สั่งจำคุก “กู๊ด ศภวัฒน์” ผจก. “บี พีระพัฒน์” 1 ปี ไม่รอลงอาญา ชดใช้เงินเกือบล้านคืน ญาติยื่นหลักทรัพย์ 1.5 แสนประกันตัว นักร้องดังรับเห็นหน้าแล้วสงสาร ให้อภัย แต่ยันคนละส่วนกันกับคดีความ หวังว่า จะได้เงินล้านคืน สุดอึ้งเจ้าทุกข์โผล่เพียบ
เมื่อเวลา 15.00 น. หลังจากศาลแขวงพระนครใต้ได้ขึ้นบัลลังก์อ่านคำพิพากษาในคดีที่จำเลย “ศุภวัฒน์ ทรัพย์อัมพร” ถูกพนักงานอัยการสำนักงานอัยการพิเศษ ฝ่ายคดีศาลแขวง 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องในคดียักยอกทรัพย์ของ “บี พีระพัฒน์ เถรว่อง” จำนวนเงิน 938,800 บาท
ล่าสุด ศาลพิพากษาจำเลยมีความผิดตามฟ้อง จำคุก 2 ปี แต่จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลจึงลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 เหลือจำคุก 1 ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้เงินจำนวน 938,800 บาทแก่ผู้เสียหาย ณ ตอนนี้ทางญาติกำลังเตรียมหาหลักทรัพย์จำนวนเงิน 1.5 แสน มายื่นประกันตัว ซึ่งถ้าหาหลักทรัพย์มาไม่ทันตามกำหนดเวลาของศาล เจ้าหน้าที่จะนำตัวผู้ต้องหาไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ
โดยนักร้องดังได้เปิดใจเพิ่มเติมว่า “คำพิพากษาก็คือจำคุก 1 ปี เพราะว่าไม่มีการชดใช้ให้กับทางโจทก์ และเป็นเงินที่สูง ก็เลยตัดสินจำคุกโดยไม่รอลงอาญา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เขายังสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ แต่ผมไม่แน่ใจว่าเขาจะประกันตัวหรือเปล่า แต่ระหว่างนี้ยังไกล่เกลี่ยได้จนถึงยื่นอุทธรณ์ ยังคุยกันได้อยู่”
“กับทางครอบครัวเขาก็มีการคุยกันไว้นะครับ แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร แต่ทุกคนเขาก็อยากให้ทุกอย่างจบ เพราะทางเขาก็ไม่อยากให้ลูกเขาพี่น้องเขาติดคุก เขาก็คงรีบจัดการอะไรให้ครับ ถ้าไปถึงขั้นอุทธรณ์การตัดสินก็จะเป็นอีกแบบหนึ่งหลังจากที่มีการไกล่เกลี่ยและชดใช้ ก็อาจจะมีการเปลี่ยนแปลง โทษจำคุกจะลดได้ตามดุลพินิจของศาลในกรณีที่ชำระหนี้มาตามส่วนว่ามีการชดใช้ให้ผู้เสียหายได้เท่าไหร่ แต่ยังไม่ได้มีการตกลงเลยว่าจะชดใช้ยังไง อันนั้นต้องเป็นอีกขั้นหนึ่งที่เราเอาฝ่ายกฎหมายของเรามานั่งคุยกันครับ”
“เขาสลดมาก จนผมก็สงสารเขา เรื่องคำขอโทษผมคิดว่ามันเลยคำนั้นมาแล้ว ผมไม่ได้ติดแล้วด้วยซ้ำ ผมให้อภัยไปแล้ว ผมไม่ติดใจเรื่องพวกนี้แล้ว ผมให้เขาไปขอโทษครอบครัวเขาดีกว่า คนที่ดูแลเขามา เลี้ยงเขามา รักเขามาขนาดนี้แล้วเขามาทำอย่างนี้ ทางญาติเขาก็เสียใจนะ.เขารักกู๊ดมากเลย เขาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงกลายเป็นอย่างนี้ ผมก็พอใจกับคำพิพากษานะครับ แต่คือส่วนตัวผมให้อภัยไปแล้วแหละ แต่ไม่เกี่ยวกับการทำผิดนะ การทำผิด การให้อภัย และการลงโทษมันคนละอย่างกัน”
“บทเรียนสำหรับผม ผมก็ไม่อยากจะบอกว่าผมจะไม่ไว้ใจใครมากขึ้น เพราะบางทีมันใช้ชีวิตยากนะ ถ้าเรามานั่งระแวงคนนั้นคนนี้ไปหมด ผมก็อาจจะต้องมีการสกรีนคนที่เข้มงวดกว่านี้ก่อนที่จะมาทำงาน ต้องเช็กประวัติ ก็คงอุตลุดสักพักหนึ่ง คือผมก็ฟังคนอื่นนะตอนนั้น แต่พอเห็นเขาทำงานดีเราก็โอเค เพราะเขาก็รอดมาทุกคน คือ รอดจากคนนี้มาอยู่กับคนนี้ไปเรื่อย แล้วแต่ละคนก็เป็นคนที่เราเชื่อถือหมดเลย เป็นคนที่เรารู้จัก เราก็คิดว่าถ้าเขาอยู่กับคนนี้ได้ เขาก็ต้องอยู่กับเราได้สิ แล้วเขาทำงานดีมากจริงๆ”
“ผมก็คาดหวังว่าจะได้คืนครบนะครับ แต่คงต้องนัดไกล่เกลี่ยกันเองนอกรอบ แต่ถามว่าถ้าเขาชดใช้เงินหมดจะถอนฟ้องมั้ย ผมยังไม่สามารถบอกตอนนี้ได้ ก็มีคนที่เขาโดนแบบผมโทร.มาหาเหมือนกัน แต่ผมไม่อยากเอ่ยถึงเพราะมันหลายคนมาก แต่เขาไม่มาแจ้งความหรอกครับ เพราะผมนี่โดนหนักสุดแล้ว คนอื่นก็กระจุกกระจิกนิดหน่อย เขาก็ยอมๆ ให้มันจบไป”
และในเวลา 16.00 น. ทางญาติได้นำหลักทรัพย์จำนวน 1.5 แสน เข้ายื่นประกันตัว และถัดมาเวลา 16.25 น. เจ้าหน้าที่ศาลได้นำเอกสารไปยื่นประกันเพื่อนำผู้ต้องหาออกจากห้องขัง โดยหลังจากกู๊ดได้รับการประกันตัว ก็ได้เดินออกจากศาล พร้อมมีเสื้อสีดำคลุมศีรษะ และขึ้นรถไปอย่างรวดเร็ว ด้านญาติได้กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า “ทุกอย่างก็เป็นไปตามคำสัมภาษณ์ของบี พีระพัฒน์” ซึ่งหลังจากนี้ทางจำเลยจะต้องยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์ภายใน 30 วันหลังจากที่ประกันตัวแล้ว


