xs
xsm
sm
md
lg

เหนื่อย-ท้อ “ปู พงษ์สิทธิ์” ยกเลิกคอนเสิร์ต 50 ปี ผีโรงเย็น ซัดพวกตีกัน “มึงมันโง่” เชื่อสักวันจะถูกกำจัด แม้อาจต้องตายก่อน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


“ปู พงษ์สิทธิ์” ยกเลิกคอนเสิร์ต 50 ปี ผีโรงเย็น ก่อนเปิดใจกับทีมข่าวบันเทิง MGR ONLINE ทั้งท้อทั้งเหนื่อย แต่เชื่อสักวันพวกเชยๆ ที่ตั้งหน้าจะมาตีกันในคอนเสิร์ตจะถูกกำจัด แม้ตนอาจต้องตายก่อน มองไปถึงต้นตอผลิตคนออกมาไม่ดี กฎหมายไม่แรง พ้ออยากเล่นให้จบสักคอนเสิร์ต ฝากบอกพวกตีกัน มีึงมันโง่

เป็นข่าวร้ายของแฟนๆ ที่ตั้งตารอชมคอนเสิร์ตใหญ่ของนักร้องเพื่อชีวิต “ปู พงษ์สิทธิ์ คำภีร์” หลังจากที่เจ้าตัวได้เขียนจดหมายด้วยลายมือตัวเองถึงสาเหตุที่ต้องยกเลิก คอนเสิร์ต “50 ปี ผีโรงเย็น” ซึ่งจะมีในวันที่ 10 มี.ค. ณ โอเอซิส อารีนา โชว์ดีซี เนื่องจากทางเจ้าหน้ากลัวว่าจะไม่ปลอดภัยพอ อีกทั้งเป็นคอนเสิร์ตกลางแจ้งในกรุงเทพฯ ด้านคนดูเองก็ไม่มั่นใจว่าจะปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม ทีมข่าวบันเทิง MGR ได้สัมภาษณ์ถึงความรู้สึกของนักร้องเพลงเพื่อชีวิตเกี่ยวกับกรณีที่มีการยกพวกตีกันกลางคอนเสิร์ต ซึ่งนักร้องระดับตำนานก็เผยตรงๆ ว่าทั้งเหนื่อยและท้อ แต่ก็เชื่อว่าสักวันจะต้องเปลี่ยนแปลง

“อาจจะเป็นเพราะเรื่องที่เราเล่า มันไปตรงกับชีวิตเขาพอดี คือถ้ามองในแง่ดีนะ แต่บางทีอาจจะไปตรงกับความรู้สึกของเขามากเกินไปอาจจะทำให้เขาของขึ้น ทำให้เกิดอารมณ์และมาเจออีกกลุ่มที่ของขึ้นเหมือนกัน ก็เลยเกิดการกระทบกระทั่งกัน แต่ก็จะมีอีกพวกหนึ่ง พวกเชยๆ ที่มาเพื่อก่อเหตุก็มี อย่างเวลาเจอเหตุการณ์แบบนี้ พอเราได้เจอ มันทำให้เราท้อ มันทำลายความสามารถ ต่อยกันหมัดเดียว ความสามารถลดลง 20% เราก็ได้แต่ยืนมอง แล้วคิดว่าประเทศไทยของเรา เพราะประเทศอื่นเขาไม่มี

“ถามว่าเหนื่อยกับสิ่งที่เราต้องเจอมั้ย มันก็เหนื่อยนะ เพราะบางคนก็คิดแล้วว่าเดี๋ยวพอเพลงนี้มันขึ้นนะ ก็ต้องตีกันแน่ๆ เพราะส่วนมากตีกันเกือบทุกเพลง (หัวเราะ) ก็มีส่วนที่ตั้งใจมาตีกันนะครับ และผมเป็นคนเล่น จะให้ผมทำยังไง (ยิ้ม) ซึ่งถ้าถามว่าจะต้องแก้ปัญหาตรงนี้ยังไง ผมว่าการศึกษาสำคัญนะครับ การบังคับใช้กฎหมาย แต่ทุกอย่างต้องอดทนใช้เวลา เราต้องขัดเกลาคนรุ่นใหม่ ลูกหลานเรา เพราะคนรุ่นเราเดี๋ยวก็ตาย แต่อย่างที่เห็นบางทีคนที่ตีกันก็เป็นคนรุ่นใหม่ ก็ต้องมองย้อนกลับไปถึงขั้นตอนการผลิตกว่าจะมาเป็นคนนี้ เขาอาจจะผลิตออกมาไม่ดี

อย่างล่าสุดก็มีเหตุการณ์ถึงขั้นทำร้ายเราก็มี แต่ก็ไม่ได้เจอบ่อย นานๆ อาจจะมีที เพราะบางครั้งก็มีถึงขั้นเอาปืนหลายกระบอกมาจ่อที่เรา โดยคนที่จ่อเขาอยู่ข้างล่างเวทีนะ และวิธีที่ผมใช้แก้ปัญหาคือไม่ถูกต้องก็จริง แต่ตอนนั้นยอมรับว่าโกรธมากก็เอามือไปปัดกระบอกปืนออก เพราะมันไม่น่าเกิดขึ้น เราก็เดินไปพูดอะไรบางอย่างกับเขา แต่ก็ไม่เคลียร์อะไรกันนะ ต่างคนต่างถอย ส่วนสาเหตุที่เขาถือปืนมานั้น ผมว่าตั้งแต่เจตนาแล้วว่าคนอะไรพกปืนมา 7 - 8 กระบอก แล้วรอดสายตาของเจ้าหน้าที่มาได้ไง”

“ถามว่ากลัวมั้ยก็กลัว อย่าว่าแต่ปืนเลย จะให้ไปต่อยกับใครได้ (คือเคยคิดมั้ย อาชีพอย่างเราทำไมมันอันตรายแบบนั้น?) ไม่ปลอดภัยเลย ขนาดเดินทางทุกวันก็ยังไม่ปลอดภัย เราย้ายที่ทุกวันก็จะเจอเหตุการณ์ซ้ำๆ จนชินชา มันชินจนรู้เลยว่าเดี๋ยวไอ้โต๊ะนี้ต้องมีเรื่องแน่ๆ สามารถดูออกตั้งแต่เขายังไม่เมาเลย หรือแม้ที่นั้นห้ามสูบบุหรี่ เดี่ยวอีกสักพักมันก็จะสูบ เราก็ดูออก คือ ถามว่าเราทำอะไรได้มั้ย ก็ย้อนกลับไปคือบ้านเมืองเรายังมีการใช้การบังคับกฎหมายไม่มีเท่าที่เพียงพอ เพราะรู้ไปถึงว่าไอ้คนนี้อาชีพอะไร และเวลาเมาจะกร่างแค่ไหน ถามว่าเซฟตัวเองยังไงบ้างถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น คือไม่มีอะไรเลย”

“เราก็คิดว่ามันไม่ได้เกิดขึ้นกับตัวเราแบบจังๆ ไง แต่เราก็ยังยึดที่จะทำอาชีพนี้เพราะเรารักอาชีพนี้ ทำเป็นอย่างเดียว ทำอย่างอื่นไม่เป็นเลย เพราะถ้าคนคิดว่าชีวิตอยู่บนความเสี่ยงแบบนี้ ก็คงไม่มีใครออกไปเล่นดนตรี และคนที่มาดูดนตรี เพราะเขาต้องการมาหาความสุข แต่คนตีกันมันคือส่วนน้อย และ ณ วันนี้ก็ยังไม่คิดจะหยุดร้องดนตรี”

บอกเกษียณได้สบายมาก แต่ทำทุกวันนี้เพราะมีความสุข เหมือนต่อลมหายใจให้ชีวิตตัวเอง เชื่อสักวันพวกเชยๆ จะถูกกำจัด แม้ตนอาจตายก่อน
“ส่วนเรื่องจะเกษียณมั้ยคือถ้ามองในฐานผู้ชาย ผมเป็นหัวหน้าครอบครัว จริงๆ ลูกเติบโต ทำงานทำการกันแล้ว เราก็อยู่ได้แบบสบายๆ ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรมากมาย เลิกร้องเพลงก็ได้ แต่ที่ทำทุกวันนี้เพราะมันยังมีความสุข ได้ขึ้นเวทีแล้วมองลงไปข้างล่าง เห็นภาพแบบนั้นแล้วเราจะมีความสุข เหมือนเป็นการต่อลมหายใจให้กับชีวิตเรา และการคนที่มาตีกัน เรามองว่าเป็นส่วนน้อย ขี้ปะติ๋ว ผมเชื่อว่าอีกไม่นานคนส่วนเหล่านนี้จะถูกกำจัดเพราะคนรุ่นใหม่ คนเชยๆ ที่มาตีกันจะหายไป สักวันหนึ่งการตีกันในคอนเสิร์ตจะหมดไป แม้วันนั้นผมจะตายก่อนแล้วก็ตาม อย่างคอนเสิร์ตฝรั่งทำไมเขาไม่ตีกันล่ะ เขาก็คนเหมือนเรา เขากินอาหารเลวกว่าเราอีก แต่เขาก็ไม่เห็นว่าจะตีกันเลย”

บอกบางจังหวัดเจ้าหน้าที่ระงับเหตุเร็วมาก อยากเห็นวันนั้น วันที่ร้องเพลงแล้วคนมีความสุขจนจบคอนเสิร์ต
“ผมว่าไม่เกี่ยวกับเพลงเรา คนที่ตีกันคือคนที่นิสัยไม่ดี แต่บางจุดบางจังหวัดคือดีมาก เจ้าหน้าที่เข้าถึงเหตุ ระงับได้เร็ว นั่นคือการบังคับกฎหมายได้ดี เจ้าหน้าที่เดี๋ยวนี้เขาทันสมัย เพราะหลักๆ อยู่ที่เจ้าหน้าที่เป็นหลัก ซึ่งผมก็อยากเห็นวันนั้น วันที่ร้องเพลงแล้วเห็นคนมีความสุข จนจบคอนเสิร์ต และบางทีถ้าตีกันแล้ว ตีเสร็จเราก็เล่นต่อ คือถ้าไม่รุนแรง เพราะอย่างเห็นคนล้มลงปุ๊บ เราก็จะหยุดเพื่อเป็นการห้ามปราม และบางทีก็จะมีเจ้าหน้าที่เข้าเหตุ คนพวกนี้ก็หายไป เราก็เล่นจนจบคอนเสิร์ต”

“เพราะบางทีไปเล่นจังหวัดเดิมๆ ก็จะเจอคนพวกนี้เหมือนเดิม และพูดตรงๆ ว่ากลัวคนจะติดภาพว่ามีคอนเสิร์ตเราที่ไหน ก็จะมีการตีกันเกิดขึ้น กลัวมันติดตัว บางทีเจ้าหน้าที่ก็ไม่ให้เล่น อย่างเวลามีป้ายเราขึ้นหน้าผับว่าเราจะไปเล่น เจ้าหน้าที่ก็ไปบอกเจ้าของผับว่าไม่อนุญาตให้เล่น เพราะเดี๋ยวเกิดเหตุตีกัน นี่คือวิธีแก้ปัญหาของเจ้าหน้าที่คือไม่ต้องให้เล่น (หัวเราะ) เหตุการณ์แบบนี้เจอขึ้นเรื่อยๆ แต่ผมไม่ได้มีปัญหากับเจ้าหน้าที่นะ ถ้าไม่ให้เล่น ผมก็ไปเล่นที่อื่น แต่จริงๆ ก็อยากถามว่าร้านเขาจะจัดคอนเสิร์ต จะเก็บเงินได้สักวัน ทำไมท่านห้ามเขาไม่ให้จัด งั้นท่านก็ต้องเบิกเราเงินกับเขามั้ย อยากบอกกับคนที่ตีกันว่ามึงโง่ มึงไม่ฉลาด เพราะคนที่โง่และไม่รู้ว่าตัวเองโง่อันตรายที่สุด น่ากลัวว่าคนฉลาดที่โง่ซะอีก”



กำลังโหลดความคิดเห็น...