xs
xsm
sm
md
lg

“ฉลอง” ยกทีมนักแสดง “ทิวลิปทอง” โต้แหลกคู่กรณี ซัดเอาเงินแค่ 9 พันมาดิสเครดิต ทีให้ถ่ายรูปคู่ปลาร้ายังไม่คิดเงินเลย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online



นักแสดง “ทิวลิปทอง” เดือดแทน โดดป้อง “ฉลอง” ขอความเป็นธรรม อัดคู่กรณีใส่ร้ายป้ายสี ซัดใครกันแน่ที่ถีบหัวส่ง งงเอาเงินแค่ 9 พันมาดิสเครดิต โบ้ยยกให้ฝ่ายการเงินจัดการไปแล้ว ตอกนี่ผู้กำกับ 4 แผ่นดินไม่มีทางทำอะไรเสียชื่อ บอกทีขอให้ อาหลอง, เอก รังสิโรจน์, ดอม เหตระกูล ฯลฯ ถ่ายรูปคู่กับปลาร้าช่วยโปรโมตยังไม่คิดเงินเลย ยันละครขึ้นชื่อให้ในไตเติ้ลครบ ขาดแค่โลโก้เพราะรอไม่ได้ทวงถามจากอีกฝ่ายแต่ไม่ยอมส่งมา เพิ่งจะเก็ตว่าทำไมถึงมีปัญหา พร้อมเผยอาจเข้าข่ายหมิ่นประมาทปูดความลับเรื่องงบประมาณ

งานงอกเต็มๆ สำหรับผู้กำกับ 4 แผ่นดิน “ฉลอง ภักดีวิจิตร” ผู้ผลิตละคร “ทิวลิปทอง” หลังจากที่ถูกเฟซบุ๊ก “จีรนุช กิ๊ฟช็อป” ไลฟ์สดแฉการทำงานที่ไม่เป็นไปตามข้อตกลง ไม่ขึ้นเครดิตโลโก้ขอบคุณสถานที่ รวมถึงยังมีเรื่องค่าใช้จ่ายที่ทำให้เสียความรู้สึก ต่อมา “ณัฏฐกานต์ ใบเงิน” ซึ่งทำหน้าที่ประสานงานกองถ่ายทิวลิปทองที่เนเธอร์แลนด์ ออกมาอัดซ้ำว่าเบี้ยวค่าที่จอดรถ 9 พัน แถมยังทิ้งปัญหาหลายอย่างเอาไว้ให้แก้เบื้องหลัง

ล่าสุด เมื่อช่วงเช้าวันที่ 24 พ.ย. “ฉลอง ภักดีวิจิตร” พร้อมด้วย นักแสดง กรุง ศรีวิไล, อาร์ต ศุภวัฒน์ อ่ำประสิทธิ์, ตู่ พงศนารถ วินศิริ และ คริส คุณานุกรณ์ ก็ได้ตั้งโต๊ะแถลงชี้แจงความจริงอีกด้าน โดยยืนยันว่า ขึ้นชื่อในไตเติ้ลให้แล้ว แต่ที่ไม่ขึ้นโลโก้ให้เพราะอีกฝ่ายไม่ยอมส่งมาให้ ทำให้รอไม่ได้เพราะละครถึงเวลาออนแอร์ เชื่อถูกดิสเครดิต ฉลองทำงานมา 4 แผ่นดินไม่เคยเสียชื่อ และการออกมาเผยว่าได้เงินจากช่อง 7 ทั้งหมด 11 ล้านแต่เอาไปใช้จ่ายแค่ 4 ล้านก็ไม่เป็นความจริง เข้าข่ายหมิ่นประมาท

ฉลอง : “สวัสดีลูกหลานนักข่าวเป็นเวลา 67 ปีแล้วที่ผมได้สร้างภาพยนตร์และละครโทรทัศน์มา ลูกหลานนักข่าวให้ความร่วมมืออบอุ่นกับผมตลอดมา สำหรับในวันนี้ที่เราจัดแถลงข่าวเป็นเพราะว่ามันมีเรื่องที่ไม่ดีจากเนเธอร์แลนด์ที่เราถูกใส่ร้ายป้ายสี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการถ่ายทำที่เนเธอร์แลนด์ เดินทางไปถ่ายทำถึง 3 อาทิตย์ แล้วตอนแรกมีใครมาเป็นธุรกิจ แล้วมีสองคนผัวเมียมาประสาน”

อาร์ต ศุภวัฒน์ : “อาให้ผมอธิบายต่อ อามีเลขาหรือผู้ช่วย จัดหาบุคคลมา 1 บุคคล ตอนนี้ทุกท่านคงรู้จักดีว่าที่เขาทำบ้างสิ่งบ้างอย่างเกี่ยวกับที่จอดรถ ก็ไปเจอกับคุณคนนี้ แล้วก็เริ่มจากตรงนั้น แล้วคุณณัฏฐกานต์ (คู่กรณี) คือ เข้ามาเพื่อเป็นผู้จัดการกอง แล้วประสานงานทุกอย่างเพื่อการถ่ายทำทิวลิปทองที่เนเธอร์แลนด์ สิ่งแรกที่เธอทำให้คือเรื่องของวีซ่า”

ฉลอง : “คือว่า คุณณัฏฐกานต์เป็นคนไทยที่อยู่อัมสเตอร์ดัม มาเป็นธุรกิจให้เราที่อยู่ที่นั่น แต่แล้วทางวัดไทยที่นั่น พอผมไปถึงกราบนมัสการเจ้าอาวาส ท่านขอให้เราช่วยหน่อย เนื่องจากเรามีดารามากมายที่ไปถ่าย ท่านจะจัดงานเกี่ยวกับวัดไทย แล้วมีการออกบูธกันมากมาย แล้วมีสองสามีภรรยาคู่หนึ่ง สามีเป็นคนดัตช์ชื่อริชาร์ด แล้วเมียชื่อคุณนุช เขาขายปลาร้าสั่งปลาร้าจากเมืองไทยไปขายที่ยุโรป แล้วเขามาออกบูธและขอความช่วยเหลือเราให้ดาราไปถ่ายกับขวดปลาร้า อาจจะเป็นผลประโยชน์แต่ผมไม่ทราบนะ โดยที่ดาราเขาเกรงใจเรา และด้วยเหตุการณ์นี้ทำให้ทุกอย่างดำเนินไปด้วยดี สองผัวเมียมาช่วยประสานงานตอนหลัง งานถึงสำเร็จไปได้ด้วยดี และนี้คือความจริง แม้กระทั่งผมเขายังขอให้ไปถ่าย ผมยังไปถ่ายกับเขานะ ทุกคนให้ความร่วมมือกับเขา ให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน”

อาร์ต ศุภวัฒน์ : “เขาช่วยเราพอสมควร แล้วถ้าใครได้อ่านสัมภาษณ์กับทางคมชัดลึก ดารานำทุกคนรวมถึงตัวอาก็ไปถ่ายกับปลาร้า แล้วไปช่วยขายที่งานวัด วันสงกรานต์ ซึ่งตรงนี้โดยธรรมดาแล้ว อย่างผมมีคนให้ไปถือปลาร้าแล้วให้ไปยิ้ม ผมคงจะต้องถามว่าของใครเอ่ย แต่ดาราทุกคนไปด้วยความเต็มใจ ให้ความช่วยเหลือกับทางกองถ่ายเป็นอย่างดีโดยเฉพาะริชาร์ด เขาดีมาก ยอมรับว่าถ้าไม่ได้ริชาร์ดเราคงไม่ได้ถ่ายในบ้างที่ หรือหลายๆ ที่ ถามว่าทำไมริชาร์ดต้องเข้ามาช่วย เพราะว่าผู้ประสานงานของเขาความสามารถยังไม่ถึงมั้ง แต่ผมไม่ทราบ แต่เธอไม่สามารถทำหน้าที่ของเธอได้หนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ ให้มันสมบูรณ์เลยต้องมีริชาร์ดเข้ามาช่วย ริชาร์ดช่วยเราด้วยความเต็มใจที่งานวัด สนุกสนานกัน เราเข้าใจว่าทุกอย่างโอเค”

ฉลอง : “เราไม่ได้คิดกันในเรื่องเงินเรื่องทองเลย”

อาร์ต ศุภวัฒน์ : “เรื่องเงินเราก็เคลียร์แล้ว ในความจริงเราควรได้ภาษีคืน แต่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรอย่างไรนะ ผมไม่สามารถได้ภาษีตรงนั้นคืน เพราะไม่มีคนจัดการให้ (หัวเราะ) จากค่าใช้จ่ายในบ้างอย่างเราสามารถเอาภาษีคืนมาได้ ตามความเข้าใจของผมและผู้ประสานงานเคยบอกว่าจะเอาภาษีบ้างอย่างกลับคืนมาได้ แต่ไม่มีคนทำ เราไม่รู้จะทำอย่างไร”

ฉลอง : “เขาทิ้งเราเลย”

ยอมรับไม่ได้ทำเป็นลายลักษณ์อักษรเรื่องค่าใช้จ่าย เพราะคาดไม่ถึงจะเจอเหตุการณ์แบบนี้ ชี้ตอนไปช่วยอีกฝ่ายโปรโมตปลาร้าก็ไม่คิดค่าตัว คิดว่าต่างฝ่ายต่างเต็มใจช่วยเหลือกัน
อาร์ต ศุภวัฒน์ : “ตามความเข้าใจของผมนะ ไม่มีการตกลงลายลักษณ์อักษร มันเข้าใจกันว่าเขามาช่วย เขาไม่ได้มีหนังสือว่า ถ้าละครออนแอร์จะมีเรื่องแบบนี้ มันไม่มีการมาเซ็น คำพูดของลูกผู้ชาย พอเสร็จแล้ว เขามีงานเป็นงานวัดเราก็ไปช่วยด้วยความเต็มใจ เรามีความรู้สึกดีๆ ที่มีให้กัน”

โวยทำไมต้องติดต่อคู่กรณีตลอดระยะเวลา 2 ปี มีความสำคัญอะไรต้องติดต่อ
ฉลอง : ส่วนที่ทางนั้นเขาบอกว่าเราไม่ได้ติดต่อเขา 2 ปีแล้วทำไมต้องติดต่อเขา เขามีความสำคัญอะไรมากขนานนั้นล่ะ ผมก็มีงานทำของผมนะ คือเรื่องราวจริงๆ เรื่องมันเกิดจากความไม่ค่อยถูกกันระหว่างเจ้าหน้าที่กองถ่ายกับสองผัวเมียนี่ คล้ายๆ ว่าแตกกันแล้ว ที่นั้นก็เกิดการมีปากมีเสียงอะไรกัน ผมก็ไม่ทราบ แล้วก็แยกกันมาผมก็มาทำงานถ่ายทิวลิปทองที่กรุงเทพฯ อีกตั้งหลายเดือน ผมทำมา 1 ปี 4 เดือน ถึงได้สำเร็จลุล่วงไป”

“ก็ถ่ายทำอยู่ที่โน่น 3 อาทิตย์ เขาก็มาช่วยเป็นบางครั้ง โลเกชั่นที่ไหนที่คุณณัฏฐกานต์ไม่สามารถติดต่อได้ เขาก็ติดต่อให้เราก็มีพวกสนามบิน เราก็เสียเงินมากมายนะที่สนามบิน เขาติดต่อให้เราจริงแต่เราเสียเงินมากมาย แล้วก็อย่างบ้านมหาเศรษฐี ซึ่งคุณคริส-คุณานุกรณ์เป็นเจ้าของในเรื่อง เขาก็พาไปติดต่อ ผมก็ไปด้วย ถามว่าเสียค่าใช้จ่ายเปล่า เขาบอกไม่ต้องเสียฟรี พอถ่ายเสร็จเราก็พาเขาไปเลี้ยง ส่วนทุ่งทิวลิปนี่ก็ไปคุยกับเจ้าของ เขาก็อยากให้ทุ่งทิวลิปของเขาออกแพร่หลายไปทั่วเอเชีย เขาก็ให้ถ่ายฟรีๆ อันไหนที่ดอกทิวลิปเสียหายเราก็ให้เขา มอเตอร์ไซค์ 4-5 คัน เราก็จ่ายค่าเช่าหมดนะ แล้วแพงมากเลยคันหนึ่งเป็นร้อยๆ ยูโร ค่าเสียหายของพวกสตั๊นท์แมนเขาก็มาเบิกที่กรุงเทพฯ 30,000 บาท ก็ไม่มีอะไรแล้ว ก็ไม่ทราบว่าเรื่องราวถึงเป็นแบบนี้”

อาร์ต ศุภวัฒน์ : “เขามีปากเสียงกันอย่างที่อาบอกกับคนในกอง หลังจากนั้นสัก 2-3 วันมั้ง ตอนท้ายๆ แล้ว ทีนี้ตรงนั้นไม่ได้เกี่ยวกับอาเลย ตรงนี้ผมรู้เรื่องอยู่ทุกอย่าง มันไม่เกี่ยวกับผมและก็ไม่เกี่ยวกับตรงนี้ไงครับ เพราะวันนี้เราไม่ได้มาพูดถึงที่คุณนุชพูดถึงศัตรูของเขา เราไม่เกี่ยว มาเอาเหตุที่เขากล่าวหาถึงอากันดีกว่า ซึ่งมันไม่ใช่ความจริงเลย อย่างที่ผมได้คุยกับสื่อสำนักหนึ่ง ผมเอาหลักฐานทุกอย่างมายืนยันว่าที่พูดมา คือ ก็ไม่เข้าใจที่ถามว่าอาบล็อกการติดต่อเขา อาจะไปบล็อกเขาทำไม แต่เขาติดต่อมาอาทำงาน ถ้าใครรู้คนที่กำลังถ่ายทำอยู่จะให้เขามารับสาย แล้วเขาก็ติดต่อผ่านผมมา ผมก็บอกอาว่าคุณนุชพยายามติดต่อมา อาก็บอกว่าถามเขาไปสิมีอะไรหรือเปล่า คุณก็บอกจะมาเมืองไทย จะชวนกินข้าวเหรอ ยังไม่มีเวลาจะไปนั่งทานข้าวด้วย ถ้าบอกตั้งแต่ต้นว่าการช่วยเหลือครั้งนี้จะทำให้นามสกุลคุณนุชเปลี่ยนเป็นภักดีวิจิตร อาก็คงจะบอกว่าไม่ไรนะน้อง”

มีหลักฐานส่งอีเมลล์ขอโลโก้ 2 รอบแต่ไม่ยอมส่งมาให้ เพิ่งจะเก็ตวันนี้ทำไม ที่แท้คู่กรณีตั้งใจ
อาร์ต ศุภวัฒน์ : “ผมขออนุญาตตอบเลยนะตรงนี้ เพราะอาถ่ายทำอยู่ ตรงนี้จริงๆ แล้วเป็นหน้าที่ของผู้ช่วยอาซึ่งเขาออกไปแล้ว กลับมาจากเนเธอร์แลนด์ได้สักพักหนึ่ง ก็มีปัญหาบางสิ่งบางอย่างที่ผมก็ไม่ทราบว่าเกี่ยวกับอะไร เขาก็ออกไปจากบริษัทก็ไม่มีคนประสานระหว่างเนเธอร์แลนด์กับที่นี่ เอาสั้นๆ เลยเรื่องโลโก้ ผมมีหลักฐานในอีเมลล์ ผมขอไปสองครั้ง คุณมาร์ตินเขาทำงานที่สถานทูตเนเธอร์แลนด์ที่กรุงเทพฯ ก็ขอไป

“ผมเห็นหลักฐานชัดเจนมากว่าเขาขอไปสองครั้งด่วนมาก ทางคุณริชาร์ดก็ไม่ส่งมาจะให้เราขึ้นเครดิตโลโก้ให้ได้ยังไง แล้วมาโวยวายเพื่ออะไร แต่ผมมีความรู้สึกนะก่อนหน้ามันมีข่าวตอนแรกทิวลิปทองจะออนแอร์ปีที่แล้ว คุณนุชเคยส่งแมสเสจมาแล้วครั้งหนึ่งว่าไม่มีการขอบคุณบ้านเพื่อนๆ เขาที่เราไปถ่ายทำ เราก็บอกว่าคุณละครยังไม่ออรแอร์เลยรู้ได้ยังไงว่าไม่มีการขอบคุณ ทำให้ผมรู้สึกว่าคุณมั่นใจได้ยังไงว่าจะไม่มีการขอบคุณ คุณรู้ล่วงหน้าขนาดนั้นเลยหรือ ตอนนี้ผมเข้าใจแล้วล่ะว่าเพราะอะไร เพราะเขาตั้งใจที่จะไม่ส่งโลโก้มาให้ เขาก็เลยมั่นใจว่าจะต้องมีปัญหาแน่นอน อันนี้คือความคิดของผม”

ฉลอง : “แต่เราก็ลงทุกอย่างในไตเติ้ลให้เขา ลงให้หมดเลย”

อาร์ต ศุภวัฒน์ : “อาพูดถึงชื่อทุกคน ซึ่งมีการตกลงกันผมเป็นคนช่วยร่างหนังสือ เป็นคำพูดของอาที่เขียนถึงริชาร์ด เพราะตอนนั้นมีเรื่องราวในเฟซบุ๊กที่เกี่ยวกับไปใช้สถานที่จะไม่ให้ออนแอร์ เพราะไม่ได้โน่นนี่นั่น จะเข้าไปคุยกับทางช่อง 7 มีอากับมาร์ตินไปด้วย มาร์ตินก็ช่วยดูในการร่างจดหมายฉบับนั้น ผมเขียนภาษาอังกฤษและมีภาษาไทยด้วย ในนั้นระบุไว้ชัดเจน ทางริชาร์ดก็บอกว่าจะต้องใส่ชื่อบริษัทต่างๆ ดังนี้ เราก็ใส่ไปว่าจะทำให้ตามนั้นทุกอย่าง ตามที่คุณต้องการโอเคมั้ย เขาก็ไม่ได้ตอบว่าโอเค เราก็เข้าใจว่าโอเค อย่างเดียวคือรอโลโก้เมื่อไหร่จะส่งมา ซึ่งเมื่อคืนมาร์ตินให้เป็นคำตอบของริชาร์ด ที่บอกว่าโอเคถ้าทำตามที่เขาได้พูดตกลงกันไว้ตามในจดหมาย ลงชื่อของผู้สนับสนุนต่างๆ ที่ให้ยืมบ้านรถ ต่างๆ เหล่านี้แล้วลงโลโก้ให้ฉันโอเคเลย ไม่มีปัญหาใดๆ ทั้งสิ้น”

แต่ก็ไม่ส่งโลโก้มาให้ มันเป็นการขัดกัน มีคนบอกว่าผมไปเอามาร์ตินมาเป็นเกราะ เป็นแบ็กที่ดีอยู่สถานทูต จริงๆ ไม่ใช่มาร์ตินเขาก็ทำหน้าที่ของท่านทูตเนเธอร์แลนด์เนี่ย ต้องการจะสานสัมพันธไมตรีระหว่างไทยกับเนเธอร์แลนด์ เห็นว่าละครเรื่องทิวลิปทองเป็นโอกาสที่ดี ผมกล้าพูดเลยว่าไม่เคยมีใครได้เข้าไปถ่ายในสถานทูตเนเธอร์แลนด์ อาเป็นคนแรกในประวัติศาสตร์ เพราะท่านทูตชอบและศรัทธาในตัวอาด้วย เขาได้หาข้อมูลเกี่ยวกับประวัติของอาก็รู้ว่าอาเป็นศิลปินแห่งชาติ ทำอะไรมาบ้าง เขารู้สึกทึ่งฉะนั้นเขาเลยยินดีเปิดสถานทูตให้เขาไปถ่าย คนที่รับหน้าที่ประสานให้สำเร็จคือมาร์ติน และเป็นความตั้งใจของเขาด้วยที่จะทำทุกอย่างเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับละครทิวลิปทอง ให้มีการถ่ายทำเสร็จสิ้น อะไรที่มาขัดขวางหรือปัญหาที่เกิดขึ้นเขาจะเข้ามาจัดการให้ปัญหาพวกนั้นให้หมดไป แน่นอนว่าเขาไม่ได้ส่งโลโก้ให้เรา”

ฉลอง : “แต่เราลงรายชื่อให้เขาทั้งเพียงแต่ว่าไม่มีโลโก้เท่านั้นเองเพราะเรารอไม่ได้ ละครของเราจะออนแอร์แล้ว”

อาร์ตยันไม่เคยพูดไม่ดีกับคู่กรณี ซัดคิดได้ไงฉลองจะต้องเอาชื่อเสียงมาแลกกับเงินแค่ 9 พัน
อาร์ต ศุภวัฒน์ : “เมื่อคืนผมคุยกับมาร์ตินเรื่องที่จอดรถที่เราใช้ตรงหน้าร้านอาหารไทยเดิม ซึ่งถ้าใครได้ดูละครจะเห็นป้ายของร้าน ในละครของเราทั้งเรื่องเลย ผมก็รู้สึกว่านั่นก็เป็นวิธีขอบคุณที่สุดยอดที่สุดแล้วนะสำหรับผม ซึ่งเขาน่าจะเคลียร์ทุกอย่างให้เสร็จสิ้น ตั้งแต่ก่อนจะกลับจากเนเธอร์แลนด์ แต่กลายเป็นว่าแทนที่เราจะถีบหัวเขาส่ง กลายเป็นเขาถีบหัวเราส่ง คุณณัฏฐกานต์ไม่จัดการเรื่องภาษีให้ ขนาดเราไปสนามบินเขายังไม่ไปส่งเลย พอ 1 ปี ผ่านไป คุณณัฏฐกานต์ติดต่อมาพร้อมกับให้คุณพิมพ์ส่งเอกสารภาษาดัตช์มาให้ผม มาร์ตินก็ช่วยดูให้ คุณมาร์ตินโทร.ไปที่อัมสเตอร์ดัมถามว่ามันคืออะไร เขาก็บอกมันคือเอกสารเรื่องค่าจอดรถซึ่งเขาจ่ายไปเรียบร้อยแล้ว”

“ผมเลยบอกคุณณัฏฐกานต์ ว่า พี่ณัฐครับเดี๋ยวผมจะบอกอาให้เรื่องนี้ ไม่มีปัญหาเลย ผมพูดกับเขาดีมาก แต่เขาบอกว่าผมพูดกับเขาไม่ดี บ่ายเบี่ยงโน่นนี่นั่น ถ้าเขากล้าเอาบทสนทนาของผมกับเขามาให้ทุกคนดูจะเห็นเลยว่าผมพูดกับเขาดีมาก แต่เขากลับลบมันไปหมดแล้ว ผมเลยมาเรียนอาว่ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น อาก็บอกว่าเราก็จ่ายเขาไปสิ แต่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่เพราะถ้าเขาจะเบิกเงินค่าอะไรก็แล้วแต่ เขาก็ไม่เคยมาเบิกกับอา เขาต้องเบิกกับการเงิน หรืออะไรก็แล้วแต่ ซึ่งทางคุณณัฐกานต์น่าจะรู้ดีว่าต้องไปเบิกตรงไหน ซึ่งอาก็เข้าใจว่าจ่ายไปแล้วเพราะมันแค่ 9 พันบาท”

ฉลอง : “ก็จ่ายไปแล้วไม่ใช่เหรอ ก็แค่ 9 พันบาท มันไม่ใช่ประเด็นเลย”

อาร์ต ศุภวัฒน์ : “แต่ถ้าทางการเงินเขาไม่ได้จ่าย อันนี้ก็อาจจะเป็นอีกแถลงข่าวหนึ่ง อันนี้ผมก็ไม่ทราบ แต่มันก็ไม่ได้เกี่ยวกับอา ซึ่งผมบอกคุณณัฏฐกานต์ ไปแล้วว่าผมบอกอาแล้ว อาโอเคและยินดีจะจ่าย แต่ขณะเดียวกัน ผมก็บอกให้คุณณัฏฐกานต์ทำหน้าที่ของผู้ประสานงาน โดยไปตามคนที่ทำกล่องกล้องของอาเสีย คือ เขาถอยรถมาทับกล่องกล้องของอาที่ราคา สองหมื่นกว่าบาท ผมพยายามตามให้แล้วแต่เขาไม่ตอบกลับมา ผมเลยบอกว่าพี่ณัฐครับ พี่ณัฐช่วยตามให้หน่อยได้ไหม จริงๆ เรื่องค่าจอดรถเราว่ามันก็แปลกที่อยู่ๆ ก็โผล่ขึ้นมา แต่เราโอเค ยินดีที่จะจ่าย แต่ทำไมพี่ไม่ลองไปตามเรื่องค่ากระเป๋าให้อาล่ะ ผมคิดว่ามันน่าจะเป็นการแลกเปลี่ยนที่แฟร์หรือเปล่า”

“พี่ณัฏฐกานต์เขาก็หายไปและไม่ตอบกลับมาเรื่องกระเป๋า และหายไปเลย ผมก็เข้าใจว่าการเงินจ่ายให้เขาเรียบร้อยและทุกอย่างจบไปเรียบร้อยแล้ว เพราะเงินแค่ 9 พัน จะมาแลกกับชื่อเสียงอาผมก็ไม่รู้ว่าเขาคิดกันได้ยังไง ลองคิดดูสิว่าทำไมเขาต้องมาหาอากับเงิน 9 พันบาทตรงนี้ในเวลาพอดีกับที่คุณนุชออกมา อยากให้ลองใช้วิจารณญาณกันคิดดูว่าทำไม แล้วสิ่งที่คุณนุชพูดในคลิปเขา ผมฟังแล้วก็ เฮ้อ (ถอนใจ) นี่ละครเรื่องเดียวกันหรือเปล่า”

อาร์ต ศุภวัฒน์ : “ส่วนจะเป็นเพราะเราไปเข้าข้างคู่กรณีเขาอีกคนมั้ย เราก็ไม่รู้ว่าใครคือฝ่ายตรงข้ามเขา อาก็ไม่ทราบ อาเป็นผู้กำกับ หน้าที่ของอาตอนนั้นคือกำกับและถ่ายทำละคร เลยไม่รู้ว่าใครเป็นศัตรูกับใคร”

ไม่ทราบเรื่องคู่กรณีส่งหนังสือให้ช่อง 7 สั่งยุติการฉายละครทิวลิปทอง ยันช่อง 7 ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
อาร์ต ศุภวัฒน์ : “ไม่มี ก่อนอื่นผมไม่ใช่พนักงานของบริษัท แต่ผมก็เป็นแค่นักแสดงคนหนึ่ง แต่เท่าที่ทราบคือไม่มีนะครับ ทราบแค่ว่ามีเรื่องในเฟซบุ๊กอะไรสักอย่าง และในตอนนั้นคุณมาร์ตินก็ก้าวเข้ามาช่วยว่าทำไมมีเรื่องแบบนี้ เพราะเขารู้สึกว่าเขาควรเข้ามาช่วย และช่อง 7 เขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ คุณจะไปบอกให้ช่อง 7 เขายุติการออนแอร์หรืออะไร ผมก็ไม่เข้าใจว่าคุณนุชเขาจะพูดถึงช่อง 7 ทำไม

พร้อมเคลียร์ซึ่งหน้า มึนกำกับมา 4 แผ่นดินจะมาดิสเครดิตตนเพื่อประโยชน์อะไร
ฉลอง :ก็มาสิ แต่ 25 อามีถ่ายละครพ่อตาปืนโต แต่วันพฤหัสบดีอาว่าง ให้เขารออีกหน่อย (คิดว่าเขาทำเพื่อดิสเครดิต?) แล้วทุกคนคิดว่าเขาต้องการดิสเครดิตอามั้ย เพราะกว่าอาจะทำงานมาจนถึงทุกวันนี้ กว่าอาจะได้ศิลปินแห่งชาติ อากำกับมา 4 แผ่นดิน ตั้งแต่รัชกาลที่ 7 แล้ว แล้วเขามาทำแบบนี้ทำไม เขาต้องการจะดิสเครดิตผมไง เพื่อประโยชน์อะไรของเขา ผมก็ไม่เข้าใจ เราก็ไม่ได้มีความผิดอะไร เราต่างคนต่างช่วยเหลือกัน เขาจะมาเรียกร้องอะไรอีก”

“ถามว่าอยากบอกอะไรเขา ก็ไม่มีอะไรบอกครับ ทุกอย่างผมก็เหมือนเดิม ก็เป็นมิตรกับทุกคน ไม่เคยเป็นศัตรูกับใคร (จะกลับไปถามฝ่ายการเงินเรื่องเงิน 9 พันมั้ย?) อันนี้อาไม่รู้ มันแค่ 9 พันเอง ค่าจอดรถตรงไหนอายังไม่รู้เลย อาไม่สงสัยอะไรในตัวเขาครับ เขาก็ช่วยเหลือเราดี ต่างคนต่างช่วย เราก็เอาดาราทุกคนไปช่วยถ่ายกับปลาร้าของเขา โดยก็ไม่คิดค่าใช้จ่ายอะไร คิดว่าเราช่วยเหลือกัน สุดท้ายก็เป็นแบบนี้ เขามาคิดโน่นคิดนี่ อาก็ไม่เข้าใจ แล้วอาก็มีงานทำมากมาย”

“ส่วนเรื่องโลโก้ถ้าเอามาให้ตอนนี้ก็ใส่ไม่ได้ โห ลูกเอ้ย ทำไตเติ้ลไม่ใช่ของง่ายนะ แล้วคนทำไตเติ้ลเขาคงไม่ทำให้แล้วแหละทำเสร็จเขาก็ไปแล้ว เพราะมันก็ฉายไปแล้ว เครดิตทุกอย่างไม่ว่าจะไปยืมบ้านใครถ่าย รวมถึงชื่อริชาร์ดเราก็ลงให้เรียบร้อย เหลือแต่โลโก้ที่เขาไม่ส่งมาเท่านั้นเองซึ่งเรารอไม่ได้ เพราะว่าละครเราต้องออกอากาศแล้ว แต่เราก็ลงชื่อให้เขาโก้เลย ตัวใหญ่เท่าที่จะใหญ่ได้ตามที่กฎหมายต้องการ ที่ลูกๆ ถามว่าถ้าเผื่อเขาเอาโลโก้มาจะใส่ได้มั้ยคือคงไม่ได้แล้ว เพราะมันจะจบอยู่แล้ว ซึ่งอันนี้คิดว่ามันไม่น่าจะมีปัญหา เราก็ลงชื่อเขาไปอย่างดีแล้วอยู่หัวไตเติ้ลด้วย”

อาร์ต ศุภวัฒน์ : “ไม่ใช่ไม่อยากลงนะ แต่มันไม่สามารถแล้ว มันเลทแล้ว ไม่รู้จะตามยังไงแล้ว”

นักแสดงเดือดแทน คาดไม่ถึงว่าจะมาหักหลัง-หักหน้า ย้อนเงินแค่ 9 พันทำไมต้องมาทำร้าย “ฉลอง”
ตู่ พงศนาถ : “ตลอดระยะเวลาการถ่ายทำที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ น่าจะสักประมาณ 20 กว่าวันได้ สิ่งที่ผมเห็นตอนแรกคือให้การต้อนรับอบอุ่น แม้กระทั่งผู้ประสานงานที่เป็นคนไทยอยู่ที่นั่นก็ให้การตอบรับอย่างดีเช่นกัน แล้วเมื่อการทำงานผ่านไปถ่ายทุกวัน ทั้งวัน แน่นอนว่ามันต้องมีปัญหากันบ้าง มีกระทบกระทั่งกันบ้าง ในเรื่องของเวลาและโลเกชั่น ความรู้สึกมันก็มีระหองระแหงกัน แต่ผมก็ไม่เคยคิดนะครับ เพิ่งมารู้ข่าวเมื่อสองสามวันที่มา ว่ามีการไลฟ์สดของคุณนุช ซึ่งหน้าตาเขายิ้มแย้มแจ่มใสทั้งสามีและภรรยา

“ผมก็ไม่คิดว่าว่าเขาจะมาหักหลังหรือมาหักหน้าตอนนี้ทำไม ทำไมมีปัญหาไม่บอกตั้งแต่แรก มาเคลียร์กันให้จบไปดีกว่า อย่างนี้มันเหมือนกับว่ามาใส่ร้ายกันฝ่ายเดียว ซึ่งอายุของคุณอาก็ไม่ใช่น้อยๆ ชื่อเสียงที่สั่งสมมา จะให้แค่นี้มาทำลาย มันไม่ได้ น่าจะมาเคลียร์กันก่อน แล้วก็แค่เงินค่าจอดรถ 9 พันบาท คือจริงๆ แล้วเขาได้กำไรเยอะนะครับ เขาหักหัวคิวแค่ไหนราคาเท่าไหร่ เขาอาจจะขาดทุนกำไรไปบ้างนิดๆหน่อยๆ (เขาได้กำไรจากอะไร?) เราไม่ทราบ ยกตัวอย่างว่าผมเป็นหัวหน้าทัวร์ ผมพาคุณไปทำโน่นทำนี่ ผมก็มีค่าใช้จ่าย ผมก็ต้องมีการทำกำไรไว้บ้าง (ยืนยันว่าเขาต้องได้รายได้จากกองเราแน่?) ต้องมีแน่นอน เขาจะทำฟรีทำไม ไม่มีใครในโลกนี้ทำฟรีหรอก เราก็ยินดีที่จะต้องจ่าย จ้างเป็นรายวันรายชั่วโมงด้วยซ้ำไป”

กับอีแค่ 9 พันบาท คุณจะมาทำร้ายเขาทำไม ทำไมไม่มาบอกมาคุยกันดีๆ มาไทยก็มาบอกคุณอาก็ได้ แค่ 9 พันบาทคุณอาจ่ายได้อยู่แล้ว (เขาติดต่อคุณอาไม่ได้?) ถ้าจริงๆ ว่าไม่สามารถติดต่อคุณอาได้ มันเป็นไปได้เหรอประเทศไทย จากลอสแองเจลิสยังติดต่อคุณอาได้เลย ผมไม่เข้าใจสมองของเธอเหมือนกันตอนนี้ ผมรู้สึกว่าตอนทำงานด้วยกันก็ทำหน้าตาดี พอจากกันมาทำหน้ายักษ์ใส่ แบบนี้มันไม่ใช่ เดือดนะเนี่ยเดือด (หัวเราะ) ผมเองก็เห็นใจคุณอาที่ต้องรับความรู้สึกกับเรื่องแบบนี้ ทำงานมา 60 กว่าปีแล้วมาเจอแบบนี้ ก็อยากจะฝากบอกไปถึงคุณนุชและใครๆ ทั้งหลายที่มาร่วมงานกัน ให้เข้าใจซะใหม่ มีอะไรก็มาเคลียร์กัน อยากให้จบไป เพราะเรื่องทิวลิปทองก็ใกล้จะจบแล้ว ก็ฝากแค่นี้ครับ ขอบคุณมากครับ”

ออกตัวไม่ใช่กองถ่ายอนาถา ฉลองให้เกียรตินักแสดงทุกคน
คริส คุณานุกรณ์ : “ผมเป็นคนหนึ่งที่ร่วมงานกับอามาเป็นเรื่องที่ 5 แล้ว ก็ขอยืนยันด้วยเกียรติและความรู้สึกเลย ว่าคุณอาเป็นมืออาชีพ ผมร่วมงานกับคุณอามาผมไม่มีความรู้สึกว่ากินอดๆ อยากๆ หรือว่าต้องกินอยู่อย่างอนาถาเลย ไม่ได้เป็นอย่างที่เขาพูดว่าเราไม่มีจะกิน น่าสงสาร เราได้รับการดูแลอย่างสมเกียรติครับ ทีมงานเราก็กินข้าวหม้อเดียวกัน เราไปทำงานต่างประเทศแน่นอนว่าเราไม่ได้ไปกินภัตตาคารหรูๆ เราไปเหมือนไปค่าย ไปทำงานกัน ผมเชื่อว่ามันก็ต้องการอดทน ทำงานก็ต้องมีเหน็ดเหนื่อยบ้าง”

“แต่ว่านี่ไม่ใช่ประเด็นที่คุณนุชน่าจะหยิบยกมาเพื่อทำให้คุณอาดูไม่ดีนะครับ ตอนนี้คนไทยต้องรักกัน ผมไปที่เนเธอร์แลนด์ผมมีความรู้สึกดีมาก อยากกลับไปอีก คนไทยที่นั่นน่ารักมากๆ ก่อนอื่นต้องขอบคุณทางทีมงาน ทางผู้ประสานงาน หรือว่าคนไทยที่นั่นที่ได้ให้ความช่วยเหลือเรา แต่ว่าผมไม่เข้าใจว่าทำไมเราถึงเอาเรื่องขัดแย้งมาพูดใส่กัน ตอนที่รถมอเตอร์ไซค์วิ่งเข้าไปในทุ่งทิวลิป มีการล้มจริง เพราะคุณอาทำงานสมจริง ก็ล้มจริง จ่ายจริง เจ็บจริงนะครับ แต่ว่าในทุ่งทิวลิปที่มันล้มไป ผมดูแล้วว่ามันก็ไม่ได้หลายชั่วโมง เพราะเขาก็ไม่ได้ให้เราถ่ายหลายชั่วโมง ดอกไม้ก็ไม่น่าจะเสียหายเป็นหมื่นดอก ลองคิดดูว่าหมื่นดอกต้องเป็นพื้นที่หลายตารางเมตรอยู่ มันก็เป็นแค่ช่วงร่องที่เขาไว้รดน้ำ เพราะมอเตอร์ไซค์วิ่งในทุ่งดอกไม้ไม่ได้นะครับ ต้องวิ่งตามร่อง”

“ค่าชดใช้เราก็ให้ตามสมควรที่เขาบอกมาว่าเราต้องชดใช้เท่าไหร่ อันนี้คุณอาอยู่ๆ จะไปทำให้มันดูเสียเกียรติ มันไม่ใช่ คือผมว่ามันก็น่าจะมีมูลเหตุที่เขาคิดว่าเท่านี้ก็พอหรือเท่าไหร่ แล้วเราก็จ่ายไปแล้ว ไม่น่ามาพูดแบบนี้ ถ้ามีปัญหาก็อย่างที่พี่ตู่ว่านะครับ เราน่าจะมาคุยกัน ผมว่าคุณนุชและริชาร์ดน่าจะมีปัญหาหรือไม่พอใจเรื่องส่วนตัว ที่ว่าเรามีการคบหากับคนที่เขาไม่ชอบหรือเปล่า การไปที่โน่น ทุกอย่างมันมีปัญหาหมดครับคือการออกถ่ายทำนอกสถานที่ โดยเฉพาะไปต่างประเทศ ทุกอย่างมีปัญหาหมด เราเองก็ไม่ได้อยากให้มีปัญหา แต่มันมีปัญหาอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทีมงาน ฝนฟ้าอากาศการถ่ายทำ แต่ในเมื่อมันมีปัญหาปุ๊บ เราก็พยายามแก้ไข เรามีผู้ประสานงานที่ไม่มีความเป็นมืออาชีพ ทำงานทิ้งงานไปแล้วไม่มีความต่อเนื่อง ทำให้คนประสานงานที่นี่กับที่โน่นเกิดปัญหากันขึ้น”

“แม้กระทั่งทีมงานที่เราจ้างที่โน่นให้ช่วยประสานงานแต่ละที่ก็มีปัญหาทุกวันให้ต้องปวดหัว ติดบ้าง ถ่ายทำไม่ได้บ้าง คุณอาก็ต้องย้อนไปถ่ายที่ถ่ายได้เพื่อไม่ให้เสียเวลา เวลาเดินทุกนาทีมีค่าใช้จ่ายหมด การประสานที่โน่นก็ไม่มีประสิทธิภาพ โอเคไม่ใช่มืออาชีพแต่เราขอแค่รับงานกันประสานงานกัน เราก็ได้คนไม่เป็นมืออาชีพเหมือนกัน ติดต่องานกันสุดท้ายก็ลาออกไป งานไม่ประติดประต่อก็มีขาดตกบกพร่องกันบ้าง แต่เขาบอกว่าเราไม่ทำให้เขาตามสัญญา จริงๆ วันที่ไปร่วมงานวัดไทย ผมเป็นคนถือปลาร้าถ่ายรูปให้ เรียกคนมาซื้อให้ มีผม มีเอก รังสิโรจน์ , ดอม เหตระกูล มายืนถ่ายให้ ลองไปจ้างเขามายืนถ่ายรูป ข้างนางเอกแต่ละคนไปยืนบูธเขาบูธเดียว ค่าตัวมากกว่าอีก เราตั้งใจไปช่วยเขา เรารู้สึกดีเขาช่วยเรามา เราก็ช่วยกลับ ดาราทุกคนขึ้นไปร้องเพลงเพราะถือว่าวัดช่วยเหลือเรา เราก็ได้ร่วมทำบุญ รู้สึกว่าอาจะทำบุญไปหลายพันยูโรเลย เพราะเรารู้สึกอยากจะตอบแทนที่วัดดีกับเรา ผมไม่คิดว่าเขาจะเอาสิ่งไม่ดีมาพูด แล้วทำไมเอามาพูดเวลานี้มันไม่สมควรเลย และอีกอย่างคุณอาก็ทำงานมานานมาก คิดว่าคุณอาคงไม่อยากได้ยินเรื่องแบบนี้ คุณอาก็ตั้งใจกำกับให้ได้อย่างดี ทีมงานแต่ละคนอาจจะมีบกพร่องบ้างอันนี้ก็ต้องขอโทษ ยังไงก็ขอให้เรารักกันดีกว่านะครับ ขอบคุณชาวเนเธอร์แลนด์ทุกคน ขอบคุณพี่น้องชาวไทยที่อยู่ที่นู่นนะครับทุกคนน่ารักมาก เรารู้สึกยินดีที่ได้ไปช่วยเหลืองานท่าน เราไม่มีการทวงบุญคุณอะไรนะครับ”

ออกตัวไม่เคยพูดเรื่องช่อง 7 ให้เงิน 11 ล้าน แต่เอาไปแค่ 4 ล้าน งงรู้ได้ไง ทั้งที่เป็นความลับ ซัดเข้าข่ายหมิ่นประมาท
ฉลอง :นี่แหละที่อากำลังจะพูด คือเขาเอามาจากไหน พอหลานๆ นักข่าวถามอาว่าเรื่องนี้ช่อง 7 ให้ทุนอามาเท่าไหร่ อาพูดอย่างเดียวคือมากครับใช่มั้ย แล้วนี่มาจากไหนไปรู้ว่าผมเอาไปเนเธอร์แลนด์ 4 ล้าน แต่เอาจากช่อง 7 มา 11 ล้าน นี่มันก็ผิดแล้ว เขารู้มาได้ไง ผมไม่เข้าใจ เขาบอกว่าผมได้เงินอื้อซ่ารวยเลย จะบ้าเหรอ ผมไม่เคยพูดว่าผมได้เท่าไหร่ เอาเงินจากช่อง 7 ไปถ่ายที่โน่นเท่าไหร่ ผมไม่เคยบอกนักข่าวเลยเพราะว่ามันเป็นความลับ มันคือคดีหมิ่นประมาททำให้เราเสียชื่อเสียง ทั้งตัวผม ทั้งผู้แสดง ทั้งทีมงานด้วยนะครับ นี่ขอแจ้งความจริง อยากให้คุณกรุง ศรีวิไลสรุปอีกที”

กรุง ศรีวิไล : “ผมอยู่กับอาหลองมา 46 ปี ไปถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศมาหลายสิบประเทศครับ มีข่าวจากทางโน้นบอกว่าโกง ผมอยู่กับอาหลองมาไม่เคยเห็นอาหลองโกงสักทีเลย อยู่กันมาอย่างนี้จนจะตายจากกันไปข้างแล้วก็ไม่เคยเห็น แล้วการยกกองไปต่างประเทศมันเป็นเรื่องอีซี่มากสำหรับอาหลองเพราะเรามีพวกเยอะ คุณนุชคุณริชาร์ดจะเป็นใครก็แล้วแต่ ผมการันตีได้เลย บอกได้เลยว่าเราก็ไม่ยอมใครเหมือนกันถ้ามาใส่ร้ายป้ายสีคนของเรา ผู้กำกับของเรา ซึ่ง 4 แผ่นดินแล้ว เป็นศิลปินแห่งชาติแล้ว สื่อมวลชนครับให้ความเป็นธรรมกับฉลอง ภักดีวิจิตรด้วย ขอบคุณครับ”






กำลังโหลดความคิดเห็น...