xs
xsm
sm
md
lg

จากตัวประกอบเตะฝุ่น สู่ “สามีแห่งชาติ 2018” : “ฟิล์ม ธนภัทร” น้ำตาคลอ! เผยมีวันนี้เพราะแม่ให้

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


"มันเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่ลาออกจากการเป็นสจ๊วต ซึ่งสิ่งที่เราตั้งใจความพยายามที่เราทุ่มเทไป มันสำเร็จแล้ว..." คำบอกเล่าที่เจือด้วยน้ำเสียงแห่งความดีใจของนักแสดงหน้าใหม่ "ฟิล์ม ธนภัทร กาวิละ" ที่ตอนนี้มีสถานะเป็น "สามีแห่งชาติ 2018” ไปแล้วกับบท "บอส วศิน” ในละคร “เมีย 2018”

ย้อนกลับไปในอดีต แม้เส้นทางในวงการบันเทิงอาจจะยังไม่ยาวไกลสักเท่าใดนัก หากแต่เส้นทางชีวิตที่ผ่านมาของหนุ่มคนนี้ก็ต้องถือว่ามีความน่าสนใจไม่น้อย

"ด้วยความที่บ้านไม่สามารถซัมพอร์ตเรื่องเงินได้ เราก็ต้องทำงานหาเลี้ยงตัวเอง และเรียนจบมาพร้อมใบปริญญาตรี และเงินเดือนสตาร์ทที่ 15,000 บาท ซึ่งไม่สามารถเลี้ยงที่บ้านได้แน่นอน ผมจึงคิดว่ามันจะมีอาชีพอะไรอีกที่ถ้าเราทำงานแล้วช่วยที่บ้านได้ ผมจึงเอาเงินก่อนสุดท้ายของตัวเอง ไปเรียนเทคคอร์สภาษาอังกฤษเพิ่มเติมเป็นเวลาครึ่งปี"

"และจังหวะนั้นมีสายการบินเปิดพอดี มันจึงเป็นโชคและความพอดีที่เกิดขึ้น และย้อนกลับไปก่อนจะตัดสินใจมาเป็นสจ๊วต ผมก็ใช้ชีวิตเหมือนเด็กทั่วไป สมัครงาน รอเขาเรียกไปสัมภาษณ์ หรือรอไปแคสงาน เดินเตะฝุ่นทั่วไป จนรองานแสดงที่มันไม่มีไม่เข้ามา เลยรู้สึกว่าเราต้องทำอะไรสักอย่าง"

"อีกอย่างผมก็เหมือนเด็กแคสงานเหมือนเด็กทั่วไป สมมุติเขานัด 10 โมง เราก็ต้องไปตั้งแต่ 7 โมงเพื่อไปเอาบัตรคิว หรือแคสไป 20 งาน แต่ได้แต่งานเดียว แต่มันก็มีอารมณ์ท้อเกิดขึ้น เพราะท้ายที่สุดแล้ว เราก็บอกตัวเองว่าห้ามยอมแพ้ ก็เลยสู้ต่อมาเรื่อยๆ"

แรงผลักดันสำคัญจากความลำบากของมารดา
"ก็อย่างที่บอกว่าสิ่งที่เราตัดสินใจไปเมื่ออดีต และความทุ่มเทที่เราทำในลงไป ตอนนี้มันประสบความสำเร็จแล้ว มันเป็นสิ่งดีๆ มันตื้นตัน มันทำให้เราหายเหนื่อยจริงๆ เป็นวันที่มีคนชื่นชม ถึงวันที่แม่เราพิมพ์ไลน์มาหาว่า 'ดังใหญ่แล้วนะลูก แม่ดีใจกับลูกด้วยนะ' มันเป็นความตื้นตันอย่างบอกไม่ถูก"

"อย่างตอนเด็กๆ ผมก็ดื้อมาโดยตลอดตามประสาเด็ก แต่จะมาหนักในช่วง ม.ปลาย จนสิ่งที่ทำให้ผมต้องเปลี่ยนตัวเองคือเอ็นไม่ติด เพราะเขาเคยผิดหวังกับพี่ชายมาแล้วคนนึง และเราได้เรียนพิเศษสถาบันกวดวิชาชื่อดังทั้งพี่ทั้งน้อง แต่ทั้ง 2 คนไม่มีใครเอ็นติด แล้วตอนนั้นเพื่อนทุกคนเอ็นติดหมดเลย"

"มันเป็นความรู้สึกว่าแม่เขาเสียเงินมากให้เราเพื่อไปเรียนพิเศษ ใช้คำว่าเป็นแสนเพราะมันแพงมาก เขาอยากให้เราได้ดีแต่เขายอมเป็นหนี้ ให้ลูกได้ทัดเทียมคนอื่น มันเลยมีจุดเปลี่ยนว่าไม่อยากให้เขาลำบากอีกแล้ว แม้เราจะเรียนเอกชนก็จริง แต่เราก็จะตั้งใจทำให้มันเต็มที่"

"เรารู้สึกว่าก่อนหน้านี้เราเหน็ดเหนื่อยมากับแม่เยอะมาก เราผ่านความลำบากมาด้วยกันเยอะ (น้ำตาคลอ-เสียงสั่น) และในที่สุดมันก็เป็นวันของเราแล้ว มันรู้สึกดีแบบบอกไม่ถูกจริงๆ และอีกสิ่งที่ทำให้เราจดจำเพราะเขาพิมพ์ไลน์มาว่า 'สิ่งที่ลูกทำประสบความสำเร็จแล้วนะ สิ่งที่พยายามทำ มันเห็นผลแล้วนะ แม่ยินดีกับลูกด้วยนะ'

"มันเป็นความรู้สึกที่จุกอกแบบบอกไม่ถูก เพราะผมกับแม่ลำบากมาด้วยกัน ไม่ใช่เพียงแต่การที่เขาเฝ้ารอดู แต่มันคือความลำบากตั้งแต่เราเป็นเด็ก เขาเหนื่อยกับเรามาเยอะที่กว่าจะมีวันนี้ เวลาที่ผมเงินไม่พอใช้ แม่ก็ต้องหาเงินมาหมุน ยอมเป็นหนี้นอกระบบเพื่อจะให้ลูกไม่ต้องลำบาก"

"ย้อนกลับไปตอนเด็กๆ ผมยังร้อง-อเลยว่าอยากได้เกมบอย ซึ่งมันราคาไม่กี่พันบาท เราก็เอามาคิดว่าทำไมแม่ไม่ซื้อให้ สอบได้เกรด 4 แม่ก็ไม่ซื้อให้ วันเกิดกี่ปีก็ไม่ซื้อให้ ตอนเด็กๆ เราน้อยใจแม่มาโดยตลอด แต่พอเราโตมาจนทุกวันนี้เราจึงเข้าใจว่าเพราะอะไร"

"แม่เขาบอกให้เราใช้เงินอย่างประหยัดเพราะแม่ไม่ค่อยมีเงินนะ และเขาพูดเสมอว่า 'แม่ยอมอด เพื่อให้ลูกอิ่ม' (เสียงสะอื้นในลำคอ) มันเลยเป็นประโยคที่เอาไว้คอยเตือนใจตัวเองตลอดเวลา และระหว่างที่เราเรียนมหาลัย เราก็มีโอกาสได้สอนพิเศษเด็กนักเรียนประถม เพื่อหารายได้พิเศษ อย่างเงินก้อนแรกที่ได้มาจากถ่ายโฆษณาผมก็ให้เขาหมดเลย"

รับ "ชื่อเสียง" มาเร็วกว่าที่คิดแต่ยืนยันไม่เคยประมาท..."เร็วกว่าที่คิด แต่ก็เคยคิดว่ามันจะกลับไปเหมือนเดิมตอนที่ไม่มีงานไหม แต่ก็คิดว่าถ้าเรามัวคิดอยู่แบบนั้น มันจะเป็นพลังด้านลบ มันจะทำงานออกมาเป็นลบ แต่ถ้าเราคิดบวกไว้ก่อนว่าทำไปเถอะ ตั้งใจทำงาน พยายาม"

"และวันนึงผู้ใหญ่ตะเห็นความตั้งใจของเราเอง ผมรู้สึกว่าผู้ใหญ่เขาจะเห็นจากการกระทำของเรา มันไม่ใช่แค่วัน สองวัน แต่มันอาศัยว่าเราทำวนไปซ้ำๆ เพื่อพัฒนาตัวเองแบบจริงจัง ไม่ใช่เป็นคนที่ได้เล่นละครและจบแค่ตรงนั้น แต่ระหว่างที่ละครจบไป เราก็ได้มีการพัฒนาตัวเองมากเพิ่มขึ้นแค่ไหน"

หลายคนยกให้เป็น "สามีแห่งชาติ 2018" รู้สึกอย่างไร?
"ก็รู้สึกว่าขอบคุณที่เขาชื่นชอบในผลงานเรา มันทำให้เรามีกำลังใจในการพัฒนาผลงานของเราไปเรื่อยๆ (ตอนเราได้อ่านบทและคิดไหม? ว่ามันจะดีต่อใจคนทั้งประเทศแบบนี้) ก็มีนิดหน่อย แต่เราไม่ได้แสดงเพื่อให้คนมากรี๊ดเรา แต่เราอยากให้คนดูอินกับเรามากกว่า เราแสดงเป็นตัวละครนั้นได้มากน้อยแค่ไหน"

"และกระแสจะเปรี้ยงหรือไม่เปรี้ยงมันเป็นของขวัญมากกว่า ถ้าเราทำดี เราอาจจะได้รางวัลหรือไม่ได้ก็แล้วแต่ แต่เรารู้สึกว่าเราทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด"

แต่ก็มีบากฉากที่บางคนบอกว่าเราไม่แมน
"คือจะบอกว่าผมเป็นเกย์งั้นใช่ป่ะ (ยิ้ม) ผมเป็นผู้ชายครับ แต่ก็ไม่แปลกใจที่คนสงสัยกัน เพราะผมโดนเรื่องแบบนี้มาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว ช่วงมัธยมจะมีน้องมาถามว่าพี่เขาเป็นเกย์ ผมโดนคำถามนี้มาเยอะมาก จนผมชิน แต่ด้วยความที่เราหน้าหวาน และจริงๆ มันมีจุดเริ่มต้นนะ"

"คือก่อนผมเกิดแม่ไปขอกับพระ ว่าอยากได้ลูกสาว ตาโตๆ จมูกโด่งๆ ปากเป็นรูปกระจับ พอเราคลอดมา แม่ก็แซวว่ากูได้ทุกอย่างเลย แต่เสือกมีจู๋ (หัวเราะ) แต่เอาจริงๆ ถ้าเราเป็นอะไร แม่ก็คงรักเหมือนเดิม แต่ใครจะมองยังไงก็ได้นะคับ ผมเฉยๆ มาก เพราะถ้าจะมานั่งแคร์ทุกคน ผมก็จะไม่มีความสุข เราเป็นในแบบที่เราเป็น เราจะมีความสุขกว่า"

ยืนยันว่าชอบผู้หญิง?
"คือผมชอบผู้หญิง (ยิ้ม) ไม่ได้ชอบผู้ชาย เป็นผู้ชายแท้ และยิ่งตอนเป็นสจ๊วต คนก็ชอบถามว่าเป็นป่ะ และบางทีผมจะโดนผู้โดยสารที่เป็นเพศทางเลือก ก็จะมองแบบจ้องๆ ถ้ากินผมได้ก็คงกินแล้วล่ะ (ยิ้ม) แต่ผมก็ไม่ได้อะไร ก็เป็นตัวของตัวเองแบบนี้แหละ คือคนที่รู้จักเราจริงๆ จะรู้ว่าเราไม่ได้เป็น ถ้าเรามานั่งแก้ข่าวตลอดเวลา งั้นชีวิตเราไม่ต้องทำอะไรเลย"

แล้วสถานะของ "หัวใจ" ตอนนี้เป็นอย่างไร?..."ในตอนนี้ก็เรียกได้ว่ามีคนเข้ามาคุยมากกว่า สุดท้ายเราก็ยังโฟกัสเรื่องงานอยู่ดี ผมกลัวว่าตอนนี้ถ้าเรามีจริงจัง ผมกลัวว่าจะดูแลเขาได้ไม่ดีพอ เพราะก่อนหน้านั้นก็เจอมาเยอะ โดนผู้หญิงทิ้งไปหาผู้ชายที่มีเงินมากกว่า"

ในชีวิตจริง ถ้าต้องเจอผู้หญิงในละครอย่าง "อรุณา" นี่ใช่สเปกมั้ย?
"ใช่ครับ (ยิ้ม) ชอบผู้หญิงมีอายุมันคือสเปคเรา แต่ก็ชอบผู้หญิงขาว ตัวเล็ก ชอบผู้หญิงหน้าตาน่ารัก แต่สุดท้ายไม่ได้มานั่งเจาะจงว่าผมต้องได้แบบนี้ แต่ผมขอคนที่อยู่ด้วยกันและเข้าใจ มีความสุข จะเด็กหรือจะแก่ไม่เป็นไร แต่ส่วนมากจะหลงเสน่ห์ผู้หญิงที่มีอายุนิดหน่อย..."


กำลังโหลดความคิดเห็น...