xs
xsm
sm
md
lg

“ป้อน” สู้ตาย โต้ “เมีย 2018” ตกม้าตายตอนจบ ยืดเสียอรรถรส ยอมรับไทอินสินค้าเนียนๆ เป็นเรื่องธุรกิจ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


“ป้อน นิพนธ์” แฮปปี้เรตติ้ง “เมีย 2018” บอกสูงกว่าที่คาด รับถูกขู่เผาตึก หากตอนจบไม่ได้ดั่งใจ ปฏิเสธตกม้าตายตอนจบ ยืดจนออกทะเลกลายเป็นละครเพลง ไทอินเนียนๆ เป็นเรื่องปกติ ปลื้มมาก สองตอนสุดท้ายโฆษณาแน่นลืม

จบไปแบบแฮปปี้เอนดิ้ง สำหรับละครแรง “เมีย 2018” ค่ายเอ็กแซ็กท์ แต่อย่างไรก็ตาม ละครถูกดรามาเบาๆ ว่าตอนจบยืดจนเสียอรรถรส ยัดเยียดเพลงจนแทบจะกลายเป็นละครเพลง ไหนจะมีการไทอินสินค้าในละครจนถูกวิจารณ์สนั่น งานนี้ “ป้อน นิพนธ์ ผิวเณร” ผู้บริหารก็เปิดใจแฮปปี้กับความสำเร็จ ขอโทษหากทำไม่ถูกใจใคร

ก็ยินดีเป็นเรื่องปกติเวลาทำละครดีๆ คนชอบ มีเรตติ้ง แน่นอนนะ เราเป็นคนทำละครไม่ว่าจะช่องไหนก็แล้วแต่ มันความยินดีแทนคนทำงานทุกคน ผมดีใจมากๆ เหมือนเห็นคนดูมีส่วนร่วมและมีความสุขไปกับมัน สิ่งที่สำเร็จอีกอันนึงให้อะไรกับคนมากกว่าๆ กับละครที่จะเป็นเรื่องผัวเรื่องเมีย และเรื่องของการใช้ชีวิตคู่ ถ้าคุณมีแฟนอย่างนี้จะอย่างไร ถ้าคุณมีปัญหาชีวิตแบบนี้คุณจะทำอย่างไร ระหว่างอยู่กับสิ่งที่คุณต้องทน หรือใช้ชีวิตของคุณต่อไป ละครสะท้อนสังคมของคนยุคใหม่ที่เป็นเรื่องของครอบครัว ว่าความชอบหรือการมีตัวตนมากขึ้น นั่นคือสิ่งที่ผมคิดว่าละครเมีย 2018 ได้ตอบโจทย์คนดูจริงๆ”

ถูกขู่เผาตึกจริง หากละครไม่ได้ดั่งใจ เปิดใจเป็นละครกระตุ้นผู้หญิงให้ออกจากเซฟโซน รักตัวเองให้มากขึ้น
“มี (ยิ้ม) คนขู่ว่าถ้าไม่จบไม่เป็นไปตามที่ต้องการก็จะทำแบบนี้ ไม่เป็นไรหรอก เราก็ทำดีที่สุด การทำตอนจบเราได้ประชุมกันหลายรอบ ไม่ว่าจะเป็นพี่สันต์ (สันต์ ศรีแก้วหล่อ) เจี๊ยบ (วรรธนา วีรยวรรธน) คือจริงๆ แล้วมันก็มีได้ทั้งสองทาง ที่เป็นแบบออริจินอลแบบคลาสสิกกลับไปหาสามีและให้อภัย หรือเลือกทางเดินชีวิตตัวเองอีกเรื่องนึง”

“เราตกลงกันว่า ตอนที่เราตั้งต้นทำเรื่องนี้เราทำจากมุมผู้หญิงว่าชีวิตของผู้หญิงจะร้อนหรือจะหนาวอะไรก็แล้วแต่ ตัวเราเป็นของเรา คือจะบอกว่า เมีย 2018 พูดถึงชีวิตเป็นของเรา จังหวะนึงของชีวิตคุณอาจจะมีความลำบาก จังหวะนึงของชีวิตคุณอาจจะมีความท้อแท้ เพราะท้ายที่สุดชีวิตเป็นของเรา”

“ผมคิดว่าสิ่งที่ละครเมียมันทำงานคือทำให้ผู้หญิงกล้าเดินออกมาจากเซฟโซน ผู้หญิงหลายๆ คนอยู่ในเซฟโซนเพราะว่าความกลัวข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ลูกจะมีกินมั้ย มันเหมือนกับว่าคุณไม่ได้ให้เกียรติกับตัวเอง ยุคนี้การรักตัวเอง กับรักคนอื่นมันต้องรักเท่าๆ กัน เราต้องรักตัวเองเท่ากับที่รักคนอื่น

ยันไม่ได้ยืดจนเสียอรรถรส กลายเป็นละครเพลง
“ขอบคุณที่อุตส่าห์คอมเมนต์ คือเพลงมันไม่ได้เป็นความตั้งใจที่ดูตัดต่อมันมาจากคุณเจี๊ยบ ตอนนี้เขาเขียนเพลงด้วย เขาก็จะจำได้โมเมนต์แบบนี้ เลิฟสตอรี่แบบนี้ของคนต่างๆ ธีมซอง หรือเพลงที่จะนำเสนอเน้นว่าจะทำให้ซีนนี้ชัดคืออะไร เพราะว่าเวลาที่เราคุยเป็นเพลงเราจะเข้าใจ อินเนอร์ของปมปัญหาของตัวละคร แล้วมันก็วงเล็บกันอยู่ในบท พอเริ่มอย่างนั้นมันเวิร์ก”

“สถานการณ์ของอรุณาเป็นอย่างนี้ ของธาดาเป็นอย่างนี้ ของใครเป็นอย่างนี้ รูปธรรมมันเลยชัดขึ้น มันเลยตามมาเรื่อยๆ ถ้าเยอะไปขออภัยด้วย เราไม่ได้เจตนา แล้วเพลงที่ใช้มันเป็นเพลงเก่าๆ เป็นของแกรมมี่ซะส่วนใหญ่ เพลงที่ผู้หญิงวัย 40 แล้วรู้จัก น้อยมากที่จะเป็นเพลงใหม่ เพลงใหม่อย่างแก้ม (วิชญาณี เปียกลิ่น) ของซิลวี่ (ภาวิดา มอริจจิ) คือแต่งใหม่ เพลงอื่นเป็นเพลงเก่าหมดเลย

“อย่างเพลงระหว่างที่รอเขา นานแล้ว เพลงมันสื่อสารอารมณ์ เพลงมันเป็นเรื่องของความรักในแต่ละโมเมนต์ ยุคสมัยแล้วแต่สถานการณ์ เราเลือกให้อยู่ในสถานการณ์ มันมีความซับซ้อนของเหลี่ยมอารมณ์ ดีใจแค่ไหน เศร้าแค่ไหน มันไม่ใช่แค่ 1 บวก 1 เป็น 2 เพลงมันจะทำให้ภาพหรือรูปธรรมชัดขึ้น”

“(ยืนยันว่าไม่ใช่การใส่เพลงเพื่อยืด?) ไม่ครับ คือในตอนท้ายๆ ผมบอกกับคนตัดต่อว่าอารมณ์ที่คนดูผูกพันเขาอยากอยู่กับตัวละครนะ เหมือนเวลาที่คุณจะตัดสินใจรักหรือเลิก คุณใช้เวลากี่วัน ก็หลายวันถูกมั้ย หรือคุณจะบอกรักใคร คุณก็ต้องคิดนะ เพราะว่ามันเป็นจังหวะปกติของคน แต่ตอนท้ายๆ มันเป็นอารมณ์ร่วม”

ปัดตกม้าตาย บอกลงตัวที่สุดแล้ว ถ้าไม่ถูกใจก็ขอโทษ
“มันลงตัวที่สุดแล้วถ้ามันเบาเกินไป ก็ต้องขอโทษด้วยแทนทุกๆ คนด้วย เนื่องจากว่าสองตอนสุดท้ายมันเป็นการขมวดบทสรุปว่าจะไปทางไหน มันเป็นเรื่องของอารมณ์ มันไม่ใช่แค่ว่าพอเฉลยพล็อตแล้วมันต้องจบเลย พีกในพีคในพีก ละครมันจะจุดพีกของมันไปเรื่อยๆ ตอนจบคืออย่างเดียวว่าตัวละครจะเลือกทางไหน ถ้ายิ่งทำซับซ้อนมันจะดูเหมือนยืด เรื่องมันไม่เหลืออะไรแล้ว มันมีแต่อารมณ์ของนักแสดง ที่มันควรจะอย่างไร เราต้องขอโทษด้วย ทีมงานได้ทำดีที่สุด ถ้าไม่ถูกใจก็ต้องขอโทษจริงๆ”

“เรื่องเรตติ้ง ตอนโน้นมัน 6.1 แล้ววันอังคารมันจะมากกว่าจันทร์ คิดว่าน่ามันน่าจะขึ้นแน่นอนเพราะคนไทยชอบดูละครตอนอวสาน และคนอยากรู้จริงๆ ว่าอรุณาจะเลือกใคร คิดว่ามากกว่าตอนอวสาน”

ไทอินโฆษณาเนียนๆ เป็นเรื่องธุรกิจ ถ้าถูกเรียกสอบก็พร้อมตอบกลับไป บอกสองตอนสุดท้ายโฆษณาแน่น แฮปปี้
“ถ้าเขาถามมาเราก็ต้องตอบไป (หัวเราะ) มันเป็นเรื่องของธุรกิจผมยอมรับ และละครก็ใช้เงินสูง เงินลงทุนสูง สินค้าอยากจะโฆษณา แล้วจะทำอย่างไรให้ดูสมูท เพราะโดยกฎหมายแล้ว คุณโฆษณาได้ไม่เกิน 10 นาที แล้วเราจะทำอย่างไรให้มันกลมกลืนไปกลับเนื้อหา เพราะฉะนั้นมันเป็นเรื่องของธุรกิจ ถ้ามันไม่กลมกลืนมันเป็นความผิดของเราๆ ทำไม่ดี เราทำให้คนรู้สึกว่ามันไม่กลมกลืนเราน้อมรับ แต่ถามว่ามันมีมั้ย มันมี เป็นเรื่องปกติ”

สองตอนสุดท้ายโฆษณาแน่นมากนะครับ (ยิ้ม) ทุกคนมีความสุข คนดูมีความสุข เรามีความสุข ละครที่สำเร็จก็ทำให้มีกำลังใจ ไม่ว่าจะเป็นผู้กำกับหรือนักแสดง หรือทีมงานทุกภาคส่วน ความรวมของช่องเอง ถ้าเราทำเนื้อหาที่มันโดน ที่มันไม่ใช่เดิมๆ แบบนี้อีกแล้วคนดูก็เบื่อ คือยุคสมัยเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะคอนเทนต์ของละครหรือเกมโชว์ วิธีการนำเสนอข่าว มันต้องตามเท่าทันกับคนดู ไม่ใช่คนดูเหมือน 40 ปีที่แล้ว”

แฮปปี้เรตติ้งมากกว่าที่คาด ลั่นไม่ต้องเดินสายแก้บน เพราะใช้ใจบน
“มากกว่าคาด เพราะตอนที่ทำได้สัก 3 เราก็พอใจ โดนโมเมนตั้มของเรื่องกระแสที่ดีและความลงตัวของทุกๆ อย่าง มา 5 มา 6 มันน่าภูมิใจ ขอบคุณทุกๆ เสียง ทุกๆ รีโมตที่กดมาช่องวัน 31 ขอบคุณทุกๆ กำลังใจที่ให้กับนักแสดง แทนทุกๆ คนด้วย เราไม่ได้บนอะไร เราบนด้วยใจกันหมด เราเอาใจมาวางแล้วทำไปด้วยกัน”

(ติดตามทุกข่าวสารในแวดวงบันเทิงทั้งหมดได้ที่ https://mgronline.com/entertainment)






กำลังโหลดความคิดเห็น...