xs
xsm
sm
md
lg

งดงามในความแกร่ง : Stronger จากข่าวดัง สู่หนังดี

เผยแพร่:   โดย: อภินันท์ บุญเรืองพะเนา


เชื่อว่าหลายคนคงจำได้ถึงกรณีที่เกิดเหตุระเบิดในรายการกีฬาประจำปีที่ถือว่ายิ่งใหญ่และเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของอเมริกา อย่าง “บอสตัน มาราธอน” เมื่อปี พ.ศ.2556 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บอีกเกือบ 200 ราย เป็นข่าวใหญ่ที่ส่งแรงสั่นสะเทือนจิตใจไปทั่วโลก

หากยังจำกันได้ เหตุการณ์ดังกล่าว ได้รับการหยิบนำมาบอกเล่าในรูปแบบของภาพยนตร์มาแล้วหนึ่งครั้งเมื่อปีที่ผ่านมา กับเรื่อง Patriots Day ที่มี “มาร์ค วอห์ลเบิร์ก” แสดงนำ โดยหนังมุ่งเน้นไปที่ประเด็นของการไล่ล่าสืบสาว หา “มือระเบิด” ที่เป็นต้นตอของเหตุวินาศกรรมครั้งนั้น ขณะที่บรรยากาศอารมณ์ของหนังก็เป็นไปในลุ้นระทึก เก็บบริบทแห่งความสับสนอลหม่านที่เกิดขึ้นหลังจากเหตุระเบิด ไปจนถึงการไล่ล่าจับกุมผู้ร้าย

ในขณะเดียวกัน หนังก็แสดงให้เห็นถึงความพร้อมเพรียงพร้อมใจกันของชาวบอสตันต่อการเป็นหูเป็นตาและให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่ทางการเพื่อประสิทธิภาพในการไล่ล่ามือระเบิด และ...ด้วยเหตุนี้ หากจะมีแง่หนึ่งแง่ใด ที่หนังเรื่องใหม่ซึ่งกำลังเข้าฉายในบ้านเราอยู่ขณะนี้ อย่าง “สตรองเกอร์” มีความเกี่ยวพันกับ Patriots Day อย่างตรงไปตรงมา ก็คือประเด็นที่ว่า “ตัวละหลัก” ของ “สตรองเกอร์” นั้น คือหนึ่งในประชาชนคนบอสตันที่เป็นอีกหนึ่งกุญแจดอกสำคัญซึ่งช่วยทางการจับกุมคนร้าย เพราะเขาคือคนที่บอกว่า “เห็นคนวางระเบิด” ด้วยตาตัวเอง ก่อนเกิดเหตุระเบิดเพียงไม่กี่นาที

... “เจฟฟ์ เบาว์แมน” คือคนหนุ่มพนักงานร้านขายไก่ย่าง เขามีหญิงสาวที่รักใคร่ชอบพอกันชื่อ “เอริน” ซึ่งเอรินนอกจากทำงานประจำ ยังหลงรักการวิ่งเป็นชีวิตจิตใจ และในรายการที่ยิ่งใหญ่อย่างบอสตัน มาราธอน มีหรือที่เธอจะพลาด ดังนั้น เพื่อเป็นการแสดงหัวใจที่มีต่อหญิงสาว เจฟฟ์ เบาว์แมน จึงยอมลางานเพื่อไปให้กำลังใจเธอพร้อมกับป้ายไฟรอคอยที่จุดเส้นชัย แต่ยังไม่ทันที่การแข่งขันจะจบลง ก็ได้เกิดเหตุระเบิดขึ้น และอีกหลายชั่วโมงต่อมา เขาก็ฟื้นตื่นขึ้นมา พร้อมกับพบว่า ขาทั้งสองข้างของตนเองถูกตัดทิ้งไปแล้ว เพราะถูกระเบิดทำลายเสียหายเกินกว่าจะเยียวยารักษาไว้

ในวิกฤตของชีวิต ... หนังแง้มให้เห็นวิธีคิดแบบคนมองโลกแง่ดีและมีอารมณ์ขันของ “เจฟฟ์ เบาว์แมน” แบบเบาๆ เมื่อเขาอำตัวเองตั้งแต่ฟื้นรู้สึกตัว ว่าเขานั้นเหมือนกับ “หมวดแดน” ในหนังฟอร์เรสต์ กัมพ์ (Forrest Gump) แต่อย่างไรก็ตาม นั่นเป็นแค่เพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น เพราะสิ่งที่เขาต้องเผชิญในลำดับถัดไป ยังมีอะไรอีกมากมายที่ท้าทายและรอพิสูจน์หัวใจดวงแกร่งของเขา

ครับ, โดยภาพรวม แก่นสารเนื้อหาของ “สตรองเกอร์” (Stronger) ก็ตรงตามชื่อเรื่องอย่างไม่ผิดเพี้ยน หนังแสดงให้เห็นถึงภาพแห่งความ “แข็งแกร่ง” อดทนต่อสู้ของคนคนหนึ่งซึ่งชีวิตเปลี่ยนไปอย่างไม่มีวันเหมือนเดิมจากเหตุการณ์ร้ายแรง ถ้าจะพูดถึงสาระประเด็นนี้ ผมเชื่อว่า ใครก็ตามที่ได้ดูหนังเรื่องนี้ตั้งแต่ต้นจนจบ ก็จะได้พบกับ “พลังแรงใจ” ซึ่งหนังมอบให้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย เรื่องราวของเบาว์แมนนั้น เป็นเรื่องราวที่ส่งต่อพลังให้กับคนได้อย่างงดงาม ถึงขั้นที่ชาวบอสตันยกให้เขาเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์แห่งการไม่ยอมจำนน และเป็นสัญญะแห่งความแข็งแกร่ง ในนามของ “บอสตัน สตรอง” (Boston Strong)

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ผู้คนพากันแห่แหนชื่อชมเจฟฟ์ เบาว์แมน ว่าเป็นดั่งฮีโร่ขวัญใจชาวโลก มีจดหมายและของขวัญส่งมาจากทั่วสารทิศ แต่ลึกลงไปในจิตใจของเบาว์แมนแล้วนั้น ยังมีอะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่ดั่งภูเขาน้ำแข็ง และคนที่รู้เรื่องนี้ดียิ่งกว่าใครๆ ก็คือ “เอริน” หญิงสาวคนรัก...

เราพูดได้เต็มปากเต็มคำว่า “สตรองเกอร์” คือหนังดีๆ เรื่องหนึ่ง สิ่งแรกๆ ซึ่งสามารถสัมผัสได้ด้วยสายตา คือการแสดงของนักแสดง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “เจค จิลเลนฮาล” ผู้รับบทเจฟฟ์ เบาว์แมน ความแข็งแรงด้านการแสดงของเขา กล่าวได้ว่า “แกร่ง” ไม่แพ้ความสตรองของเบาว์แมน เขาทำให้บทบาทของชายผู้ได้รับการยกให้เป็นฮีโร่ แต่แฝงซ่อนความอ่อนไหวไว้ลึกๆ ปรากฏชัดต่อสายตาคนดูผู้ชม ผลลัพธ์ก็คือ เราจะทั้งรัก ทั้งชื่นชม และทั้งเห็นอกเห็นใจต่อตัวละครตัวนี้

พูดอย่างถึงที่สุด บทบาทนี้ดีงามพอที่จะเป็นหนึ่งในแคนดิเดตระดับชอร์ตลิสต์ของทุกๆ เวทีรางวัล บทแบบนี้ล่ะครับถูกจริตออสการ์นัก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่า นี่คือตัวละครซึ่งมีที่มาจากเรื่องจริง และเป็นตัวละครที่อยู่ในสถานการณ์ประวัติศาสตร์อีกหนึ่งหน้าของอเมริกา นั่นก็คงไม่น่าแปลกใจเท่าใดนัก หากชื่อของเจค จิลเลนฮาล จะเข้าเส้นชัยในฐานะนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมของเวทีออสการ์ปีที่จะมาถึง

เช่นเดียวกัน สำหรับนักแสดงหญิง “ทาเทียน่า มาสลานี” ที่รับบท “เอริน” ซึ่งก็กล่าวได้อีกว่า เป็นตัวเสริมให้บทของเจคเจิดจ้าสว่างไสวขึ้นอีกหลายเท่า ถ้าไม่มีเธอคนนี้ ชีวิตของเจฟฟ์ เบาว์แมน ก็ไม่รู้ว่าจะเดินเหินไปทิศทางใด ในขณะที่ขาสองข้างของเจฟฟ์สูญไป เขาก็เหมือนได้เอรินมาทดแทน เป็นทั้งขาและเป็นทั้งหัวจิตหัวใจที่ส่งพลังให้เขาก้าวต่อไปได้ด้วยส่วนหนึ่ง ... บทของเธอดีงามพอจะได้ชิงรางวัลนักแสดงสมทบ ...

มองในแง่ของการเชิดชูหนังด้วยรางวัล ในด้านของภาพยนตร์ รวมทั้งบท และผู้กำกับ ก็คงจะไม่หลุดสำหรับการได้เข้าชิงรางวัลใหญ่ๆ ผมเห็นว่า หนังเรื่องนี้สามารถรวบรวมเอาแง่มุมหลากหลายร้อยเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างกลมกลืน นอกจากการลุกยืนขึ้นสู้อย่างเข้มแข็งอดทนของคนคนหนึ่ง หนังยังแตะด้านที่อ่อนไหวเปราะบางจนเกือบเป็นการล่มสลายอยู่ภายในของเขาด้วย นอกจากนั้นยังพูดพล็อตรอง (Sub - Plot) ได้อย่างทรงพลัง ซึ่งพล็อตรองที่ว่านั้น คนที่จะเป็นตัวแทนได้ดีที่สุดก็คือแม่ของเจฟฟ์เอง (แสดงโดย มิแรนด้า ริชาร์สัน)

ถ้าจะว่ากันจริงๆ แม่ของเจฟฟ์ไม่มีอะไรผิด กับการที่เธอเห็นลูกชายของเธอมีความแข็งแกร่งที่จะต่อสู้กับอุปสรรคกระทั่งกลายเป็นสัญลักษณ์ที่คนนิยมยกย่องไปทั่วเมือง เพียงแต่สิ่งที่เธอละเลยนั้นคือ ในความเป็นฮีโร่ของลูกชายนั้น มันเป็นการแบกรับรูปแบบหนึ่ง ผมคิดว่าทุกๆ คน เมื่อได้เห็นเจฟฟ์ ยามที่เขาประหม่าสั่นไหวเมื่อต้องอยู่หน้าสื่อมวลชนหรือผู้คนมาก ยามที่เขาใช้ชีวิตเสมือนหนึ่งคนคลั่ง (ขับรถโดยการให้เพื่อนก้มลงไปใช้มือดันคันเร่งและแตะเบรกแทนเท้า)... ความรู้สึกของคนที่จู่ๆ ก็ถูกยกขึ้นให้เป็นฮีโร่ขวัญใจผู้คน ทั้งที่ตัวตนความเจ็บปวดสูญเสียข้างในของตนเองยังไม่ได้รับการเคลียร์ให้หมดจดนั้น เป็นเรื่องที่ยากจะหยั่งถึง

... สำหรับคนที่ติดตามเรื่องราวของเจฟฟ์ หรือชาวบอสตันที่นิยมชมชื่นในตัวของเจฟฟ์ คงจะทราบครับว่า เมื่อปี 2559 “เอริน” คนรักของเจฟฟ์ได้วิ่งเข้าเส้นชัยที่งานบอสตัน มาราธอน จริงๆ โดยมีเจฟฟ์ที่เดินได้ยืนได้ด้วยขาปลอม รอคอยเธออยู่ที่จุดเส้นชัย แต่ทว่าเรื่องราวระหว่างนั้น ก่อนจะถึงวันดังกล่าว หนังอย่าง “สตรองเกอร์” ได้เล่าไว้อย่างงดงามและทรงพลัง ...
นี่เป็นหนังดีๆ ที่ควรได้ดูอย่างยิ่งครับ






กำลังโหลดความคิดเห็น...