xs
xsm
sm
md
lg

“เติ้ล” กุมมือเมียแน่น แถลงนาทีเป็นนาทีตายครรภ์เป็นพิษ ต้องเลือกรักษาชีวิตลูกหรือเมีย!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


“เติ้ล ตะวัน - ดวงดาว” สวดมนต์ให้ “น้องมียา” ตลอดเวลา เผย “กระแต” เจอภาวะครรภ์เป็นพิษคลอดก่อนกำหนด สุดกดดันนาทีเป็นนาทีตาย หมอให้เลือกรักษาชีวิตลูกหรือเมีย โล่งใจลูกปลอดภัย น้ำหนักแรกคลอดเพียง 830 กรัมแม้จะอยู่ในไอซียูแต่แข็งแรง คุณย่าต่อเติมบ้านเตรียมรับขวัญหลาน ชมเปาะหลานจิ๋วแต่แจ๋ว



เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (28 พ.ย.) นักแสดงชื่อดัง “เติ้ล ตะวัน จารุจินดา” พร้อมคุณแม่ “ดวงดาว จารุจินดา” ได้แถลงข่าวกรณี ภรรยาสาว “กระแต เสาวคนธ์” คลอดก่อนกำหนดทั้งที่อายุครรภ์ได้เพียง 7 เดือน เหตุครรภ์เป็นพิษ ณ โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท ตั้งชื่อว่า “น้องมียา อะมีณยา จารุจินดา” มีน้ำหนักตัวแรกคลอดเพียง 830 กรัมเท่านั้น โดยเติ้ลเผยนาทีเป็นนาทีตาย และนาทีที่ต้องเลือกระหว่างชีวิตเมียหรือลูก เป็นช่วงเวลาสุดบีบคั้น

เติ้ล : “จริงๆ กำหนดคลอดของแตคือเดือนมกราคม ระหว่างวันที่ 22 - 29 แล้วพอดีหลังจากที่กลับจากไปต่างประเทศกันมา ก็ได้มาตรวจตามปกติตามคุณหมอนัด และระหว่างที่ตรวจความดันแตเขาก็ขึ้นประมาณ 180 คุณพยาบาลบอกว่าให้พักแป๊บหนึ่งแล้วไปตรวจใหม่ ตรวจซ้ำอยู่ประมาณ 2 - 3 รอบ ความดันก็ยังไม่ลด คุณหมอก็เลยให้ตรวจฉี่ว่ามีโปรตีนรั่วมาหรือเปล่า ก็ปรากฏว่ามีโปรตีนที่มันรั่วออกมา คุณหมอก็สั่งเข้าห้องไอซียูทันที เพราะคุณหมอกลัวแตจะชัก และในวันนั้นคุณหมอก็บอกว่ามีภาวะครรภ์เป็นพิษ และมันเทกออฟแล้ว คุณหมอเลยต้องรีบตัดวงจรนี้ เพราะมันอันตรายมากๆ สำหรับชีวิตของแม่และลูกด้วย

“ก่อนหน้านั้น ไม่มีภาวะบ่งชี้เลย มีแต่ว่าแตเขานอนแล้วไม่ค่อยสบาย นอนแล้วจะเรอตลอดเวลา อาการอื่นร่วมไม่มีเลยครับ จริงๆ เป็นมาเกือบเดือนแล้วครับ ที่คุณหมอเคยบอกว่าลูกน้ำหนักตกเกณฑ์นะ นิดหนึ่ง เพราะว่าแตกินไม่ได้หรือเปล่า แต่จริงๆ ครรภ์เป็นพิษปกติเขาจะดูกันที่มือบวม แขนบวม หน้าบวม เท้าบวม แต่นี่ไม่มีเลย ดูแล้วปกติ เราก็ยังไปเดินช้อปปิ้งซื้อของให้ลูกกันปกติ แต่พอหลังจากกลับมาจนมาที่โรงพยาบาล จนเช้าคุณหมอผ่าตัดออกมา น้ำคร่ำของแตมันออกมาหมดแล้ว และเหมือนมีภาวะน้ำท่วมปอดด้วย

เผยครั้งแรกที่รู้สึกว่านี่คือนาทีชีวิต หลังหมอบอกขอรักษาชีวิตเมียก่อน
เติ้ล : “ก็ขอบคุณที่คุณหมอเขาสื่อสารตรง ทำให้เรารู้ว่าเราจะเอายังไงต่อดี คุณหมอบอกว่าภาวะของโรคนี้มีตั้งแต่รุนแรงจนถึงรุนแรงมาก คุณหมอพูดเลยว่าขอรักษาชีวิตคุณแม่ไว้ก่อน ซึ่งคืนวันนั้นเราอยู่ในห้องไอ.ซี.ยู.กัน เรามองหน้ากันแล้วเรารู้สึกว่านั่นคือครั้งแรกที่รู้สึกว่านี่คือนาทีชีวิต เพราะแตเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าวันรุ่งขึ้นที่เขาผ่าตัดไปเขาจะเป็นยังไงบ้าง”

“ตอนนั้นแตเขาตกใจครับ จริงๆ ผมก็ตกใจ แต่ว่าเนื่องจากบางสิ่งบางอย่างมันเกิดขึ้นแล้ว เราทำอะไรไม่ได้ เราต้องยอมรับมันและสู้ต่อ ผมก็ต้องให้กำลังใจซึ่งกันและกันเอง ซึ่งตอนนั้นคุณหมอไม่สามารถรับปากได้เลย แต่รู้แค่ว่า ณ ตอนนี้อัลตร้าซาวด์แล้วเลือดมันเริ่มตีกลับ จากสายสะดือมันตีกลับแล้ว โรคมันเริ่มไปในทางค่อนข้างรุนแรง”

กระแต : “แตก็ลูบท้องแล้วบอกกับน้องว่าอยู่ด้วยกันนะ เพราะว่าตื่นเต้นมาก เข้าห้องไอ.ซี.ยู.แล้วแป๊บเดียวก็ผ่าตัดเลย”

เติ้ล : “ผ่าตัดไม่นานเลยครับ แป๊บเดียว คืนวันนั้นผมนอนไม่หลับเลย เป็นครั้งแรกในชีวิตที่รู้สึกว่าคนที่เรารักสองคนในชีวิตน่ะ ถ้าจะให้เลือกมันก็เลือกไม่ได้ คุณหมอก็บอกว่าคงต้องรักษาชีวิตแม่เอาไว้ก่อน เราก็ไม่รู้ว่าพอลูกเราออกมาแล้วลูกเราจะอาการเป็นยังไง จะครบ 32 มั้ย เขาจะแข็งแรงมั้ย เขาจะต้องผ่าตัดอะไรหรือเปล่า เรื่องของเงินมันก็ส่วนหนึ่งนะครับ แต่เรื่องของชีวิตที่กำลังจะเกิดขึ้นมาและเราอยู่กับภรรยาเรา เราประคบประหงมมาเป็นเดือนๆ เขาจะอยู่กับเราตลอด เราก็ไม่อยากให้เขาต้องจากเราไป ตอนนั้นผมตัดสินใจไม่ได้เลย”

ดวงดาวรับสุดช็อก แต่ต้องตั้งสติ สวดมนต์-ทำบุญอุทิศให้เทวดา
ดวงดาว : “ตอนนั้นเราก็รู้ เขาบอกว่าแตครรภ์เป็นพิษ ต้องเข้าไอ.ซี.ยู.และเข้าห้องผ่าออกเลย เราก็ช็อกไปเลยเหมือนกัน แต่ตอนนั้นก็ต้องตั้งสติ เพราะว่าถ้าเราอ่อนแอไม่เข้มแข็ง ลูกก็จะยิ่งแย่ เราก็ต้องเป็นหลักให้ลูก ก็พอวางสายจากเขาก็โทร.มาตั้มก่อน ถามพี่ชายเขาว่ารู้เรื่องหรือยัง แล้วก็โทร.กลับไปถามเติ้ลว่าอยากให้แม่ไปอยู่ด้วยมั้ย เขาบอกไม่เป็นไร เขาอยู่ได้ พอเช้าเราก็ไปตักบาตร ทำบุญ แล้วก็อุทิศบุญกุศลให้เทวดาให้อะไรทุกอย่าง แล้วก็มาที่โรงพยาบาล แต่เขาเข้าห้องผ่าตัดแล้ว คือ ตอนแรกจากที่เติ้ลเล่าให้ฟังว่าคุณหมอไม่ให้เข้า คือเราเข้าใจนะ เติ้ลบอกว่าคุณหมอที่นี่เยี่ยมมากๆ เล่ารายละเอียดทุกอย่างหมด ขั้นตอนทุกอย่าง การรับมือ คุณหมอที่ทำคลอดบอกว่าจะเป็นแบบนี้ๆ คุณหมอจะทำให้ดีที่สุด แต่ชีวิตของแม่สำคัญกว่านะ”

“ส่วนคุณหมอเด็กท่านก็มาบอกว่าอะไรเป็นยังไง ที่ร้ายแรงที่สุดคืออะไร คือการรับมือเป็นสิ่งสำคัญมาก แต่สิ่งหนึ่งที่เราได้เรียนรู้ในชีวิตครอบครัวเราก็คือทุกสิ่งทุกอย่างในโลกเรา สิ่งที่ไม่คาดฝันมันเกิดขึ้นได้ทุกเวลาทุกนาที เพราะฉะนั้นคุณต้องรับมือกับมันให้ได้ ใช้สติของคุณตรงนี้สำคัญที่สุด เพราะถ้าเราไม่มีสติ การตัดสินใจมันจะไปกันหมดเลย แต่นี่ทั้งสองคนเขาเลือกแล้วที่เขาเลือกโรงพยาบาลนี้ เลือกแล้วที่จะมาฝากท้องกับคุณหมอท่านนี้ และเมื่อมีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นทางโรงพยาบาลก็ต้องมีการประชุมกันแล้วว่าหมอเด็กที่คุณหมอเทวิญจะส่งต่อให้ท่านก็ต้องเลือกแล้วว่าเป็นเคสแบบนี้ ก็ต้องมอบให้คุณหมอที่มีความสามารถและเชี่ยวชาญเรื่องนี้ที่สุด ฉะนั้นสิ่งหนึ่งที่เราตระหนักและสบายใจมากๆ ก็คือ เรามอบชีวิตลูกสะใภ้เราและหลานเราอยู่ในมือคนที่เรามั่นใจและเชื่อใจได้แล้ว เราเชื่อว่ามันจะผ่านไปได้”

เผยสู้ไปด้วยกัน ถึงหลานจะตัวเล็ก จิ๋วแต่แจ๋ว
ดวงดาว : “และสุดท้ายก็คือข่าวดี พอผ่าท้องออกมาปุ๊บเราถามเขาเลยว่าเติ้ลตอนนั้นรู้สึกยังไงที่เข้าไปในห้อง เขาบอกตอนนั้นไม่ได้สนใจลูกเลย สนใจเมียอย่างเดียว เพราะมันคือนาทีชีวิตว่าไม่รู้อะไรจะเกิดขึ้นกับแตบ้าง จะมีปัญหาอะไรหรือเปล่า เพราะความดันก็สูง เมียจะเป็นยังไง คิดอย่างเดียวว่าขอให้เมียรอด ขอให้เมียปลอดภัย แต่พอผ่าท้องออกมาแล้วได้ยินเสียงน้องมียาร้องแว้ เขาบอกว่าพอหันไปมองดูลูกแล้วก็สงสาร ตัวเขาเล็กมาก เขารักลูกมาก น้องเติ้ลรัก ลืมเมียไปเลย แล้วก็ไปกับลูกเลย (หัวเราะ) พอเราออกมาก็มารอแล้วก็ตามไป พอคุณหมอบอกเขาโอเคครบ 32 เพียงแต่ว่าเขาตัวเล็ก แต่ดูภายนอกเขาครบ 32 จากนั้นก็เป็นคุณหมอที่จะดูแลต่อไป ซึ่ง ณ วันนี้ถามเราก็คือเพิ่งจะครบ 7 วัน ตัวแม่เพิ่งได้เยี่ยมเขาวันเดียว หลังจากนั้น ก็ป่วยเลย และต้องถ่ายละครด้วย ก็เพิ่งมีวันนี้ที่ได้มาและได้ไปดูเขา เขาสู้นะ เพราะว่าครอบครัวเราสู้ เราผนึกกำลังกันสู้ ปู่ย่าลุงพ่อแม่สู้ มียาก็สู้ เราจะสู้ไปด้วยกัน พอไปถึงเราก็พูดกับเขาว่ามียาสู้ๆ นะลูก คุณหมอก็จะบอกจิ๋วแต่แจ๋ว (หัวเราะ) ก็เลยเป็นสโลแกนเขา ว่าเด็กหญิงอะมีณยา จารุจินดา จิ๋วแต่แจ๋ว (หัวเราะ)”

เติ้ล : “ตอนแรกก็ไม่ได้พูดอะไรกันเลย พูดแค่ว่าพี่รักหนูนะตอนก่อนจะเข้า และจริงๆ คุณหมอคงไม่อยากให้เราเข้าไปเห็น เพราะมันไม่ใช่เป็นการคลอดที่ปกติ มันจะมีสายเยอะแยะ และไม่รู้ว่าเราจะเข้าไปแกะกะเขาหรือเปล่า คุณหมอก็เลยบอกว่าคุณเติ้ลไม่ต้องเข้าก็ได้นะ เราก็เอาที่ภรรยาเราปลอดภัยที่สุดและอะไรที่ดีที่สุด เราไม่เข้าก็ได้ แต่แตเขาไม่ยอม”

กระแต : “เราก็ตกใจ เพราะว่าผ่า 6 โมงเช้า ทำใจยังไม่ได้ ไม่ได้เตรียมตัวมา ก็เลยขอหมอคนที่รมยาว่าคุณหมอคุยให้ได้มั้ย ให้เขาเข้าไปแป๊บหนึ่งก็ยังดี (หัวเราะ) ตอนแรกคุณหมอยังไม่ได้บอกว่าจะผ่ากี่โมง จนสัก 4 ทุ่มเขาก็เดินเข้ามาบอกว่า 6 โมงเช้านะ เราก็ยังอาเจียนอยู่เลย ได้รับยาไป ก็อาเจียนไม่เลิก แล้วก็นอนไม่หลับ ตั้งตัวไม่ทัน จนพอเที่ยงคืนก็เริ่มนอนมองนาฬิกา ทุกชั่วโมงก็จะลุกมาอาเจียนตลอด และก็อยู่คนเดียว พี่เติ้ลเขาก็ไปนอนแล้วก็คอยวิ่งมาดู จนตี 5.30 คุณหมอรมยาก็เข้ามาว่าจะทำอย่างนี้ๆ ก็ได้คุยกับหมอนิดหนึ่งว่าจะขอให้พี่เติ้ลเข้าไดัมั้ยคะ คุณหมอก็เลยบอกว่าเดี๋ยวจะลองคุยให้ว่าอาจจะให้บล็อกหลังก่อนแล้วจะให้เข้าไปเจอแป๊บหนึ่ง ตอนนั้นก็กลัวนะคะ เพราะเตรียมใจว่าจะคลอดสักมกราคม แต่มันเหมือนกะทันหัน เพราะเราไม่เคยผ่าตัดเลย พอบล็อกหลังเสร็จตอนที่พี่เติ้ลเข้ามาก็ไม่รู้สึกตัวแล้ว”

“ตอนที่ผ่านี่ไม่รู้เรื่องเลยค่ะ จนคุณหมอพูดว่าร้องแล้วๆ ได้ยินมั้ย เหมือนสติดึงกลับมาแป๊บหนึ่ง ก็ได้ยิน 2 - 3 แอะ แว้ๆ ก็ดีใจ ได้ยินเสียงลูกร้องด้วย เพราะถ้าคลอดปกติเขาก็คงได้ยินเสียงร้องกัน เราก็ไม่คิดว่าจะได้ยินอะไร แต่ความกลัวก็ยังไม่หายนะคะ เพราะยังไม่รู้ว่าออกมาแล้วเขาจะเป็นยังไง แล้วเราที่อยู่ตอนนี้คืออะไร”

เติ้ล : “ตอนนั้นก็เป็นห่วงเมียนะครับ คุณหมอก็น่ารักมากนะครับ ทำบรรยากาศทุกอย่างให้ผ่อนคลายมากๆ เราก็คิดว่าคงไม่มีอะไร ก็ได้ยินคุณหมอบอกว่าลงมีดแล้วนะ ออกมาแล้ว 6.55 น. น้องออกมาก็ได้ยินเหมือนเสียงลูกแมว แง้วๆ (หัวเราะ) ผมก็หันไปมอง แล้วคุณหมอเด็กก็ทำทุกอย่างเร็วมาก พอเสร็จก็เอาเข้ารถเข็นแล้วไปเลย ก็ได้เห็นหน้าลูกแป๊บหนึ่ง”

กระแต : “ก็ได้เห็นหน้าลูกแป๊บหนึ่ง จำได้ว่าพอหมอยื่นมา แล้วพี่เติ้ลก็ชะโงกหน้ามา เราก็บอกว่ามองไม่เห็นๆ เพราะโดนบัง (หัวเราะ)”

บอกน้ำหนักแรกคลอด 830 กรัม แต่เป็นเด็กตัวเล็กที่แข็งแรง
เติ้ล : “ตอนนั้นเอาจริงๆ ผมก็ยังเบลอๆ นะ มาเห็นจริงๆ ตอนที่ตามขึ้นมาข้างบนแล้ว สิ่งที่เห็นก็คือจมูกเหมือนแม่ แล้วอะไรที่มันเหมือนเราวะ จมูกโด่ง ความรู้สึกคือน่ารัก มันน่าเอ็นดู น่าสงสาร บอกไม่ถูก แต่หลังจากนั้นเราก็ค่อยๆ อยู่กับเขา แล้วก็เดินมาหาตลอด คุยกันตลอด มาสวดมนต์ด้วยกัน นั่งอ่านหนังสือด้วยกัน เห็นเขาโตตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ เขาก็เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แล้วเขาสู้จริงๆ คุณหมอบอกเลยว่าน้ำหนักคลอดมา 830 กรัม แต่คุณหมอบอกเป็นตัวเล็กที่แข็งแรงมาก หายใจเองได้ หัวใจดี เมื่อวานทำเอ็กซเรย์สมองไม่เป็นอะไรเลย สมองดี ย่อยอาหารเอง อึได้วันละ 6 รอบ ระบบขับถ่ายดี สุขภาพตามเกณฑ์ แต่เขาตัวเล็กเท่านั้นเองครับ ตอนนี้คุณหมอก็บอกว่าหนทางมันยาวไกลนะครับ เพราะกำหนดคลอดจริงๆ คือเดือนมกราคม ระหว่างนี้ก็ค่อยๆ ดูไปตามสเต็ป แต่ ณ ตอนนี้ถ้าหัวใจดี การย่อยอาหารดี กินนมแม่ได้ 12 cc คือกินได้เยอะวันละ 6 รอบ สมองไม่เป็นอะไร เราก็จะไปดูเรื่องอื่นๆ เรื่องสายตา เรื่องการได้ยินครับ”

ต้องอยู่โรงพยาบาลอีกสักพักใหญ่ๆ เปิดใจห่วงเมียความดังสูงอยู่ในขั้นรุนแรง
เติ้ล :สักพักใหญ่ๆ ครับ น้ำหนักตอนแรก 830 กรัม แล้วคุณหมอบอกว่าหลังจากนั้นน้ำจะออกไป เขาก็เหลือ 730 ขาดไป 1 ขีด แต่ตอนนี้ขึ้นมา 844”

กระแต : “คือ ยังไม่ครบ 7 วันแต่น้ำหนักเกินแล้ว แต่ตอนนี้ความดันแตก็ยังสูงอยู่ ตอนเข้าไอซียูก็จะวัดทุก 10 นาที พอคลอดเสร็จก็วัดตลอด จนตอนนี้ก็ยังวัดอยู่ คุณหมอก็ยังไม่ให้กลับ เพราะว่าความดันยังขึ้นอยู่ สาเหตุก็เพราะครรภ์เป็นพิษนี่แหละค่ะ

เติ้ล : “คุณหมอบอกว่าเป็นความดันสูงขั้นรุนแรง อาจจะสัก 1-2 เดือนกว่าความดันจะลด แต่ถ้าเกิดยังไม่ลดก็อาจจะเป็นความดันสูงตลอดชีวิต”

แฮปปี้ที่สุดแม้ลูกจะยังไม่ออกจากไอซียู เพราะทุกอย่างดูดี ส่วนคุณย่าต่อเติมบ้านใหม่รับขวัญหลาน
เติ้ล : “สำหรับตัวผมไม่มีนะ พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด ต้องยอมรับได้ แต่ ณ เวลานี้ทุกอย่างมันดูดีไปหมด และเราก็มีความสุขมาก แต่ตอนนี้น้องยังไม่ออกจากไอซียูนะครับ ยังตอบไม่ได้ว่าจะได้ออกเมื่อไหร่ ก็คงจะต้องอยู่โรงพยาบาลไปอีกเป็นเดือน”

ดวงดาว : “เรื่องรับขวัญหลานรอให้เขาออกมาก่อน ตอนนี้วางแผนทำหมดแล้ว เตรียมห้อง ต่อเติมบ้านใหม่ คือเขาแยกเรือนไปแล้ว แต่พอคลอดเขาก็จะกลับมาอยู่ที่บ้าน เพราะน้องเติ้ลบอกว่าเขาอยากให้น้องเกิดมาเหมือนตัวเขา คือท่ามกลางปู่ย่าตายาย เพราะที่บ้านจะรายล้อมอยู่ด้วยกันหมด รั้วเตี้ยๆ แต่ถึงกันหมด เพราะฉะนั้นลูกหลานที่เกิดมาจะถูกห้อมล้อมด้วยวัฒนธรรมของผู้ใหญ่กับคนสมัยใหม่มาผสมกัน เราก็ต่อบ้าน ติดแอร์ ทำห้อง ซื้อเตียง ตู้เย็น อุปกรณ์เตรียมไว้ให้หมด คิดว่าจะมาเดือนมกราคม แต่มียาบอกหนูไม่อยากอยู่ในท้องแม่แล้ว ท้องแม่เล็ก ก็ออกมาซะก่อนแล้ว เห่อมั้ยเหรอ ตอนนี้ไม่ได้รู้สึกตรงนั้นเลยค่ะ ก็สวดมนต์ให้เขา ขอให้ปลอดภัย ขอให้อวัยวะต่างๆ เขาทำงานได้อย่างเต็มที่ 100% ให้เขาเติบโตมาแข็งแรง”

กระแต : “คนที่มาเยี่ยมก็มีพี่เอมี่ กลิ่นประทุมค่ะ พี่เอมี่มาตั้งแต่เข้าห้องไอซียูเลย เขาหาข้อมูลเลยว่าครรภ์เป็นพิษเป็นยังไง เพราะเราไม่ได้รับรู้เลย เราไม่มีสติ จนกระทั่งผ่าตัดเสร็จเจอหมอมา 3-4 คน ก็งงว่าทำไมหมอมาเยอะขนาดนี้ พอพักฟื้น 3-4 วันถึงได้มาอ่านดู”

ดวงดาว : “ก็อยากจะบอกกับครอบครัวทุกครอบครัวเลยนะคะ ทุกอย่างมันเกิดได้หมด ต้องมีวิธีรับมือดูแลตัวเองให้ดี อันนี้เป็นบทเรียนส่งต่อไปถึงหลายๆ ครอบครัวเลยค่ะ คุณหมอบอกว่าเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นเยอะ ซึ่งคุณหมอเองก็ตอบไม่ได้ว่าเกิดจากอะไร ฉะนั้นสติสำคัญที่สุดค่ะ”

เผยชื่อลูกสาวแปลว่าผู้หญิงแกร่ง “เป๊ก สัณชัย เองตระกูล” ตั้งให้
เติ้ล : “พี่เป๊ก สัณชัยเป็นคนตั้งครับ จริงๆ เราคิดกันหลายชื่อมาก เราอยากได้ชื่อไทยที่น่ารัก เรียบร้อย ดูเป็นกุลสตรี ก็มีวันหนึ่งได้ไปทานข้าวกับพี่เป๊ก เขาก็เลยเสนอว่าเอาชื่ออะมีณยามั้ย ผมก็ชอบเลย ความหมายคือผู้หญิงแกร่ง ผู้หญิงที่เป็นผู้นำ แต่เราก็เอามาสะกดให้ดูสละสลวย ไม่มีอักษรกาลกิณีอะไรต่างๆ แต่ในชื่อภาษาอังกฤษแปลว่าเป็นที่รักของผู้คน และเขาก็เป็นที่รักของผู้คนจริงๆ เชื่อว่าทุกคนที่ได้เห็นเขาหรือได้ยินเรื่องเขา ทุกคนก็คงจะเอ็นดูเขาแล้ว เมตตาเขา”

เบรกแพลนมีลูกคนที่ 2 ขอประคองลูกคนนี้
เติ้ล : “ผมตั้งใจอยากมี 2 คนครับ แต่ต้องประคองคนนี้ก่อน”

กระแต : “คุณหมอบอกว่าถ้าจะมีคนต่อไปเปอร์เซ็นต์ที่จะเกิดขึ้นอีกมันก็ยังมี แต่เราอาจจะเฝ้าระวังได้ตั้งแต่เบื้องต้น เช่นอาจจะให้ยาความดันไว้ตั้งแต่แรก แต่คงยังไม่มีต่อหลังจากนี้หรอกค่ะ นี่ยังตกใจอยู่เลย”






กำลังโหลดความคิดเห็น...