะ)”

“ถ้าน้องเป็นศิลปินในสังกัดเรา น้องจะรู้ว่าเราเข้มงวดมาก แต่อย่างที่รู้ๆ กัน เพราะเราก็เคยเป็นวัยรุ่น เราก็เข้าใจว่าวัยรุ่นแต่ละคนจะมีฮอร์โมนของความพลุ่งพล่านที่บางจังหวะอาจจะขาดสติยังยั้งชั่งใจ ซึ่งเวลาที่สอนน้องๆ ทุกคนก็จะพยายามสอนว่าเราอย่าไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วยตัวเราเอง เราค่อยๆ เรียนรู้ และควรจะเรียนรู้สิ่งเหล่านี้ผ่านประสบการณ์ที่คนอื่นเขาผ่านมา เช่นน้องๆ นักแสดงวัยรุ่นคนอื่นหรือเด็กวัยรุ่นทั่วไปก็ตาม มันควรจะมีเหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนของชีวิตเขาได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องไปเจอสิ่งเหล่านี้ด้วยตัวเอง”

สงสารช่วงเวลาที่พ่อแม่กัปตันสุดเศร้า อีกฝ่ายทำงานไม่ไหว เห็นใจ และทุกอย่างผ่านไปแล้ว แนะให้เด็กทุกคนฉลาด
ย้ง : “กระทบอยู่แล้วครับ เพียงแต่ว่ามาถึงวันนี้ผมเชื่อว่าคนทั่วๆ ไป หลังจากทราบความจริงแล้วน่าจะเข้าใจเรามากขึ้น เราในฐานะที่เป็นบริษัทที่ดูแลน้องอยู่ เอาจริงๆ ตอนนั้นวางตัวยากมาก วางตัวลำบากมาก ในพาร์ตหนึ่งเราอาจจะรู้อะไรบางอย่างมา แต่มันก็ไม่ใช่ความจริงที่มันถูกพิสูจน์ได้ ดังนั้นการวางตัวที่เราทำได้ดีที่สุดในวันนั้นเท่านั้น มาถึงวันนี้ก็รู้สึกดีใจกับกัปตันด้วย ที่ทุกอย่างมันผ่านไปได้อย่างราบรื่น ดีใจกับคุณพ่อคุณแม่ด้วย เห็นช่วงเวลาที่คุณพ่อคุณแม่เศร้ามากๆ เห็นช่วงเวลาที่กัปตันจะไปทำงานแล้วหน้ามันไม่ไหวแล้ว ก็เลยรู้สึกแบบสงสารน้อง ก็คิดว่าพอเหตุการณ์มันผ่านไปได้ด้วยดี หลังจากนี้อยากให้กัปตันโฟกัสในการทำงาน แล้วก็ทำให้เต็มที่กับโปรเจกต์นี้ ให้ดีที่สุดครับ”

“เรื่องการห้ามก็คงไม่ได้ช่วยอะไรมั้งฮะ แนะนำว่าการอธิบายให้เขาเข้าใจมากกว่าว่าการใช้ชีวิตมันต้องระมัดระวังตัวยังไง เพราะว่ามันเป็นไปไม่ได้หรอกครับ ที่เราจะห้ามไม่ให้เขาทำโน่นทำนี่อะไรก็ตาม เพียงแต่ว่าการใช้ชีวิตมันต้องมีสติ เป็นวัยรุ่นถ้าเขาอยากใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง ก็ต้องพร้อมที่จะรับมือกับปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น ถ้าเด็กฉลาดก็ไม่น่าจะอยากเจอสิ่งเหล่านี้ แล้วก็ควรจะเรียนรู้จากเหตุการณ์ของคนอื่นได้”

รับพ่อแม่ “นนกุล ชานน” ส่งจดหมายไม่ขอต่อสัญญา ขอเวลาดูแลตัวเอง
ย้ง : “จริงๆ เริ่มต้นอาจจะต้องให้พี่บอมบ์เล่า แต่เท้าความก่อนแล้วกันว่า จริงๆ โดยปกตินักแสดงศิลปินในสังกัดนาดาว ก่อนหมดสัญญาเราจะมีการชวนคุณพ่อคุณแม่แล้วก็ตัวน้องเองเข้ามาพูดคุยกันก่อนอยู่แล้วครับ ในสัญญาจะระบุว่าถ้าสัญญาหมด แล้วไม่มีการพูดคุยกัน สัญญามันจะถูกต่อโดนอัตโนมัติ ในสัญญาโดยปกติจะเป็นแบบนั้น”

“ทีนี้ในช่วงที่พี่บอมบ์ชวนคุณพ่อคุณแม่และตัวน้องเข้ามาพูดคุย เป็นช่วงที่นนกุลทำงานอยู่ที่เมืองจีน มันก็เลยทำให้การพูดคุยนี้ยังไม่มีการนัดหมาย เราเลยยังไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วคุณพ่อคุณแม่หรือตัวน้องมีความตั้งใจอะไรไว้ มันก็เลยเลยมาจนกระทั่งระยะเวลาสัญญามันใกล้จะหมด คุณพ่อก็เลยทำจดหมายแจ้งที่นาดาวว่าอาจจะขออนุญาตยังไม่ต่อสัญญาตอนนี้ เพราะว่าในสัญญาระบุว่าถ้าตัดสินใจว่าอาจจะยังไม่ต่อสัญญาในทำจดหมายแจ้งเข้ามา”

“ทางเราเองรู้จากจดหมาย แต่หลังจากนั้นพี่บอมบ์ก็จะแจ้งผู้บริหารทุกคน แล้วก็โทร.หาคุณพ่อคุณแม่ว่าอยากเข้าใจเหตุผลว่าทางเรามีการดูแลที่ขาดตกบกพร่องยังไง เราอยากพัฒนาตัวเราเอง แล้วก็ได้เกิดการพูดคุย แล้วก็เข้าใจปัญหา เข้าใจนนกุล เข้าใจคุณพ่อคุณแม่ว่าทำไมถึงเลือกที่จะไม่ต่อสัญญาในวันนี้ครับ”

บอมบ์ : “ก็ได้คุยกับคุณพ่อคุณแม่คร่าวๆ ค่ะ ส่วนใหญ่ตอนนี้ก็คืออย่างที่น้องให้สัมภาษณ์แหละ ก็เป็นช่วงเวลาที่น้องขอไปดูแลตัวเอง ในอนาคตก็ค่อยรอดูกันว่าจะเป็นประมาณไหนยังไงค่ะ”

เปิดใจเสียดาย อีกฝ่ายเป็นนักแสดงที่ดี ชี้หมกมุ่นปั้นนักแสดงให้เก่ง จนลืมพัฒนาระบบให้เก่งเท่าทันน้อง
ย้ง : “จริงๆ ไม่ได้เสียดายเรื่องที่นนกุลกำลังมาครับ แต่ว่าเสียดายที่จริงๆ แล้วนนกุลเป็นนักแสดงที่เราอยากทำงานด้วย คือน้องๆ นักแสดงทุกคนที่นาดาวชวนเข้ามาอยู่ในสังกัดเรา เป็นน้องที่เรามีความคาดหวังว่าเราอยากให้เขาเป็นนักแสดงที่เราทำงานด้วยในอนาคต ไม่ว่าจะทำซีรีส์ ทำละคร แล้วนนกุลเป็นนักแสดงที่ดี ที่ผู้กำกับหลายๆ คนใน GDH อยากร่วมงานด้วย แต่มันอาจจะไม่ใช่ปัญหานะ เพราะต่อให้น้องออกไปเป็นนักแสดงอิสระ ก็สามารถทำงานกับพวกเราได้อยู่ดี”

“เพียงแต่ว่าถ้าจะพูดตรงๆ ที่ได้คุยกับคุณพ่อคุณแม่ คิดว่าปัญหาในเรื่องการที่น้องไม่ต่อสัญญาในวันนี้ แค่วันนี้ในอนาคตเรายังไม่รู้ เหมือนระบบการทำงานบางอย่าง ของตัวนาดาวเอง ระบบเรามันล่าช้า การทำงานมันเลยทำให้เกิดความไม่ราบรื่นอะไรบางอย่างที่มันเป็นการทำงานล้วนๆ ครับ เหมือนเราคุยกันเองในบริษัทว่าช่วง 8-9 ปีที่นาดาวเปิดบริษัทมาทเราโฟกัสไปเรื่องพัฒนาศิลปิน เหมือนวันหนึ่ง GDH ฝากน้องๆ นักแสดงที่เคยเล่นหนังมาอยู่กับเรา เราก็อยากพัฒนาน้องกลุ่มนี้ให้เป็นเด็กที่เก่ง จนวันหนึ่ง GDH เอากลับไปเล่นหนัง แล้วเราก็หมกมุ่นอยู่แต่กับการปั้นนักแสดงให้เก่งนี่แหละ จนเราอาจจะลืมพัฒนาระบบเราเอง พัฒนาตัวเราเองให้เก่งเท่าทันน้อง

“พอวันหนึ่งน้องล้ำหน้าไปกว่าเรา หมายถึงเขาพัฒนาตังเองไปไกลมาก เราอาจจะเป็นตัวที่ถ่วงอะไรบางอย่างของเขา นี่คือความจริง ผมรู้สึกว่าเคสนี้ เราประชุมบริษัทกัน แล้วเราก็บอกว่านาดาวต้องเรียนรู้จากเคสนี้ เราจะต้องก้าวผ่านเคสนี้ไปให้ได้ เราพยายามทำให้ดีที่สุด เราอาจจะคุยกับคุณพ่อคุณแม่ เราอยากให้นนกุลกลับมาอยู่กับเรา แต่ถ้าวันนั้นมันไม่เกิดขึ้น ผมเชื่อว่าเราควรจะเก่งขึ้นจากการที่นนกุลจากเราไปในวันนี้ คือเราต้องพัฒนาตัวเองให้ได้ครับ เป็นบทเรียนที่เราจะเก่งขึ้นให้ได้ครับ”

ด้าน “วุธ อนุวัติ วิเชียรณรัตน์” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โฟร์โนล็อค จำกัด เจ้าของโปรเจค 9x9 (ไนน์ บาย นาย) ที่มี “กัปตัน ชลธร” เป็นหนึ่งในสมาชิกของบอยแบนด์กลุ่มนี้ ได้เผยกับสื่อมวลชนของทิศทาง “ไนน์ บาย นาย” พร้อมโต้จะปิดโปรเจกต์นี้หลังคอนเสิร์ตใหญ่ที่เกิดขึ้นในเดือน มีค. ปีหน้า เหตุเพราะ “กัปตัน” ทำสาวท้อง บอกผ่านไปหมดแล้ว ขอให้ลืมๆ มันไป

วุธ : “มันจบด้วยไทม์มิ่ง หรือระยะเวลาที่คุยกันไว้ แต่บอกตั้งแต่ต้นแล้วว่าสิ่งเหล่านี้ขึ้นอยู่กับความต้องการของแฟนๆ และความต้องการของทั้ง 9 คนด้วยเหมือนกัน แต่เราเต็มที่กับโปรเจกต์นี้มาก จริงๆ เรามีการพูดคุยกันถึงเรื่องนี้ ถามว่ามีผลกับโปรเจกต์ไหมก็มี แต่ ณ วันนี้เมื่อความจริงกระจ่างแล้ว มันคลี่คลาย สุดท้ายเราเข้าใจในตัวน้อง ว่าคนเราอาจจะผิดพลาดในชีวิตได้ ทีมงานทุกคนเรายังให้โอกาสเขาอยู่ เพราะน้องไม่เคยเหลวไหล หรือ ทำอะไรที่ไม่ดีกับโปรเจกต์”

“พอวันนี้ทุกอย่างคลี่คลายเราก็อยากให้ทุกคนให้กำลังใจน้องๆ รวมถึงกัปตันว่าให้ไปในโปรเจกต์นี้ให้สำเร็จ และทางแฟนคลับจะมีฟีดแบ็กว่า ไม่อยากให้ทิ้งน้อง พูดตรงๆ คือเขามีคนที่รักเยอะ ก็อยากขอบคุณแฟนคลับด้วยที่เป็นกำลังใจให้น้อง ในทางทีมงานเราต้องบอกว่าเราทำงานนี้อย่างเต็มที่ เมื่อเรื่องมันผ่านไปแล้วก็ลืมมันไปซะ ทำงานกันดีกว่า”

(ติดตามทุกข่าวสารในแวดวงบันเทิงทั้งหมดได้ที่ https://mgronline.com/entertainment)







กำลังโหลดความคิดเห็น...