xs
xsm
sm
md
lg

ฟ้าลิขิต “ชาคริต-แอน” ชีวิตที่ใช่ ในวัยที่ลงตัว

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


“ขอบคุณพี่คริตค่ะ มันคงเป็นอะไรหลายๆ อย่าง ที่ทำให้เรามาเจอกัน มีลูกมีตัวน้อยในวันนี้ ทุกอย่างเหมือนฟ้ากำหนดมาแล้ว เราก็ไม่คิดเลย อายุก็เยอะแล้ว วันหนึ่งอยู่ดีๆ จะได้ทั้งสามีและลูกในเวลาเดียวกัน”

ข้างต้นคือความในใจของผู้หญิงที่คนทั้งประเทศกำลังให้ความสนใจอยู่ในขณะนี้

“แอน-ภัททิรา รุ่งโรจน์”

ผู้ที่สถานะปัจจุบัน คือภรรยาของพระเอกหนุ่ม “ชาคริต แย้มนาม”
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ดูเหมือนประเด็นข่าวการวิวาห์รอบ 2 ของพระเอกชาคริตจะถูกพูดถึงกันอย่างกว้างขวาง ถึงขนาดตามไปสืบเสาะหาข้อมูลว่าเจ้าสาวคนใหม่ของเขาเป็นใคร ? พบรักกันที่ไหน ? อย่างไร ? เป็นทายาทมหาเศรษฐีติดอันดับ 1 ใน 10 ของประเทศจริงหรือเปล่า ?
และแน่นอนว่าเมื่อเป็นการแต่งงานที่ค่อนข้างจะปุบปับ ประหนึ่งว่าไม่เคยมีใครระแคะระคายข่าวนี้มาก่อน อีกหนึ่งประเด็นที่ผู้คนจับจ้อง และต้องรู้ให้ได้ ก็คือ

ท้อง หรือไม่ท้อง !!!??

โดยก่อนหน้าวันแต่งงานเพียงวันเดียว ฝ่ายเจ้าบ่าวก็ออกมาให้สัมภาษณ์แบบละเอียดยิบ ตอบทุกข้อข้องใจที่ใครๆ สงสัยใคร่รู้
ยอมรับว่าท้องจริง แถมยังเป็นลูกแฝดเสียด้วย แต่น่าเสียดายที่หลุดไปก่อนคนหนึ่ง
จริงอยู่ ถ้าหยิบเรื่องจารีตประเพณีมาเป็นบรรทัดฐานตัดสินเรื่องนี้ ก็ต้องบอกว่าทั้งคู่ทำผิดขั้นตอนไปหน่อย หรือพูดแบบบ้านๆ ก็คือท้องก่อนแต่ง
แต่ถ้าตัดเรื่องนี้ออกไป ก็ต้องถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีด้วยซ้ำ เพราะสุดท้ายปลายทาง ทั้งคู่ก็ได้แต่งงานแต่งการกันอย่างถูกต้อง มีผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายรับรู้และเห็นชอบ ซึ่งถือว่าชาคริตก็ได้ดำเนินการทุกอย่างตามกรอบประเพณีอันดีงาม เป็นการให้เกียรติผู้หญิง และก็ครอบครัวของเธอ เฉกเช่นเดียวกับที่ผู้ชายทุกคนพึงกระทำอย่างเหมาะสมทุกอย่างแล้ว

และด้วยวัยวุฒิ คุณวุฒิ และความมีวุฒิภาวะของทั้งคู่ ก็ถือว่าอยู่ในช่วงจังหวะ และเวลาที่ลงตัว
โดยเฉพาะตัวของชาคริตเอง ทุกคนรับรู้กันอยู่แล้วว่าเป็นคนรักแม่ รักครอบครัว อยากแต่งงาน อยากมีลูกมานานแล้ว เพียงแต่การแต่งงานครั้งที่ผ่านมา กับ “วุ้นเส้น-วิริฒิภา ภักดีประสงค์” นั้น อาจจะด้วยจุดหมายปลายทาง และทัศนคติของการใช้ชีวิตของทั้งคู่ต่างกัน
ชาคริตอยากมีลูก แต่วุ้นเส้นไม่อยากมี จะด้วยเหตุผลส่วนตัวใดๆ ก็แล้วแต่ แต่ก็อาจจะเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้ชีวิตรักของทั้งคู่ไปต่อกันไม่ได้
จริงๆ เรื่องความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันเกี่ยวกับเรื่องลูก ถือเป็นปัญหาใหญ่สำหรับทุกคู่ ถ้าไม่มีการปรับจูนหรือทำความเข้าใจกันให้ดี ก็มีสิทธิ์ที่จะถึงทางตันเหมือนกรณีของชาคริต-วุ้นเส้น อย่าง “เอมี่-มรกต” เอง ก่อนที่จะแต่งงานกับสามี ก็เคยเลิกรากันไปครั้งหนึ่ง เพราะความขัดแย้งเกี่ยวกับเรื่องนี้เหมือนกัน แต่ยังดีที่ทั้งคู่สามารถกลับมาเปิดอกเปิดใจคุยกัน ก็เลยทำให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤตดังกล่าวไปได้
และเมื่อไปต่อกับวุ้นเส้นไม่ได้ ซึ่งก็ไม่ใช่เป็นเรื่องว่าใครผิด ใครถูก แต่ก็เป็นสิทธิ์ที่ชาคริตจะเริ่มต้นกับผู้หญิงคนใหม่ ที่มีความคิดเห็นในเรื่องของการมีลูกที่สอดคล้องต้องกัน
ที่สำคัญอีกเหตุปัจจัยที่ทำให้ชาคริตอยากมีลูกมากนั้น ก็เป็นเพราะอยากให้แม่ที่ป่วยอยู่นั้น ได้มีกำลังใจ ได้มีความสุขเมื่อเห็นหลานตัวเล็กๆ ซึ่งใครก็ตามที่ได้อยู่ในบรรยากาศงานแต่งงานของชาคริตกับแอนก็คงอดน้ำตาซึมไม่ได้ เมื่อเห็นช็อตที่ทั้งคู่จูงมือกันเข้าไปกราบแม่ของฝ่ายชายที่นั่งอยู่บนวิลแชร์

เพราะฉะนั้น.....

อย่าไปสนใจอดีตที่ผ่านมา ซึ่งชาคริต อาจจะดูเหมือนเป็นผู้ชายเจ้าชู้ เป็นพระเอกไม้เลื้อย ที่ใกล้ผู้หญิงคนไหนก็หวั่นไหวไปเรื่อย

หรืออย่าไปพูดถึงอนาคต ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นต่อจากนี้บ้าง ? เพราะเป็นสิ่งที่ไม่มีใครสามารถจะคาดเดาล่วงหน้าได้
มองแค่ในปัจจุบันก็พอ ก็ต้องบอกว่าชาคริตก็เลือกทางเดินชีวิตที่งดงาม ลงตัว ซึ่งก็ถือว่าเป็นช่วงเวลาดีๆ ของผู้ชายคนหนึ่ง ที่ใฝ่ฝันอยากมีครอบครัวที่สมบูรณ์พร้อมทั้งพ่อ แม่ ลูก และก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เขาพึงทำได้ในฐานะลูกชายที่กตัญญูต่อแม่เป็นที่สุด
แต่ก็อีกนั่นแหละ ในสังคมที่อุดมไปด้วยเรื่องดรามา พอชาคริตแต่งงาน และไม่มีเรื่องอะไรให้ขุดคุ้ยต่อ เป้าหมายต่อไป ก็คือการหันมาจับจ้องฝั่งอดีตภรรยาอย่างวุ้นเส้น ว่ามีฟีดแบดอะไรเกี่ยวกับเรี่องนี้มากน้อยขนาดไหน ?

ในช่วงที่ข่าวชาคริตแต่งงานรอบสองกำลังร้อน ฝั่งวุ้นเส้นก็เคยมีการโพสต์ข้อความซ่อนนัยไปแล้วครั้งหนึ่งทำนองว่า "Enjoy the silence" แปลว่า "ชอบอยู่เงียบๆ (อย่ามายุ่งกับชั้น) " พอถึงวันที่ชาคริตแต่งานใหม่ไปเรียบร้อยแล้ว ก็โพสต์ย้ำอีกรอบว่า "Stable antimatter" แปลได้ว่า "เฉยๆ ไม่สะทกสะท้าน" ซึ่งจริงๆ แล้ว ก็น่าจะเป็นอย่างนั้น เพราะจะต้องให้เธอรู้สึกอะไร ?

ถ้าไปโพสต์แสดงความยินดี คนก็ต้องคิดว่าเฟค หรือโพสต์ประชดประชันไปอีก
ถ้าโพสต์เป็นเชิงตัดพ้อต่อว่า หรือเศร้าโศกเสียใจ ก็ยิ่งดรามาไปใหญ่
ที่สำคัญเรื่องมันจบไปเป็นปี ต่อให้มีบาดแผลจริงๆ ก็คงแห้งสนิทไปนานแล้ว ซึ่งทุกวันนี้ ชีวิตของวุ้นเส้นเอง ก็ดูเหมือนว่าจะลงตัวไมแพ้กัน มีทายาทตระกูลไฮโซโปรไฟล์ดีอย่าง “ประณัย พรประภา” กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยาม เอสแบรนด์ จำกัด ให้บริการซ่อมบำรุงและปกป้องผิวสีรถยนต์ , เปิดบริษัทด้านซอฟต์แวร์ไอที 2 บริษัท , เจ้าของร้านอาหารชื่อ Thyme และเจ้าของฟิตเนส BASE Bangkok ที่กำลังคบหาดูใจกันอยู่ เพียงแต่อาจจะยังเดินไปไกลไม่ถึงขั้นแต่งงานครั้งใหม่เหมือนฝั่งชาคริต ซึ่งนั่นก็อาจจะเป็นความต้องการของเธอเองก็เป็นได้ ในเมื่อจุดปลายหมายทางของเธอกับอดีตสามีต่างกันอยู่แล้ว

บทส่งท้ายก็คือเรื่องนี้ไม่มีอะไรซับซ้อน ไม่มีอะไรให้ดรามาอย่างที่ใครต่อใครพยายามโยงให้เป็นเลย
ที่มา นิตยสาร ผู้จัดการ 360 องศา สุดสัปดาห์ ฉบับที่ 417 11 -17 พฤศจิกายน 2560
กำลังโหลดความคิดเห็น...