“ปู ไปรยา” รับปลดผู้จัดการ แต่ยันไร้ปัญหา แค่มีโปรเจกต์มากขึ้น ตั้งทีมที่ปรึกษามาดูแลแทน บอกอยากให้อีกฝ่ายได้เจอคนใหม่ๆ และสร้างตัวได้ ไม่อยากเอามาพ่วง ยันเป็นการตัดสินใจโดยใช้วุฒิภาวะและวิสัยทัศน์ และจะไม่เข้าสังกัดใครเด็ดขาดเพราะจะหยามผู้จัดการเก่ารุนแรง แจง “แมทธิว” จะบินมาอยู่กับตนที่เมืองไทยมากขึ้น เตรียมลุยโปรดักชั่นด้วยกัน บอกถึงจะเสียน้ำตามาเยอะแต่รักครั้งนี้ต้องไปรอด
ทำเอาฮือฮาไม่เบา หลังจากที่ “ปู ไปรยา สวนดอกไม้ ลุนเบิร์ก” ตัดสินใจเปลี่ยนผู้จัดการส่วนตัวที่ร่วมงานด้วยกันมานาน ถึงขั้นมีข่าวว่าเจ้าตัวปลดผู้จัดการเพราะต้องการที่จะหันมาดูแลตัวเอง ล่าสุดได้เจอสาวปูในงานฉายรอบปฐมทัศน์ภาพยนตร์เรื่อง คนปล้นวิญญาณ ณ ลาน Infinity Hall โรงภาพยนตร์พารากอนซีนีเพล็กซ์ เจ้าตัวก็ยอมรับว่ามีการเปลี่ยนผู้จัดการส่วนตัวจริง แต่ไม่ใช่เพราะมีปัญหากัน แต่เพราะตนมีโปรเจกต์หลายอย่างที่ต้องทำ เลยจัดการหาทีมงานมาช่วยเสริมแทน
“ตอนนี้เปลี่ยนระบบงานใหม่ค่ะ แต่ไม่ได้มีปัญหากัน ปูก็ยังรักและเคารพพี่โก้เหมือนเดิม เพียงแต่พอถึงจุดๆ หนึ่งในอาชีพ ปูอายุเยอะขึ้น ปีหน้าก็จะมีโปรเจกต์ที่เดี๋ยวจะมาบอกทุกคน ปูทำหลายอย่างที่นอกเหนือจากการเล่นหนังหรือทำอย่างอื่น ซึ่งต้องอาศัยการวางระบบใหม่และปูเองก็บินไปบินมาเยอะ อาจจะต้องเปลี่ยนการโฟกัส และมันเป็นโอกาสที่ดีทั้งปูและพี่โก้นะคะ เพราะพี่โก้กับปูโตมาด้วยกัน และยังไงปูก็ยังเป็นเพื่อนและเขาก็เป็นพี่สาวของปู ปูรักและเคารพเขาเหมือนเดิม มีการคุยกันค่ะ คุยแล้ว เวลามันเกือบ 6 ปีแล้วมันก็ถึงเวลา”
“ก็เดี๋ยวจะมีทีมมาดูค่ะ แต่ว่าไม่ได้เป็นผู้จัดการนะคะ เป็นทีมผู้ช่วยค่ะ เป็นคนไทยค่ะ แต่มีคนให้คำปรึกษา มีคนช่วยกันทำงาน ถามว่าทำไมไม่ให้พี่โก้ดูงานที่ไทย แล้วให้อีกทีมดูงานต่างประเทศ ปูว่าสุดท้ายพอวิสัยทัศน์กว้าง แล้วเราดึงพี่โก้ให้ต้องอยู่และเครียด เวลาปูทำงานสังคมงานยูเอ็นปูเต็มที่นะคะ และอย่างกิจกรรมพวกวิ่งมาราธอนมันใช้เวลาค่อนข้างเยอะ งานที่ปูจะทำต่อจากนี้ใช้เวลาเยอะกว่านี้อีก ซึ่งปูอยากให้พี่โก้ได้โตได้เจอคนอื่น จะได้สร้างตัวเขาด้วย ถ้าปูจะพนันว่าจะเดินไปข้างหน้า เราไม่เอาคนอื่นมาพ่วง คือกว่าเราจะถึงจุดหมายเราต้องเอาตัวเองให้ถึงก่อน เรื่องนี้ปูคิดมานานแล้ว ไม่เกี่ยวกับว่าพี่โก้ดีหรือไม่ดี เขาเป็นคนดี แต่มันเกี่ยวกับวิสัยทัศน์ในการทำงาน ณ เวลานี้ความต้องการอยู่ตรงไหน”
“เราก็คุยดีอยู่แล้วว่ามีอะไรให้ช่วย ปูยินดีช่วยเสมอ เขาก็เป็นพี่สาวปูนะ พี่โก้เขาเป็นคนดี ปูเชื่อว่าพี่โก้เขาก็รักปู การลาจากเป็นเรื่องที่เศร้า คืออากาศยังเปลี่ยนเลย กาลเวลาก็เปลี่ยน สถานะก็เปลี่ยน ถ้าจะมองว่าปูทิ้งพี่โก้ ปูว่าสร้างมาด้วยกันนะคะ ในวันที่สร้างมาด้วยกันมันก็ขึ้นมาด้วยกัน เวลาคนนอกพูดเขาพูดง่าย แต่คนเห็นปูสู้เวลาไปเมืองนอก ปูช่วยสังคม ปูวิ่งมาราธอนกว่าจะมาถึงจุดนี้ปูสู้แทบตายนะ คนเคยมองว่าถ้าปูยิ่งใหญ่กว่านี้ปูอาจจะกลับมาช่วยเขาได้มากกว่านี้นะ โดยไม่ต้องลากเขาผ่านมาด้วย มันเป็นการตัดสินใจที่ปูว่าอาศัยวุฒิภาวะสูงนะ ปูคิดแล้วว่ามันเป็นการตัดสินใจที่ถูก”
“โอกาสจะกลับมาปูว่ายังไงก็ช่วย แต่ไม่ใช่ในฐานะผู้จัดการ แต่ปูมีอะไรปูก็อยากจะช่วยเขาอยู่แล้ว ถ้าทำอะไรให้เขามีโอกาสที่ดีขึ้น แต่พี่โก้เขาเป็นคนเก่งค่ะ เขาไม่ต้องอาศัยให้ปูช่วยอะไรมากมายหรอก แต่ปูว่าพี่โก้เองก็โตได้หลายแบบ ดูเด็กๆ ใหม่ได้เหมือนกัน เหตุผลอะไรที่อยากจะเปลี่ยนก่อนหน้านี้ไม่มีนะ ปูว่าคนเรามักจะโฟกัสกับว่าต้องมีปัญหากันหรือเปล่า จริงๆ ไม่นะ เพราะการทำงานชีวิตจริงของผู้ใหญ่ เราไม่ได้มองที่ปัญหา แต่ปูมองว่า 3 เดือน 8 เดือนเรามีแพลนอะไร และวิสัยทัศน์ ความรับผิดชอบตรงนี้ในเชิงค่าใช้จ่าย ในเชิงวางแผนชีวิต และไหนจะอนาคตอีกล่ะ เรื่องพวกนี้ปูต้องคิด เพราะถ้าปูจะเป็นปู ไปรยาอย่างนี้ต่อไปปูก็ต้องคิดหลายเรื่อง”
บอกไม่ได้ทำเพื่อต้องการอัปเกรดตัวเอง และถ้าตนตัดสินใจแล้วก็ไม่กลัวถ้าต้องผิดหวัง
“ไม่เกี่ยวค่ะ ปูว่าที่ทีมมาดูแลคือปูสามารถสั่งวิสัยทัศน์เขาได้ว่าปูต้องการอะไร ไม่เกี่ยวกับวงการบันเทิงด้วยนะ มีหลายอย่าง ปูอยากทำโปรดักชั่น ทำหลายอย่าง ไม่เกี่ยวกับการอัปเกรดตัวเองค่ะ ปูไม่เคยมองอะไรแบบนั้นอยู่แล้ว ปูมองในเชิงว่าปูจะทำธุรกิจด้านอื่นบ้างหรือเปล่า และตรงนี้เราต้องสร้างลูกน้องมาทำมาวางระบบตรงนี้ให้ได้ ถามว่าจะไว้ใจได้เท่าพี่โก้ได้มั้ย คนเราเดินไปข้างหน้ามันก็ต้องไม่กลัวค่ะ ปูก็เหมือนแมวเก้าชีวิตนะ ปูอยู่มาถึงขนาดนี้แล้ว วงการนี้สอนให้รู้ว่ามิตรแท้กับศัตรูถาวรไม่มี (ยิ้ม) แต่ว่าความดียังคงที่ ความจริงก็คงที่ พี่โก้เขาเป็นคนดี ปูเองก็มีความดีในแบบของปู คือต่างคนต่างก็อยู่รอดได้ ละครมันยังมีวันจบเลย ชีวิตคนเราก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลง”
“เรื่องงานจะเยอะหรือจะน้อยปูว่าอยู่ที่ปูจะวิ่งรับมั้ย ทุกวันนี้เวลาปูไปเมืองนอก ปูไปเดินพรมแดง ปูรับหนังทำโน่นทำนี่ ก็หวังว่าจะมีงานกลับมา ก็หวังว่าคนต่อไปคนที่ปูสั่งให้ทำงานเขาสามารถต่อรองกับลูกค้าได้ แต่ปูก็มีคนให้คำปรึกษาเยอะ มีพี่วู้ดดี้ มีคุณแมท(แฟน) มีหลายๆ คนช่วย ช่วงนี้เป็นช่วงวางระบบมีคนช่วยเยอะค่ะ แต่จะไม่มีการไปเข้าสังกัดใครค่ะ รุ่นนี้แล้ว และปูบอกเลยว่าการเข้าสังกัดคือการหยามพี่โก้อย่างรุนแรงเลย ปูเป็นผู้หญิงแมนๆ ค่ะ ปูไม่ทำพี่โก้ ปูไม่วิ่งไปหาคนอื่นมาทำแทนพี่โก้ ปูไม่ใช่คนอย่างนั้น"
เผย “แมทธิว บราก” แฟนหนุ่มเตรียมมาทำงานที่เมืองไทยกับตน ทำหน้าที่โปรดักชั่นในงานชิ้นใหม่
“ปีหน้าปูอยู่เมืองไทยมากขึ้นค่ะ เพราะคุณแมทจะย้ายมาอยู่เมืองไทยกับปูช่วงหนึ่ง เพราะเขาก็ไม่อยากให้ปูทิ้งงานตรงนี้ เขาเริ่มเข้าใจพอเราจริงจังมากขึ้น อาชีพปูตรงนี้มีรายได้ค่อนข้างเยอะ และเขาบอกว่าถ้าทิ้งเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย และเดี๋ยวมกราคมจะได้เจอเขาเพราะเขาย้ายมาทำงานที่นี่ค่ะ ไม่ได้ดึงคุณแมทมาแทนพี่โก้ค่ะ ไม่มีใครดึงใครได้อยู่แล้ว แต่คนที่เป็นคู่ชีวิตปูมีผลในการให้คำปรึกษาในอนาคตปูมั้ย อันนี้ธรรมดาอยู่แล้ว อย่างที่บอกว่าการปักหลักสร้างครอบครัวใน 4-5 ปีข้างหน้า ชีวิตคนเรามันก็เปลี่ยนมันไม่ใช่เรื่องแปลก ปูว่าคนฟังเหตุผลก็ต้องเข้าใจ พี่โก้เป็นพี่สาวเป็นเพื่อนสนิท แต่วันหนึ่งปูเองมีลูกที่ปูต้องส่งเสียค่าเรียน ปูก็ต้องเก็บเงิน เลยบอกว่ามันมีหลายอย่างที่ต้องพิจารณาที่มากกว่าเป็นแค่คำว่าเดินจากและทิ้ง”
“คุณแมทมาทำโปรดักชั่นค่ะ เพราะเดี๋ยวจะทำโปรเจกต์ด้วยกันที่นี่ ไม่ใช่เป็นการเริ่มต้นสร้างครอบครัวค่ะ ทำโปรเจกต์ด้วยกันมากกว่า จริงๆ ปูรู้สึกว่าต่างคนต่างชอบตรงนี้และปูอยากลองทำอะไรใหม่ๆ ปูหาอะไรทำใหม่ๆ ทุกปี 4-5 ปีที่แล้วก็มาราธอน อยากไปเมืองนอกก็ไป โปรเจกต์ต่อไปปูอยากทำโปรดักชั่น แล้วเขาก็เชี่ยวชาญด้านนี้มากกว่าปู แต่ปูอยากอยู่เมืองไทย และปูคิดถึงที่บ้าน ก็เลยดึงเขามาว่ากลับมาใช้เวลาที่นี่หน่อย”
“ปูว่าคนไหนที่เป็นแฟนปูหรือเป็นเพื่อนสนิทปูมีความคิดเห็นอยู่แล้ว อันนี้พูดตรงๆ นะปูว่าดาราทุกคนเวลาก่อนรับงานมันไม่แปลกนะที่จะถามคนที่เรารักว่างานนี้เหมาะกับเรามั้ย แต่จริงๆ การที่เราปรึกษาหลายๆ คนทำให้การรับงานของเราไม่ผิดนะ แสดงว่าเราชั่งใจว่าสิ่งที่เราทำมันดีมั้ย เวลาปูตัดสินใจอะไรเร็วมันจะเป็นข้อผิดพลาดตลอด ก็ถามอยู่แล้ว ถามทุกคน พ่อแม่ปูก็ถาม เรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวก็แยกค่ะ แต่การทำธุรกิจกับคู่รักก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอยู่แล้ว ปูไม่กลัวค่ะ ปูเป็นคนใจเด็ด ปูกล้าได้กล้าเสีย”
บอกที่ผ่านมาเสียน้ำตามาเยอะ มั่นใจ “แมทธิว” เป็นคนดี รักครั้งนี้ต้องรอด
“ชีวิตนี้ปูเสียใจมาเยอะค่ะ ไม่มีอะไรในโลกนี้เที่ยง เลยบอกว่าคนภายนอกดูว่าปูแกร่ง แต่ชีวิตนี้ปูเสียน้ำตามาเยอะนะ เวลาปูตัดสินใจว่าปูต้องรักตัวเองให้มากๆ เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง ถ้าชีวิตนี้เรามัวแต่กลัวว่าชีวิตนี้จะไปรอดไม่รอดหรือจะเสียหน้า ชีวิตนี้คงไม่ไปถึงไหน ลองดูค่ะ รอดก็รอด แต่ปูค่อนข้างมั่นใจว่ารอด เพราะว่าคนนี้เป็นคนดีค่ะ ถ้าความรักไม่รอดเหรอ เรื่องงานก็คงต้องอยู่ค่ะ (หัวเราะ) แต่คนนี้ปูค่อนข้างมั่นใจว่าต้องรอดนะ พูดตรงๆ เลย”
“ที่ผ่านมาก็ยอมรับว่ามีทะเลาะกันบ่อย ปูว่าคบข้ามทวีปนี่ไม่ใช่เรื่องง่ายนะ กลางวันของเขาเป็นกลางคืนของเรา ปูก็บินไปเมืองโน้นเมืองนี้ ปูว่าการที่เป็นแฟนกับปูบางครั้งไม่ใช่เรื่องง่าย บางครั้งปูเป็นคนที่บางเรื่องก็ค่อนข้างเห็นแก่ตัวเหมือนกันนะก็ยอมรับตรงนี้ของตัวเอง แรกๆ ก็ทะเลาะกันบ่อย แต่หลังๆ ปูเบาลงเยอะค่ะ เขาสบายใจอะไรปูก็ทำให้เขา แล้วมันก็ดีขึ้นเยอะ เขาฝากมาบอกพี่ๆ นักข่าวด้วยว่าปีหน้าเขามาอยู่กับปูมากขึ้น มกราคมได้เจอค่ะ อาจจะมาช่วยงานการกุศล (ยิ้ม) ได้เจอแน่นอน เขามาเมื่อเดือนตุลาคม เขารักประเทศไทยมาก เขารู้สึกว่าปูก็รักที่นี่เขาก็เลยมา”


