xs
xsm
sm
md
lg

เดี๋ยวเขาจะหาว่าบ้า! “จุ๋ย” รับไม่กล้าร้องไห้ต่อหน้า “ตูน” จุกคำพูดจากใจไอดอลผู้เสียสละ เผยปีหน้าแต่ง “พุฒ”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


ขาดกันไม่ได้ “พุฒ-จุ๋ย” ซื้อตึกอยู่ติดกัน แต่ไม่ได้ทำธุรกิจด้วยกัน เผยโหมงานหนักเก็บเงินแต่งงานปลายปีหน้า รอครอบครัวฝ่ายชายมาเจรจาสู่ขอ บอกทุกที่คือที่ถ่ายพรีเวดดิ้ง รับบริจาค 2 แสนสมทบทุนโครงการก้าวคนละก้าว เผยคำสุดซึ้ง “พี่ตูน” ที่ทำเอากลั้นน้ำตาไม่อยู่

ต่างคนต่างเปิดธุรกิจแต่สร้างออฟฟิศอยู่ในโครงการเดียวกัน เมื่อสาว “จุ๋ย วรัทยา นิลคูหา” เปิดออฟฟิศแบรนด์ “วิฟสกิน (Viv Skin) กับการลงทุนกว่า 40 ล้าน ณ โครงการเวนิส ดี ไอริส วัชรพล หนุ่ม “พุฒ พุฒิชัย เกษตรสิน” จึงมาร่วมแสดงความยินดี พร้อมแจงว่าแค่ซื้อตึกออฟฟิศข้างๆ กันเท่านั้น ไม่ได้ธุรกิจร่วมกัน

จุ๋ย : “อย่าถือว่าพุฒมายินดีกับจุ๋ยเลย เพราะตึกข้างเขาใหญ่กว่าจุ๋ยอีก คือเขามาทำบุญด้วย แต่ตึกเขายังไม่ตกแต่งอะไร เพราะทำเป็นที่เก็บของ ส่วนตึกตรงกลางที่เว้นไว้ เพราะจุ๋ยกั๊กไว้บอกว่าเดี๋ยวจะมาซื้อเขาต่อ จุ๋ยอยากขยายทำเป็นที่เก็บของให้มันเป็นที่ของเราทั้งหมด มันมีทั้งหมด 9 ห้องค่ะ เราก็มาเลือกสถานที่ด้วยกัน ซื้อพร้อมกันและก็ต่อราคาพร้อมกันเพื่อที่จะได้ส่วนลดที่ดี”

พุฒ : “ที่เลือกใกล้กัน เพราะเวลาไปส่งเขาที่ออฟฟิศตัวเอง เราจะได้ขับรถทีเดียว เป็นการประหยัดเวลาไปด้วย จริงๆ เราทำธุรกิจแยกกันนะครับ เพียงแต่เรามาช่วยกัน”

ได้ฤกษ์แต่งงานช่วง พ.ย. 2561 แต่ยังไม่ฟันธง ขอคุยกับทางผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายให้ลงตัวก่อน

จุ๋ย : “นี่แหละที่จุ๋ยอยากจะบอก ถ้าเราเก็บเงินทันมันก็มีความเป็นไปได้

พุฒ : “ตอนนี้อยู่ในช่วงของการเตรียมอะไรไปเรื่อยๆ และเก็บเงิน อันนี้คือเรื่องใหญ่เลยครับ”

จุ๋ย : “ลูกค้าจ้างได้นะคะ จ้างคู่ก็ได้ ตอนนี้ร้อนเงินมากเดี๋ยวจะไม่ทันปีหน้า”

พุฒ : “ถ้าทุกอย่างลงตัวนะครับ มันก็อาจจะตามคาด ช่วงประมาณนั้น แต่ยังไม่อยากคอนเฟิร์ม กลัวจะไม่เป๊ะ รอชัวร์ๆ ให้ 100 เปอร์เซ็นต์ดีกว่า เดี๋ยวจะเชิญพี่ๆ สื่อมาแถลงข่าว จริงๆ เราก็มีดูฤกษ์ไว้คร่าวๆ แต่ยังไม่ได้สรุปฤกษ์ที่ดีที่สุด อีกอย่างเรารออะไรหลายๆ อยากให้พร้อมด้วย และเราต่างคนก็มีงานเยอะที่จะต้อง เคลียร์อยู่เหมือนกัน”

จุ๋ย : “เอาจริงๆ มันก็คิดมา 50 เปอร์เซ็นต์แล้วค่ะ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด คือญาติผู้ใหญ่ของเรา คุณพ่อคุณแม่ อยากให้เขารู้อย่างเป็นทางการก่อนที่เราจะบอกสื่ออกไป จึงต้องรอปีหน้าให้มันชัดเจน ส่วนเรื่องวันเวลาเราจะมาบอกพี่ๆ สื่ออยู่แล้ว เพราะทุกคนอยู่กับจุ๋ยมาตั้งแต่เด็ก คอยช่วยเหลือต่างๆ นานา ยังไงก็เชิญก็ต้อนรับกันอยู่แล้วค่ะ”

รับมีคุยกับญาติผู้ใหญ่แล้ว แต่ยังไม่ได้มีการพูดคุยสู่ขออย่างเป็นทางการ

จุ๋ย : “รู้กันทั้งสองฝ่ายค่ะ แต่ยังไม่ได้มาลงเรื่องราวตามขนบธรรมเนียมประเพณีอย่างจริงจัง”

พุฒ : “พิธีสู่ขออย่างเป็นทางการยังไม่มีเลยครับ ทางที่บ้านผมก็จะมีแซวบ้าง อย่างที่มีข่าวออกไป ก็มีชาวบ้านมาถามป๋ากับม๊า ส่วนทางพ่อแม่จุ๋ยเราก็คุยมาตลอดครับ ท่านไม่ดุเลยครับ ท่านน่ารักมาก เป็นกันเองมาก เวลาเจอท่าน เราจะเหมือนลูกชายอีกคนในครอบครัว ผมรู้สึกว่ามันอบอุ่น เรารับรู้ได้ครับ ถ้ามีอะไรเป็นทางการเดี๋ยวจะมีบอกครับ”

จุ๋ย : “ตอนนี้ก็รอฤกษ์อย่างเป็นทางการ เราจึงไม่สามารถบอกอะไรมากมายให้กับพวกพี่ๆ ได้ จนกว่าผู้ใหญ่ของเราจะรับทราบก่อนค่ะ แต่บอกแน่นอน สัญญาค่ะ”

พุฒ : “ช่วงปีใหม่ปล่อยให้เป็นเทศกาลปีใหม่ไป ส่วนช่วงวาเลนไทน์ก็อาจจะเป็นไปได้ ที่จะมาบอกรายละเอียดทุกอย่างครับให้มันเหมาะกับเทศกาลดีกว่าครับ”

ด้านสาว “จุ๋ย” ไม่คาดหวังแฟนหนุ่ม “พุฒ” ทำเซอร์ไพรส์ขอแต่งงานตอนไปเที่ยวปีใหม่ที่ปราก

พุฒ : “ถ้าบอกมันก็จะไม่เซอร์ไพรส์สิครับ ถ้าถ่ายรูปมีถ่ายกันแน่นอนอยู่แล้วครับ”

จุ๋ย : “พวกเราชอบถ่ายรูปกันขำๆ อยู่แล้ว คู่เราเป็นคนง่ายๆ เที่ยวแบบชาวบ้าน ส่วนสถานที่ถ่ายพรีเวดดิ้ง จุ๋ยว่าทุกที่คือที่ๆ ถ่ายพรีเวดดิ้งค่ะ (ยิ้ม) เมื่อวันก่อนที่ไปวิ่งกับพี่ตูนก็พรีเวดดิ้ง เพราะเราก็เอามาใช้หมด”

พุฒ : “เหมือนเวลาเราไปเที่ยว ไปทำงาน หรืออะไรก็แล้วแต่ มันก็จะมีรูปที่เราไม่ได้ลง ซึ่งเป็นรูปที่ดี หากวันหนึ่งเราแต่งงาน แล้วมีรูปเหล่านี้ให้แฟนๆ ได้ดูกันบ้างครับ”

จุ๋ย : “จุ๋ยไม่ได้คาดหวังว่าจะมีโมเมนต์ขอแต่งงาน คู่จุ๋ยเป็นคู่ธรรมดาไม่ต้องมีพิธีอะไรมาก เหมือนสิ่งที่เรียนรู้กันและชอบความพอเพียงและพอดีกันทั้งคู่ เลยไม่ได้คาดหวังให้มันเป็นงานใหญ่โต ขอให้ชีวิตมีความสุข ให้เขาน่ารักแบบนี้ตลอดไปก็พอแล้วค่ะ”

พุฒ : “เราเป็นคู่ที่สบายๆ กัน หลังจากที่เราได้รู้จักกัน จากแต่ก่อนที่เราอาจจะใช้เงินเยอะ พอเวลาผ่านไปทำให้รู้สึกว่าบางอย่างมันไม่จำเป็นต่อชีวิต จึงเก็บบางไว้เพื่ออนาคตดีกว่า”

ปลื้มได้ร่วมวิ่งกับ “ตูน บอดี้สแลม” ในโครงการก้าวคนละก้าว ด้าน “พุฒ” ยกเป็นไอดอลในการทำงานและการใช้ชีวิต

จุ๋ย : “ส่วนตัวจุ๋ยประทับใจพี่ตูน ก้อย (รัชวิน วงศ์วิริยะ) และทีมงานทุกคนที่ทำโครงการนี้ออกมา จนประชาชนทั่วประเทศให้กำลังใจเยอะขนาดนี้ เราตั้งใจหาวันว่างไปวิ่งด้วยอยู่แล้วจนมันลงตัวได้ไปเมื่อวานก่อน สิ่งที่ได้เห็นคือความทุ่มเทของพี่ตูน ก้อย และทีมงาน ไม่ใช่ทำตรงนี้เพื่อตัวเขาเอง เขาทำเพื่อคนอื่น จุ๋ยบอกไปว่าขอบคุณพี่ตูนมากๆ ที่ทำเพื่อคนอื่น แต่พี่ตูนบอกไม่ต้องขอบคุณพี่ พี่ไม่ได้ทำอะไรเลย สิ่งที่ทำคือพวกเราไง เราทำตัวเอง คนไทยทำตัวเอง ทุกคนช่วยกัน ไม่ใช่พี่ตูน พี่ตูนไม่ได้ลงทุนอะไรเลย คือพอจุ๋ยได้ฟังก็เกือบกลั้นไม่อยู่ น้ำตาคลอแล้ว แต่เดี๋ยวพี่ตูนหาว่าบ้า ประทับใจมากๆ เลยค่ะ”

“เมื่อวานเราไปแค่ 2 เซต 24 กิโล เท้าตอนนี้ยังรู้สึกเจ็บ มีพองๆ ส่วนพุฒ 56.3 กิโล แล้ววันก่อนพุฒ 70 กิโล เป็นเซตที่พี่ตูนเขาวิ่งเยอะที่สุด แล้วพี่ตูนต้องวิ่งเกือบทุกวัน ร่างกายต้องทนมากๆ ไม่พูดไม่บ่นอะไรเลยทั้งที่ภายในอาจจะเจ็บก็ได้ หลายๆ อย่างเขาเสียสละมากๆ โครงการนี้ก็ยังเป็นโครงการที่ดี ทั้ง 11 โรงพยาบาลก็เป็นโรงพยาบาลที่ดี ใครที่จะสนับสนุนได้ก็ช่วยๆ กันได้ค่ะ พี่ตูนค่อนข้างให้ความสำคัญกับเด็ก คนเท่าคนแก่ที่นั่งรถเข็นมา พี่ตูนจะวิ่งเข้าไปหา มันทำให้เราที่เป็นนักแสดงมีตัวอย่างไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็แล้วแต่ ไม่ว่าเราจะอยู่ตรงนี้หรือเติบโตมากี่ปีก็แล้วแต่ มันคือเราได้ใจคน ตัวเราเองก็มีความสุขและได้รับพลังบวกนั้นกลับมาด้วยค่ะ ส่วนตัวจุ๋ยกับพุฒก็ได้รวมเงินกันบริจาค 1 แสนบาท และในนามวิฟสกินอีก 1 แสนบาทค่ะ”

พุฒ : “พี่ตูนเป็นคนที่ทำให้คนรอบข้างหรือคนที่ออกมาบริจาคได้รับพลังบวกที่แผ่ออกมาให้คนรอบข้างได้รับ พี่ตูนเป็นคนที่น่ารักมาก ขอบคุณทุกคนที่มาบริจาค อดทนทุกสิ่งทุกอย่าง เรารู้สึกว่าเรามีผู้ชายคนนี้เป็นไอดอลในการที่เราจะทำงานหรือใช้ชีวิตต่อไปในอนาคต”




กำลังโหลดความคิดเห็น...