xs
xsm
sm
md
lg

เป็นคำที่ใหญ่เกินไป “ก้อย” เปิดใจไม่กล้ารับฉายา คู่รักที่ทำประโยชน์เพื่อชาติ!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


ไม่กล้ารับฉายาคู่รักที่ทำประโยชน์เพื่อชาติ “ก้อย รัชวิน” ลั่นเป็นคำที่ใหญ่เกินไป เปิดใจเตรียมวิ่งช่วย รพ. จ.ปัตตานี ระดมทุนซื้อเครื่องเอกซเรย์เร่งด่วน คาดหวังต้องได้เงินบริจาคเกิน 5 ล้าน ขอบคุณ “ตูน” แรงบันดาลใจ จากคนที่ไม่คิดจะวิ่งมาราธอนได้มาก่อนในชีวิต อนาคตจะต้องพิชิตสนามบอสตัน หรือ ชิคาโก



หลังจากประสบความสำเร็จจากการวิ่งระดมทุนซื้ออุปกรณ์การแพทย์เพื่อ 11 รพ. ในโครงการก้าวคนละก้าว เคียงข้าง “ตูน บอดี้สแลม” อาทิวราห์ คงมาลัย ล่าสุด “ก้อย รัชวิน วงศ์วิริยะ” ก็เปิดใจว่าได้จัดวิ่งอีกครั้ง ในโครงการลอง RUN 2018 ซึ่งก้อยได้เผยที่มาที่ไปโครงการระหว่างร่วมพิธีพรมน้ำพระพุทธมนต์สองแผ่นดิน “มาฆะมหามงคล ไทย - เมียนมาร์” ณ ซีคอน บางแค ณ ลานซีซั่น ชั้น 1 ศูนย์สรรพสินค้าซีคอน บางแค รับทำเพื่อหาเงินช่วย รพ. ที่ จ.ปัตตานี ซื้อเครื่องเอกซเรย์อย่างเร่งด่วน

“โครงการลอง RUN มีสองวัตถุประสงค์นะคะ ที่ผ่านมาคือ ให้คนที่ไม่เคยได้วิ่ง ออกมาวิ่ง 5 กิโลแรกกับเรา ตอนที่เราวิ่งในโครงการก้าวคนละก้าว เราก็ได้คนที่เชียร์พี่ตูนและเห็นพี่ตูนวิ่ง จากตอนแรกที่เขาส่งกำลังใจมาเชียร์ จนตอนหลังอยากจะลุกขึ้นมาวิ่งบ้าง เราก็เลยรู้สึกว่าพอหลังจากก้าว มันมีหลายคนหลายคำถามที่ส่งผ่านมาทางทีมก้าว แล้วก็ตัวก้อยและพี่ตูน การเริ่มต้นวิ่งจะต้องทำยังไงบ้าง วิ่งยังไงให้ไม่เหนื่อย แล้วจะต้องไปวิ่งที่ไหน”

“เราก็เลยรู้สึกว่าถ้าอย่างนั้นเรามารวบรวมคนที่เขาอยากจะลองวิ่ง แต่เขาไม่รู้ว่าจะวิ่งที่ไหน และไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มยังไง ที่สำคัญงานนี้จะเป็นงานวิ่งที่รวบรวมคนที่ไม่เคยวิ่งมาก่อนได้เยอะมาก 2,100 คน แล้วก็ทีมงานก้าว จากที่ปกติแล้วมาวิ่ง คราวนี้ก็จะสลับหน้าที่กันเป็นทีมซัปพอร์ต เป็นคนที่ให้กำลังใจคนที่มาวิ่ง แล้วอีกหนึ่งวัตถุประสงค์ของงานนี้ก็คือเราระดมทุนเพื่อจัดหาเงินให้กับโรงพยาบาลไม้แก่น จ.ปัตตานี เพื่อช่วยเหลือในเรื่องของเครื่องเอกซเรย์อย่างเร่งด่วน

“ก้อยขอเล่าเลยนะคะ คือ มีเจ้าหน้าที่ที่เป็นนักกายภาพที จ.ปัตตานี เป็นคนส่งข้อความมาในคอมเมนต์ แล้วเราก็เห็นเลยขอรายละเอียดกลับไป แล้วก็คุยกับทีมงานก้าว จนในที่สุดทุกคนก็คิดว่าถ้าเกิดเราได้ช่วยเขา ก็เป็นเรื่องดี เลยเป็นที่มาของโครงการลอง RUN แล้วอีกหนึ่งอย่างที่เรารู้สึกว่าเราต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน คือ เครื่องเอ็กซเรย์ 1 เครื่อง ใช้เงินประมาณ 4 - 5 ล้านบาท ซึ่งแพงมาก แล้วการที่โรงพยาบาลไม่มีเครื่องเอกซเรย์ เท่ากับผู้ป่วยจะไม่สามารถวินิจฉัยโรคได้ เขาต้องรอคอยการรักษา นั่นหมายถึงชีวิตที่ต้องรออย่างไม่มีกำหนด คือ ไม่รู้ว่าจะได้รักษามั้ย บางคนถึงกับไม่รู้ว่าตัวเองป่วยเป็นอะไร เพราะว่าไม่สามารถวินิจฉัยได้”

“พี่ที่เป็นนักกายภาพมาที่งานลอง RUN วันนั้นแล้วเขาก็เข้ามากอดแล้วก็ร้องไห้ แล้วก็ขอบคุณทุกคน ขอบคุณทีมงานก้าวที่จัดงานนี้ขึ้นมาเพื่อที่จะช่วยเหลือให้ทันอย่างเร่งด่วน เพราะเขาไม่ได้ต้องการอะไรเลยนอกจากเครื่องเอกซเรย์เครื่องนั้น 1 เครื่อง ซึ่งเราก็รู้สึกว่าดีใจที่ทุกคนออกมาวิ่งกัน แล้วก็ให้ความสำคัญในเรื่องของการช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์ด้วยกันอีกครั้งหนึ่ง”

“ถามว่าได้ยอด 5 ล้าน ตามที่ต้องการมั้ย ยังขาดอยู่นะคะ เพราะว่ายอดเงินที่ต้องการค่อนข้างสูง แล้วเราก็อยากจะให้เขามากกว่า 1 เครื่องด้วยซ้ำไป ตอนนี้ก็เลยระดมทุนอยู่ ก็เพิ่งคุยกับทีมงานว่าเดี๋ยวเราอาจจะมีการประชาสัมพันธ์ตามสื่อ เพราะเราก็เข้าใจว่าทางโรงพยาบาลค่อนข้างจะขาดแคลน แล้วเขาเป็น 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย การช่วยเหลือค่อนข้างเข้าถึงยาก ตรงนี้พอสัมผัสและได้พูดคุยกับพี่ๆ ที่โรงพยาบาลก็เลยเข้าใจว่าเขาต้องการและมันจำเป็นมากจริงๆ”

เราไม่ได้เอาเงินจากก้าวคนก้าวมาเลยใช่ไหม
“คนละงานกับ 11 โรงพยาบาลค่ะ คือ โครงการ 11 โรงพยาบาล เรามอบในงวดแรกไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเราก็ได้แจกแจงไปในวันนั้น”

“ถามว่าเราเลือกช่วย รพ. ยังไง ตัวก้อยเองไม่ใช่คนเลือกค่ะ เราคุยกันในทีมงาน สำหรับก้อยพี่คนนี้ส่งมาในคอมเมนต์ ซึ่งเป็นหนึ่งในหลายๆ ร้อยข้อความ แล้วบังเอิญว่าเราไปเห็นพอดี พอเราติดต่อกลับไป เราก็พบว่าเขาต้องการอย่างเร่งด่วน คือ ก้อยเชื่อว่าทุกที่และหลายๆ โรงพยาบาลต้องการความช่วยเหลืออีกมากมาย แต่ว่าข้อความนี้ที่เราบังเอิญไปเห็น เรารู้สึกว่ามันจำเป็นมากๆ เขาไม่รู้จะหันหน้าไปหาที่ไหน แล้วเขานึกถึงเรา เราเลยรู้สึกว่าเป็นความรับผิดชอบของเรา เหมือนถ้าเรารู้ปัญหาแล้วเรานิ่งเฉยไม่ทำอะไร เราก็จะรู้สึกไม่ดีกับตัวเอง เราก็อยากจะทำอะไรบางอย่างที่ได้ช่วยเขากลับไปบ้าง ไม่มากก็น้อย ในฐานะที่เราเป็นนักแสดง แล้วเราก็มีโอกาสที่จะได้บอกต่อ ได้ให้ผู้คนได้รับรู้และออกมาช่วยกัน”

อยากช่วยให้ รพ. สมหวังมีเครื่องเอกซเรย์ให้เร็วที่สุด เช็กยอดบริจาคได้ที่เพจก้าวฯ จะอัปเดตให้ทราบนาทีต่อนาที
“เท่าที่ก้อยทราบก็คือตอนนี้ไม่มีเครื่องเอ็กซเรย์เลยที่โรงพยาบาล คนไข้ต้องไปโรงพยาบาลอื่น ซึ่งจ.ปัตตานี โรงพยาบาลก็ไม่ได้เยอะมาก แล้วแต่ละโรงพยาบาลมีกันอย่างน้อยโรงพยาบาลละเครื่องเท่านั้นเอง แปลว่าคนไข้ก็ต้องไปต่อคิวที่โรงพยาบาลอื่นๆ ต่อเหมือนกัน ต่อให้ที่นี่ไม่มี แล้วไปโรงพยาบาลอื่น เขาก็ต้องไปรออยู่ดี ถ้าเราช่วยได้เราก็อยากให้เขาได้มีเครื่องเอ็กซเรย์ให้เร็วที่สุด”

“การประชาสัมพันธ์จริงๆ เป็นส่วนหนึ่งในโครงการลอง RUN อยู่แล้ว ตอนนี้เราได้เงินมาจำนวนหนึ่ง ซึ่งใกล้จะครบกับยอดที่ทางโรงพยาบาลต้องการแล้ว แต่ว่ายังขาดอยู่ ก็อยากจะประชาสัมพันธ์เชิญชวนทุกคนที่เล็งเห็นปัญหาแล้วก็อยากจะช่วยเหลือ ผ่านบัญชีของโรงพยาบาลไม้แก่นได้ค่ะ”

“เรื่องเช็กยอดเงินบริจาค จะมีเจ้าหน้าที่ที่เป็นทีมงานของก้าวคนละก้าวค่ะ ในเพจก้าวคนก้าวจะรวบรวมทุกอย่างตั้งแต่เริ่มต้นวิ่ง จะเช็กได้เลยว่าวันนี้ยอดเงินบริจาคเท่าไหร่ คลิกเข้าไปดูจะเห็นยอดเงินได้เลย อัปเดตนาทีต่อนาทีเลย ตอนนี้ก็น่าจะเกือบๆ 1,400 ล้านบาทได้

ไม่กล้ารับฉายาคู่รักที่ทำประโยชน์เพื่อชาติ ลั่นเป็นคำที่ใหญ่เกิน
สำหรับตัวก้อยเอง ก้อยคิดว่าคำนี้มันอาจจะใหญ่ไปสำหรับตัวเรา เราแค่คิดว่า ในฐานะที่เราอยู่ตรงนี้ เราสามารถที่จะทำอะไรเพื่อประเทศของเราได้ จากจุดเล็กๆ เหมือนพี่ตูนเป็นคนผลักดันโครงการนี้มาตลอด แล้วในฐานะที่เราอยู่ข้างๆ แล้วเราเห็นการเปลี่ยนแปลงที่มันเกิดขึ้น เอาง่ายๆ จากพี่ตูนเริ่ม แล้วก้อยทำตามคนรอบข้างพี่ตูนทำตาม ตอนนี้มันขยายมาในระดับประเทศ ซึ่งสุดท้ายแล้วมันไม่ได้เป็นเรื่องว่าใครทำเพื่อใคร มันคือเราทุกคนได้รวมกันทำให้เกิดสิ่งนี้ขึ้นมา ซึ่งถ้าเกิดว่าจะใช้คำว่าตัวก้อยหรือตัวพี่ตูน ก้อยรู้สึกว่ามันคือพวกเราทุกคนที่ช่วยให้เกิดสิ่งดีๆ ให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ได้มอบน้ำใจ ได้เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน ลำพังแค่เรา แค่ทีมเรา มันอาจจะไปไม่ถึงเป้าหมายก็ได้ ถ้าเกิดว่าไม่มีน้ำใจจากคนไทยทุกคน”

จากคนที่ไม่เคยคิดว่าจะวิ่งมารธอน ในวันนี้มีอีกหลายสนามที่รอการพิชิต เพื่อเอาชนะตัวเอง
“ก็ยังวิ่งได้อยู่นะ คือเรามองว่าการวิ่งมันไม่ใช่แค่วิ่งเพื่อความสนุกหรือวิ่งเพื่อเอาสถิติ สุดท้ายพอเรามาอยู่กับมันจริงๆ เรารู้สึกว่าถ้าจะวิ่งให้ดีมีคุณภาพ ไปถึงเป้าหมายได้โดยไม่เจ็บ เราต้องมีการฝึกซ้อม มีวินัยกับตัวเอง”

"เราไม่เคยคิดว่าไม่ถึง รู้อยู่แล้วว่ายังไงก็ต้องทำได้ มันเหมือนแบบถ้าเราคิดว่าเราจะลงมาราธอน มันไม่มีคำว่าเดินกลับหรือหยุดกลางคัน ถ้าไม่ทำต้องไม่ทำตั้งแต่ต้น เมื่อเราตัดสินใจแล้ว เราก็คิดว่าเราจะไปหาความสุขระหว่างทาง และระหว่างวิ่งจะไม่มีคำว่าถอยหรือหยุด มีแต่ให้กำลังใจตัวเองว่าไปให้ถึง”

“ก็มีไปวิ่งที่โตเกียว มีบอสตัน มีชิคาโก น่าไปทุกที่เลย ก็พอจบเกียวโตได้เรารู้แล้วว่าร่างกายเราสามารถพาเราไปในที่ๆ ไม่เคยไปได้ จากคนที่ไม่เคยคิดจะมาวิ่งมาราธอน อยู่ๆ วันนี้เราทำได้ มันก็อยากจะมีเป้าหมายที่ใหญ่ขึ้น แต่ไม่ได้แปลว่าจะไปวิ่งไกลขึ้น แต่อยากจะลองวิ่งมาราธอนครั้งที่ 2 ให้แข็งแรงขึ้น ก็อาจจะมีวิ่งที่ต่างประเทศอีกที่หนึ่ง อย่างที่บอสตันหรือชิคาโกมันยากมาก ต้องเป็นนักวิ่งมืออาชีพ ต้องวิ่งมาหลายๆ สนาม แต่เราเพิ่งผ่านมาสนามเดียวเอง ก็ต้องฝึกอีกเยอะ”

เผยเปลี่ยนความคิดจากชวนกันไปเที่ยวเป็นไปวิ่งมาราธอนที่ไหนดี
“มันไม่สามารถเรียกว่าประสบความสำเร็จได้หรอก มันคือการเอาชนะตัวเองไปอีกขั้นหนึ่ง มันยังมีเส้นชัยอีกหลายเส้นชัยที่เราต้องไปให้ถึง พี่ตูนเขาแค่รู้สึกว่าวันนี้เราได้วิ่งกับเขาแล้ว จากแต่ก่อนเราอาจจะวิ่งแค่ 10 แต่วันนี้เราสามารถวิ่งมาราธอนไปกับเขาได้ ก็แค่คิดว่ามาราธอนหน้าไปไหนกันดี จากที่คิดว่าจะไปเที่ยวไหน เปลี่ยนเป็นไปมาราธอนที่ไหนดีอะไรแบบนี้ค่ะ (ยิ้ม)





กำลังโหลดความคิดเห็น...