“อ้อย สรินยา” ยันให้ “พิ้งกี้” คิดเองเรื่องหย่า ที่ผ่านมาอดีตลูกเขยดูแลดี แต่ทัศนคติไม่ตรงกัน บอกปล่อยลูกแต่งงานเพราะอยากให้สบาย เปิดใจถึงกับน้ำตาซึม ห่วงลูกกลับมานับหนึ่งใหม่แล้วไม่มีคนจ้าง โล่งใจงานเพียบ ยาวไปถึง 2 ปี ลั่นห้ามเรียกลูกสาวแม่หม้ายเพราะไม่ได้จดทะเบียนสมรส ลูกเขยคนต่อไปขอคนธรรมดา
หลังจากที่ชิ่งสื่อไม่ยอมให้สัมภาษณ์เรื่องเลิกสามี ล่าสุดวันนี้(1 ธ.ค.) นางเอกสาว “พิ้งกี้ สาวิกา ไชยเดช” ก็มาออกอีเวนต์ ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2017 ณ บูธ kenwood f03 ชาเล้นจ์ ฮอลล์ 3 โดยมีคุณแม่ “อ้อย สรินยา ไชยเดช” มาตามประกบลูกสาว ซึ่งผู้สื่อข่าวบันเทิง MGR Online จึงขอเปิดใจคุณแม่ในทุกๆ เรื่อง ซึ่งคุณแม่ก็เผยว่าตอนนี้พิ้งกี้ต้องมองไปข้างหน้าและไม่ขอพาดพิงอดีตลูกเขย “เพชร อิทธิ ชวลิตธำรง” โดยบอกแค่เพียงว่าที่ผ่านมาดูแลแม่ดี ไม่เคยให้ลำบาก ส่วนการกลับมารับงานในวงการก็ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่
“สภาพจิตใจก็ปกติแล้ว ไม่ได้มีเรื่องอะไรที่ต้องมาคิดเยอะ ก่อนหน้านี้เราก็ให้กำลังใจลูกเราอยู่แล้ว เพราะว่าชีวิตคนเมื่อมีเหตุการณ์ที่มันเปลี่ยนแปลง ทุกสิ่งทุกอย่างไม่มีความแน่นอน เราต้องเข้มแข็ง เราต้องเดินหน้าไม่ต้องมองข้างหลัง จำอะไรที่มันดีๆ อะไรไม่ดีก็อภัยให้กัน แม่ก็สอนเขาแบบนี้ ไม่ต้องไปคิดถึงเรื่องครอบครัวมันมีดีมีไม่ดี ก็อย่าไปจำมัน เป็นคนที่ต้องทำงาน เรารักตรงไหนเราก็อยู่ตรงนั้นไม่ต้องไปพาดพิงถึงใคร”
บอกหลังหย่ามีงานติดต่อเข้ามาเพียบ จนทำไม่หวาดไม่ไหว เปิดใจถึงอดีตลูกเขย ดูแลดีไม่เคยให้ลำบาก
“โอ้ย ทำไม่ไหวเลยจริงๆ ก่อนหน้านี้แม่ก็ไม่ได้อยู่บ้านเฉยๆ แม่ก็มีงานส่วนตัวทำ ไม่ใช่ว่ามาคอยลูกอย่างเดียว 3 ปีแม่ก็ต้องทำโน่น ทำนี่ อะไรที่เป็นการดำรงชีวิตต่อไป แต่ลูกเขาก็ไม่เคยละทิ้งแม่ เขาดูแลแม่มาตลอด กี้ก็ดูแลเหมือนตอนที่ยังไม่แต่งงาน ทางลูกเขยเก่าเราเขาก็ดูแลเราดี ไม่ได้ทำอะไรให้เราต้องลำบาก ตอนนี้ก็ไม่มีการติดต่อกันเลย จบแล้วก็ไม่ได้คุยอะไรกับเขาแล้ว”
“เรื่องกำลังใจแม่จะไม่พูดร่ำไร แม่เป็นคนนิสัยเหมือนผู้ชาย การที่จะมาพูดเรื่องอะไรที่มันผ่านมาแล้วบ่อยๆ มันไม่ดี ไม่ต้องไปย้ำคิดย้ำทำ ไม่ต้องไปนั่งพาดพิงถึงใคร มีแต่วันนี้เราไปทำงานอะไร รับงานอะไรมั้ย กลับมาเหนื่อยก็นอนพัก กลับมาอยู่กลับครอบครัวตามปกติ ไม่ต้องไปพูดเรื่องเก่าๆ”
ยันให้ลูกคิดเองเรื่องหย่า ต่างคนต่างไปใช้ชีวิตให้มีความสุข
“คือให้คิดก่อน ไม่ใช่ไปบอกว่าต้องแบบนั้น แบบนี้ อันนี้มันเป็นเรื่องใหญ่ มันเป็นการเปลี่ยนชีวิตของคน หมายถึงว่ามันเป็นเรื่องของเขา เราก็สอนลูกว่าเราต้องอดทนไป แต่ว่าอะไรที่มันบ่อยๆ ต่างคนก็ต่างไปดีกว่า จะได้มีความสุข เขาก็มีความสุข เราก็มีความสุข ก็ให้เขาคิดเอง (แม่จะบอกว่ากี้ไม่ได้ใช้อารมณ์ในการตัดสินใจ?) กี้เป็นคนอดทนในหลายๆ เรื่อง เขาไม่ใช่คนโวยวาย แต่ถ้าเขาตัดสินใจดีแล้ว ก็ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่เขาเลือกแล้ว เราเคารพในการตัดสินใจลูก”
กลับมานับหนึ่งใหม่เรื่องการทำงาน รับน้ำตาซึม หวั่นกลับมาแล้วไม่มีงานทำ
“ก็กลับมาทำงานเหมือนเดิม จะมานอนตื่นสายก็ไม่ได้ หรือเวลาอยู่บ้านแฟน เขาจะตื่นกี่โมงก็ได้ตรงนั้นมันสบาย มีคนคอยดูแลไม่ได้ลำบากอะไร แต่พอกลับมาอยู่ตรงนี้ กลับมาทำงานเหมือนนับหนึ่งใหม่ ก็ต้องใจสู้ เด็กรุ่นใหม่ก็เยอะ ต้องให้กำลังใจตัวเอง แต่ก็โชคดีคนรอบข้างยิ้มรับเรา ผู้ใหญ่โทร.ถามว่าเราเป็นยังไง เดี๋ยวเราช่วยกันทั้งแฟชั่น ละคร แรกๆ ก็น้ำตาซึมว่ากลับมาแล้วจะมีงานทำหรือเปล่า แต่พอกลับมามีงานเยอะ ทั้งงานที่ไทย ที่เมืองนอก ตอนนี้ก็วางแผนยาวไป 2 ปีแล้ว ก็วางระบบรับงานแล้ว”
“กี้เป็นคนมีความสามารถ การทำงานมีระเบียบวินัย และเขาทำงานตรงนี้มานาน ไม่ต้องมาเทรนนิ่งใหม่ (แต่ถ้าย้อนกลับไปตอนนั้นก่อนแต่งกี้กำลังดังนะ?) อย่าไปพูดถึงเรื่องเก่าๆ เพราะตอนนั้นที่ให้แต่ง แม่ก็อยากให้เขาสบาย แต่พอคนเราสองคนมาอยู่ ทัศนคติมันต่างกัน มันเป็นเรื่องธรรมดาของการแต่งงาน ทุกวันนี้มีคนหย่ามาก เพราะคบกันมา 10 ปี แต่งไปปีเดียวยังเลิกเลย เพราะลูกเราก็ทำดีที่สุดแล้ว แต่แฟนเขาก็ดี แต่มันเป็นเรื่องความคิดมากกว่า”
เครียดข่าวลือเยอะ ทั้งผ่อนบ้านหมดแล้วหย่า ทิ้งแม่ทิ้งผู้จัดการ โดยกีดกัน ยัน “เพชร” มีส่วนดี แค่ความคิดไม่ตรงกัน
“เครียดนะ แต่ข่าวลือมันไม่จริงนะ สำหรับแฟนกี้ในส่วนที่ดีเขามีนะเยอะ แค่เรื่องของความคิดเขาเป็นคนตรง มันเป็นความคิดที่ถูกต้องนะ แต่เหมือนกับเราเป็นคนสบายๆ กินง่ายอยู่ง่าย คนเราสองคนมีพื้นฐานอะไรมาต่างกัน มันเรื่องยิบๆ”
ยัน “พิ้งกี้” อยากป่องแต่ไม่ป่อง ยอมรับชีวิตคู่มันยาก
“ท้องเขาก็อยากมีท้องนะ หาหมอหาอะไรอยู่ แต่เรื่องทำธุรกิจสามีทำสิ เขาเก่งทางนั้น เรามีอาชีพเกิดมาเป็นนักแสดงดูบท 5 นาทีก็จำได้หมด จะให้เขาเป็นตัวเลขมันก็ยากอยู่นะ โอ้ย พูดแล้วมันก็ยากนะชีวิตการสมรส ส่วนเรื่องที่บอกว่าถูกบังคับให้ทำในสิ่งที่เขาไม่อยากทำ จริงๆ ไม่มีใครบังคับใครได้หรอก ในเรื่องของการสมรสนะ มันอยู่กันได้ถึง 3 ปี มันปรับตัวได้เกือบหมดแล้ว คนเราถ้าทนกันไม่ได้ 3 เดือนเลิกกันไปแล้ว แต่มันมีรายละเอียดในเรื่องส่วนตัวของเขาจริงๆ”
ไม่ได้จดทะเบียนจะเรียกแม่หม้ายไม่ได้
“ยังเป็นนางสาวอยู่ เป็นแม่หม้ายอะไรกัน เขายังไม่ได้จดทะเบียนอะไร ตอนแรกเขาก็ว่าจะจดแหละ แต่ก็คงติดเรื่องการค้าเรื่องอะไร ก็เลยยังไม่จด รอให้พร้อมก่อน พอดีก็ยังไม่ได้พร้อม ก็เหมือนเขายังไม่ได้แต่งแหละ ยังเป็นนางสาวอยู่ กลับมารับงานปกติเลย มีงานหลากหลาย ทั้งในประเทศและงานต่างประเทศ อะไรที่ทำได้ดูแล้วเหมาะกับเราก็ค่อยๆ ทำไป”
“แม่ภูมิใจเขานะ ขอบคุณทุกคนในวงการ ขอบคุณประชาชนทุกคน เราอย่าไปว่าเราเก่งเลย เราไม่เก่งหรอก กี้ยังบอกว่ากลับมาเขาก็ต้องพัฒนาตัวเองไม่อย่างนั้นอายเด็กรุ่นใหม่ เดี๋ยวเขาจะว่าเรา เขาก็ไปเรียนการแสดง เรียนคิวบู๊ เรียนภาษา เขาไม่ได้เก่งเหนือฟ้าเหนือฝนอะไร ก็ต้องฝึกๆ ไป อย่าละเลยที่จะพัฒนาตัวเอง ว่างเขาก็ไปออกกำลัง บ้าไปแล้วเนี่ย”
ลูกเขยคนต่อไปขอคนธรรมดา
“เอาใครก็ได้ที่เป็นคนธรรมดา ที่แบบหิวอันนี้เราก็ไปกินอย่างเนี่ย ง่ายๆ คุยกันรู้เรื่อง ชีวิตแม่ก็อยู่ตรงนี้แหละ 3 ปีก่อนหน้านี้ก็ตื่นสาย ตอนนี้กลับมาตื่นเช้าเหมือนเดิมอีกแล้ว ก็หลอนๆ อยู่”